เห็ดมิลค์กี้ milky หรือเห็ดนม
โพสท์โดย ทิมมี่ ทิมมี่
“เห็ดมิลค์กี้” เป็นเห็ดอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ปลูกได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย นอกจากนำไปประกอบอาหารได้แล้วยังสามารถนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย เห็ดมิลค์กี้มีเนื้อที่แน่นจึงทำให้เก็บไว้ได้นานกว่าเห็ดนางฟ้า แต่หากพูดถึงเรื่องรสชาติเห็ดมิลค์กี้ อร่อยไม่แพ้เห็ดออรินจิ
เห็ดมิลค์กี้เป็นเห็ดตีนแรดสายพันธุ์หนึ่งที่นำเข้ามาจากประเทศฟิลิปปินส์ แล้วนำมาพัฒนาสายพันธุ์ให้ปลูกได้ในประเทศไทย ซึ่งเห็ดมิลค์กี้จะมีอัตราการเกิดของดอกได้ง่ายกว่าเห็ดตีนแรดในอดีต
การเตรียมทำก้อนเห็ดมิลค์กี้ ใช้วิธีการเดียวกับการเพาะเห็ดนางฟ้า เห็ดนางรมทั่วไป โดยสัดส่วน ของส่วนผสมที่เกษตรกรต้องเตรียมมีดังนี้
1. ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม
2. รำละเอียด 5 กิโลกรัม
3. ดีเกลือ 0.02 กรัม
4. ปูนขาว 1 กิโลกรัม
5. ยิปซัม 2 กิโลกรัม
ขั้นตอนวิธีการทำคือ
1. เมื่อส่วนผสมทั้งหมดพร้อมแล้ว นำส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากันและบรรจุใส่ถุงพลาสติก ซึ่งก้อนเชื้อจะมีน้ำหนักประมาณขนาด 8 ขีด – 1 กิโลกรัม จะทำให้ได้ก้อนเชื้อเห็ด 160 - 170 ก้อน
2. เมื่ออัดก้อนเชื้อแน่นดีแล้วให้ใส่คอขวดพลาสติก อุดด้วยสำลีและปิดด้วยกระดาษ รัดยางวงให้แน่น
3. จากนั้นนำก้อนเชื้อที่ได้ไปนึ่งฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ใช้เวลาในการนึ่งฆ่าเชื้อประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง แล้วทิ้งไว้จนก้อนเชื้อเย็น
4. นำหัวเชื้อเห็ดมิลค์กี้มาหยอดลงในก้อนเชื้อ และปิดปากถุงด้วยสำลี หรือ กระดาษทันที เมื่อเสร็จเรียบร้อยนำก้อนเห็ดไปบ่มไว้ในโรงเรือน ทิ้งไว้ประมาณ 40 - 50 วัน เส้นใยจะเดินเต็มถุง
5. จากนั้นทำการ casing โดยการเปิดปากถุง ใช้ดินกลบประมาณนิ้วครึ่ง และรดน้ำให้ชื้นแต่อย่าแฉะ ซึ่งจะทำให้ได้ดอกเดี่ยวไม่ใหญ่มาก แต่หากต้องการให้ดอกมีขนาดใหญ่ให้นำก้อนเชื้อเห็ดที่เส้นใยเดินเต็มแล้ว นำมาเปลือยถุงออกและเรียงก้อนเห็ดลงในแปลงอัดให้แน่น ใช้ดินกลบด้านบนเพื่อให้ดินรักษาความชื้น ส่วนด้านบนนำฟางข้าวมาคลุมและหว่านเมล็ดผัก เช่น ผักบุ้ง ผักชี และอื่น ๆ ได้อีกด้วย เส้นใยเห็ดจะเดินเชื่อมติดกันเป็นกลุ่มเดียวและจะเกิดดอกในระยะเวลาประมาณ 30 วัน ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวพืชผักที่ปลูกไว้พอดี ซึ่งทำให้เกษตรกรได้ทั้งผักไว้รับประทาน และได้ทั้งเห็ดมิลค์กี้ไว้จำหน่าย
หากเกษตรกรยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการเพาะเห็ดมาก่อน ควรเริ่มต้นด้วยการซื้อก้อนเห็ดที่มีเส้นใยเห็ดเดินเต็มก้อนแล้วมาลองปลูกก่อนเพราะเป็นจุดที่คุ้มทุนที่สุด เพราะการเริ่มต้นด้วยการทำเองจะใช้ต้นทุนสูง และอาจจะเกิดความเสียหายได้ เมื่อเราชำนาญในการเลี้ยงดูดอกแล้วเราค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ขั้นตอนต่อไป
ท่านที่สนใจ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ “ครูบุญเลิศ ไทยทัตกุล” ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย เลขที่ 48/16 หมู่ที่ 1 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 โทร. 08-9113-6389 , 08-1897-9644
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรก
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
ทายนิสัยจาก "ท่าเดิน" ล้วงลึกตัวตนผู้ชายผ่านความเร็วในการก้าวเดิน
5 ท่าสัมผัสละลายใจ สร้างสายใยรักให้แน่นแฟ้น
“เจเจ” อดีตภรรยา ขับรถ 300 กม. รับอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” หลังดราม่ายังไม่จบ
2 ประเทศเท่านั้นในโลก ที่ไม่เคยมีสถานะเป็นเมืองขึ้นของประเทศอื่น
15 ไอเทมของวัยรุ่นยุค 90 ใครทันอันไหนเอาปากกามาวง
แบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาว
เปิดอันดับประเทศที่ระบบน้ำประปาสะอาดที่สุดในโลก
3 ประเทศที่ “มีความสุขที่สุดในโลก” ครองแชมป์ซ้ำหลายปี ไทยอยู่ตรงไหน?
4 อุปกรณ์"กินไฟเงียบ"ทำให้ค่าไฟคุณพุ่งสูง





