นิทานชาดก "รัชชุมาลาเทพนารี"
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเคยตรัสไว้แก่พระเจ้าปเสนทิโกศล เมื่อครั้งประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ที่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวายว่า บุคคลที่ปรากฏอยู่ในโลกนี้มี ๔ จำพวก คือ บุคคลผู้มืดมาแล้วมืดไป บุคคลผู้มืดมาแล้วสว่างไป บุคคลผู้สว่างมาแล้วมืดไป บุคคลผู้สว่างมาแล้วสว่างไป พระองค์ได้เล่าถึงตัวอย่างบุคคล ๔ จำพวก และ ๑ ใน ๔ จำพวกนั้น คือ นางรัชชุมาลาทาสี ผู้มืดมาแล้วสว่างไป ความว่า
ในหมู่บ้านตยาคาม เขตพระนครสาวัตถี มีครอบครัวมหาพราหมณ์ผู้หนึ่ง เป็นครอบครัวใหญ่มีข้าทาสบริวารมากมาย ครอบครัวของพราหมณ์มีสะใภ้นางหนึ่งเมื่อครั้งมาอยู่ใหม่ๆ ก็ดีอยู่แต่พออยู่ไปนานวันเข้า ขันธสันดานอันมากไปด้วยโทสะจริตก็แสดงออกมา โดยการทุบตีด่าว่าทาสีทั้งหลายอยู่เสมอ บรรดาทาสีเหล่านั้นมีทาสีนางหนึ่งได้รับทุกขเวทนาจากน้ำมือของนายสาวมากที่สุด วันหนึ่งนายสาวโกรธนางทาสีนั้นอย่างรุนแรง นางใช้มือจิกผมทาสีนั้นแล้วลากมาทุบตีด้วยไม้และก้อนอิฐที่อยู่ใกล้มืออย่างไร้ความเมตตาแม้ว่านางทาสีจะร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวดปานใดนายสาวก็ไม่ให้ความสนใจ ซ้ำยังกล่าวว่าประเดี๋ยวจะลงโทษอีก เมื่อนายสาวปล่อยมือแล้วนางจึงคิดว่า
"นายสาวใจร้ายของเรา เมื่อจะลงโทษเอาตามอารมณ์ ย่อมจะจิกเอาผมของเราแล้วทุบตีที่ศีรษะร่างกายเอาตามใจชอบ อย่าเลยเราจะโกนผมเสียเพื่อที่นายสาวจะจิกผมเราไม่ได้"
เมื่อคิดดังนั้นนางก็โกนผมเสียจนเกลี้ยงโล้นแล้วจึงกลับขึ้นคฤหาสน์ไป เมื่อนายสาวเห็นเข้าก็ยิ่งโกรธมากขึ้นแล้วตะโกนด่าว่า
"มึ-งโกนผมเสีย ด้วยนึกในใจว่าจักพ้นน้ำมือกุแล้วเหรอ"
ว่าดังนั้นแล้วก็สั่งให้คนไปเอาเชือกมารัดศีรษะนางทาสนั้น แล้วจับเอาปลายเชือกฉุดมาตบตี เสร็จแล้วก็บังคับไม่ให้เอาเชือกนั้นออก ปล่อยให้เชือกรัดศีรษะอยู่อย่างนั้น ครั้นพอเกิดอารมณ์โกรธขึ้นครั้งใดก็จับปลายเชือกฉุดกระชากลากมาตบตี จนคนทั้งหลายเรียกนางทาสีนั้นว่า รัชชุมาลา
ต่อมาวันหนึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรวจดูหมู่สัตว์อันเป็นพุทธกิจที่ทรงปฏิบัติอยู่เป็นนิตย์ ทรงเห็นว่านางรัชชุมาลาทาสีจักได้บรรลุพระโสดาปัตติผลสำเร็จเป็นพระอริยบุคคลผู้ประเสริฐเที่ยงแท้ จึงเสด็จออกจากพระเชตวันมหาวิหารเพียงพระองค์เดียวประทับ ณ ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แล้วจึงเปล่งพระฉัพพรรณรังสีให้สว่างไสวแลเลื่อมพรรณรายอยู่ในบริเวณนั้นเป็นอัศจรรย์
ส่วนนางรัชชุมาลาทาสี เมื่อถูกโบยตีมาจากนายสาวทั้งวัน ก็ปวดร้าวชอกช้ำสลบซบหลับไปทั้งคืน ครั้นเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นในยามอรุณรุ่ง ก็รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งร่าง นางน้อยใจในวาสนาจนน้ำตาไหลริน ก็คิดไปว่า
"จักมีประโยชน์อันใด ด้วยการมีชีวิตอยู่ให้เขาทุบตีเอาตามใจชอบ ได้รับความเจ็บปวดไม่มีวันสิ้นสุด ชาตินี้มีกรรม เราจึงต้องได้รับความทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อมีกรรมเช่นนี้แล้วก็อย่าอยู่เป็นผู้เป็นคนกับเขาอีกเลย ตายเสียดีกว่า"
เมื่อนางคิดเช่นนั้นแล้วก็เดินตรงไปยังท่าน้ำ คว้าเอาเชือกเถาวัลย์ติดมือมาตั้งใจจะผูกคอตาย ครั้นเดินมาถึงต้นไม้ใหญ่นางก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ แล้วเหลียวมองดูรอบข้างเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะทำอัตวินิบาตกรรม พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งประทับนั่งอยู่ ณ ต้นไม้ใกล้ๆ นั่นเอง นางอัศจรรย์ใจแลปีติยินดีเป็นยิ่งนักด้วยองค์พระชินสีห์ทรงสวยงามด้วยพระฉัพพรรณรังสี ประเสริฐเลิศกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย และคิดว่า
"หากแม้ตัวข้าผู้มีวาสนาน้อย ได้ฟังพระธรรมเทศนาแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสักครั้งหนึ่ง ก็คงจักเป็นบุญกุศลแก่ตัวยิ่งนัก แต่เห็นทีจักไม่มีโอกาสเพราะตัวเราเป็นคนอาภัพวาสนาเกิดมาในตระกูลที่ต่ำช้าเป็นทาสีเขา ไหนเลยพระองค์จักแสดงธรรมหรือแม้แต่สนทนาปราศรัยกับเรา"
ครั้นองค์พระชินสีห์ทราบวาระจิตแห่งนางจึงมีพุทธฎีกาตรัสเรียกว่า
"ดูกร รัชชุมาลา"
เมื่อนางได้ยินดังนั้นก็ลืมการที่จะคิดฆ่าตัวตายเสียสิ้น ค่อยๆ ปลดห่วงที่สวมคอตนออกแล้วไต่ลงจากต้นไม้ เข้าไปกราบถวายนมัสการสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในขณะนั้นองค์พระพิชิตมารจึงตรัสพระธรรมเทศนาอนุปุพพิกถา ตามสมควรแก่นาง พอจบพระธรรมเทศนา นางรัชชุมาลาทาสีผู้ซึ่งมีวาสนาที่ตนเคยสั่งสมมาแต่ปางบรรพ์ ก็พลันได้บรรลุโสดาปัตติผลเป็นพระอริยบุคคลขั้นแรกในพระบวรพุทธศาสนา แล้วองค์สมเด็จพระชินสีห์ก็เสด็จกลับไปยังพระเชตวันมหาวิหาร
ฝ่ายนางรัชชุมาลาพระโสดาบันอริยชนคนใหม่ ก็น้อมกายลงถวายอภิวาทหันหน้าไปทางทิศที่พระองค์เสด็จไปเมื่อสักครู่ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วจึงเดินกลับไปยังคฤหาสน์ตามเดิม ครั้นมาถึงหน้าคฤหาสน์ก็ให้บังเอิญประจันหน้ากับท่านมหาพราหมณ์ซึ่งเป็นพ่อผัวนางใจร้าย พราหมณ์เฒ่ามองหน้านางทาสีเห็นพักตราผ่องใสผิดสังเกต ไม่เศร้าหมองเหมือนแต่ก่อน ก็เอ่ยถามว่าเป็นเพราะเหตุใด รัชชุมาลาทาสีก็เล่าเรื่องแต่ต้นให้ฟัง เมื่อพราหมณ์เฒ่าได้สดับฟังก็พลันบังเกิดความชื่นชมยินดียิ่งนัก จึงรีบขึ้นเรือนไปเรียกหานางหญิงลูกสะใภ้แล้วขู่สำทับอย่างเฉียบขาดว่า
"แต่นี้ต่อไป เจ้าอย่าได้ตีด่านางรัชชุมาลาอีก มิฉะนั้นเราจักเอาโทษแก่เจ้า"
เมื่อประกาศดังนั้นแล้ว มหาพราหมณ์เฒ่าใคร่จักได้ฟังพระธรรมเทศนา ก็ได้กราบทูลอาราธนาองค์สมเด็จพระชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้ามายังหมู่บ้านแห่งตน พร้อมถวายอาหารบิณฑบาต พราหมณ์และคหบดีทั้งหลายในตำบลตยาคามขณะนั้นยังไม่มีความเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา เมื่อเห็นท่านมหาพราหมณ์ผู้เป็นหัวหน้ามีความเลื่อมใสในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าดังนั้น ต่างก็พากันมาต้อนรับและสดับฟังพระธรรมเทศนาแห่งพระพุทธองค์ ต่อมาก็ได้ประกาศตนเป็นพุทธมามกะตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์และศีล ๕ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา และประกาศแต่งตั้งให้นางรัชชุมาลาทาสีนั้นเป็นธิดาสุดที่รักแห่งตนตราบเท่าสิ้นชีวิต เมื่อท่านมหาพราหมณ์ผู้ทรงคุณถึงแก่กรรมแล้ว ต่อมาไม่นาน นางรัชชุมาลาผู้เป็นธิดาบุญธรรมก็ทำกาลกิริยาตายไปตามธรรมดาแห่งสังขาร แล้วไปอุบัติเป็นเทพนารี มีรัศมีและฤทธานุภาพมาก ณ เทพวิมานสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะเหตุที่นางได้บรรลุถึงความเป็นพระอริยบุคคลโสดาบัน จึงได้เสวยทิพยสมบัติเป็นสุขนักหนา
ซ้ำขออภัยค่ะ
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
ถุงพลาสติกไม่ได้เริ่มจากขยะ เรื่องจริงของของใช้ใกล้ตัวที่ควรใช้ให้คุ้ม
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
ของไม่เกิน 50 บาทในร้านสะดวกซื้อ เลือกแบบไหนถึงคุ้มจริง
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
LTT 9779b ดาวเคราะห์กระจกที่ร้อนจัด แต่สะท้อนแสงจ้าเกือบทั้งดวง
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
มีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้ง
รีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray disc
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

