ผจญภัยแนวใหม่ แผนที่บนเนื้อมนุษย์
โพสท์โดย I sea u
บิล พาสแมน หนุ่มใหญ่ชาวอเมริกันวัย 59 ปี อดีตทนายความที่ตอนนี้เกษียนแล้ว ค้นหาวิธีการที่จะทำให้การท่องเที่ยวเขาดูตื่นเต้นมากขึ้น ด้วยการสักแผนที่โลกซึ่งประกอบไปด้วยประเทศต่างๆ ลงบนแผ่นหลังของตนเอง เพื่อหันมาเที่ยวรอบโลก ซึ่งเขาได้เดินทางไปเที่ยวยังประเทศต่างๆ กว่า 60 ประเทศแล้ว ด้วนระยะเวลาเพียง 8 ปี ตั้งแต่ยุโรป อเมริกาเหนือ เอเชีย แอฟริกา อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และขั้วโลกเหนือ
โดยประเทศแรกที่เขาไปเที่ยวคือ แทนซาเนีย ซึ่งตัวของเขาเองบอกว่าเขาสักหลังตัวเองเพื่อเป็นเหมือนพาสปอร์ต แสดงถึงสถานที่ที่เขาเคยไปเขาปรารถนาที่จะได้เห็นสิ่งใหม่ๆและการท่องเที่ยวใหม่ๆเสมอ พร้อมทั้งยังหวังว่า จะมีคนประทับใจและมอบเงินให้เขาไปเที่ยวด้วย สำหรับประเทศที่เขาประทับใจที่สุดคือ กัวเตมาลา ซึ่งเขาได้ไปเที่ยวที่นั่นกว่า 20 ครั้งแล้ว
โพสท์โดย: I sea u
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
28 VOTES (4/5 จาก 7 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
นักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกา
ประเทศที่มีช้างเหลืออยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
3 สกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุด มั่นคงและน่าเชื่อถือมากที่สุดในโลก
เบื้องหลังไวรัล "ขนมปัง 27 บาท" เมื่ออาหารพื้นฐานกลายเป็นความหรูหราที่คนจีนเอื้อมไม่ถึง
สื่อดังอเมริกาจัดให้! "กรุงเทพฯ" เป็นเมืองที่น่าไปที่สุดในโลกปี 2026..คว้าอันดับ 3 จากทั้งหมด 52 แห่ง
ย้อนวันวาน พ.ศ. 2500 : ภาพชีวิตเรียบง่าย ครูพานักเรียนทัศนศึกษา เด็กไทยยุคนั้นยังเดินเท้าเปล่า
กรมการค้าฯ ชี้แจงแก้กม.สต๊อกข้าว หลังการ ดีเบตของ 2 พรรคใหญ่
วิธีซักถุงเท้าให้ขาวสะอาด: ควรซักด้านนอกหรือกลับด้าน? ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นมีคำตอบ
กระทรวงที่ได้งบน้อยที่สุดในไทย ประจำปีงบประมาณ 2569
หยุดมโน เมื่อ "ครูเดวิด" ขอพูดความจริงที่คนไทยไม่รู้ อเมริกาไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด
มีฝันร้ายที่ฮาร์บิน! แฉทัวร์นรกเทลูกทัวร์ 16 ชีวิต ปล่อยนอนพื้น-ใช้แผ่นอนามัยพันแผล สูญเงินนับแสน
มหาวิทยาลัยที่ใหญ่และดีที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชาHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
“โฮย่าสอยดาว” พันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลก
ประเทศที่มีช้างเหลืออยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
ดื่มมาหนัก พักตับกันบ้าง ด้วยวิธีพักตับ ฟื้นฟูดูแลตับได้ง่าย ๆ และ แนะนำอาหารบำรุงตับหากินง่าย
ย้อนวันวาน พ.ศ. 2500 : ภาพชีวิตเรียบง่าย ครูพานักเรียนทัศนศึกษา เด็กไทยยุคนั้นยังเดินเท้าเปล่า



