หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ราชสุสาน "จักรพรรดิองค์สุดท้าย" แห่งราชวงศ์โมกุล

โพสท์โดย แพงพวย

 

 

 

          นี่ไม่ใช่ที่ฝัง พระศพราชนิกูลพม่า เเต่เป็น ราชสุสานที่ฝังพระบรมศพ "จักรพรรดิองค์สุดท้าย" แห่งราชวงศ์โมกุล (Mughal)

"Abu Zafar Sirajuddin Muhammad Bahardur Shah Zafar" หรือที่มักจะรู้จักกันในพระนามว่า "จักรพรรดิบาฮาดูร์ชาห์ที่ 2" ประมุขแห่งพระราชวงศ์โมกุลองค์สุดท้าย ซึ่งอังกฤษเนรเทศมายังนครย่างกุ้ง จนกระทั่งสวรรคตเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1862


 

 

      รูปข้างบน...ที่ตั้งของ “โลงพระศพ” ๓ องค์เรียงลำดับจากซ้ายไปขวาคือ จักรพรรดิบาฮาดูร์ ชาห์ที่ ๒ (ที่มีมงกุฎครอบไว้) พระนางซีนาทมาฮาล พระอัครมเหสี และเจ้าหญิงเรานัคซามานี เบกุม พระราชนัดดา

 

      จักรพรรดิบาฮาดูร์ชาห์ที่ 2 เสด็จขึ้นเสวยราชย์ ณ พระราชวัง Lal Qila (The red fort) กรุงเดลลี เมื่อ ค.ศ. 1838 และพระองค์ก็มีบทบาทอยู่ในช่วงที่เกิดกบฏซีปอย (The Sepoy Mutiny) ด้วย อังกฤษ จึงกล่าวหาว่าพระองค์สมรู้ร่วมคิดกับพวกกบฏ เลยกุมพระองค์พร้อมด้วยพระอัครมเหสี พระราชโอรส พระราชนัดดาบางองค์ เนรเทศจากกรุงเดลลีมายังพม่าใต้ (ซึ่งตอนนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษเช่นกัน)
เมื่อจักรพรรดิสวรรคตในปี ค.ศ. 1862 ถือเป็นจุดสิ้นสุดของราชวงศ์โมกุล ซึ่งเคยปกครองอินเดียมาหลายร้อยปี...
 
     อังกฤษ พยายามปกปิดที่ฝังพระบรมศพไม่ให้ผู้คนทั่วไปรู้ เพราะเกรงจะเป็นชนวนให้ชาวอินเดียเกิด "กระด้างกระเดื่อง" ต่ออำนาจการปกครองของอังกฤษได้...

      จนกระทั่งปี ค.ศ.1991จึงมีการฟื้นฟูและ จัดสร้าง อนุสรณ์สถานที่ฝัง พระศพจักรพรรดิโดยเงินสนับสนุนของรัฐบาลอินเดีย ในฐานะที่ทรงเป็น “วีรบุรุษ” ผู้ต่อสู้กับอำนาจของเจ้าอาณานิคมอย่างอังกฤษ ตามแนวความคิดประวัติศาสตร์สายชาตินิยมของอินเดีย ขณะที่ชาวมุสลิมเชื้อสายอินเดียในพม่าก็นับถือกันว่า จักรพรรดิบาฮาดูร์ชาห์ที่ 2 ทรงเป็น “นักบุญ” (Saint) ผู้ควรได้รับการสักการะ ตามคตินิยมของศาสนาอิสลามลัทธิซูฟี ดังจะเห็นได้จากการที่ยกย่องสถานภาพราชสุสานแห่งนี้ว่าเป็น “Dargah” ซึ่งหมายถึงสุสานศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญ
 


พระสาทิสลักษณ์ของจักรพรรดิบาฮาดูร์ชาห์ที่ ๒ และพระนางซีนาทมาฮาล พระอัครมเหสี ในอาคารอนุสรณ์ ณ ราชสุสานของพระองค์

 

 

 

 

 

 

 

       พระฉายาลักษณ์ของ "Emperor Bahadur Shah II" ฉายเมื่อตอนที่ถูกกุมพระองค์แล้ว และอังกฤษกำลังจะส่งพระองค์แลพระราชวงศ์ไปกักไว้ที่พม่า   ดูแววพระเนตร "จักรพรรดิผู้เฒ่า" เศร้าสร้อยเป็นที่สุด...

 

 


 

 

 

 


          ทุกวันนี้ ราชสุสาน ณ นครย่างกุ้งของพระองค์ จึงเป็นที่เคารพของชาวอินเดียอย่างมากเพราะถือว่าเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติอินเดีย แม้แต่รัฐบาลปากีสถานและบังคลาเทศก็ยอมรับว่าจักรพรรดิองค์สุดท้ายองค์นี้ เป็น "วีรบุรุษ" (ในกระแสชาตินิยม) เช่นกัน...

(ประวัติศาสตร์ช่วงรัชสมัยของพระองค์ อินเดียยังไม่มีการแยกประเทศครับ)

รูปนี้เป็นที่ห้องใต้ดินอันเป็นจุดที่ฝังพระบรมศพองค์จริง ตามธรรมเนียมของศาสนาอิสลามครับ...ลงไปไม่ได้ ต้องยืนเคารพจากข้างบนครับ
 
         จักรพรรดิซวนถ่ง (ปูยี) The Last Emperor แห่งราชวงศ์ชิงของจีน ยังได้ฝังพระอัฐิในแผ่นดินเกิด

แต่ The Last Emperor แห่งอินเดีย ยังคงถูกฝังอยู่นอกมาตุภูมิ ในฐานะนักโทษการเมือง...ชะตากรรมต่างกันลิบลับ
 
 
 
 
 
 
 
รูปนี้ไม่ใช่ที่พม่า แต่เป็นที่อินเดีย

          ราชสุสานของราชวงศ์โมกุล ที่ด้านข้าง "มัสยิดไข่มุก" (Moti Masjid) ในพระราชวังซาฟาร์มาฮาล (Zafar Mahal) ตำบลเมห์เราลิ (Mehrauli) ชานกรุงเดลลี...เป็นที่ฝังพระศพจักรพรรดิรุ่นหลังของราชวงศ์โมกุล รวมทั้งจักรพรรดิอักบาร์ชาห์ที่ 2 (Akbar Shah II) พระราชบิดาของจักรพรรดิบาฮาดูร์ชาห์ที่ 2 ด้วยครับ

สังเกตดีๆจะเห็น "หลุมเปล่า" ที่เตรียมไว้สำหรับฝังพระศพจักรพรรดิบาฮาดูร์ชาห์เช่นกัน แต่เนื่องจากพระองค์เป็นนักโทษการเมืองของอังกฤษ จึงไม่มีโอกาสได้ฝังพระศพตามธรรมเนียมราชตระกูล ณ ที่นี้อีกแล้ว
 
         อังกฤษปล้น ของจากอินเดียไปมาก เพชรบนมงกุฏ ของอังกฤษ ก็ เอามาจาก อินเดีย
 
มงกุฎสำหรับประมุข (พระมหากษัตริย์) 
ใช้สำหรับพระราชพิธีบรมราชภิเษกของพระมหากษัตริย์ ตามประวัติศาสตร์อังกฤษแล้ว มีมงกุฎประเภทนี้ทั้งหมด 2 องค์ ได้แก่
- St. Edward Crown เป็นมงกุฎสำคัญอันดับ 1 หรือ Coronation Crown 
- Imperial State Crown

หมายเหตุ ยังมีอีกหนึ่งองค์ที่น่าจะตกลงอยู่ในประเภทนี้ นั่นคือ มงกุฎแห่งอินเดีย (Imperial Crown of India) ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับ "สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิอินเดีย" ซึ่งจะใช้สวมในระหว่างพระราชพิธีบรมราชภิเษกที่อินเดีย หรือ เดลี เดอร์บาร์ (Delhi Durbar) 
ที่มา:
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
แพงพวย's profile


โพสท์โดย: แพงพวย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
121 VOTES (4/5 จาก 30 คน)
VOTED: แสร์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบันรีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)สถานที่สำคัญแห่งล่าสุดของไทย ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลกสีกระเป๋าสตางค์เสริมดวงตามวันเกิด ประจำปี พ.ศ.2569 สำหรับ คนเกิดวันอาทิตย์ - คนเกิดวันพุธกลางวันญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมรเหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทยค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปีทึ่งทั่วโลก : "ต้นมะกอกแห่งวูเวส" ต้นไม้แห่งกาลเวลา ต้นไม้ที่มีชีวิตอยู่ยาวนานที่สุดต้นหนึ่งของโลกกองทัพไทย เมินหนังสือประท้วงกัมพูชา ลั่น "ไทย" ทวงคืนพื้นที่อธิปไตย รื้อสิ่งปลูกสร้าง ในที่ดินไทย ไม่ได้รุกล้ำBTS ชี้แจงห้าม 3 ประเทศใช้บัตร Rabbit จริงหรือไม่?ควรต้มไข่ในน้ำเย็นหรือน้ำเดือด?ทำไมยุโรปถึงเต็มไปด้วยประเทศที่ลงท้ายด้วย "แลนด์" (-land)
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีปริมาณทองคำสำรองมากเป็นอันดับหนึ่งจอมพลแห่งกองทัพบกเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง (เเต่ถูกฮิตเลอร์​ปลดจากตำเเหน่ง)​เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทยภารกิจลวงโลก โอนเงินปลดล๊อค สุดท้ายเงินเกลี้ยงบัญชี
ตั้งกระทู้ใหม่