น้ำตาของผู้หญิงเชื่อถือได้ไหม
ผู้ชายส่วนใหญ่มักรำคาญบรรดาผู้หญิงบ่อน้ำตาตื้น ทะเลาะกันนิดหน่อย น้ำตาก็ร่วงเป็นสาย แต่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนอยากจะร้องไห้ เพียงแต่มันเป็นธรรมชาติของเพศต่างหาก
นักวิทยาศาสตร์ชาวสหรัฐฯ ได้ระบุเหตุผลที่สาวๆ สามารถร้องไห้ได้ง่าย และใช้เวลาในการสร้างไม่นานว่ามีทั้งหมด 3 เหตุผลด้วยกัน
1. ขนาดของท่อน้ำตา - ความแตกต่างของเพศชายและหญิงไม่ได้มีแค่รูปร่างและอวัยวะภายนอกเท่านั้น ท่อน้ำตาที่อยู่ลึกเข้าไปในดวงตาก็มีขนาดแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด สำหรับผู้หญิงมีท่อน้ำตาเล็กและอยู่ตื้นกว่าผู้ชาย ที่ซึ่งมีท่อน้ำตากว้างและอยู่ลึก กว่าที่น้ำตาจะเดินทางออกมาได้จึงใช้เวลานาน อีกทั้งต้องใช้อารมณ์ช่วยกระตุ้นอย่างสูงทีเดียว
2. ฮอร์โมนเพศ - หน้าที่หลักของผู้หญิงก็คือการเป็นแม่ของลูก ซึ่งฮอร์โมนเพศหญิงนี่แหละที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกให้อ่อนไหวง่ายๆ ยิ่งเจอภาวะกดดันจากรอบข้าง น้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลอย่างไม่รู้ตัว แต่สำหรับฮอร์โมนเพศชายมีธรรมชาติของความอดทนต่อการกระตุ้นอยู่ค่อนข้างสูง ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า หนุ่มวัยรุ่นมักร้องไห้ยากกว่าชายแก่ เนื่องจากร่างกายมีฮอร์โมนเพศชายเต็มเปี่ยม แต่พอแก่ตัวลงอารมณ์ก็จะอ่อนไหวไปตามอายุ
น้ำตาอารมณ์หรือ emotional tears นี่จะมีพวกฮอร์โมนหลายชนิด โดยเฉพาะน้ำตาจากความเศร้า มันจะมีพวกฮอร์โมนเครียดปนออกมาด้วย
3. การเลี้ยงดู - หากสาวๆ ที่อยู่ในครอบครัวอบอุ่นและถูกตามใจแต่เด็ก มักจะเป็นเด็กที่ขี้แยมากกว่าเด็กที่เติบโตท่ามกลางการแข่งขันจากรอบด้าน
น้ำตา/การร้องไห้ แสดงความอ่อนแอทางกายก็ได้ เช่น เวลาแสบตาจากแมลงเข้า หั่นหัวหอมฯลฯ และอ่อนแอทางใจ เช่น อกหัก ถูกนินทา ถูกไล่ออกจากงาน ฯลฯ และน้ำตายังปรากฎในคนที่ดีใจ เต็มตื้นตันใจ เป็นสุขใจด้วยเช่นกัน
แท้จริงแล้วน้ำตาก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากทีเดียว
เพราะน้ำตาเป็นวิธีการ ประมวลผลความเครียดทางธรรมชาติของร่างกาย และยังช่วยหล่อลื่นดวงตา อีกทั้งชำระล้างฮอร์โมนความเครียดและเชื้อพิษอื่นๆ จากการศึกษาพบว่า การร้องไห้ยังทำให้เราผลิตสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกดีได้ด้วย.
ผู้หญิงด้วยกันจะมีเรดาร์จับผิดว่า ร้องไห้ออกมาจากใจหรือมารยาสาไถยกันแน่
เช่น เวลาดูหนังละครเห็นดาราร้องไห้แล้วเราบอกว่า มันสตอเบอรี่จริงๆ นั่นแสดงว่า ร้องไห้ไม่เนียน ทำให้เราไม่เชื่อว่า กำลังโศกเศร้า เสียใจ อกหัก หรือโดนตัวโกงล่วงละเมิดทางเพศไปแล้ว แต่ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ล่วงรู้ คิดว่าควรปลอบโยน ปลอบใจ เอาตัวเข้าไปอยู่ใกล้ๆ น่าช่วยเหลือ
สิ่งที่อาจเป็นไปได้คือ น้ำตาผู้หญิงอาจช่วยลดความก้าวร้าว รุนแรง และอารมณ์ทางเพศของผู้ชายลงชั่วคราว เพื่อให้หันมาสนใจดูแล ช่วยเหลือผู้หญิง นั่นหมายความว่า การที่น้ำตาตอนมีอารณ์มีฮอร์โมนต่างๆ ปนเข้ามา อาจไม่ใช่แค่ล้นทะลักมาเฉยๆ แต่อาจจะมีหน้าที่พิเศษบางอย่างก็เป็นได้
เมื่อถามว่า น้ำตาของผู้หญิงเชื่อถือได้หรือไม่
ก็ต้องดูหลายส่วนประกอบกัน ถ้าคุณทำอะไรบางอย่างให้เธอเจ็บช้ำ เดือดร้อนใจ เป็นทุกข์ สุขใจ ผู้หญิงก็ระบายออกมาเป็นน้ำตา น้ำตาที่ดีใจจะน้อย สั้น กว่าเสียใจ เมื่อพูดคุยถามสาเหตุร้องไห้แล้ว ผู้ชายจะตัดสินเองว่า เรื่องนั้นมีน้ำหนักพอจะเชื่อหรือไม่
สำคัญว่า ขณะที่มีน้ำตานั้น มักทำให้ใจของชายที่เข้มแข็งอ่อนลงไปราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเหนือละลายได้ทันทีครับ
ข้อมูล : gothamist.com
https://www.facebook.com/ChatchapolBook/posts/878139795536700
5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
จังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทย
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
ธนาคารไหนมีสาขามากที่สุดในประเทศไทย
แอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึง
ความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้ว
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
เส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
😃 ชวนมาดูเหล่าผู้คนที่ชีวิตเหมือนอยู่ในเมืองมหัศจรรย์ตลอดเวลา เพราะพวกเขามักพบเจอแต่เรื่องราวแปลก ๆ อยู่เสมอ 😆
เขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืน
สัตว์ที่ส่งเสียงได้ดังมากที่สุด ที่สามารถพบได้ในธรรมชาติ
ปมเรือประมงไทยถูกจับกลางทะเลเกาะกง กองทัพเรือเร่งสอบเข้ม หากผิดจริงฟันไม่เลี้ยงถึงที่สุด
😃 ชวนมาดูเหล่าผู้คนที่ชีวิตเหมือนอยู่ในเมืองมหัศจรรย์ตลอดเวลา เพราะพวกเขามักพบเจอแต่เรื่องราวแปลก ๆ อยู่เสมอ 😆
แปลกดีเหมือนกันนะเนี่ย...Kummakivi หินหนัก 5,000 กิโลกรัม ที่ทรงตัวบนหินอีกก้อนมาเป็นเวลา 11,000 ปี โดยไม่หล่นลงมาเสียที
โหนกอูฐมีไว้ทำไม ?





