12 สุดยอดดาบในตำนานของโลก
ดาบหรือว่าเป็นอาวุธที่มีชื่อเสียงมานานหลายศตวรรษ ในตำนานและนิยาย หรือวรรณกรรมก็ปรากฏดาบมากมาย ซึ่งล้วนเป็นดาบที่น่าเหลือเชื่อ และเป็นดาบวิเศษ ที่หลายคนอยากครอบครอง ดาบเหล่านั้นมีอยู่จริงหรือไม่นั้น ทุกวันนี้ยังไม่มีคำตอบแต่อย่างใด และนี่คือ 10 เรื่องของดาบในตำนานที่หลายคนรู้จักกันดี
12.The Sword In The Stone
ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์เป็นดาบที่หลายคนรู้จักกันดี เพราะเป็นดาบประจำตัวของกษัตริย์อาเธอร์ ที่เล่าลือว่ามีอำนาจวิเศษ หรือมีความเกี่ยวข้องกับสิทธิ์ในการปกครองแผ่นดินอังกฤษ ครั้งแรกที่ดาบปรากฏมันถูกปักในศิลาที่หากผู้ใดดึงมันออกมาได้จะได้เป็นกษัตริย์อังกฤษ ซึ่งผลปรากฏว่าอาเธอร์สามารถทำได้คนเดียว
แน่นอนไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์มีจริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามมีดาบปักหินแบบเดียวกัน ((เป็นคนล่ะดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์) ในประเทศอิตาลี สมัยศตวรรษที่ 12 โดยอยู่ในโบสถ์ซานกัลกาโน ชานเมืองเซียน่า ตำนานเล่าว่าดาบนี้มีความคมมากสามารถตัดหินได้ราวกับเนย
กล่าวกันว่าดาบนี้เป็นดาบคู่กายของนักบุญกัลป์กาโน (Galgano Guidotti) ในช่วงแรกของชีวิตเป็นคนไม่ดี ก่อนที่จะกลับใจอุทิศตนเพื่อศาสนา และเพื่อการแสดงความประสงค์ว่าเขาจะเปลี่ยนชีวิตใหม่เขาเลยปักดาบเขาลงบนหินบนเนินเขาลูกหนึ่งเพื่อยุติทางโลก และภายหลังก็มีการสร้างโบสถ์ครอบคลุมดาบนั้น บางคนเชื่อกันว่าดาบนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจตำนานยุคกลางกษัตริย์อาเธอร์นี้เอง
ปัจจุบันเราสามารถพบเห็นดาบที่ว่าในซากปรักหักพังโบสถ์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเซียน่า อิตาลี
11.The Kusanagi
ดาบคุซานางิ (แปลเป็นไทยว่า ดาบตัดหญ้า หรือ ดาบอาเมโนะมุราคุโมซึ่งแปลว่าดาบเมฆสวรรค์ชุมนุม) อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นดาบประจำตัวของซาสึเกะจากนารูโตะ (หรือดาบประจำตัวตะลครเท่ๆ ในการ์ตูนญี่ปุ่น) หากแต่เป็นดาบทศักดิ์สิทธิที่มีมาอย่างน่าเหลือเชื่อ กล่าวกันว่าเมื่อครั้งเทพวายุซาซาโนโอะปราบงูยักษ์แปดหัวยามาตะโนโอโรจิได้แล้ว เขาก็ได้พบดาบวิเศษที่ฝังอยู่ในหางทั้งสี่ของงู และเขาก็ได้เก็บไว้ให้เทพีอามาเทราสุแห่งพระอาทิตย์ผู้เป็นน้องสาวเก็บเอาไว้ ซึ่งต่อมาเทพีอามาเทราสุก็เป็นต้นตระกูลของจักรพรรดิญี่ปุ่น ดาบคุซานางิจึงกลายเป็นของวิเศษที่ตกทอดสู่จักรพรรดิญี่ปุ่นเรื่อยมาจากรุ่นสู่รุ่น
ดาบคุซานางิถือว่าเป็นหนึ่งในสามเครื่องราชกุธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิของจักรพรรดิญี่ปุ่น (ร่วมกับแก้วยาซากิและกระจกยาตะ) ดาบแสดงถึงความกล้า ซึ่งในตำนานของญี่ปุ่นมักปรากฏชื่อดาบคุซานางิไว้มากมาย
ทุกวันนี้กล่าวกันว่าดาบคุซานางิอยู่ในศาลเจ้าอัตสึตะ ในนาโกย่า ซึ่งดาบถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี และไม่มีการออกมาแสดงต่อหน้าสาธารณะมานานหลายศตวรรษ แต่อย่างไรก็ตามดาบจะถูกนำออกมาเป็นครั้งคราวในพิธีราชาภิเษกของจักรพรรดิ แต่ดาบจะถูกห่อหุ้มไว้มิดชิดจนไม่เห็นตัวดาบ ทำให้ทุกวันนี้ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าดาบคุซานางิยังคงอยู่หรือไม่แต่อย่างใด
10.Durandal
เป็นเวลาหลายร้อยปี ที่ดาบลึกลับด้านหนึ่งได้เสียบไว้ที่หน้าผา (ในสภาพเป็นชิ้นส่วนของดาบที่หัก) ด้านบนที่สามารถมองเห็นได้จากลานแห่งเซนต์ไมเคิล ในเมืองโรคามาดูร์ ประเทศฝรั่งเศส ทุกคนเชื่อว่ามันเป็นดาบดูเรนเดลของอัศวินโรลันด์ อัศวินผู้ยิ่งใหญ่ ตามตำนานเล่าว่าโรแลนด์พลาดท่าให้กับพวกซาราเซน โรแลนด์พยายามทำลายดาบนี้ทิ้งเพราะไม่อยากให้ตกในมือศัตรู เขาฟาดดาบใส่หน้าผา แต่แทนที่ดาบจะหักกลับทำให้เกิดรอยแยกบนผาแทน ซึ่งดาบแห่งนี้เสียบหน้าผาเรื่อยมา จนกระทั่งในปี 2011 ดาบก็ถูกเอาออกเพื่อนำมอบให้กับพิพิธภัณฑ์ในปารีสเพื่อจัดแสดง
มันเป็นดาบดูเรนเดลจริงหรือ? ตามตำนานเชื่อว่าดาบดูเรนเดลเป็นดาบที่ว่ากันว่ามีพลังอำนาจแห่งลม และเป็นดาบที่ไม่สามารถทำลายได้ เชื่อว่าเป็นเป็นดาบประจำตัวของเฮกเตอร์ แห่งทรอย ต่อมาก็เป็นดาบของอัศวินโรแลนด์ ตามที่ปรากฏใน “เพลงของโรลันด์” กล่าวถึงภายในด้านดาบบรรจุฟันหนึ่งซีของเซนต์ปีเตอร์, เลือดของเซนต์บาซิล, เส้นผมของเซนต์เดนนิส และชิ้นส่วนอาภรณ์ของพระแม่มารี อย่างไรก็ตามสิ่งที่รู้คือสมรภูมิสุดท้ายของอัศวินโรลันด์คือสงคราม Battle of Roncevaux Pass ซึ่งเป็นคนละแห่งที่ดาบฝังอยู่
9.The Cursed Muramasas
ดาบมุรามาสะเป็นดาบญี่ปุ่นโบราณที่มีชื่อเสียง กล่าวกันว่ามันเป็นของช่างตีดาบเซ็นโง มุรามาสะ ที่ตีดาบขึ้นด้วยการใส่ความเคียดแค้นลงไป จนมีชื่อเสียงในฐานะของอาวุธปีศาจ เป็นสัญลักษณ์ของความบ้าคลั่งและกระหายเลือด จนมีเรื่องเล่าว่า ถ้าคาตานะของมุรามาสะไม่ได้ดื่มเลือดจะไม่ยอมคืนฝัก มีคำสาปที่ทางการมีราชโองการห้ามพกดาบ (เฉพาะดาบยี่ห้อมุรามาสะ)
ประกาศราชโองการนี้โชกุนโตกุงาวะ อิเอยาสุเป็นคนสั่ง เล่ากันว่าเขาหวาดกลัวดาบมุรามาสะมาก เพราะว่าครอบครัว (ปู่, พ่อ, ภรรยา และบุตรชายบุญธรรม) ต่างถูกฆ่าด้วยดาบของมุรามาสะ ถึงขั้นออกกฎห้ามพกดาบมุรามาสะนับจากนั้นเป็นต้นมา
ดาบมุรามาสะมีคำสาปจริงหรือ? ไม่มีใครตอบได้ นอกจากจะบอกได้ว่าดาบมีความคมเป็นเลิศ คมชนิดเหนือธรรมชาติ จึงไม่แปลกใจที่ดาบของ มุรามาสะจำนวนมากนิยมมาใช้ในช่วงสงครามกลางเมือง ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของดาบกระหายเลือดในที่สุด
8.The Honjo Masamune
ตรงกันข้ามกับดาบมุรามาสะ ในตำนานเล่าว่าเป็นดาบมาซามุเนะนี้เกิดมาเป็นคู่แข่งมุรามาสะโดยเฉพาะ เพราะคนที่ตีนั้นไม่ได้กระหายเลือดแบบมุรามาสะ แต่ตีเพราะต้องการให้ผู้ใช้ดาบปกป้องตนเองจากอันตรายทั้งปวง กล่าวกันว่าดาบนี้คมมากตัดได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอากาศ
ดาบของช่างทำดาบมาซามุเนะ นั้นล้วนเป็นสมบัติแห่งชาติญี่ปุ่น ทุกดาบที่เขาตีล้วนเป็นตำนานหนึ่ง และหนึ่งในนั้นคือดาบฮอนโจ มาซามุเนะ ซึ่งเป็นดาบคู่กลายของผู้สำเร็จราชการจากรุ่นสู่รุ่นสมัยเอโดะ ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในดาบญี่ปุ่นที่ดีที่สุดที่ทำขึ้นมา เป็นสุดยอดของดาบของโลก หากแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ดาบเล่มนี้ถูกมอบให้ทหารอเมริกันคนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นทหารม้าที่ 7 ของสหรัฐก่อนที่มันจะหายไปอย่างลึกลับ ไม่มีใครพบเห็นสุดยอดดาบเล่มนี้อีกเลย
7.Joyeuse
โจเยอสส์ (แปลว่า “ความสุข”) เป็นดาบคู่กายของพระเจ้าชาร์ลเลอมาล กษัตริย์ของชนชาติแฟรงค์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก ดาบของชาร์ลปรากฎในหลายตำนานและตามหน้าเอกสารประวัติศาสตร์ ตามตำนานเล่าว่าด้านจับบรรจุหอกศักดิ์สิทธิ์ ส่วนประวัติศาสตร์เล่าว่าชาร์ลได้ใช้ดาบนี้ตัดหัวซาราเซ็นส์ผู้บัญชาการ Corsuble และ Ogier the Dane สหายของเขา และเนื่องด้วยดาบนั้นเคยหายไปในระหว่างสงคราม ทำให้มีการกล่าวอ้างดาบของชาร์ลลอยู่สองแหล่ง อย่างไรก็ตามดาบโจเยอสส์ก็กลายเป็นเครื่องที่ใช้ประกอบพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์ฝรั่งเศส (ส่วนอีกดาบหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นดาบของชาร์ลคือดาบอัตติลาในเวียนนา) ปัจจุบันดาบถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในประเทศฝรั่งเศส และมันยังคงสดใสแววดาวดุจดั่งดวงอาทิตย์แม้จะผ่านเวลาหลายร้อยปีก็ตาม
6.St. Peter’s Sword
มีหลายตำนานกล่าวถึงดาบของเซนต์ปีเตอร์ ว่าเป็นดาบที่เซนต์ปีเตอร์หนึ่งอัครสาวกของพระเยซู ใช้ตัดหูข้างขวาของคนรับใช้ของมหาปุโรหิต (เป็นผู้มีส่วนร่วมในการจับกุมพระเยซู ซึ่งนักบุญปีเตอร์ได้ใช้ดาบตัดหูคนรับใช้เพื่อป้องกันไม่ให้พระเยซูถูกจับ) ในช่วงจับกุมของพระเยซูที่นำไปสู่การตรึงไม้กางเขน ตามตำนานอังกฤษได้เล่าว่าดาบได้เข้ามายังอังกฤษโดยโจเซฟแห่งอาริมาเธีย (ผู้เก็บศพพระเยซูและในตำนานเล่าว่าเป็นคนนำถ้วยศักดิ์สิทธิ์มายังอังกฤษ) ในปี 968 ดาบก็ปรากฏในโปแลนด์โยบาทหลวงจอร์แดน และอ้างว่าเป็นดาบของนักบุญปีเตอร์ของจริง
ดาบที่ว่าไม่ได้สวยงามอย่างที่หลายคนคิดไว้เป็นดาบที่ปลายกว้างคล้ายกับมีดตัดอ้อย (ในวิกีพีเดียจะบอกว่าเหมือนดาบ dussack ของยุโรป) แน่นอนว่าก็เหมือนดาบเล่มอื่นๆ เพราะไม่มีใครมั่นใจว่าเป็นดาบที่แท้จริง เพราะไม่มีหลักฐานอะไรที่ยืนยันแน่ชัด จากการตรวจสอบโลหะก็ไม่สามารถระบุวันที่แน่นอน ปัจจุบันดาบถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์อาร์คดิโอเซซาน ประเทศโปแลนด์
5.The Wallace Sword
เซอร์ วิลเลียม วอลเลซ อัศวินและผู้รักชาติชาวสก็อต ผู้นำการต่อต้านการครอบครองสกอตแลนด์โดยอังกฤษระหว่างสงครามอิสรภาพของสกอตแลนด์ จนได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษในประวัติศาสตร์ของสก็อตแลนด์ในตำนานเล่าว่าส่วนประกอบของดาบทำมาจากผิวหนังของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นผักดาบ ด้านดาบ และเข็มขัด โดยเชื่อว่าหนังมนุษย์เป็นของ Hugh de Cressingham เหรัญญิกของสกอตแลนด์ ที่วอลเลซถลกหนังเขาหลังจากชนะเขาในการต่อสู้สะพานสเตอร์ลิง หลังวิลเลซเสียชีวิตดาบของวอลเลซถูกยึดไส้ที่ปราสาทลูดอนเป็นเวลานาน ปัจจุบันถูกนำไปจัดแสดงไว้ในพิพิฑภัณฑ์สถานแห่งชาติวอลเลซ ใกล้เมืองสเตอร์ลิง (แต่อย่างไรก็ตาม ก็เชื่ออีกว่าดาบในตอนนี้ไม่ใช่ดาบของวอลเลซ)
4.The Sword Of Goujian
ในปี 1965 มีดาบเล่มหนึ่งถูกพบหลุมศพหนึ่งในท่อระบายน้ำแห่งหนึ่งในหูเปย์ ประเทศจีน แต่ที่น่าแปลกคือแม้เวลาจะผ่านไปนาน 2,000 ปีแล้วก็ตาม (ซ้ำยังแช่น้ำอีกต่างหาก) ดาบก็ยังคงความคมไม่เกดนสนิทแม้แต่น้อย จากจากรึกบนตัวดาบระบุว่าเป็นของกษัตริย์ Goujian แห่งYue และยิ่งตรวจสอบยิ่งพบเรื่องน่าประหลาดใจไม่ว่างานแกะสลักที่มีความละเอียดไม่น่าเชื่อ ความยืดหยุ่นที่ประหลาด จนไม่น่าเชื่อว่าเป็นดาบที่ทำเมื่อนานมาแล้ว
ดาบดังกล่าวสามารถคงสภาพดีเยี่ยมได้อย่างไร ในเมื่อมันมีอายุ 2,000ปี จากการทดสอบพบว่าพวกเขาใช้สารเคมีบางอย่างที่ทำให้ไม่เกิดสนิทตัวดาบทำจากทองแดงทำให้เกิดความเสื่อมลงง่ายๆ ขอบทำมาจากดีบุกซึ่งล้วนรักษาความคมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งฝักดาบเองยังมีสภาพเป็นสุญญากาศสามารถป้องกันออกซิเดชันของตัวดาบได้
ปัจจุบันดาบอยู่ในการครอบครองของพิพิธภัณฑ์จังหวัดหูเป่ย
3.The Seven-Branched Sword
ในปี 1945 มีการค้นพบดาบลึกลับเล่มหนึ่งที่ศาลเจ้าศาลเจ้าอิสึกุชิมะ ที่แปลกคือดาบมีลักษณะไม่เหมือนดาบเล่มอื่นที่เรารู้จักคือมีแฉกหกแฉกแตกแขนงออกมาจากด้านข้างของดาบ (มีแฉกตรงปลายก็ถือว่าเจ็) ทำให้ถูกเรียกกว่า “ดาบเจ็ดแฉก” (เจ็ดแขนง หรือดาบเจ็ดดาว ) น่าเสียดายจากจารึกบนตัวดาบจางทำให้มองไม่ชัด แต่เชื่อว่า เป็นดาบที่ราชวงศ์เกาหลีมอบให้ราชวงศ์ญี่ปุ่น (ยามาโตะ) แทนมิตรไมตรีต่อกันตั้งแต่สมัย อดีตกาล ซึ่งเป็นอาวุธเก่าแก่ที่สำคัญ ที่ถูกเก็บไว้ในศาลเจ้าเรื่อยมา
นอกจากนี้ดาบที่ว่านั้นปรากฏอีกหลายตำนานของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเชื่อว่าเป็นดาบของจักรพรรดินีจิงจู หนึ่งในจักรพรรดิในตำนานของญี่ปุ่น นักประวัติศาสตร์ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีตัวตนอยู่จริง เนื่องด้วยความยากเย็นในการค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลหลักฐาน แต่การมีตัวตนของดาบทำให้เชื่อว่าตำนานน่าจะมีเป็นเรื่องจริง และปัจจุบันดาบเจ็ดแฉกได้กลายเป็นสมบัติสามชิ้นของราชวงศ์ญี่ปุ่น ซึ่งใช้ในพิธีสืบทอดราชสมบัติ
2.La Tizona
ลา ติโซน่า เป็นดาบของเอลซิด หรือ ดอน โรดริโก หรือ เอลซิด วีรบุรุษผู้กล้าหาญของเสปน ที่ต่อสู้ทั้งกองทัพคริสเตียนและมุสลิน ซึ่งตำนานดาบเล่าว่า แค่ชักออกจากฝักเท่านั้นศัตรูก็จะยอมแพ้ด้วยความกลัว หรือกลัวเอลซิดก็ไม่ทราบ ตามตำนานบอกว่าแม้เอลซิดจะเสียชีวิตในสนามรบ แต่ภรรยาของเขานำร่างของเขาขึ้นไปกับร่างม้าคู่ใจเพื่อไม่ให้ทหารรู้ว่าเอลซิดเสียชีวิตแล้ว เพราะอาจเสียขวัญ ผลคือทหารสามารถเอาชนะในสงครามครั้งนั้นในทีสุด
ส่วนดาบนั้นได้บันทึกว่าอยู่ในการครอบครองของมาร์ควิสแห่ง Falces ได้รับจากกษัตร์เฟอร์ดินานด์ในปี 1516 ซึ่งตกทอดมามาหลายรุ่น และต่อมาก็ส่งมอบให้พิพิธภัณฑ์มาดริด และปัจจุบันดาบอยู่ในพิพิธภัณฑ์ในฮัมบูร์ก ประเทศสเปน
1.Ulfberht
Ulfberht เป็นดาบทรงพลังของพวกไวกิ้ง ปกติแล้วไวกิ้งจะต่อสู้ด้วยขวานและหอก ส่วนดาบนั้นใช้เฉพาะคนชั้นสูง โดยหนึ่งในนั้นดาบ Ulfberht เป็นดาบพิเศษกว่าดาบอื่นๆ นอกจากคำจารึก “Ulfberht” บนตัวดาบที่โดดเด่นแล้ว มันยังทนทานยิ่งกว่า ทะลุเกราะได้ง่าย (ทำลายโล่หรืออาวุธเกราะง่ายเช่นกัน) อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่น คล่องต่อการใช้งาน ถือว่าเป็นดาบที่คมที่สุดในยุโรปช่วงยุคมืด
ไม่มีใครทราบว่าคำจารึกบนตัวดาบคำว่า “Ulfberht” คือชื่ออะไร รู้แต่ว่าเป็นดาบไวกิ้งที่มีอายุประมาณ 800-1000 ก่อนคริสตกาล เคยหายไประยะเวลาหนึ่งจนกระทั่งปรากฏในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม ถูกพบไปทั่วยุโรป แต่ไม่กี่ดาบที่ค้นพบว่าเป็นของจริง กรรมวิธีการผลิตไม่ทราบ รู้แต่ว่าใช้เหล็กชั้นดี ใช้แหล่งแร่เหล็กแถวอัฟกานีสถาน
หวย AI ได้วิเคราะห์เลข น่าจะออกรางวัล งวด 2 มกราคม 2569
คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!
จาก "ยาโด๊ป" ราชสำนักสู่ขนมโปรดของคนทั่วโลก: เจาะลึกประวัติศาสตร์และคุณประโยชน์ของช็อกโกแลต
ทำไมประเทศในเอเชียกลางต้องลงท้ายด้วย "สถาน"
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดประจำวันก็คือ ถ้าดื่มหนักมาสองวันแล้ว วันนี้พักบ้างก็ดีเด้อ ขอบคุณครับ
เวเนซุเอลา จากยุคทองแห่งน้ำมันสู่ฝันร้ายทางเศรษฐกิจ
จับแล้ว!กลุ่มวัยรุ่นยิงพ่อแม่ลูกบาดเจ็บ รับสารภาพอ้างแค้นคนเจ็บตวาดใส่
เรือรบจีนติดตั้งขีปนาวุธ YJ-20 สุดเทพของโลก!!
ปีชง ปีคัก ปีเฮ้ง ปีผั่ว 2569 พร้อมวิธีแก้ชง และ แนะนำสีมงคลตามปีนักษัตร เพื่อความโชคดีตลอดทั้งปี
ปิดฉากดราม่าอีสปอร์ตไทย! ‘ก้อง Cheerio’ รับสารภาพเป็นสแตนด์อินให้ Tokyogurl ปมทุจริตซีเกมส์ 2025
โลกผวา "สงครามโลกครั้งที่ 3" หลังทรัมป์สั่งถล่มเวเนซุเอลา ประกาศจับตัว "ประธานาธิบดีมาดูโร" ได้แล้ว
วิเคราะห์สถานการณ์โลก: ปฏิบัติการ "Southern Spear" และการตอบโต้จากขั้วอำนาจใหม่
แนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้น
คนใต้แนะนำกินแกงไตปลาให้อร่อยต้องกินอย่างไร..? เพราะมันไม่ใช่น้ำซุป
จับแล้ว!กลุ่มวัยรุ่นยิงพ่อแม่ลูกบาดเจ็บ รับสารภาพอ้างแค้นคนเจ็บตวาดใส่
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีปริมาณโซเดียมสูงที่สุดในท้องตลาด









