เจดีย์ไทยทรงระฆัง มีต้นกำเนิดจากที่ใด
โพสท์โดย ยัยแว่นโก๊ะ
จริงๆ แล้ว เจดีย์ไทยมีศิลปะหลายแบบ เช่น เจดีย์ทรงปรางค์ เจดีย์ทรงย่อมุมไม้สิบสอง (บางท่านว่าเพิ่มมุม) เจดีย์ทรงดอกบัวตูม และอื่นๆ อีกหลายเจดีย์ เป็นต้น แต่ในที่นี้แอดมินจะกล่าวถึงเจดีย์ทรงระฆัง อันเป็นทรงที่นิยมและฟื้นฟูในไทยหลายยุคสมัย โดยจะกล่าวเรื่องราวย้อนไป พ.ศ. 300 ในแผ่นดินอินเดีย
จุดเริ่มต้นมาจากพิธีฝังศพในสมัยก่อน ที่นิยมนำดินมากลบและสร้างเป็นเนินดินเล็กๆ อาจจะมีการปักสัญลักษณ์เพื่อบอกความสำคัญของคนๆ นั้น เมื่อการทำเนินดินไม่ถาวร จึงมีการใช้หินมาสร้างเจดีย์เป็นครั้งแรก ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช (พ.ศ. 270-311) กำเนิดสถูปสาญจี ทรงชามคว่ำ พร้อมประตู (โตรณะ) ระเบียงล้อมรอบ ลายสลักอย่างงดงาม ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และปักร่ม (ฉัตรวลี)
จากนั้นเจดีย์จึงแผ่ขยายไปทั่วอินเดีย ส่งไปถึงอินเดียใต้ (ศิลปะอมราวดี) ข้ามเกาะไปศรีลังกา และเปลี่ยนรูปแบบเจดีย์เป็นทรงชามคว่ำขนาดใหญ่มาก ฉัตรวลียืดสูงกลายเป็นปลียอด (ยอดเจดีย์) บางครั้งมีช้างยืนล้อมสถูป เมื่อมีการเดินเรือค้าขายมากขึ้น รูปแบบเจดีย์ลังกาถึงถูกถ่ายโอนไปยังอาณาจักรนครศรีธรรมราช ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ที่เรากำลังเสนอยูเนสโกเป็นมรดกโลกในตอนนี้ โดยอาณาจักรสุโขทัยมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับนครศรีฯ จึงเอารูปแบบเจดีย์ทรงลังกาพร้อมช้างล้อมไปสร้างวัดหลายๆ แห่ง ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร
อย่างไรก็ตามเจดีย์ทรงลังกาหรือทรงระฆัง ถูกเจดีย์ทรงปรางค์ครอบครองความนิยมอยู่หลายยุค เช่น ช่วงต้นอยุธยา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเจดีย์ทรงปรางค์แบบเขมร จนกระทั่งกษัตริย์อยุธยาพระองค์หนึ่ง (พระรามาธิบดีที่ 2) โปรดฯ ให้สร้างเจดีย์ทรงระฆัง วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นจุดรีเทิร์นอีกครั้งของเจดีย์ทรงนี้ แต่เจดีย์ทรงย่อมุมและปรางค์ยังนิยมสร้างต่อมาอีกหลายสมัย
จนกระทั่งรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์ทรงโปรดงานศิลปะอยุธยาที่เคยรุ่งเรืองในอดีต จึงดำรินำรูปแบบเจดีย์ทรงระฆังของวัดพระศรีสรรเพชญ์กลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง เช่น เจดีย์ภูเขาทอง, (ซึ่ง ร.3 ดำริสร้างเป็นทรงย่อมุม), พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระแก้ว, วัดราชประดิษฐ์, พระปฐมเจดีย์ เป็นต้น จนต่อมาวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ก็สร้างเจดีย์ทรงระฆังแบบศิลปะราษฎร จนไปถึงพระบรมธาตุบนดอยอินทนนท์ ซึ่งกลายเป็นศิลปะสมัยใหม่ไปแล้ว ในปัจจุบันเจดีย์ทรงระฆังเป็นหนึ่งในเจดีย์ที่นิยมสร้างมากที่สุดในประเทศไทย
ภาพที่ 1 สถูปสาญจี รัฐมัธยมประเทศ อินเดีย
ภาพที่ 2 ภาพวาด กลุ่มสถูปสาญจีในอดีต
ภาพที่ 3 ภาพสลัก สถูปอมราวดี อินเดียใต้
ภาพที่ 4 สถูปจำลอง ศิลปะอมราวดี (ปัจจุบันไม่เหลือของจริงแล้ว)
ภาพที่ 5 สถูป รูวันเวลิสเซยา ศรีลังกา
ภาพที่ 6 พระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ภาพที่ 7 เจดีย์วัดช้างล้อม อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
ภาพที่ 8 เจดีย์ วัดพระศรีสรรเพชญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ภาพที่ 9 พระบรมบรรพต วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร
จุดเริ่มต้นมาจากพิธีฝังศพในสมัยก่อน ที่นิยมนำดินมากลบและสร้างเป็นเนินดินเล็กๆ อาจจะมีการปักสัญลักษณ์เพื่อบอกความสำคัญของคนๆ นั้น เมื่อการทำเนินดินไม่ถาวร จึงมีการใช้หินมาสร้างเจดีย์เป็นครั้งแรก ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช (พ.ศ. 270-311) กำเนิดสถูปสาญจี ทรงชามคว่ำ พร้อมประตู (โตรณะ) ระเบียงล้อมรอบ ลายสลักอย่างงดงาม ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และปักร่ม (ฉัตรวลี)
จากนั้นเจดีย์จึงแผ่ขยายไปทั่วอินเดีย ส่งไปถึงอินเดียใต้ (ศิลปะอมราวดี) ข้ามเกาะไปศรีลังกา และเปลี่ยนรูปแบบเจดีย์เป็นทรงชามคว่ำขนาดใหญ่มาก ฉัตรวลียืดสูงกลายเป็นปลียอด (ยอดเจดีย์) บางครั้งมีช้างยืนล้อมสถูป เมื่อมีการเดินเรือค้าขายมากขึ้น รูปแบบเจดีย์ลังกาถึงถูกถ่ายโอนไปยังอาณาจักรนครศรีธรรมราช ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ที่เรากำลังเสนอยูเนสโกเป็นมรดกโลกในตอนนี้ โดยอาณาจักรสุโขทัยมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับนครศรีฯ จึงเอารูปแบบเจดีย์ทรงลังกาพร้อมช้างล้อมไปสร้างวัดหลายๆ แห่ง ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร
อย่างไรก็ตามเจดีย์ทรงลังกาหรือทรงระฆัง ถูกเจดีย์ทรงปรางค์ครอบครองความนิยมอยู่หลายยุค เช่น ช่วงต้นอยุธยา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเจดีย์ทรงปรางค์แบบเขมร จนกระทั่งกษัตริย์อยุธยาพระองค์หนึ่ง (พระรามาธิบดีที่ 2) โปรดฯ ให้สร้างเจดีย์ทรงระฆัง วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นจุดรีเทิร์นอีกครั้งของเจดีย์ทรงนี้ แต่เจดีย์ทรงย่อมุมและปรางค์ยังนิยมสร้างต่อมาอีกหลายสมัย
จนกระทั่งรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์ทรงโปรดงานศิลปะอยุธยาที่เคยรุ่งเรืองในอดีต จึงดำรินำรูปแบบเจดีย์ทรงระฆังของวัดพระศรีสรรเพชญ์กลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง เช่น เจดีย์ภูเขาทอง, (ซึ่ง ร.3 ดำริสร้างเป็นทรงย่อมุม), พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระแก้ว, วัดราชประดิษฐ์, พระปฐมเจดีย์ เป็นต้น จนต่อมาวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ก็สร้างเจดีย์ทรงระฆังแบบศิลปะราษฎร จนไปถึงพระบรมธาตุบนดอยอินทนนท์ ซึ่งกลายเป็นศิลปะสมัยใหม่ไปแล้ว ในปัจจุบันเจดีย์ทรงระฆังเป็นหนึ่งในเจดีย์ที่นิยมสร้างมากที่สุดในประเทศไทย
ภาพที่ 1 สถูปสาญจี รัฐมัธยมประเทศ อินเดีย
ภาพที่ 2 ภาพวาด กลุ่มสถูปสาญจีในอดีต
ภาพที่ 3 ภาพสลัก สถูปอมราวดี อินเดียใต้
ภาพที่ 4 สถูปจำลอง ศิลปะอมราวดี (ปัจจุบันไม่เหลือของจริงแล้ว)
ภาพที่ 5 สถูป รูวันเวลิสเซยา ศรีลังกา
ภาพที่ 6 พระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ภาพที่ 7 เจดีย์วัดช้างล้อม อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
ภาพที่ 8 เจดีย์ วัดพระศรีสรรเพชญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ภาพที่ 9 พระบรมบรรพต วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร
ที่มา: เพจ ประวัติศาสตร์ศิลปะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
32 VOTES (4/5 จาก 8 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
ทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?
วิธีปฏิเสธ "คำขอทำงานล่วงเวลาเร่งด่วน" แบบคนมี EQ สูง
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์
"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
สถานที่สำคัญแห่งล่าสุดของไทย ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลก
พืชพรรณไม้น่าสนใจ : อาร์ทิโชก "ราชาแห่งผักบำรุงตับ" พืชผักบำรุงสุขภาพชั้นยอดอีกชนิดหนึ่ง ในไทยเราก็มีเพาะจำหน่ายแล้วน๊า...
"กัมพูชา" บ้านป่าเมืองเถื่อนของแท้..แม้แต่กลางวันแสกๆ ยังลักพาตัวคนกลางเมืองสีหนุวิลล์
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
ตะพาบที่หายากมากที่สุด มีเหลืออยู่เพียง 5 ตัวเท่านั้นบนโลก
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
น้ำประปาปนเปื้อนอึ คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 10 ราย และ ป่วยมากถึง 1,400 ราย
"หมอบอย" เผย 5 ราศีที่ได้รับข่าวดีจากการย้ายดาวเกตุในปีใหม่ 2569 ชีวิตจะเปลี่ยนและมีโชคก้อนใหญ่ไม่คาดคิด
"หมอผีเปรู" เผยคำทำนายชะตาโลกปี 2026..บอกเลยสุดแม่น!
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
เวียดนามสั่ง Netflix ลบซีรีส์จีนเหตุพบแผนที่เส้นประเก้าเส้น
รีวิวซีรีส์เกาหลี :: "คุณหมอหัตถ์เทวดา Doctor John" ผลงานการแสดง จีซอง, อีเซยอง







