พระองค์เจ้าอุรุพงศ์ "พระโอรสอันเป็นที่รักยิ่ง" ในสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง
โพสท์โดย คุณชายชุนชู
เป็นเรื่องความรักของพ่อที่มีต่อลูก และมักจะมองไปถึงเฉพาะเหตุการณ์สุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพของทั้งสองพระองค์ ผู้ที่ทันรู้เรื่องขณะนั้น หรือผู้ที่ทราบเรื่องราวภายหลัง คงจะอดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้ ช่างมีความผูกพันกันเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งมีอะไรบังเอิญเสียหลายสิ่ง
บทความต่อไปนี้ ยกมาเพื่อให้เห็นถึงความรักความห่วงใยต่อพระราชโอรสรุ่นเล็กสุดพระองค์นี้ที่สนิทเสน่หายิ่งกว่าผู้ใดในขณะนั้น และเมื่อเกิดความพลัดพรากขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าพ่อจะอยู่ในฐานะใด การแสดงออกก็คงเป็นความเสียใจอย่างสุดซึ้งเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้า หรือเป็นไพร่
พวกเราคงจะคุ้นเคยกับที่พ่อแม่รักเรากันมาแล้ว
ยิ่งหากเรามีหลานให้ท่านอุ้ม ท่านยิ่งทั้งรักทั้งหลง
รู้สึกว่าจะรักและเป็นห่วงมากกว่าที่เคยรักลูกท่านเองหลายร้อยเท่า
เพราะเหมือนกับคนแก่รักเด็ก ยิ่งมีอายุมาก ยิ่งรักหลานมาก
สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงก็คงเช่นเดียวกับพ่อแม่ท่านอื่นๆ
ยิ่งท่านมีพระราชโอรสธิดาในตอนพระชนมายุมากขึ้น
ท่านคงจะรักเอ็นดูพระองค์น้อยๆ ทบทวีคูณ
สำหรับความรักที่มีต่อพระองค์เจ้าอุรุพงศ์ในขณะนั้น
คงจะเป็นแบบ รักมาก รักมากที่สุด รักจนไม่มีอะไรเปรียบได้
"..... พระองค์ที่ ๗๕ พระองค์เจ้าชายอุรุพงศ์รัชสมโภช ประสูติวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๓๖ เป็นพระโอรสองค์ที่ ๒ ในเจ้าจอมมารดาเลื่อน (นิยะวานนท์) สิ้นพระชนม์พระชันษาเพียง ๑๗ ปี เมื่อ ๒๐ กันยายน พ.ศ.๒๔๕๒ ....."
๒๐ กันยายน พ.ศ.๒๔๕๒ ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชบิดา แต่เป็นวันโศกเศร้ายิ่งของพระองค์ และ อีกเพียงปีเดียว สมเด็จพระราชบิดาก็เสด็จสวรรคต ประมาณ ๑ เดือนหลังจากทำบุญครบปีวันสิ้นพระชนม์ของลูกรัก
ที่จริงแล้ว พระราชโอรสพระองค์สุดท้ายในพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง คือสมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา (ร.๗) แต่มิได้ทรงสนิทสนมกับสมเด็จพระราชบิดามากเท่าพระราชโอรสพระองค์รองสุดท้อง คือพระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช เพราะพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ นั้นทรงเป็นพระองค์สุดท้ายใน สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ จึงทรงเป็น “ลูกแม่” ทั้งพระวรกายก็อ่อนแอ บอบบาง ในบั้นปลายพระชนม์ชีพพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง จึงทรงมีพระองค์เจ้าอุรุพงศ์ฯ เป็น “ลูกเล็ก” ตามเสด็จใช้สอยใกล้ชิดพระองค์อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเสด็จพระราชดำเนินไปแห่งใด
พระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภชนั้น พระรูปโฉมเป็นอย่างที่ชาวบ้านพูดกันว่าน่ารัก ทรงคล่องแคล่ว ว่องไว เป็นที่สบพระราชอัธยาศัยในพระราชบิดายิ่งนัก
เมื่อเสด็จประพาสยุโรปเพื่อรักษาพระองค์ครั้งหลัง พ.ศ.๒๔๕๐ พระองค์อุรุพงศ์ฯ ก็ตามเสด็จด้วย เป็นพระราชโอรสคู่พระทัย ๒ พระองค์ กับสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต
ในพระราชนิพนธ์ “ไกลบ้าน” อันเป็นพระราชหัตถเลขาพระราชทานมายัง สมเด็จหญิงน้อย กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารีนั้น รับสั่งเล่าถึงพระองค์อุรุพงศ์ฯ อยู่เสมอ
“........คนอื่นๆ ที่มาด้วยกัน อ้วนขึ้นทุกคน อุรุพงศ์เห็นจะยิ่งกว่าเพื่อน แก้มเป็นกระติก เพราะแกลงมืออ้วนมาเสียแต่อยู่ในเรือแล้ว มาถึงที่นี่เข้าแก้มแดง.........”
“........พ่อตำน้ำพริก ขาดน้ำตาล ใช้น้ำตาลกรวดแทน ช่างประดักประเดิดเสียจริงๆ แก้อย่างไรมันก็ปร่าอยู่นั้นเอง ถ้าเป็นที่บางกอกก็โทษถึงไม่เสวย ได้อินเวนต์ยำลูกแอปเปอล อร่อยดีมาก ควรจะพากลับเข้าไปถึงบางกอกได้ กินกันอร่อยดี แต่เสือพริกอุรุพงศ์ไม่ใคร่พอ อยากแต่จะเผ็ดให้มากอย่างเดียว..........”
ความที่เป็นลูกเล็ก ใกล้ชิดสนิทมาแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อถึงคราวที่พระองค์อุรุพงศ์ฯ จะต้องเสด็จอยู่ต่างหากจากฝ่ายใน สมเด็จพระราชบิดาก็โปรดเกล้าฯ ให้สร้างตำหนักพระราชทานใกล้ๆ กับฝ่ายใน มิให้เสด็จแยกไปเสียทีเดียว โดยโปรดฯ ให้มีกำแพงกั้นด้านหลัง บังตาตอนต่อกับข้างใน เพื่อมิให้แลเห็นกันกับฝ่ายใน
พระราชโอรสพระองค์อื่นๆ โปรดเกล้าฯ ให้เสด็จออกไปทรงศึกษาต่างประเทศทุกพระองค์ ทว่าพระองค์อุรุพงศ์ฯ นั้น โปรดจ้างครูฝรั่งมาสอนยังพระตำหนัก
....................................................................
เห็นมั้ยครับ
ทั้งรัก ทั้งหลง
ไม่ยอมให้จากไปไหนไกลตา แม้แต่ยามจะหลับ
ก็อยากจะให้บรรทมอยู่ใกล้ๆ เรียกว่า ถัดจากฝ่ายใน ก็จะเป็นพระองค์อุรุพงศ์ ก่อนพระโอรสองค์อื่นๆ
พระองค์เจ้าอุรุพงศ์ฯ เสด็จอยู่พระตำหนักใหม่เพียงปีครึ่ง ก็ทรงประชวรพระโรคที่เรียกกันว่า “ไส้ตัน” เพียงเดือนเดียวก็สิ้นพระชนม์ ตรงกับวันพระราชสมภพในพระบรมราชชนก คือวันที่ ๒๐ กันยายน
พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงประสบกับความสูญเสียพระราชโอรส-ธิดามาหลายครั้งหลายหน ที่ทรงอาลัยอาวรณ์จนประจักษ์ชัดแก่ตาบุคคลทั้งหลายก็เมื่อคราวเสด็จพระองค์หญิงใหญ่ พระองค์เจ้าศรีวิไลยลักษณ์ฯ กรมขุนสุพรรณภาควดี สิ้นพระชนม์คราวหนึ่ง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชพระองค์แรกคราวหนึ่ง พระองค์หญิงแฝดองค์โต คือ พระองค์เจ้าหญิงประภาพรรณพิไลย คราวหนึ่ง และคราวสุดท้ายนี้ก็คือ พระองค์อุรุพงศ์ฯ
ทรงมีลายพระราชหัตถเลขาพระราชทานไปยังพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ผู้ประทับอยู่เชียงใหม่ เมื่อพระองค์อุรุพงศ์ฯ สิ้นพระชนม์ ว่า
“.....สิ้นสนุกเต็มทีเสียแล้ว.....”
ระหว่างที่พระองค์เจ้าอุรุพงศ์ฯ ประชวร ทรงเล่าพระราชทานไปยังพระราชชายาอย่างละเอียดว่า
(สำเนาพระราชหัตถเลขา)
วันที่ ๑๑ สิงหาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๘
ดารา
“........หมู่นี้กำลังวุ่นด้วยเรื่องชายอุรุพงศ์ฯ เจ็บ เรื่องจะเป็นไส้ตันเป็นหนองอย่างลูกโต วันแรกและวันที่สองตกใจมาก คะเนว่าจะต้องถึงตัดถึงผ่า ถ้าไม่ได้เห็นตัวอย่างผู้ที่รอดมาเป็นหลายคน คงจะไม่เตรียมตัวที่จะยอม นี่ทำให้เตรียมตัวยอมได้ทันที มีข้อวิตกอยู่แต่หัวใจอ่อน พอตั้งต้นเป็นขึ้นก็หอบรวนเสียแล้ว แก้ไขกันด้วยเอาน้ำเย็นปะ ยาที่กินนั้นก็ไม่มีอะไร นอกจากถ่านที่ให้ไล่ลมกับยาแก้ปวด ก็เทือกเบาๆ ไม่หลับได้เลย และกินอะไรไม่ได้เลย สองวันสองคืน จึงได้กินยานอน คราวนี้หลับด้วยยานอนทอดหนึ่ง ต่อมาดูเหมือนพิษเสื่อมซาไปหมด ปล่อยให้นอนหลับได้จึงมีกำลังขึ้น เขากำหนดว่าวันที่ ๔ คือวันนี้ เป็นวันที่จะตั้งหนองหรือไม่ตั้งหนอง และเป็นวันที่จะต้องผ่านั้น วันพรุ่งนี้ มีความยินดีที่จะกล่าวว่าเห็นจะไม่ต้องผ่าแน่แล้ว สังเกตดูพิษถอย วันแรกปรอทขึ้นถึง ๑๐๔ ขาเหยียดไม่ได้ทั้งสองขา นอนตะแคงก็ไม่ได้ ปวดจนเหงื่อแตก หายใจหอบเหนื่อยเสมอ วันที่สองตั้งแต่บ่ายมา ปรอท ๑๐๓ ออกจะเชื่อม แต่ขาพอเหยียดออกได้บ้าง ในจวนรุ่งวันที่ ๒ นี้ ได้หลับ วันที่ ๓ ปรอทลดลงอยู่ ๑๐๐ ถ้วน ๑๐๐ เศษ ๒ ค่อยคลายปวด รู้สึกหิว พอกินน้ำซุบได้เล็กน้อย ขาเหยียดคล่องขึ้น แต่ท้องแข็งคงอยู่ วันนี้ปรอท ๙๙ ยังต่ำ ไม่ใคร่รู้สึกปวด เป็นแต่รู้สึกเต็มอยู่ในท้อง นอนตะแคงข้างขวาพอลงได้ ข้างซ้ายไม่ได้เลย เห็นว่าอาการพิษถอยลงทุกวัน แต่เพราะไส้ที่บวมนั้นยังแข็งอยู่ หมอว่าที่จะกล่าวพ้นอันตรายยังไม่ได้ ต่อ ๘ วันเป็นอย่างน้อยล่วงไปแล้วจึงจะไว้ใจได้ ที่หมอว่าเช่นนี้ก็เป็นความจริง เมื่อลำไส้ยังแข็งอยู่เช่นนั้นก็อาจกลัดเป็นหนองได้ จึงต้องระวัง การที่ลูกเจ็บคราวนี้ได้ความเดือดร้อนเต็มที่ เพราะยังเหลืออยู่ด้วยคนเดียวเท่านั้น นอกนั้นก็ต่างคนต่างแยกกันไปแล้ว เวลากำลังไม่สบาย นึกอะไรไม่ค่อยออก จนนึกกลัวไปว่าถ้าเป็นอย่างไร จะเลยหลงเสียดอกกระมัง......”
(พระบรมนามาภิไธย) จุฬาลงกรณ์ ป.ร.
ทว่าในท้ายที่สุด การก็เป็นไปอย่างที่ทรงนึกกลัว พระอาการของพระองค์อุรุพงศ์ฯ หนักขึ้นอีก แพทย์ฝรั่ง ๔ นาย ตกลงใจถวายการผ่าตัด เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๔๕๒ วันรุ่งขึ้น ๒๐ กันยายน ก็สิ้นพระชนม์
(สำเนาพระราชโทรเลข)
วันที่ ๒๔ กันยายน รัตนโกสินทรศก๑๒๘
เจ้าดารารัศมี เชียงใหม่
ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ จึงหมดความที่จะบอกข่าวชายอุรุพงษ์ตายตั้งแต่วันที่ ๒๐ เป็นฝีในไส้ จะทนอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ไหว ด้วยรู้สึกไม่สบายมาก จึงจะออกไปพักอยู่เพชร สบายจึงจะกลับ
สยามินทร์
(สำเนาพระราชโทรเลข)
จากปากน้ำโพ
วันที่ ๖ พฤศจิกายน ร.ศ.๑๒๘
เจ้าดารารัศมี เชียงใหม่
......... สิ้นสนุกเต็มทีเสียแล้ว กำลังชายเพ็ญ จะตายอีกคนหนึ่ง ศพชายอุรุพงศ์จะเผาเดือน ๔ ถ้าหากจะมีช่วยอื่นๆ มีครบหมดแล้ว .....
(พระบรมนามาภิไธย) สยามินทร์
...........................................
* "ชายเพ็ญ" คือ พระองค์เจ้าชายเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม (๑๓ ก.ย. ๒๔๒๕ - ๑๑ พ.ย. ๒๔๕๒)
หลังจากนั้นเมื่อครบรอบปีวันสิ้นพระชนม์พระองค์อุรุพงศ์ฯ ทรงทำบุญพระราชทานให้ พอถึงวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ สมเด็จพระราชบิดาก็เสด็จสวรรคตตาม
เรื่องเกี่ยวกับพระองค์เจ้าอุรุพงศ์ ในหนังสือประวัติต้นรัชกาลที่ 6 ที่แสดงถึงความรักของรัชกาลที่5 ที่มีต่อพระองค์เจ้าอุรุพงศ์
---------------------------------------------------
ตั้งแต่เมื่อเสด็จพระราชดำเนิรกลับจากยุโรปมาแล้วก็สังเกตเห็นได้ว่า ทูลกระหม่อมมีพระอาการประชวรอย่างน่าวิตก, พูดกันอย่างศัพท์สามัญว่า เห็นชัดว่าทรงทุพพลภาพทีเดียว พระองค์เองก็ทรงทราบดีอยู่เช่นนั้น จึ่งได้ทรงพยายามบริหารพระองค์มากทีเดียว, มีเสด็จประพาศบ่อยๆ. และออกไปประทับที่เพชรบุรี (ตามคำแนะนำของพวกเจ้าจอม "ก๊ก อ."), และเมื่อเสด็จอยู่ในกรุงก็ไม่ใคร่จะเสด็จออกงานต่างๆ, มักโปรดเกล้าฯ ให้ฉันไปแทนพระองค์เสียเป็นพื้น.
แต่ก็นับว่าประทังอยู่ได้จนทรงประสพโศกอันใหญ่, คือองค์อุรุพงศ์เจ็บและตายลง ณ วันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๒. องค์อุรุพงศ์นั้นทูลกระหม่อมท่านโปรดของท่านมาก, เพราะเป็นพระราชโอรสองค์เล็กและขี้โรค, จึ่งได้ทรงโฆษณาว่าจะเอาไว้ใช้เปนไม้ธารพระกร, คือเป็นอุปถากส่วนพระองค์, ไม่ให้รับราชการแผ่นดินเช่นลูกเธอองค์อื่นๆ องค์อุรุพงศ์เจ็บครั้งที่สุดนั้นหลายวัน, ทูลกระหม่อมทรงเป็นห่วงและเสด็จลงไปพยาบาลอยู่เองโดยมากที่ตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน์, ต้องอดพระบรรทมและทรงเหน็ดเหนื่อยมากอยู่.
ครั้นเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน, พ.ศ. ๒๔๕๒. มีสวดเสดาะ เนื่องในงานเฉลิมพระชนมพรรษา, ทูลกระหม่อมได้เสด็จเข้าไปตามธรรมเนียม. พอเริ่มสวดมนตร์และโหรบูชานพเคราะห์ ทูลกระหม่อมเสด็จเข้าไปเสวยที่ชานพักตามเคย. พอเสด็จลับไปก็ได้ยินเสียงตุบ, และเสียงผู้หญิงร้อง ฉันรีบวิ่งเข้าไปที่ชานพัก, เห็นทูลกระหม่อมประทับอยู่กับพื้น, ท่านรับสั่งให้ฉันช่วยพยุงพระองค์ท่านขึ้นและพาไปประทับเหยียดบนพระเก้าอี้, แล้วจึ่งรับสั่งเล่าว่า ในเวลาที่ทรงก้สวลงจากพื้นพระที่นั่งไพศาลไปสู่ชานพักนั้น ได้ทรงเอาธารพระกรยัน, ปลายธารพระกรลื่นไปกับพื้นศิลาพระบาทก็เลยลื่นตามไป, จึงได้ทรงกระแทกลง, และในที่สุดก็ตรัสว่า "แล้วก็นางพวกเหล่านี้ก็นั่งเฉยกันหมด, ไม่มีใครมีแก่ใจมาช่วยพ่อจนคนเดียว." ฉันกราบทูลว่า ได้เคยนึกวิตกอยู่นานแล้วเมื่อเห็นธารพระกรเล็กๆ ทรงยันอย่างเต็มน้ำหนักพระองค์. เห็นว่าควรเกาะคนดีกว่า. รับสั่งว่าถูกแล้ว, แต่เวลานี้ผู้ที่ได้ตั้งพระราชหฤทัยเอาไว้ใช้เปนไม้ธารพระกรก็มาทำน่าที่ไม่ได้เสียแล้ว, ฉันเห็นท่าท่างว่าท่านทรงห่วงองค์อุรุพงศ์อยู่มาก, ฉันก็หมอบนิ่งอยู่จนรับสั่งให้ฉันออกไปนั่งตามที่ก่อนฉันจึ่งออกไป
เข้าพิธีโสกัณฑ์(โกนจุก)
ตามเสด็จพระราชบิดาประพาสยุโรปครั้งที่2(สังเกตในภาพพระองค์เจ้าอุรุพงศ์จะพระองค์เล็กที่สุด)
ฉายพระรูปพร้อมกับเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์(ร.7)(พระองค์เจ้าอุรุพงศ์พระองค์เล็กกว่า)
เพลงลาวคำหอมฟังไปด้วยอ่านไปด้วยจะได้อรรถรสมาก
ซ้ำขออภัยครับ
ที่มา:
http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2006/04/K4312882/K4312882.html, wikipedia, google
http://m.youtube.com/watch?v=3UpKK04bhdk , คุณชายชุนชู เรียบเรียง
http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2006/04/K4312882/K4312882.html, wikipedia, google
http://m.youtube.com/watch?v=3UpKK04bhdk , คุณชายชุนชู เรียบเรียง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
92 VOTES (4/5 จาก 23 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
แรงงานพม่าประท้วงเรียกร้องโบนัส บริษัทดังนิคมอมตะซิตี้สั่งเลิกจ้างทันที เหลือพนักงานไทยเดินเครื่องต่อ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
ชาวจีนจำนวนมาก กำลังย้ายออกจากอพาร์ตเมนต์สูงระฟ้า
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
รัฐมนตรีอาวุโสเขมรชี้สงครามจะเกิดหรือไม่เกิด ขึ้นอยู่กับคะแนนเสียงของคนไทย" ว่าจะเลือกพรรคใดมาเป็นอันดับ 1
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ขยี้ตาซ้ำ! เปิดโพย 26 ชื่อ-นามสกุลไทยสุดพีค ไวรัลสะเทือนทะเบียนราษฎร์ที่มีอยู่จริง
DNA กับความลับที่ถูกขโมย: เมื่อชัยชนะของบุรุษ แลกมาด้วยหยาดเหงื่อของสตรีผู้ถูกลืมHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ขยี้ตาซ้ำ! เปิดโพย 26 ชื่อ-นามสกุลไทยสุดพีค ไวรัลสะเทือนทะเบียนราษฎร์ที่มีอยู่จริง
บริษัทผลิตยาฆ่ๅแมลง จัดพิธีรำลึกถึงแมลงสาบและยุง ที่ถูกกำจัดไป
รัฐมนตรีอาวุโสเขมรชี้สงครามจะเกิดหรือไม่เกิด ขึ้นอยู่กับคะแนนเสียงของคนไทย" ว่าจะเลือกพรรคใดมาเป็นอันดับ 1
DNA กับความลับที่ถูกขโมย: เมื่อชัยชนะของบุรุษ แลกมาด้วยหยาดเหงื่อของสตรีผู้ถูกลืม
แร่ที่เบาและอ่อนนุ่มมากที่สุด ที่สามารถพบได้บนพื้นผิวของโลก
เราสามารถสร้างรายได้จาก Postjung ได้อย่างไร? 💰






