รีวิว งาน ประเพณีนมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิม + งานเทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5 ที่ ท่าฉลอม
อ่าน ชม ภาพ และ วีดีโอ รีวิว งาน ประเพณีนมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิม + งานเทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5 ที่ ท่าฉลอม ได้ที่นี่ http://www.amazingthailand.jobtipdd.com/%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1/
1. งาน ประเพณีนมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิม ณ บริเวณอุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอม
วันจัดเเสดง :18 - 23 พฤศจิกายน 2556 สถานที่ : บริเวณอุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอม จังหวัด : สมุทรสาคร
ขอชวนไปนมัสการเจ้าแม่กวนอิม ในงาน ประเพณีนมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอม ระหว่างวันที่ 18 – 23 พฤศจิกายน 2556 ตั้งแต่เวลา 5.00 น. – 24.00 น. ณ บริเวณอุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอม
และนอกจากงานนี้ ในเดือนพฤศจิกายน จังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดงาน เทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5 ด้วย
จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมงานเทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5 รวมทั้งประเพณีนมัสการพระโพธิสัตว์
และสามารถเดินทางท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัดสมุทรสาคร อาทิ
สักการะพระพุทธสิหิงค์ องค์ที่ 4 ณ วัดโคกขาม สักการะศาลพันท้ายนรสิงห์ ปลูกป่าชายเลนที่ดอนหอยแครง เยี่ยมชมหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี เป็นต้น
อ่านประวัติ เจ้าแม่กวนอิม ได้ที่นี่ http://www.amazingthailand.jobtipdd.com/%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1/
2. งานเทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5 ปี 2556
จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร กลุ่มพลังสตรีท่าฉลอม ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดสมุทรสาคร

กำหนดจัดงาน “เทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5” ณ ริมเขื่อนวัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม) ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง ฯ จังหวัดสมุทรสาคร ในวันระหว่างที่ 21 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2556 เวลา 10.00 น. – 20.00 น.
เมนู อาหารปลาทู 30 ชนิด
โดยกลุ่มพลังสตรีท่าฉลอมได้จัดหาเมนูเด่นชวนลิ้มลอง ปรุงจากปลาทูสดก้นอ่าวไทยในฤดูที่อร่อยที่สุด อาทิ ข้าวต้มปลาทูเมนู 10 บาท สุกี้ปลาทู ส้มตำปลาทู ปลาทูทอดราดน้ำปลา ปลาทูต้มกะทิสายบัว ห่อหมกปลาทู ขนมปังหน้าปลาทู ซาลาเปาไส้ปลาทู เป็นต้น ภายในงานยังมีนิทรรศการปลาทู การจำหน่ายอาหารทะเลสด อาหารทะเลแปรรูป ปลาสลิดแดดเดียว สินค้าโอท็อป สินค้าธงฟ้า ในราคาพิเศษสุด
อุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิมท่าฉลอม
+ อ่านวิธีเลือกซื้อปลาทู ได้ที่นี่ http://www.amazingthailand.jobtipdd.com/%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1/
+ ชมอัลบั้มภาพ และวีดีโอ ชุดเต็ม ได้ที่นี่
1. งาน ประเพณีนมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิม ณ บริเวณอุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอม
วันจัดเเสดง :18 - 23 พฤศจิกายน 2556 สถานที่ : บริเวณอุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอม จังหวัด : สมุทรสาคร
ขอชวนไปนมัสการเจ้าแม่กวนอิม ในงาน ประเพณีนมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอม ระหว่างวันที่ 18 – 23 พฤศจิกายน 2556 ตั้งแต่เวลา 5.00 น. – 24.00 น. ณ บริเวณอุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอม
และนอกจากงานนี้ ในเดือนพฤศจิกายน จังหวัดสมุทรสาคร ได้จัดงาน เทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5 ด้วย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมงานเทศกาลปลา ทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5 รวมทั้งประเพณีนมัสการพระโพธิสัตว์ และสามารถเดินทางท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัดสมุทรสาคร อาทิ สักการะพระพุทธสิหิงค์ องค์ที่ 4 ณ วัดโคกขาม สักการะศาลพันท้ายนรสิงห์ ปลูกป่าชายเลนที่ดอนหอยแครง เยี่ยมชมหมู่บ้านเบญจรงค์ดอนไก่ดี เป็นต้น
ประวัติ และ ตำนาน เจ้าแม่กวนอิม
เจ้าแม่กวนอิม เป็นพระโพธิสัตว์ ของพระพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน เป็นองค์เดียวกันกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในภาษาสันสกฤต ซึ่งมีต้นกำเนิดจากพระสูตรมหายานในอินเดีย และได้ผสมผสานกับความเชื่อพื้นถิ่นดั้งเดิมของจีน คือตำนานเรื่องพระธิดาเมี่ยวซ่าน ก่อให้เกิดเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมในภาคสตรีขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความอ่อนโยน และแสดงถึงความเมตตากรุณาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นดังเช่นความรักของมารดาที่มีต่อบุตร ซึ่งเป็นการผสมผสานกลมกลืนทางความเชื่อที่ปราศจากข้อขัดแย้ง เนื่องจากในสัทธรรมปุณฑรีกสูตรได้อธิบายว่า พระอวโลกิเตศวรนั้นสามารถแบ่งภาคเพื่อโปรดสรรพสัตว์ได้มากมายทั้งปางบุรุษและสตรี และเป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์มหายานที่เมื่อเข้าไปสู่ดินแดนอื่นทั้งทิเบต จีน หรือญี่ปุ่น ย่อมผสมผสานกลมกลืนได้กับเทพท้องถิ่นนั้น ๆ
พระโพธิสัตว์กวนอิมในตำนานฝ่ายจีน
พระโพธิสัตว์กวนอิม (ประสูติ 19 เดือนยี่จีน) ชาติสุดท้ายเป็น ราชธิดานาม เมี่ยวซ่าน เดิมเป็นเทพธิดา มาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อมาช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์ เป็นราชธิดาองค์สุดท้ายของกษัตริย์ เมี่ยวจวง ซึ่งมีราชธิดา 3 องค์ องค์โตชื่อ เมี่ยวอิม องค์รองชื่อ เมี่ยวหยวน เยาว์วัยเป็นพุทธมามกะ รู้แจ้งในหลักธรรมลึกซึ้ง ตั้งพระทัยแน่วแน่จะบำเพ็ญภาวนา เพื่อหลุดพ้นสังสารวัฏ ออกบวชวันที่ 19 เดือน 9 พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่เห็นด้วย จะบังคับให้เลือกราชบุตรเขย เพื่อจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไม่สนพระทัยเรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ อันจอมปลอม แม้จะถูกพระบิดาดุด่าอย่างไร องค์หญิงก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองแต่อย่างใด
ต่อมาองค์หญิงสามได้ถูกขับไปทำงานหนักในสวนดอกไม้ เช่น หาบน้ำ ปลูกดอกไม้ ทั้งนี้เพื่อทรมานให้เปลี่ยนความตั้งใจ แต่ก็มีเหล่ารุกขเทวดามาช่วยทำแทนให้ทั้งหมด พระบิดาเมื่อเห็นว่าไม่ได้ผล จึงรับสั่งให้หัวหน้าแม่ชี นำองค์หญิงสามไปอยู่ที่วัดนกยูงขาว และให้เอางานของแม่ชีทั้งวัดมอบให้องค์หญิงทำคนเดียว แต่องค์หญิงมีพระทัยเด็ดเดี่ยว ไม่เกี่ยงงานการต่างๆ ก็มีเหล่าเทพารักษ์มาช่วยทำแทนให้อีก พระเจ้าเมี่ยวจวงเข้าพระทัยว่า พวกแม่ชีไม่กล้าเคี่ยวเข็ญใช้งานหนัก ก็ยิ่งทรงกริ้วหนักขึ้น สั่งให้ทหารเผาวัดนกยูงขาวจนวอดเป็นจุณไป พร้อมกับพวกแม่ชีทั้งวัด มีแต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านเท่านั้นที่ปลอดภัยรอดชีวิตมาได้
พระเจ้าเมี่ยวจวงทรงทราบดังนั้น จึงรับสั่งให้นำตัวราชธิดาไปประหารชีวิต เทพารักษ์คอยคุ้มครองเจ้าหญิงอยู่ โดยเนรมิตทองทิพย์เป็นเกราะห่อหุ้มตัว คมดาบของนายทหารจึงไม่อาจระคายพระวรกาย ดาบหักถึง 3 ครั้ง 3 ครา พระบิดาทรงกริ้วยิ่งนัก โดยเข้าพระทัยว่านายทหารไม่กล้าประหารจริง จึงให้ประหารนายทหารแทน แล้วรับสั่งให้จับเจ้าหญิงไปแขวนคอ ทว่าผ้าแพรที่แขวนคอก็ขาดสะบั้นลงอีก
ทันใดนั้นปรากฏมีเสือเทวดาตัวหนึ่งได้นำเจ้าหญิงขึ้นพาดหลังแล้วเผ่นหนีไปที่เขาเซียงซัน ต่อมา เทพไท่ไป๋ได้แปลงร่างเป็นชายชรามาโปรดเจ้าหญิง ชี้แนะเคล็ดวิธีการบำเพ็ญเพียรเครื่องดับทุกข์ จนสามารถบรรลุมรรคผลสำเร็จธรรม วันที่ 19 เดือน 6 ข้างฝ่ายพระบิดาเข้าพระทัยว่า เจ้าหญิงถูกเสือคาบไปกินเสียแล้ว จึงไม่ได้ติดใจตามราวีอีก
ต่อมาไม่นานบาปกรรมที่พระองค์ก่อไว้ส่งผล เกิดป่วยด้วยโรคร้ายแรง ไม่มียารักษาให้หายได้ เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านได้ทรงทราบด้วยญาณวิถีว่า พระบิดากำลังประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก ด้วยความกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ มิได้ถือโทษโกรธการกระทำพระบิดาแม้แต่น้อย ทรงได้สละดวงตาและแขนสองข้าง เพื่อรักษาพระบิดาจนหายจากโรคร้าย ว่ากันว่า ภายหลังสำเร็จอรหันต์ ได้ดวงตาและพระกรคืน เคยแสดงปาฏิหารย์เป็นปางกวนอิมพันมือ องค์หญิงเมี่ยวซ่านนั้น ตอนแรกเป็นชาวพุทธ ตอนหลังเทพไท่ไป๋ได้มาโปรด ชี้แนะหนทางดับทุกข์ เหตุนี้พระโพธิสัตว์กวนอิมจึงเป็นเทพทั้งฝ่ายพุทธและฝ่ายเต๋าในเวลาเดียวกัน
+ อัลบั้มภาพ และ วีดีโอ งาน ประเพณีนมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิม ณ บริเวณอุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม ท่าฉลอม
- มาชม วีดีโอ งาน ประเพณีนมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิม 2556 - เจ้าแม่กวนอิม ท่าฉลอม ที่สูง สว่า งดงาม 9 เมตร
2. งานเทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5 ปี 2556
จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร กลุ่มพลังสตรีท่าฉลอม ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดสมุทรสาคร
กำหนดจัดงาน “เทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5” ณ ริมเขื่อนวัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม) ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง ฯ จังหวัดสมุทรสาคร ในวันระหว่างที่ 21 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2556 เวลา 10.00 น. – 20.00 น.
+ อัลบั้มภาพ และ วีดีโอ งานเทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5 ปี 2556
- มาชม วีดีโอ งานเทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5 ปี 2556
+ พิธีเิปิด
+ โชว์ ว่าวปลาทู ตัวแรกของโลก ที่ งานเทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5
*** มาชม วีดีโอ โชว์ ว่าวปลาทู ตัวแรกของโลก ที่ งานเทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5
+ อัลบั้มภาพ งานเทศกาลปลาทูอร่อยที่ท่าฉลอม ครั้งที่ 5 ปี 2556
ท่าฉลอม เป็นศุขาภิบาลหัวเมือง แห่งแรก ของ ไทย สมัย ร.ศ.๑๒๔ (พ.ศ.๒๔๔๘) สร้างสมัย รัชกาลที่ ๕ ตั้งชื่อ เป็น "ถนนถวาย" ถนนถวายบ้านตลาดท่าฉลอม
+ ศาลเจ้าแม่เมืองสมุทร
เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เอามาฝาก
วิธีการเลือกซื้อปลาทู ทั้งแบบปลาทูสด และปลาทูนึ่ง
- ปลาทูสด
มีวิธีเลือกซื้อไม่ต่างจากปลาทั่วไปนัก โดยให้สังเกตว่า เหงือกมีสีแดงสด ตาใส นูน เมื่อลองดมแล้วไม่มีกลิ่นคาวปลา เนื้อแน่นมีน้ำหนัก ส่วนท้องต้องแน่น ไม่กลวงหรือซ้ำ เมื่อใช้นิ้วกดกลางลำตัวแล้วปล่อยออกรอยยุบจะกลับคืนสู่สภาพเดิม ปลาทู ที่สด ไส้และเครื่องในจะยังอยู่ครบ ซึ่งจะเป็นจุดแรกๆ ที่จะเน่าและส่งกลิ่นออกมา ส่วนลักษณภายนอก ที่ควรสังเกตก็คือ ผิวต้องไม่ถลอก ส่วนหลังของตัว ปลาทู มีสีเขียวแกมน้ำเงิน ท้องสีขาวหรือสีเงิน ส่วนหางเป็นสีเหลืองอ่อนๆ ผิวเงาเมื่อโดนแสง จับแล้วตัวจะมีเมือกลื่นเคลือบอยู่ แสดงว่าปลานั้นสดใหม่ ไม่ผ่านการแช่แข็งมานาน
- ปลาทู นึ่ง
ปลาทูนึ่ง (ต้ม)
บางคนติดเรียกว่า ปลาทูนึ่ง แต่วิธีทำที่แท้จริงคือ การต้มหรือลวก โดยการหักคอปลาแล้ววางลงเข่งไม้ไผ่ ตัวเล็กจะวาง 3 ตัวต่อเข่ง ใหญ่หน่อยก็เข่งละ 2 ตัว จากนั้นนำเข่งเรียงใส่ภาชนะที่ใหญ่กว่าจนเต็ม แล้ววางลงในหม้อหรือกระทะที่มีน้ำผสมเกลือ ต้มเดือดๆ เพียงชั่วครู่ก็ยกขึ้นได้ เพราะถ้าต้มนานเนื้อ ปลาทู จะแตกเละ ไม่น่ากิน
วิธีเลือกก็ดูที่ตัวแน่นๆ มีกลิ่นหอมที่เป็นลักษณะของปลาทูต้มสุกใหม่ๆ กลิ่นไม่คาว หัวกับลำตัวติดกันแน่น ตัวอวบอ้วน เนื้อไม่เละ ไม่มีเมือกท้อง และหนังไม่ถลอก ตัวที่เกล็ดปูดๆ หลังไม่เรียบจะเนื้อมันอร่อยกว่าตัวที่เกล็ดเรียบ ที่สำคัย เข่งบรรจุต้องสะอาด เพราะเข่งต้องอยู่กับปลามาตั้งแต่กระบวกการนึ่ง การขนส่ง ถ้าเข่งไม่สะอาดก็ดูน่าซื้อไปแล้วครึ่งหนึ่ง
ปลาทู
ลักษณะของ ปลาทู
ชาวประมงจะแบ่ง ปลาทู เป็น 2 ชนิด คือ ปลาสั้น และปลายาว
ปลาสั้น หรือ ปลาทูแม่กลอง จะมีลักษณะหน้าเป็นสามเหลี่ยม ตัวสั้น แบน เนื้อเยอะ เนื้อนิ่ม เวลากดลงไปที่ตัวปลาแล้วเนื้อจะกลับคืนสภาพเดิม ไม่บุ๋มลงไปตามแรงกด ลำตัวสีเงินหรือออมเขียว ตาดำ หนังบาง และรสชาติ หวานมัน
ปลายาวมีชื่อเรียกกันหลากหลาย เช่น ปลารัง ปลายาว ปลาอินโด ลักษณะของปลายาวคือ ตัวใหญ่และยาวกว่า ปลาทูแม่กลอง เนื้อแข็ง มันน้อย หนังหนา กินไม่อร่อยเท่าปลาทูสั้น
แหล่ง ปลาทู อร่อยในประเทศไทย มีหลายแหล่ง ทั้งจังหวัดชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และเพชรบุรี เพราะมีความมันมาก รสอร่อยกว่า ปลาทู จากแหล่งอื่นๆ
แต่ถ้าจะให้เด็ดที่สุดก็ต้อง ปลาทู จากแม่กลอง ของขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรสงคราม มาในลักษณะและวลีที่คุ้นหูว่า หน้างอ คอพับ เนื้อขุ่น มันหอม ได้รับการยอมรับว่า เป็นที่สุดยอด ปลาทู ไทยหนึ่งเดียว
+ พากราบไหว้นมัสการ หลวงปู่แก้ว วัดช่องลม ท่าฉลอม จ.สมุทรสาคร หรือวัดสุทธิวาตวราราม
- ชม วีดีโอ วัดช่องลม ท่าฉลอม จ.สมุทรสาคร หรือวัดสุทธิวาตวราราม
วัดช่องลม พระอารามหลวงแห่งนี้ นับเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสมุทรสาคร ที่มีอายุยั่งยืนมาเกือบ 200 ปี และนับว่าจะอยู่ยั่งยืนต่อไปอย่างไม่มีวันเสื่อมสลาย เป็นวัดที่พำนักของพระราชสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัด สมุทรสาคร และเจ้าอาวาสวัดช่องลม
ชื่อวัด ในสมัยโน้นชาวบ้านพากัน เรียกว่า “วัดท้ายบ้าน” เห็นจะเป็นวัดอยู่สุดหมู่บ้านจึงเรียกเช่นนั้น เพื่อความเหมาะสมในเวลาต่อมาจึงพากันเรียก “วัดช่องลม” จนชาวบ้านเริ่มลืมวัดท้ายบ้านแทบหมดแล้ว ถ้าใครไปเรียกเข้าคงมีคนรู้จักน้อยเต็มที
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ยกวัดช่องลมเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2508 และถัดจากนั้นเป็นเวลาอีก 5 เดือนเต็ม ก็ได้ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถและสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าชาย พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงทุกพระองค์ มาทรงบำเพ็ญพระ-ราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดช่องลมเมื่อวันที่26 ตุลาคม 2508 นั้นนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณพระเมตตาบารมีล้นกล้า ฯ ของเหล่าพศกนิกรอย่างถ้วนหน้า
ประวัติ พระอุโบสถ วัดช่องลม
พระอุโบสถหลังแรก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2350 ในขณะที่หลวงพ่อเอี่ยมเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของ วัดช่องลม ได้มีพระมาอาศัยหลายรูปแล้วเสนา-สนะก็พอพักพออาศัยแล้วชาวบ้านเกิดศรัทธาในพระเหล่านั้น ใคร่จะอุปสมบทลูกหลาน ก็เกิดติดขัดเรื่องไม่มีพระอุโบสถเพราะไม่มีอุโบสถจะทำสังฆกรรมเช่นนั้นให้สำเร็จได้ คุณปู่-คุณย่าผู้เป็นเจ้าของที่ ได้เป็นหัวแรงในการสร้างพระอุโบสถหลังนี้ พร้อมทั้งเที่ยวบอกบุญ และได้ขอแรงขอความร่วมมือจากชาวบ้านใกล้เรือนเคียง ให้ช่วยกันสร้างพระอุโบสถ และพระอุโบสถหลังแรกนี้ปรากฏว่าเป็นรูปโรงเรือน มุงจากฝาขัดแตะ โบกปูนขาว
พระอุโบสถหลังที่ 2 สร้างในสมัยของหลวงพ่อปั้น โดยคุณนายทองคำบุตรีของคุณย่าอ่วม และเป็นคุณป้าของคุณนายทองอยู่ บูรณกิจ และเป็นคุณยายของนางพยุง ลือประเสริฐ อยู่ที่ตำบลท่าฉลอม ได้จัดสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ เป็นตัวไม้ขึ้นหลังคามุงกระเบื้อง ดินเผา ฝากระดานและลูกกรงไม้ นับว่าขึ้นสูงกว่าสภาพเก่าอีกชั้นหนึ่ง และจัดผูกพัทธสีมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
และทำการบูรณะอีกครั้งหนึ่ง ในสมัยหลวงพ่อแก่น โดยเปลี่ยนแปลงระเบียงรอบนอกจากกระเบื้องดินเผาเป็นซีเมนต์ จากลูกกรงไม้เป็นลูกกรงปูน และยกพระประธานให้สูงขึ้น และทำฐานชุกชีใหม่ โดยพระพิมพ์ จนฺทสโร เป็นผู้จัดทำก็อยู่ในสมัยนี้
พระราชสาครมุนีได้กำลังดำเนินการก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ประมาณเงินค่าก่อสร้างไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท พระอุโบสถหลังใหม่ได้กระทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2503 และก็ด้วยเดชะพระบารมีปกเกล้าฯ ได้เป็นที่ร่มเย็นเป็นสุขของเหล่าพศกนิกร ทั้งฝ่ายพุทธ-จักร และฝ่ายอาณาจักร พระบาทสมเด็จพระเจ้า-อยู่หัว ได้ทรงพระมหากรุณาธิคุณเสด็จมาทรงยกช่อฟ้าพระอุโบสถหลังใหม่ ในวันเดียวกันกับที่เสด็จมาบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระกฐิน และใช่แต่เท่านั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ พระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. มีมหามงกุฏประดิษฐานไว ้หน้าจั่วพระอุโบสถหลังใหม่ นับว่าเป็นศิริมงคลที่หาค่ามิได้แก่วัดช่องลมและแก่ชาวจังหวัดสมุทรสาครโดยทั่วหน้า
ประวัติพระเทพสาครมุนี (หลวงปู่แก้ว)
** สิ่งน่าอัศจรรย์ มีรังนกนางแอ่น อยู่ใน วิหารหลวงปู่แก้ว
ความเป็นมาของนกนางแอ่น ที่เข้ามาอาศัยพึ่งใบบุญอยู่ในพระวิหารที่บรรจุศพของพระเทพสาครมุนี (หลวงปู่แก้ว) นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งตามธรรมชาติแล้วคงมีไม่มากนัก ที่นกชนิดนี้จะเข้ามาอยู่อาศัยปะปนอยู่กับมนุษย์ หรือสัตว์อื่น ในสถานที่ที่พลุกพล่านไปด้วยหมูชนมากมาย พร้อมด้วยกลิ่นธูป ควันเทียนที่ลอยคละคลุ้งอยู่ตลอดเวลา แต่ก็เป็นสิ่งอัศจรรย์อย่างยิ่ง ที่นกนางแอ่นเหล่านี้ สามารถอาศัยอยู่ได้อย่างไม่เดือดร้อนเป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้ว ไม่หนีไปไหน กลับเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนแน่นพระวิหารไปหมด แรงจูงใจที่ทำให้นกเหล่านี้อาศัยอยู่ได้ อย่างแรกก็คือความปลอดภัยจากมนุษย์และสัตว์ อีกประการหนึ่งก็คือความเมตตาปราณีที่มีอยู่ในจิตใจของคนที่อยู่ในบริเวณนั้น และพร้อมที่จะปกป้องคุ้มครองนกเหล่านี้ไว้ โดยไม่ให้ใครเข้ามารบกวนหรือทำร้ายมันนั้นเอง โดยเฉพาะนกนางแอ่นเหล่านี้ ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในสมัยที่พระเดชพระคุณพระเทพสาครมุนีหรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า (หลวงปู่แก้ว) อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทธิวาตวราราม และอดีตเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครท่านยังมีชีวิตอยู่โดยเฉพาะหลวงปู่แก้ว ท่านเป็นพระที่มีจิตใจเปรียบไปด้วยเมตตาธรรมอันสูงส่งเพียบพร้อมไปด้วยสีลาอาจาริยวัตร์ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีปฏิปาทาน่าเลื่อมใสศรัทธาต่อผู้ที่ได้พบเป็นอย่างยิ่ง ท่านได้สร้างคุณงามความดีและคุณประโยชน์ ไว้ในวัดสุทธิวาตวรารามมากมาย จนเป็นที่เคารพรักและศรัทธาของประชาชนทั่วไป โดยไม่ลืมเลือนไปจากจิตใจของเขาเหล่านั้นเลยสิ่งเหล่านี้เอง ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นกนางแอ่นเหล่านี้ เข้ามาอาศัยพี่งใบบุญและบารมีของหลวงปู่แก้วและที่เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น ก็เพราะนกนางแอ่นเหล่านี้ เข้ามาอาศัยอยู่ในพระอุโบสถครั้งแรก ตรงกับวันสำคัญ คือ วันคล้ายวันเกิดของท่านพอดี จึงเป็นเรื่องที่ส่งสนในและน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง
อ่านประวัติ วัดช่องลม และประวัติ หลวงปู่แก้ว เพิ่มเติม ได้ที่นี่ http://www.chonglom.com/index.php
ที่มา บทความ http://www.amazignthailand.jobtipdd.com บันทึกประเพณี วัฒนธรรม เอกลักษณ์ความเป็นไทย
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย
ศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลัง
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
จังหวัดในไทยที่มีอากาศดีและเย็นสบายที่สุดตลอดทั้งปี
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
โรงเรียนหญิงล้วนแห่งแรกของประเทศไทย
ช่วงอายุที่ควรจัดฟัน
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
รีวิวหนังดัง LIVE BY NIGHT
ไอเดียดี ! ตุ๊กตาล่อเด็ก สำหรับเด็กที่กลัวในการพบหมอเพื่อทำฟัน
แอร์ แบรนด์ไหนที่ครองใจคนไทยมากที่สุด
โซเชียลจีนรุมวิจารณ์ เจ้าหญิงกัมพูชาโปรโมตสงกรานต์ ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตคล้ายไทยจนเกิดดราม่า















































































