หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประวัติศาสตร์ ภาคอีสาน

เขียนโดย
ครับพื้นที่ในเขตภาคอิสาน และเขต ประเทศลาวปัจจุบัน
ตกเป็นเมืองขึ้นของสยาม(กรุงธนบุรี)ชัดเจน
(ยกเว้นโคราชที่พอกะเทิน)ตั้งแต่ครั้งสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อ ปี พ.ศ.2321

นั่นคือ เมื่อปี พ.ศ.2321 พระเจ้านครหลวงพระบาง ได้ขอสวามิภักดิ์เข้ารวมในพระราชอาณาจักร ส่วนนครเวียงจันทน์ซึ่งตกเป็นเมืองขึ้นพม่าตั้งแต่ พ.ศ.2317 มิได้ขอสวามิภักดิ์กับสยามด้วย สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีจึงโปรดให้กองทัพสยาม ซึ่งมีสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเป็นแม่ทัพ ยกไปตีเมืองเวียงจันทน์ ได้ เมื่อ พ.ศ.2322 เมื่อเสร็จสงคราม สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากร (พระแก้วมรกต) และพระบาง จากเวียงจันทน์ มาประดิษฐาน ณ กรุงธนบุรีด้วย
(แม้จะมีสงครามเจ้าอนุวงศ์ ซึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2369-71 ต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ที่เจ้าอนุวงศพยายามทำการปลดปล่อยแต่ไม่สำเร็จ)




ต่อมา เมื่อ พ.ศ.2436 คนลาวสองฝั่งของได้ถูกแยกเป็นสองส่วน ส่วนฝั่งขวาแม่น้ำของอยู่กับสยาม แต่ส่วน ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ได้ตกเป็นเมืองขึ้น(อาณานิคม)ของฝรั่งเศส( รัตนโกสินทร์ศักราช 112)
และใน ปี พ.ศ.2446 ( รัตนโกสินทร์ศักราช 122) สืบเนื่องจากวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ทำให้ฝรั่งเศสยึดดินแดนจันทบุรี ซึ่งนับว่าเป็นเมืองยุทธศาสตร์เมืองหนึ่งของสยาม ไว้เป็นประกันถึง 10 ปี สยามจึงหาทางแลกเปลี่ยนโดยยอมยกเมืองมโนไพรและจำปาศักดิ์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเมืองปากเซ และดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ตรงข้ามกับเมืองหลวงพระบาง (แขวงไชยบุรีในปัจจุบัน) ให้กับฝรั่งเศสไป



การปกครองหัวเมืองลาว ในระยะแรกตั้งแต่สมัย ร. 1 เป็นการปกครองในรูป ประเทศราช มี 3 เมืองประเทศราช คือ เวียงจันทน์ นครพนม และจำปาศักดิ์(ในระยะแรกมีหลวงพระบางต่อมาหลวงพระบางขึ้นกับเวียงจัน และต่อมา ได้ยกฐานะเมืองอุบลเป็น “เมืองอุบลราชธานีศรีวนาไล ประเทศราช" ในปี พ.ศ. 2335 ด้วย)

ในปี พ.ศ.2436 หลังจากเสียดินแดนลาวทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศสแล้ว 1 ปี ทางสยามได้มีการ เปลี่ยนแปลงระเบียบการปกครองภายในประเทศเสียใหม่ โดยจัดแบ่งเป็น “มณฑล” ทั้ง หมดทั่วประเทศสยามจัดเป็น 8 มณฑล ในจำนวนนั้นเป็นมณฑลหัวเมืองลาวทางฝั่งขวา แม่น้ำโขงที่อยู่กับราชอาณาจักรสยามรวม 3 มณฑล คือ

1. มณฑลลาวพวน ประกอบด้วย 12 หัวเมือง คือเมืองหนองคาย เมืองโพนพิสัย เมืองท่าอุเทน เมืองนครพนม เมืองมุกดาหาร เมืองสกลนคร เมืองหนองหาน เมือง กมุทาสัย (หนองบัวลำภู) เมืองขอนแก่น เมืองชนบท เมืองหล่มสัก และเมืองชัยบุรี (ปัจจุบันเป็นตำบลอยู่ในอำเภอท่าอุเทน) รวมทั้งเมืองขึ้นของเมืองเหล่านี้

2. มณฑลลาวกาว ประกอบด้วย 13 หัวเมืองและเมืองขึ้นของเมืองเหล่านั้น หัว เมืองทั้ง 13 คือ เมืองนครจำปาสัก เมืองอุบลราชธานี เมืองเขมราฐ เมืองยโสธร เมืองสุวรรณภูมิ เมืองศรีสะเกษ เมืองสุรินทร์ เมืองสังขะ เมืองขุขันธ์ เมืองกมลาสัย เมืองกาฬสินธุ์ เมืองภูแล่นช้าง และเมืองมหาสารคาม

3. มณฑลลาวกลาง ประกอบด้วยเมืองนครราชสีมา เมืองพิมาย เมืองปักธงชัย เมืองจันทึก เมืองนางรอง เมืองบุรีรัมย์ เมืองประโคนชัย เมืองพุทไธสง เมืองรัตนบุรี เมืองชัยภูมิ เมืองภูเขียว เมืองเกษตรสมบูรณ์ และเมืองจตุรัส
 
 
 
    
 
 

ความเป็นไทย ของคนลาวในเขตภาคอิสาน มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ในสมัย ร.5 นี่แหละครับ หลังจากราชอาณาจักรสยามเสียดินแดนลาวฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ให้แก่ฝรั่งเศสแล้ว เป็นเวลา 5-6 ปี คือในปี พ.ศ.2442 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริว่า...

“...ลักษณะการปกครองแบบเดิมนิยมให้เป็นประเทศอย่างราชาธิราช (Empire) อันมีเมืองคนต่างชาติเป็นเมืองขึ้นอยู่ในพระราชอาณาเขต จึงถือว่าเมืองชายพระราชอาณาเขต 3 มณฑล นั้นเป็นเมืองลาว และเรียกชาวเมืองซึ่งอันที่จริงเป็นชนชาติไทยว่าลาว แต่ลักษณะการปกครองอย่างนั้นพ้นเวลาอันสมควรแล้ว ถ้าคงไว้จะให้โทษแก่บ้านเมือง จึงทรงพระราชดำริให้แก้ไขลักษณะการปกครอง เปลี่ยนเป็นอย่างพระราชอาณาเขต (Kingdom)....”

     
      


ในรายละเอียดการปฎิบัติ ในพื้นที่ ด้วยอาณาประชาราษฎรยังมีความรู้สึกว่าตนเป็นเองนั้นเป็นลาว เป็นเขมร เป็นส่วย เป็นผู้ไท ฯลฯ อยู่ เพราะมีความผูกพันกับกรุงเทพฯนั้นมีน้อย ดังนั้นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์จึงโปรดให้มีสารตราสั่งเป็นทางการโดยทั่วไป ในปีนั้น ว่า

“...แต่ นี้สืบไปให้เจ้าหน้าที่แต่ละแผนกทุกหัวเมืองใหญ่น้อยในมณฑลตะวัน ออกเฉียงเหนือ เมื่อจะมีการสำรวจสำมะโนครัว หรือหากมีราษฎรมาติดต่อที่จะใช้แบบ พิมพ์ทางราชการ ให้ปฏิบัติใหม่โดยกรอกในช่องสัญชาตินั้นว่า “ชาติไทยในบังคับสยาม” ทั้งสิ้น ห้ามมิให้ลงหรือเขียนในช่องสัญชาติว่า ชาติลาว ชาติเขมร ส่วย ผู้ไท ฯลฯ ดังที่ เคยปฏิบัติมาแต่ก่อนเป็นอันขาด...”

ครับความเป็นไทย ของคนลาว ในฝั่งขวาแม่น้ำโขง มีความเป็นไทยที่ชัดเจนตามกฎหมาย ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา
ด้วยพระราชดำริ ของ ร.5 ดังกล่าว ก็คือกฎหมายนั่นแหละครับ
เนื้อหาโดย: หมูหัน
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หมูหัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13,468 ครั้ง
เขียนโดย หมูหัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
60 VOTES (4/5 จาก 15 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุดคนไม่ได้เกลียดโฆษณา แต่เกลียดการถูกขัดจังหวะ ทำไมแบรนด์ยุคนี้ต้องขายแบบเนียนขึ้น3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทยรู้จัก “น้องคุ่น” เด็กดินริมแม่กลอง ทำไมถึงกลายเป็นจุดเช็กอินของราชบุรีปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกันฟังเสียงฝน เสียงคลื่น ช่วยให้ใจสงบได้จริงไหม วิทยาศาสตร์ตอบไว้อย่างไรเมื่อบ้านไม่ใช่ที่พักใจ สัญญาณเงียบที่บอกว่าใจเราอาจไม่ปลอดภัยอาหารเช้าที่ไม่ธรรมดา: 4 คดีจริงที่เริ่มจากซีเรียล แซนด์วิช ป๊อปทาร์ต และไข่ทอดมอเตอร์ไซค์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมรถสองล้อเหล่านี้ถึงกลายเป็นตำนานสนามรบจังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณค่าการกลั่นคืออะไร ทำไมราคาน้ำมันขึ้นไว แต่ตอนลงกลับรู้สึกช้า3 อาหารโบราณที่เคยมีบทบาทบนโต๊ะอาหาร ก่อนรสนิยมโลกจะเปลี่ยนไป
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
ตั้งกระทู้ใหม่