หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มารู้จักสาหร่ายสีแดงจากสแกนดิเนเวียกัน

โพสท์โดย Yankii

สาหร่ายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีประวัติการค้นพบและความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ สาหร่ายจัดเป็นแหล่งอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการเนื่องจาก มีไขมันต่ำ มีโปรตีน เส้นใยอาหาร กรดไขมันไม่อิ่มตัว รวมทั้งวิตามิน เกลือแร่อยู่หลายชนิด

สาหร่ายสามารถแบ่งตามขนาดออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

  1. สาหร่ายขนาดเล็กหรือสาหร่ายไมโครแอลจี (Microalgae)  สามารถพบได้ทั้งที่อยู่บริเวณพื้นทะเล ริมฝั่งทะเลหรืออยู่ในน้ำทะเลเช่นพวกไฟโตแพลงตอน เป็นต้น
  2. สาหร่ายขนาดใหญ่หรือสาหร่ายมาโครแอลจี (Macroalgae) หรืออาจเรียกว่า ซีวีด  (Seaweeds) สามารถพบได้บริเวณริมฝั่งทะเลซึ่งจะเติบโตแตกต่างกันไปตามระดับความลึกของน้ำทะเล (Gupta and Abu-Ghannam, 2011)

สาหร่าย ฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิส (Haematococcus pluvialis) ซึ่งสามารถพบได้ในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เช่น สวีเดน จัดเป็นสาหร่ายขนาดเล็กที่เป็นเซลล์ต้นกำเนิดของห่วงโซ่อาหาร เมื่อสาหร่ายชนิดนี้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ขาดอาหารและน้ำ เผชิญกับแสงแดด ความร้อนหรือความหนาวเย็นที่มากเกินปกติ สาหร่ายจะปรับกลไกการทำงานของเซลล์ให้ผลิตสารสีแดงซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า “แอสตาแซนธิน” ขึ้นมาเก็บสะสมไว้ใช้เป็นเสมือนเกราะที่ทำหน้าที่ปกป้องนิวเคลียสของเซลล์จากภาวะขาดน้ำและอาหารที่เกิดขึ้น จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่าสาหร่าย ฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิส ที่ผลิตแอสตาแซนธินขึ้นมาเพื่อช่วยปกป้องเซลล์ จะสามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ แม้จะอยู่ในสภาวะขาดน้ำและอาหาร ได้นานกว่า 20 ปี เมื่อกลับมาอยู่ในสภาวะปกติสาหร่ายก็สามารถปรับตัวกลับมาเป็นสาหร่ายไมโครแอลจีสีเขียวได้อีกครั้งหนึ่ง (Kumar Ashok 2006, Capelli and Cysewski 2007)

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) เป็นสารในกลุ่มแซนโทรฟิลล์ ตระกูลแคโรทีนอยด์ที่มีสีชมพูถึงแดงจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าแอสตาแซนธินมีความสามารถในการยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของออกซิเจนโมเลกุลเดี่ยวหรือค่าแสดงการต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด โดยมีประสิทธิภาพสูงกว่าโคเอนไซม์ คิวเทน 800 เท่า สูงกว่าคาทีซินซึ่งเป็นสารสกัดจากชาเขียว 560 เท่าและมีค่าสูงกว่าวิตามินซี 6,000 เท่า (Nishida et al. 2007) จากการศึกษาเพิ่มเติมของ Shimidzu และคณะ พบว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินอี 550 เท่า และสูงกว่าเบต้าแคโรทีน 40 เท่า

จากผลของการศึกษาที่พบว่าแอสตาแซนธินเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงจึงมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ถึงการนำไปใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพและความงามหลากหลายด้าน ดังนี้

1. ผลการศึกษาถึงประโยชน์ต่อสภาพผิว

            Yamashita E.ได้ทำการวิจัยทางคลีนิคโดยศึกษาแบบ Single Blind Randomized Control ในอาสาสมัครหญิงที่อายุประมาณ 47 ปี จำนวน 49 คน โดยให้รับประทานแอสตาแซนธิน 2 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 6 สัปดาห์ เทียบกับกลุ่มควบคุม ผลการศึกษาพบว่าตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 จนถึงสัปดาห์ที่ 6 ของการทดลอง อาสาสมัครรู้สึกว่าสุขภาพผิวดีขึ้น คือ ความแห้งและหยาบกระด้างของผิวลดลง ผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น ความยืดหยุ่นมากขึ้น ริ้วรอยลดลง

2.ผลการศึกษาถึงประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด

             Iwamoto T. และคณะนักวิจัยได้ทำการศึกษาทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองถึงฤทธิ์ในการต้านการเกิด แอล ดี แอล ออกซิเดชั่น (LDL Oxidation) ของแอสตาแซนธิน เทียบกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่นเช่น วิตามินอี และลูทีน ซึ่งพบว่าแอสตาแซนธินมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด จากการศึกษาโดยวัดระดับคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และแอล ดี แอล คอเลสเตอรอลในเลือดของอาสาสมัครที่ทานแอสตาแซนธินเสริมที่ 1.8- 21.6 มิลลิกรัมเป็นเวลา 14 วันพบว่ามีการไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน แต่ค่า แอล ดี แอล คอเลสเตอรอล lag time ซึ่งแสดงค่าการต้านการออกซิเดชั่นเพิ่มขึ้นแปรผันตามปริมาณของแอสตาแซนธิน นักวิจัยจึงสรุปว่าการทานแอสตาแซนธินเสริมอาจช่วยในการลดการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัวได้

3.ผลการศึกษาถึงประโยชน์ต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2

            Uchiyama และคณะได้ทำการศึกษาวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการแล้วค้นพบว่าแอสตาแซนธินมีคุณสมบัติในการป้องกันการถูกทำลายของเซลล์ตับอ่อนจากปฏิกิริยาออกซิเดชันในร่างกายส่งผลให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือด (Fasting blood sugar) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเพิ่มความไวต่อการทำงานของอินซูลินกับเซลล์ภายในร่างกายอีกด้วย

4.ผลการศึกษาถึงประโยชน์ต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและการฟื้นฟูสภาพ

            จากการศึกษาของ Sawaki และ คณะ ที่ประเทศญี่ปุ่นพบว่าหลังจากการให้นักกีฬาวิ่ง 1,200 เมตรรับประทานแอสตาแซนธินต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกัน 4 สัปดาห์ส่งผลให้ลดการเกิดการสะสมของกรดแลคติกอันเป็นสาเหตุของการทำให้กล้ามเนื้อได้รับออกซิเจนไม่เพียงพออย่างมีนัยสำคัญ

 

สรุป

             แม้ว่ามนุษย์มีอายุยืนยาวขึ้นกว่าอดีต แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังอยากมีสุขภาพที่แข็งแรงอีกทั้งยังมีผิวพรรณที่สดใสเปล่งปลั่ง ดังนั้นผู้ที่รักสุขภาพและปรารถนาให้ตัวเองดูดีสวยหล่ออยู่เสมอ จึงพยายามหาวิธีลดและชะลอความเสื่อมของผิวพรรณ ทำให้แนวคิดในการดูแลสุขภาพด้วยการชะลอความเสื่อมและชราภาพได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก วิธีง่ายๆที่สามารถปฏิบัติได้คือการดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ด้วยการบริโภคอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ เพื่อให้ได้คุณค่าสารอาหารตามที่ร่างกายต้องการครบถ้วนและสมดุล โดยเฉพาะผักสดและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่และสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ซึ่งแอสตาแซนธินที่สกัดได้จากสาหร่าย Haematococcus pluvialis นี้ จัดเป็นแหล่งกำเนิดใหม่ของสารต้านอนุมูลอิสระที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจและศึกษาเพิ่มเติมต่อไปอีกในอนาคต

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Yankii's profile


โพสท์โดย: Yankii
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
8 VOTES (4/5 จาก 2 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชาทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกอำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุดจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดนนักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดู5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลวiPhone รุ่นเก่ากลับมาฮิตถล่มทลาย หลัง Gen Z แห่ตามหา!!แม่วัวตัวหนึ่งวิ่งไล่ตามรถจักรยานยนต์ ที่บรรทุกลูกวัวขาหักของมันมาด้วยรู้หรือไม่ ? ทำไมขนมไทยต้องใส่ "กลิ่นนมแมว" รู้จักที่มาของกลิ่นหอมที่ไม่ได้มาจากแมวนะจ๊ะผู้เข้าประกวดโอลิมเปีย หล่อเหลาเหมือนไอดอลเกาหลี สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อาชีพบาร์โฮสต์รายได้หลักล้านต่อเดือน(ประเทศญี่ปุ่น)จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ตั้งกระทู้ใหม่