ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ใหม่ ไขปริศนาแสงสนธยา
ย้อนกลับไปในยุคทศวรรษที่ 60-70 นักบินอวกาศในโครงการอะพอลโลได้บันทึกเกี่ยวกับปรากฏการณ์หนึ่งบนดวงจันทร์ว่า ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นหรือตกที่ขอบฟ้าของดวงจันทร์ประมาณ 10 วินาที จะมีเส้นสว่างจาง ๆ ขึ้นที่ขอบฟ้าเป็นแนวรัศมีจากดวงอาทิตย์ คล้ายแสงสนธยาที่เกิดขึ้นบนโลก ปรากฏการณ์นี้มีบันทึกยืนยันในรายงานของนักบินอวกาศประจำยานอะพอลโล 8, 10, 15 และ 17 แม้จะผ่านมาถึง 40 ปีแล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังอธิบายไม่ได้ว่าแสงที่นักบินอวกาศเห็นนั้นคืออะไร
ภาพร่างการเกิดแสงสนธยาบนดวงจันทร์ บันทึกโดยนักบินอวกาศของยานอะพอลโล 17
บนโลก แสงสนธยาไม่ใช่ของแปลก เกิดขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์ลอดผ่านม่านหมอกและหมู่เมฆ แต่บนดวงจันทร์ไม่มีบรรยากาศ ไม่มีเมฆ ไม่มีหมอก แล้วจะเกิดแสงเช่นว่าได้อย่างไร
เพื่อที่จะไขปริศนาที่ยาวนานสี่ทศวรรษนี้ นาซาจึงได้ดำเนินภารกิจใหม่ ด้วยยานสำรวจดวงจันทร์ชื่อว่า แลดี (LADEE--Lunar Atmosphere and Dust Environtment Explorer) ซึ่งได้ปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าไปแล้วเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา
“ความจริงแล้ว ดวงจันทร์มีบรรยากาศ" ริชาร์ด เอลฟิก นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการแลดีอธิบาย "เพียงแต่เบาบางกว่าของโลกมากเท่านั้นเอง"
บรรยากาศของดวงจันทร์เบาบางกว่าของโลกประมาณสิบล้านล้านเท่า ประกอบด้วยอาร์กอน-40 ที่ซึมผ่านพื้นดินจากกระบวนการย่อยสลายให้กัมมันต์ภายในเนื้อดวงจันทร์ นอกจากนี้ยังมีฮีเลียม โซเดียม และโพแทสเซียมที่หลุดออกมาจากพื้นผิวดวงจันทร์โดยการกระทำของลมสุริยะและจุลอุกกาบาต
อย่างไรก็ตาม คำอธิบายนี้ก็อธิบายปรากฏการณ์แสงสนธยาบนดวงจันทร์ไม่ได้ บรรยากาศของดวงจันทร์เบาบางเกินไปที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่าต้องมีบางอย่างที่ยังไม่เห็นทำให้เกิดแสงนี้
บางทีสิ่งนั้นอาจเป็นฝุ่น เมื่อแสงอาทิตย์กระทบผิวดวงจันทร์ รังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์จะทำให้ดินชั้นบนสุดเป็นประจุ และอาจทำให้ฝุ่นเม็ดเล็กลอยขึ้นจากพื้นผิวไปปะปนกับแก๊สในบรรยากาศ
ในบรรยากาศที่หนาแน่นเช่นบนโลก โมเลกุลของแก๊สจะชนกันอย่างสม่ำเสมอ เป็นการกระจายความดันและความร้อนออกไปทุกทิศทาง แต่ในบรรยากาศที่เบาบางมากเช่นของดวงจันทร์ โมเลกุลของแก๊สอยู่ห่างกันมากจนไม่ค่อยมีโอกาสชนกัน การชนส่วนใหญ่เป็นการชนเข้ากับพื้นผิว
เมื่อโมเลกุลของอากาศชนเข้ากับฝุ่น จะเกาะติดอยู่เป็นระยะสั้น ๆ แล้วหลุดกระเด็นออกไป เมื่อไปเกาะติดกับฝุ่นอื่นอีก ก็จะเกาะติดแล้วหลุดอีก เช่นนี้เรื่อยไป ดังนั้นบนดวงจันทร์จึงมีโมเลกุลอากาศนับล้านกระโดดไปมาอยู่บนพื้นผิว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หวังว่าสเปกโทรมิเตอร์หลายย่านความถี่บนยานแลดีจะตรวจพบและศึกษาได้ว่าอนุภาคเหล่านี้มีพฤติกรรมอย่างไร
ภารกิจของแลดีสั้นมาก วันสิ้นสุดภารกิจของแลดีเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในวันที่ 15 เมษายน ปีหน้า จะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง ขณะที่คนบนโลกกำลังชื่นชมจันทร์สีอิฐที่สวยงาม เงาโลกที่ทอดไปยังดวงจันทร์จะคลุมไปถึงยานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ระบบจ่ายพลังงานที่ต้องพึ่งพาแสงอาทิตย์บนยานก็หยุดทำงาน เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ
ข้อมูล
- NASA Mission To Study Mysterious Lunar Twilight Rays - science.nasa.gov
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
จุดจบรถ EV จีนราคาถูก กับ "ยุคทองของการช้อนซื้อของถูก"
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
ชาวญี่ปุ่นฝ่าหิมะไปเลือกตั้ง
กลุ่มชนชั้นนำที่มีอำนาจมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้
ภาพที่เห็นอยู่นี้ คือภาพในปากของ "เต่ามะเฟือง" ยักษ์ใหญ่ใจดีของท้องทะเล สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ดูน่ามหัศจรรย์แท้เน่อ
เตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น! หิมะตกหนัก ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 200 เที่ยว และรถไฟชินคันเซ็นบางเส้นทางงดให้บริการ

