หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อะนอเร็กเซีย (Anorexia nervosa) : โรคของคนอยากผอม !!??

โพสท์โดย moses

http://www.queerty.com/wp/docs/2009/03/bulimia-anorexia.jpg

         อะนอเร็กเซีย เนอร์โวซา (Anorexia Nervosa) เป็นชื่อเต็มในภาษาอังกฤษของ “โรคกลัวอ้วน” มีความหมายว่า ภาวะที่บุคคลปฏิเสธที่จะรับประทานอาหารเพื่อคงน้ำหนักไว้ในระดับปกติ โดยมีทัศนคติที่ผิดต่อรูปร่างและน้ำหนักตัว มักเกิดกับผู้มีอาชีพที่ต้องใช้ รูปร่างที่ผอมบางอย่างนักแสดง นางแบบ หรือนักกีฬาประเภทที่ต้องควบคุมน้ำหนัก เช่น ยิมนาสติก

         ถ้าเราจะสังเกตดีๆ จะเห็นว่าสังคมปัจจุบันสนใจน้ำหนักตัว ไม่ต้องการอ้วน ไม่ต้องการหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน สื่อชนิดต่างๆ ไม่ว่า ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ จะพบข้อความหรือโฆษณาเกี่ยวข้อง กับการควบคุมน้ำหนักด้วยกรรมวิธีต่างๆ เกี่ยวข้องกับผลเสียของความอ้วน หรือไขมันมากเกินอยู่เสมอ

          อาจเรียกว่าค่านิยมใหม่ได้รับการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ เยาวชนรุ่นใหม่รับไปเรียบร้อยแล้ว ในอเมริกา สาววัยรุ่นอายุ 18 ปี กว่าครึ่งคิดว่าตัวเองอ้วน (น้ำหนักมากไป) ทั้งๆ ที่เมื่อชั่งแล้วน้ำหนักยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ค่านิยมนี้จะเห็นเด่นชัดในกลุ่มนักศึกษาหญิงนิยมน้ำหนักตัวน้อย เคร่งครัดควบคุมอาหารการกินมาก

อาการ
          โรคนี้ถือเป็นความผิดปกติทางจิตใจชนิดหนึ่ง โดยมีความเชื่อผิดเกี่ยวกับน้ำหนักและรูปร่างตัวเอง บางคนยังเชื่อว่า น้ำหนักมากเกินไป ทั้งๆ ที่ความจริงอยู่ในขั้นผอมแห้ง บางคนเชื่อว่าอวัยวะบางส่วนของตัวอ้วนไป มีพฤติกรรมย้ำคิด-ย้ำทำ และจะรู้สึกประสบความสำเร็จหากลดน้ำหนักลงได้ ผู้ป่วยจะกลัวมากๆ เกี่ยวกับการที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นและที่แปลกคือ เมื่อยิ่งผอม (น้ำหนักลด) กลับยิ่งกลัวมากขึ้นไปอีก ความกลัวน้ำหนักเพิ่มนั้นมากเสียยิ่งกว่ากลัวตายจากการปฏิเสธอาหาร แทนที่จะรู้สึกผ่อนคลายหรือเบาใจ เมื่อน้ำหนักลดลงได้ เขากลับกลัวมากขึ้นไปอีก

 

 

http://beautifullifeproject.files.wordpress.com/2009/03/anorexia.jpg?w=284&h=300

          ผู้ป่วยมักปฏิเสธว่าไม่หิว ไม่ป่วย บอกว่าสบายดี มักแยกแยะความหิวไม่ได้ ความจริงที่ว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคกลัวอ้วน จะไม่รู้สึกหิวนั้นไม่เป็นความจริง ที่จริงแล้วพวกเขายังหิว และหิวอยู่ตลอดเวลา แต่การเอาชนะความหิวทำให้เขารู้สึกมีอำนาจเหนือร่างกายของเขาเอง ความคิดของเขาจะเต็มไปด้วยเรื่องเกียวกับอาหาร น้ำหนักตัว และการควบคุมอาหาร ในที่สุดเมื่อเขาสนใจแต่เรื่องเหล่านี้ ก็จะไม่มีเวลาสนใจเรื่องอื่น ทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน มนุษยสัมพันธ์แย่ลง และในที่สุดความซึมเศร้าก็จะตามมาทีสำคัญก็คือ ผู้ป่วยโรคนี้จะปฏิเสธการรักษา ทำให้รักษาได้ลำบาก และมักคิดว่าความคิดของตัวเองนั้นถูกต้อง และคนอื่นกำลังพยายามทำให้เขาอ้วน เขาคิดว่าตัวเองปกติแต่คนอื่นต่างหากที่ผิดปกติ

 

http://my-musik.com/uploads/anorexia1206lindsay-lohan.jpg

 

          ผู้เป็นโรคนี้จะไม่ยอมกินอะไรเลย แต่มีนิสัยชอบทำอาหารมากๆ ทั้งที่ทำแจกคนอื่นและทำซุกเก็บไว้ตามที่ต่างๆ ทั่วบ้าน ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีน้ำหนักต่ำกว่าคนทั่วไปราวร้อยละ 15 รูปร่างผอมจนซูบซีดเพราะขาดสารอาหาร ขี้โมโห ฉุนเฉียวง่าย ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นช้า มักบ่นว่าหนาว ผมร่วง ผิวหนังแห้ง ซีดเซียว ขาดสมาธิ ประจำเดือนขาดเนื่องจากผอมเกินไป มีฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน และคอร์ติซอลผิดปกติ จนเกิดโรคกระดูกพรุนได้ง่าย ทั้งนี้ผู้ป่วยอาจเข้าใจผิดคิดว่าสามารถกินยาคุมกำเนิดเพื่อชดเชยฮอร์โมนที่ขาดไปเหมือนในผู้หญิงวัยทองได้ แต่ในความเป็นจริง กลไกการหมดประจำเดือนของผู้ที่เป็นโรคอะนอเร็กเซียจะแตกต่างจากหญิงในวัยทอง จึงไม่สามารถกินฮอร์โมนชดเชยได้ ผู้ป่วยเป็นโรคอะนอเร็กเซียมักไม่สังเกตตัวเอง และไม่อยากรับการรักษา แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาก็จะมีอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เนื่องจากขาดสารอาหาร นอกจากนี้คนไข้ส่วนใหญ่ยังมักเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพราะปัญหาสุขภาพรุมเร้า

 

พฤติกรรมของผู้ป่วยมี  2 แบบ คือ

          1. แบบจำกัด หมายถึง จะรับประทานอาหารน้อย และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพลังงานสูง พวกนี้มักจะออกกำลังกายมากและหนัก 
          2. แบบกินมาก ออกมาก หมายถึง เมื่อรับประทานอาหารแล้วใช้วิธีทำให้ตัวเองอาเจียน ใช้ยาถ่าย ยาขับปัสสาวะ หรือสวน
อุจจาระ 
         
 ผู้ป่วยมักมีความประพฤติแบบย้ำคิด-ย้ำทำร่วมด้วย ชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยพิธีรีตอง ส่วนตัวอาจนับเมล็ดข้าวที่รับประทาน คำนวณพลังงานที่ได้จากอาหาร ชั่งน้ำหนัก วัดสัดส่วนของร่างกาย ฯลฯ

          การพัฒนาทางเพศจะล่าช้าในผู้ป่วยพวกนี้ สาเหตุอาจมาจากหลายปัจจัย เช่น ผู้ป่วยมักแยกตัวจากสังคม เพราะขาดความเชื่อมั่น นับถือตัวเองและกลัวว่าเมื่อเข้าสังคมแล้วจะดำเนินชีวิตอย่างที่ทำอยู่ไม่ได้ 


สาเหตุ

ปัจจัยเกี่ยวกับตัววัยรุ่น :

มักเป็นวัยรุ่นที่เป็น “เด็กดี” “เด็กตัวอย่าง” ของครอบครัว มีบุคลิกภาพที่สมบูรณ์แบบ (perfectionist) ย้ำคิดย้ำทำ ขาดทักษะในการใช้ชีวิตในสังคม มีความเป็นตัวของตัวเอง มีปัญหาความขัดแย้งในจิตใจเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง รู้สึกไม่มีค่า มักทำตามความคาดหวังของผู้อื่นเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับ ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียน หรือนักศึกษาสาวที่ขยันเรียน มีความรับผิดชอบสูง ผลการเรียนดี เป็นคนค่อนข้าง "สมบูรณ์แบบ" บิดามารดามักประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานสูง ผู้ป่วยมักไม่ชอบงานสังคมสังสรรค์นัก

 

http://skeptically.org/sitebuildercontent/sitebuilderpictures/anorexia-bikini.jpg

ปัจจัยที่เกี่ยวกับครอบครัว :
ถูกเลี้ยงดูแบบใกล้ชิดหรือปกป้องมากเกินไป

 

ปัจจัยทางสังคม : 
ค่านิยมยึดติดอยู่กับความผอมบาง ต้องการสวย เชื่อว่าผู้หญิงผอมคือแฟชั่น คิดว่าคนอ้วนเป็นคนที่ดูแลตนเองไม่ดี หรือคิดว่าคุณค่าวัยรุ่นขึ้นอยู่กับรูปร่างหน้าตาที่น่ารักหรือหุ่นดี

ปัจจัยทางพัฒนาการ : 
การที่วัยรุ่นมีวิกฤติของชีวิต เช่น ความต้องการเป็นตัวของตัวเอง ค่านิยม สัมพันธภาพกับผู้อื่น บางครั้งอาจเกิดความขัดแย้งกับบิดามารดา โดยเฉพาะการมีสัมพันธภาพกับเพื่อนต่างเพศ 

อาการเตือนล่วงหน้า

มีอาการบางอย่างที่พอจะอาศัยเป็นสัญญาณเตือนได้สำหรับสังเกตว่า คนในครอบครัวของเราอาจเริ่มเป็นโรคกลัวอ้วนอย่างหนักหรือไม่ อาการที่ว่าได้แก่ 
           ตั้งใจอดอาหารด้วยตัวเอง และน้ำหนักลดลง 
           กลัวการเพิ่มน้ำหนักตัว 
           ปฏิเสธการรับประทานอาหาร 

           ปฏิเสธความหิว 
           ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 
           มีขนอ่อนมากขึ้นตามตัวแขนขา หรือใบหน้า 

           ขี้หนาว 
           ประจำเดือนไม่มาหรือไม่สม่ำเสมอ 
           ผมบางลง 
           มีความรู้สึกว่าตัวเองอ้วนทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงผอมมาก

http://wso.williams.edu/orgs/peerh/images/anorexia.jpg

 โรคแทรกซ้อน        

           โรคแทรกซ้อนส่วนใหญ่เกิดจากผลของการอดอาหาร เป็นความพยายามของร่างกายที่จะอนุรักษ์พลังงานไว้ใช้ในภาวะที่ขาดแคลน ผู้ป่วยที่ใช้วิธีอาเจียน ถ่ายท้อง หรือขับปัสสาวะจะสูญเสียธาตุโพแตสเซียม เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะและกล้ามเนื้อเกร็งได้ 
           โรคแทรกทางหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วยโรคนี้ อาจหัวใจเต้นช้าแค่ 40 ครั้งต่อนาที 
           อาเจียนบ่อยๆ ทำให้เคลือบฟันสึกกร่อน และต่อมน้ำลายบวมคล้ายเป็นคางทูม กล้ามเนื้อกระเพาะและลำไส้จะลีบและอ่อนลงจากการที่ใช้งานน้อย ทำให้อาหารคงอยู่ในและท้องผูก 

           ผิวหนังจะแห้ง ผมบนศีรษะบางลง มีขนอ่อนตามลำตัวและแขนขามากขึ้น 
           อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง กระดูกบางลง กระดูกหักง่าย 

           ไตทำงานปกติ อาจเกิดไตวายเรื้อรัง 
           เม็ดโลหิตและเกร็ดเลือดลดน้อยลง

 

http://i.ehow.com/images/GlobalPhoto/Articles/4470513/anorexia-main_Full.jpg

 

จะรักษาอย่างไร?

          ก่อนรักษาแพทย์จะต้องประเมินว่าผู้ป่วยมีโรคอื่นร่วมด้วยหรือไม่ และมีโรคแทรกซ้อนอะไรบ้าง เป้าหมายเบื้องต้นในการรักษาคือ ป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเสียชีวิตจากการอดอาหาร ผู้ป่วยและครอบครัวจะได้รับคำแนะนำและอธิบายถึงแผนการรักษา เพื่อนๆ ของผู้ป่วย ก็มีส่วนร่วมในการรักษาด้วย นักกำหนดอาหาร นักโภชนาการ นักจิตวิทยา และจิตแพทย์ ล้วนมีความสำคัญในการร่วมทีมรักษา เริ่มแรกต้องค่อยๆ เพิ่มอาหาร เพื่อป้องกันกระเพาะขยายตัว ป้องกันการบวมและหัวใจล้มเหลว บางกรณีต้องรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล เช่น ผู้ป่วยที่น้ำหนักลดมากกว่า 30% ของน้ำหนักปกติ ผู้ป่วยที่มีความคิดฆ่าตัวตาย ผู้ป่วยที่ติดยาระบาย หรือยาขับปัสสาวะและกรณีที่รักษาแบบผู้ป่วยนอกแล้วไม่ได้ผล 
          การรักษาในโรงพยาบาลจะใช้เวลาประมาณ 10-12 สัปดาห์ จึงจะเพียงพอสำหรับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ก่อนนำผู้ป่วยกลับบ้าน ควรลองปล่อยผู้ป่วยกลับบ้านเฉพาะวันหยุดดูก่อน เพื่อปรับตัวสักระยะหนึ่ง เมื่อกลับบ้านได้แล้วยังต้องนัดกลับมาติดตามการรักษาไปอีกเป็นเดือน หรือเป็นปีทีเดียว เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ 
          การรักษาทางจิต มีความสำคัญมาก ต้องเริ่มตั้งแต่ก้าวแรกและติดตามไปเรื่อยๆ จนผู้ป่วยปกติ พฤติกรรมบำบัด ก็มีส่วนในการรักษามากทั้งวิธีให้รางวัลและลงโทษ ในผู้ป่วยอายุน้อยการใช้วิธีครอบครัวบำบัดจะได้ผลดีมาก ต้องระลึกเสมอว่าโรคนี้มีผลกระทบต่อครอบครัวทั้งหมด การให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวเพื่อแก้ปัญหาในสิ่งแวดล้อมของครอบครัว จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

http://english.pravda.ru/img/idb/photo/1-10.jpg

 การป้องกัน 
          เสริมให้วัยรุ่นมีความเชื่อมั่นในตนเอง  
          เสริมพลังอำนาจในตนเองให้รู้สึกว่าสามารถควบคุมเหตุการณ์ต่างๆได้ 

          เรียนรู้ที่จะเคารพตนเอง เชื่อว่าตนเองเป็นอิสระ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ครอบครัวหรือ สังคมเท่านั้น
          รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบ 5 หมู่ 

          ส่งเสริมทักษะในการใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่น  
          เสริมทัศนคติที่ดีในการเข้าใจรูปลักษณ์ของตนเอง

สะท้อนความคิดเห็น

          เนื่องจาก อะนอเร็กเซียหรือโรคกลัวอ้วนเป็นโรคที่อาจจะเกิดได้กับเด็กวัยรุ่นทุกๆคน ซึ่งมีความรักสวยรักงาม สาเหตุที่ข้าพเจ้า นำโรคนี้ขึ้นมาศึกษา ก็คือข้าพเจ้าไม่อยากให้โรคนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนๆคนใด ซึ่งข้าพเจ้าเอง ได้เคยประสบกับความทรมานของโรคนี้มานานถึง 2 ปี และข้าพเจ้ารับรู้ได้ว่ามันร้ายแรง เกินกว่าที่ใครจะเข้าใจได้หากไม่ได้ประสบกับมันด้วยตัวเอง ข้าพเจ้าอยากจะบอกว่า เพื่อนๆคนไหนที่คิดจะลดน้ำหนัก ต้องแน่ใจว่าตัวเอง จิตใจเข้มแข็งพอรึป่าว พอที่จะหยุดตัวเองไม่ให้ถลำลึกลงไปมากกว่าที่คิด และตกเป็นเหยื่อของโรคร้ายที่ชื่อ "อะนอเร็กเซีย" หรือไม่ บางคนอาจจะคิดว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดนั้น ไร้สาระและไม่มีทางเกิดขึ้นได้ แต่เชื่อเถอะ มันเกิดได้จริง

          ให้คุณๆทั้งหลาย ลองคิดดูว่า แม้แต่แรงที่จะเดินก็ไม่มี หายใจก็ยังเหนื่อย แต่พอกินเข้าไปแล้วมันจะรู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าการทนต่อความหิวเสียอีก มันเป็นยังไง แต่ข้าพเจ้าดีใจที่ได้เคยสัมผัสกับความรู้สึกแบบนั้น มันเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้าตั้งแต่ที่หายขาดจากอะนอเร็กเซีย วันนั้นข้าพเจ้าไม่เคยมองรูปร่างตัวเองเอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่น หรือคิดว่า ตัวเองมีปมด้อย ถึงแม้จะมีคนว่าอ้วน หรืออะไรก็แล้วแต่ ข้าพเจ้าก็ยังมีความสุข ยังยิ้มได้ สนุกกับชีวิตได้ ข้าพเจ้าอยากให้เพื่อนๆทุกคนพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมี รูปร่างก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด เมื่อเวลาผ่านไป มันก็จะเปลี่ยนไป ถึงเราจะเคยสวยแค่ไหน เมื่อแก่ไปมันก็ต้องเหี่ยวไปเป็นธรรมดา หากว่าใครที่ได้อ่านบล็อกนี้แล้วไม่ชอบใจ ข้าพเจ้าก็ขออภัยด้วย แต่อยากจะบอกให้รู้ว่า ข้าพเจ้าเป็นห่วงเพื่อนทุกๆคนจริงๆ เพราะข้าพเจ้าเห็นเพื่อนๆในห้องก็ดูผอมลงกัน มากบ้าง น้อยบ้าง แตกต่างกันไป แต่ก็ควรจะให้มันพอประมาณนะ อย่าให้มันมากเกิน เดี๋ยวจะเสียใจทีหลัง แล้วจะหาว่าอ้วนไม่เตือนนะ ^___________________^

  หวังว่า ทุกท่าน คงจะได้อะไรจากบล็อกนี้ไป ไม่มากก็น้อย นะคะ (อย่างน้อยขอรอยยิ้มนะ ^_______________^)

ธนิกานต์ ชนะพงษ์

ม.6/5 เลขที่ 6

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: moses
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
44 VOTES (4/5 จาก 11 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หวย AI ได้วิเคราะห์เลข น่าจะออกรางวัล งวด 2 มกราคม 2569คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!ทำไมประเทศในเอเชียกลางต้องลงท้ายด้วย "สถาน"จาก "ยาโด๊ป" ราชสำนักสู่ขนมโปรดของคนทั่วโลก: เจาะลึกประวัติศาสตร์และคุณประโยชน์ของช็อกโกแลตปิดฉากดราม่าอีสปอร์ตไทย! ‘ก้อง Cheerio’ รับสารภาพเป็นสแตนด์อินให้ Tokyogurl ปมทุจริตซีเกมส์ 2025กัมพูชา!ไม่พอใจ “อินเดีย” หลังประกาศวีซ่าฟรีเฉพาะคนไทยเรือรบจีนติดตั้งขีปนาวุธ YJ-20 สุดเทพของโลก!!รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดประจำวันก็คือ ถ้าดื่มหนักมาสองวันแล้ว วันนี้พักบ้างก็ดีเด้อ ขอบคุณครับโอเลี้ยง vs อเมริกาโน่ กาแฟดำเหมือนกัน แต่ทำไมรสชาติถึงต่างกันราวฟ้ากับเหว?แม่ชาวจีนช็อก ชายวัย 19 กลายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในเขมรคำทำนายพิเศษจาก "บาบา วังกา" สำหรับปี 2026Bir Tawil แผ่นดินอาถรรพ์ที่ไม่มีใครอยากครอบครอง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แม่ชาวจีนช็อก ชายวัย 19 กลายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในเขมรร้านทอง ทำไมถึงใช้คำว่า ห้างทอง ทั้งที่ไม่ใช่ ห้างสรรพสินค้า3 กิจกรรมง่ายๆ ที่ช่วยทำให้เด็กมี IQ เยอะกว่าเพื่อนๆในวัยเดียวกันญี่ปุ่นออกประกาศเตือนภัยหิมะตกหนัก! ถนนในโตเกียวอาจกลายเป็นน้ำแข็งย้อนวันวานปี 2530 เมื่อการล้างรูปยังต้องพึ่งร้านถ่ายรูป ความทรงจำก่อนยุคดิจิทัลBir Tawil แผ่นดินอาถรรพ์ที่ไม่มีใครอยากครอบครอง
ตั้งกระทู้ใหม่