นิทานพื้นบ้าน นางสิบสอง








นิทานพื้นบ้านเรื่องนางสิบสอง นางสิบสองเป็นลูกเศรษฐี ซึ่งมีใจเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ชาวบ้านซึ่งอยู่ในตำบลนั้นเป็นอย่างยิ่ง แต่เดิมเศรษฐีและเมียของเศรษฐีไม่มีลูกมาก่อนเลย จึงได้บนบานศาลกล่าวและขอลูกจากเทวดาอารักษ์ เทวดาจึงให้นางสิบสิงมาเกิดเป็นลูกเศรษฐี เมื่อเศรษฐีมีลูกถึง 12 คน ก็เกิดยากจนถึงขนาดไม่มีจะกิน ฐานะที่เคยร่ำรวยก็ตกต่ำลง จนในที่สุดก็ต้องใช้อุบายเอาลูกไปปล่อยไว้ในป่า ให้นางทั้งสิบสองคนผจญชีวิตอยู่ในป่า นางทั้งสิบสองซึ่งมีนางเภาเป็นคนสุดท้อง นางเภาเป็นลูกสาวที่มีหน้าตาสวย มีจิตใจเมตากรุณาผิดกว่าพวกพี่ๆ ทุกคน จึงได้รอยแรมอยู่ในป่า และหลงทางเข้าไปในเมืองของนางยักษ์ชื่อ สันทะมาลา เมื่อนางสันทะมาลาซึ่งไม่เคยมีลูกมาก่อนเลย ได้เห็นนางสิบสองคนเข้าก็มีใจเมตตากรุณาเลี้ยงเอาไว้เป็นลูกจนกระทั้งนางทั้งสิบสองเติบโตเป็นสาว และได้ล่วงรู้ความลับว่านางสันทุมาลาเป็นยักษ์โดยการไปพบโครงกระดูกอยู่ในอุโมงค์ นางทั้งสิบสองมีความหวาดกลัวจึงได้พยายามหลบหนีออกมาจากอุโมงค์ รอดพ้นจากเมืองของนางสันทะมาลา
ในขณะนั้นเป็นเวลาเดียวกับที่เจ้าชายรถสิทธิ์ได้เสด็จประพาสป่า และได้มาพบนางทั้งสิบสองคน พระองค์ก็ทรงพึงพอใจในความงามของนางทั้งสิบสองคนจึงเอาไปเลี้ยงไว้เป็นพระมเหสี ทำความโกรธแค้นให้นางสันทะมาลาเป็นอย่างยิ่ง ต่อมานางสันทะมาลาได้หาอุบายที่จะแกล้งทั้งสิบสองคน จึงได้แปลงกายเป็นสาวงามเข้ามาพบท้าวรถสิทธิ์ในเมือง เมื่อท้าวรถสิทธิ์ได้พบนางสันทะมาลากลายเป็นสาวงามดังนั้น ก็เกิดความลุ่มหลงในตัวนางถึงกับลืมนางทั้งสิบสองคน และสั่งให้จับไปขังไว้ในอุโมงค์เมื่อนางทั้งสิบสองคนพยายามบอกว่า นางยักษ์แปลงร่างมาไม่ใช่เป็นนางงามอย่างที่ท้าวรถสิทธิ์เข้าใจ นางสันทะมาลาโกธรแค้นนางสิบสองคนเป็นอย่างยิ่ง เลยแกล้งทำเป็นล้มป่วยลง และบอกกับท้าวรถสิทธิ์ว่า จะต้องได้ลูกตาทั้งสิบสองคนเข้ามาเป็นตัวยารักษาโรคจึงจะหาย ท้าวรถสิทธิ์ซึ่งกำลังลุ่มหลงนางอยู่ก็เชื่อและสั่งให้ควักลูกตาของนางทั้งสิบสองคนจะเอามาทำตัวยาโดยยกเว้นนางเภา นางเภาซึ่งเป็นมเหสีองค์สุดท้ายว่าให้ควักเพียงข้างเดียว เพื่อให้นางเภาได้มีโอกาสได้เห็นโลกด้วยตาอีกข้างหนึ่ง ต่อมานางเภาได้คลอดลูกในอุโมงค์ คือ รถเสน รถเสนเป็นเด็กดีมีกตัญญูต่อแม่และป้า ได้หลบหนีออกมาจากอุโมงค์และออกมาหาข้าวและหาอาหารไปให้แม่และป้ากิน
จนกระทั่งวันหนึ่งรถเสนได้เข้าไปชนะพนันตีไก่ที่ในหมู่บ้าน และขอข้าวทั้งสิบสองเพื่อเอาไปฝากแม่และป้าซึ่งอยู่ในอุโมงค์ ซึ่งเป็นที่สงสัยแก่ชาวบ้านแถวนั้นเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูด ได้แต่มองดูอยู่ จับตาอยู่ว่ารถเสนจะทำอย่างไรต่อไปอีก กล่าวถึงนางสันทะมาลาทิ้งบ้านเมืองมาเป็นเวลานานก็อดที่จะคิดถึงบ้านเมืองไม่ได้ จึงได้มีราชสาสน์ถึงนางเมธีซึ่งเป็นลูกของนาง เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กเช่นเดียวกับนางสิบสอง บอกว่าขณะนี้นางมีความสุขสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง และคิดหาอุบายอยู่เสมอว่าจะต้องกลับไปเมืองให้ได้ ต่อมาท้าวรถสิทธิ์เริ่มระแคะระคายจากชาวบ้านและอำมาตย์ที่ออกไปหมู่บ้าน ว่ามีเด็กหน้าตาดีมีลักษณะท่าทางแปลกกว่าเด็กอื่นทั่วไป ก็เริ่มสงสัยและสั่งให้อำมาตย์พาเด็กคนนี้เข้าเฝ้า ขณะนั้นรถเสนก็เริ่มเติบโตเป็นหนุ่มแล้ว ก็เข้าเฝ้าและได้พบกับพระราชบิดา ได้เล่าความจริงให้หมดว่า ขณะนี้แม่และป้าตาบอดอยู่ในอุโมงค์ ซึ่งท้าวรถสิทธิ์ยังลุ่มหลงในตัวนางสันทะมาลาอยู่ก็ไม่ได้คิดจะช่วยเหลือและเอาตัวนางทั้งสิบสองออกมาแต่อย่างใด รถเสนจึงคิดว่าเป็นหน้าที่ของตัวที่จะต้องตอบแทนบุญคุณของแม่และป้าในครั้งนี้ให้ได้ ซึ่งทำความโกธรแค้นให้แก่นางสันทะมาลาอย่างยิ่งเพราะว่าขณะนี้รถเสนได้กลายมาเป็นศัตรูอีกคนหนึ่งแล้ว จึงออกอุบายให้รถเสนถือราชสาส์นของนางไปยังนางเมรี ในสาส์นนั้นเขียนว่า ถึงกลางวันให้ฆ่ากลางวัน ถึงกลางคืนให้ฆ่ากลางคืน แล้วให้ท้าวรถเสนถือไปยังเมืองของนางทันที ในระหว่างทางที่เดินทางไป รถเสนมีความเหนื่อยอ่อนมาก จึงนอนหลับยังใต้ต้นไม้ซึ่งขณะนั้นใกล้ ๆ บริเวณนั้นมีพระฤาษีอยู่องค์หนึ่ง ซึ่งเป็นพระฤาษีที่หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทรทั้งหมดก็ทราบว่ารถเสนจะต้องไปตายแน่ จึงจัดการแปลงข้อความในสาส์นเสียใหม่ คือถ้ามาถึงกลางวันก็ให้แต่งงานกลางวัน ถ้ามาถึงกลางคืนก็ให้แต่งงานกลางคืน เมื่อรถเสนตื่นขึ้นถือราชสาส์นไปหานางเมรี นางเมรีเมื่ออ่านจดหมายแล้ว ก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมนางสันทะมาลาซึ่งเป็นแม่จึงได้ส่งเอาคู่ครองมาให้ รถเสนก็หน้าตาดีเป็นชายหนุ่มรูปงามพอที่จะเป็นสวามีปกครองเมืองได้ จึงเต็มใจรับรถเสนให้อยู่ในเมืองตั้งแต่นั้นมา เมื่อรถเสนได้มาอยู่กินกับนางเมรี นางเมรีความหึงหวงและรักใคร่ในตัวรถเสนอย่างยิ่ง ถึงกับสั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหนเพราะกลัวว่าจะไปรู้ความลับของนางสันทะมาลาซึ่งเป็นมารดาเลี้ยงเข้า จนกระทั่งวันหนึ่งจึงออกอุบายให้นางเมรีพาเที่ยวชมพระราชวังให้ทั่ว เพราะอยากจะรู้ว่าที่เก็บลูกตาของนางทั้งสิบสองคนเมื่อรถเสนถาม นางเมรีไม่รู้ความจริงว่าเป็นอย่างไรก็เล่าให้พระสวามีฟังจนหมด รถเสนจึงพยายามหาอุบายเอาลูกตากลับคืนไปใส่ให้แม่และป้าให้จงได้ จนกระทั้งวันหนึ่งได้โอกาสรถเสนจึงมอมเหล้านางเมรีจนกระทั่งมึนเมาไม่ได้สติ แล้วตัวเองก็ลอบออกมาจากพระราชวัง และลักเอาดวงตาของนางทั้งสิบสองขึ้นมาหนีนางเมรีมา เมื่อฟื้นขึ้นมาไม่พบรถเสน นางรู้สึกเสียใจมากรู้ว่ารถเสนต้องหนีนางแน่ๆ จึงออกติดตามมาและขณะที่เกือบจะทันกันอยู่ รถเสนก็รักและสงสารนางแต่ความรักของแม่และป้ามีมากกว่า จึงได้ใช่ห่อยาวิเศษที่พระฤาษีให้ติดตัวมา ขว้างลงไป กลายเป็นทะน้ำกรดกั้นนางเมรีไว้ไม่ให้ติดตามรถเสนมาทัน นางเมรีจึงได้อธิษฐานว่า ชาตินี้นางตามรถเสนมาด้วยความรัก เมื่อถึงชาติหน้าขอให้รถเสนเป็นฝ่ายติดตามนางไปบ้าง แล้วนางก็สิ้นใจตายรถเสนจึงนำยามารักษาแม่และป้าจนกระทั่งหาย และขึ้นกราบทูลให้ทาวรถสิทธิผู้เป็นพระราชบิดารู้เรื่องราวทั้งหมด นางสันทะมาลาเห็นว่าตัวเองมีความผิดได้ขอชีวิตและอ้างว่าขณะนี้ตัวเองก็กำลังจะมีท้องมีลูกกับท้าวรถสิทธิ์ ขอให้เห็นใจและสงสารนางด้วย นางเภาซึ่งมีใจเมตตา จึงได้ขอร้องให้ปล่อยนางไปเสียอย่าฆ่าเลย ท้าวรถสิทธิ์เชื่อเพราะว่าท้าวรถเสนและนางทั้งสิบสองได้ช่วยกันขออ้อนวอน จึงได้ปล่อยนางกลับไป ตั้งแต่นั้นมาพ่อแม่ลูกนางทั้งสิบสองก็มีชีวิตอยู่ต่อมาด้วยความสุข
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
รวยยกหมู่บ้านมาแล้ว! แห่ส่องเลขขันน้ำมนต์วัดหนองทอง ลุ้นโชคใหญ่ 17 ม.ค. 69
มัดรวมเลขเด่น 3 เจ้าแม่ดัง! เจ๊นุ๊ก-เจ๊ฟองเบียร์-แม่น้ำหนึ่ง ลุ้นโชคงวด 17 ม.ค. 69
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
เมื่อ "ออเจ้า" กลายเป็น "นายเอก" งานนี้มีคำตอบ!
เบื้องหลัง "ซูชิแซลมอน" จากเมนูที่คนญี่ปุ่นปฏิเสธ สู่ความสำเร็จระดับโลกด้วยฝีมือชายนอร์เวย์
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
"กินสี่ถ้วย" มรดกหวานล้ำจากแผ่นดินพระร่วง ธรรมเนียมมงคลที่เชื่อมสองตระกูลเป็นหนึ่งเดียว
ชาวโซเชียล ไทย ฮือฮา เต้ มงคลกิตติ์ นำเสนอ 5 นโยบายหลักที่ประเทศไทยต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมือง
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง