หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นวนิยายโกวเล้ง

เนื้อหาโดย Nightingale

ชุดนิยาย ชอลิ้วเฮียงChu Liu Xiang Xi Lieเป็นนิยายที่โด่งดังมากชุดหนึ่งของโกวเล้ง เขียนขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2502 ถึงปี พ.ศ. 2522 และถือเป็นหนึ่งในนิยายที่โกวเล้งเขียนนานที่สุด ชุด ชอลิ้วเฮียงประกอบด้วยตอนย่อย 8 ตอน โดย น.นพรัตน์ได้แปลแบ่งเป็นตอนเช่นเดียวกับโกวเล้ง ได้แก่

ฉบับของ ว. ณ เมืองลุง แบ่งไว้ดังนี้

ตัวละคร

ชอลิ้วเฮียง Chu Liu Xiangขุนโจรทิ้งกลิ่นหอม ผู้ที่ไม่มีสิ่งใดที่เขาปรารถนาจะขโมยแล้วขโมยไม่ได้ กำลังภายในสูงส่ง วิชาตัวเบาลึกล้ำ ไม่ทราบสังกัดสำนักอาจารย์ ไม่ใช้อาวุธคู่กายใด ๆ มีเพียง หนึ่งสมอง สองมือ และ ดรรชนีปาฏิหาริย์ เท่านั้น รูปพรรณสัณฐาน และ อายุ ไม่ระบุชัด แต่มีพฤติกรรมแปลก ๆ ที่ชอบจับจมูกของตนเอง เวลาคิดเรื่องต่าง ๆ เนื่องจากเป็นโรคทางจมูก(ไซนัส)จึงทำให้ชอลิ้วเฮียงฝึกวิชาที่สามารถหายใจผ่านผิวหนังได้ ขุนโจรแซ่ชอ อาศัยอยู่บนเรือสำราญ กับหญิงสาวสะคราญโฉมคู่ใจ 3 นางที่มีความเป็นมาลึกลับไม่ต่างกับเขา

เพื่อนสนิทที่สุด เติบโตมาด้วยกันแต่เยาว์วัย คือ โอ๊วทิฮวย แมวเมามาย ศัตรูสำคัญของเขา มีทั้ง หลวงจีนบ้อฮวย (ไร้บุปผา) เจี๊ยะกวนอิม (กวนอิมศิลา) เจ้าแม่วังน้ำทิพย์ ฯลฯ แต่ด้วยปฏิภาณไหวพริบ ทำให้เขารอดพ้นภัยอันตรายมาได้ทุกครั้ง

ศึกวังค้างคาว เล่าถึง ชอลิ้วเฮียง โจรหนุ่มรูปหล่อผู้ผดุงคุณธรรมซึ่งได้เข้าไปช่วย 2 ตระกูลในการสืบหาสาเหตุการป่วยอย่างน่าพิศวงของลูกสาวทั้ง 2 ตระกูลจนได้รู้ความจริงว่าแท้ที่จริงแล้วลูกสาวของทั้ง 2 ตระกูลแกล้งป่วยและแกล้งตายเพื่อหนีไปกับชายคนรักหลังจากนั้นเขาได้ช่วยท่านซิในการออกตาหา ดาบอสรพิษ ของท่านซิซึ่งหายไปจากห้องศิลาผลจากสืบหาทำให้ชอลิ้วเฮียงถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรแต่โชคยังเข้าข้างชอลิ้วเฮียงเมื่อคนรักทั้ง 3 ของเขาได้ไปพา โอ๊วทิฮวย เพื่อนสนิทของชอลิ้วเฮียงมาช่วยแก้ต่างหลังจากนั้นเขาและพรรคพวกจึงได้เริ่มออกเดินทางสืบหาดาบอสรพิษจนได้เข้าไปพัวพันกับ วังค้างคาว ซึ่งมีคุณชายค้างคาวเป็นผู้นำ

กล้วยไม้เทียงคืน เป็นตอนสุดท้ายของนวนิยายกำลังภายในชุด ชอลิ้วเฮียง ผลงานการประพันธ์ของยอดนักประพันธ์นวนิยายแนวกำลังภายใน โกวเล้ง ซึ่ง น.นพรัตน์ ได้นำมาแปลเป็นภาษาไทยใช้ชื่อว่า กล้วยไม้เทียงคืน โดยชอลิ้วเฮียงตอนนี้ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์จอเงินคือเวอร์ชันที่ออกฉายเมื่อปี ค.ศ. 1982 ซึ่งนำแสดงโดย เจิ้งเส้าชิว

เซียวลี้ปวยตอ มีดบินไม่พลาดเป้า

มือกระบี่มากรัก กระบี่ไร้น้ำใจ  Duo Qing Jian Ke Wu Qing Jian เป็นผลงานการประพันธ์อันโด่งดังเรื่องหนึ่งของโกวเล้ง หากยึดตามสำนวนการแปลของ ว. ณ เมืองลุง จะใช้ชื่อภาษาไทยว่า ฤทธิ์มีดสั้น ในขณะที่ น.นพรัตน์ ใช้ชื่อ เซียวลี้ปวยตอ มีดบินไม่พลาดเป้า

เกี่ยวกับเรื่องนี้

เรื่องนี้เป็นนิยายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังคาวบอยตะวันตกเรื่อง Gunfight at the o.k. corral (1957) โดยตัวชื่อเรื่องนี้หมายถึง อาฮุย สหายสนิทของลี้คิมฮวง ในเรื่องฤทธิ์มีดสั้นนี้เราสามารถแบ่งออกได้เป็นสองตอนหลักคือ ตอนของโจรดอกเหมย และตอนของพรรคเหรียญทองของเซี่ยงกัวกิมฮ้ง

เนื้อเรื่องย่อ

ฤทธิ์มีดสั้นเป็นเรื่องราวของ ลี้คิมฮวง ตัวเอกของเรื่องซึ่งในชีวิตของเขานั้นเหมือนจะดีพร้อมไปเสียทุกอย่าง บ้านหลังใหญ่ และทรัพย์สมบัติมากมาย ความสามารถทั้งสติปัญญาและวรยุทธ์ ในด้านสติปัญญานั้นเขาสามารถสอบเป็นบัณฑิตหน้าบัลลังก์ของฮ่องเต้ได้ถึงลำดับที่สามหรือก็คือตำแหน่งถ้ำฮวย (เรียงตามตำแหน่งได้ดังนี้ >> อันดับหนึ่ง - จอหงวน, อันดับสอง - ปางั่ง, อันดับสาม - ถ้ำฮวย) ส่วนในด้านวรยุทธ์นั้นวิชามีดบินของเขา ก็ติดอันดับที่สามของแผ่นดินเช่นกัน โดยอันดับนี้จัดโดยแป๊ะเฮี่ยวเซ็งนักปราชญ์ที่มีชื่อโด่งดังในสมัยนั้น และลี้คิมฮวงยังมีคนรักอีกคนหนึ่งชื่อ ลิ่มซีอิม แต่เขาตัดสินใจสละหญิงคนรักของตนให้กับเพื่อนร่วมสาบาน เพื่อเป็นการทดแทนบุญคุณที่เคยช่วยชีวิตตนเอาไว้ จากการกลุ้มรุมสังหารของศัตรู นอกจากนั้นเขายังยกบ้านที่ตนเติบโตขึ้นมาด้วยกันกับคนรัก ให้เป็นของขวัญและเรือนหอสำหรับคนทั้งสอง แล้วตนเองก็จากไปอยู่นอกด่าน (กำแพงเมืองจีน) ด้วยความตรอมใจ ระหว่างที่เดินทางกลับจากการอาศัยนอกด่านเพื่อกลับมาแอบดูคนรักอีกครั้งนั้น เขาได้ทำความรู้จักกับ อาฮุย มือกระบี่ที่เพิ่งออกท่องยุทธภพ ในขณะนั้นเองเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่จอมโจรดอกเหมย (บ๊วยฮวยเต๋า) ได้ปรากฏตัวซ้ำในยุทธภพอีกครั้ง ลี้คิมฮวงได้เข้าไปพัวพนกับเหตุการณ์ซับซ้อนของการแย่งชิงของวิเศษที่จะใช้ปราบจอมโจรดอกเหมย จนได้พบกับลิ้มเซียนยี้สตรีที่ได้รับการขนานนามว่างามอันดับหนึ่งในแผ่นดิน นอกจากนั้นเขายังได้เผชิญหน้ากับเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมาย จนเป็นเหตุให้โดนเข้าใจผิดว่าเป็นโจรดอกเหมยเสียเอง แต่เรื่องราวก็ยังไม่จบเพียงแค่นั้นเมื่อมีการปรากฏตัวของเซี่ยงกัวกิมฮ้งผู้ก่อตั้งพรรคเหรียญทอง ซึ่งมีจุดหมายคือยึดครองยุทธภพ ดังนั้นลี้คิมฮวงจึงต้องเข้าขัดขวาง แต่วิชาฝีมือห่วงคู่หงส์มังกรของเซี่ยงกัวกิมฮ้งนั้นถูกจัดได้ว่าอยู่ในอันดับสองของแผ่นดินซึ่งเหนือกว่าลี้คิมฮวง ดังนั้นศึกนี้จึงเป็นศึกใหญ่ของลี้คิมฮวงทีเดียว

ยอดฝีมือในตำราวิจารณ์อาวุธของแป๊ะเฮี่ยวเซ็ง

  1. กระบองฟ้าเทียนกีหรือกระบองสมปรารถนา (เทียนกีเล่านั้ง)- ซุนแป๊ะม่อ (ผู้เฒ่าแซ่ซุนที่เป็นนักเล่านิทาน)ภายหลังเสียชีวิตใต้น้ำมือของ เซี่ยงกัวกิมฮ้ง
  2. ห่วงหงส์มังกร (เล้งหงษ์ฮ้วง) - เซี่ยงกัวกิมฮ้ง (หัวหน้าพรรคกิมจี้ปัง หรือพรรคเหรียญทอง) ภายหลังสิ้นชีวิตใต้คมมีดบินของลี้คิมฮวง
  3. มีดบินของลี้น้อย (เซี่ยวลี้ปวยตอ) - ลี้คิมฮวง (หรือรู้จักในนาม ลี้น้อยมีดบิน และ ลี้ถ้ำฮวย) เจ้าของวิชามีดบินที่ได้รับคำล่ำลือว่าไม่เคยพลาดเป้า
  4. กระบี่เหล็กซงเอี้ยง (ซงเอี้ยงทิเกี่ยม)- ก้วยซงเอี้ยง (แห่งหมู่บ้านกระบี่เหล็ก) เสียชีวิตใต้คมกระบี่ของ จิ้นบ้อเมี่ย
  5. หอกเงิน - ลู่ฮงเชย (เจ้าน้อยหอกเงิน) ภายหลังได้ฝึกวิชาพิสดารอีกแขนง เพื่อต้องการจะขึ้นเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของยุทธภพ
  6. ไม่มีการกล่าวไว้
  7. แส้อสรพิษหรือแส้เทพยดา (เปี้ยงซิ้ง) - ไซมึ้งยิ้วหรือไซมึ้งโหลว กระบวนท่าเน้นอ่อนหยุ่นแต่ผู้ใช้ไม่ดัดแปลง
  8. ไม้เท้าเหล็กเทวราชหรือกวาดทั้งกองทัพ (กิมกังทิไกว้) - จูกั้วกัง กระบวนท่าเน้นแข็งแกร่งแต่ผู้ใช้พลิกแพลง
  9. หัตถ์อสูรเขียว (แชม้อชิ้ว) - อีเข่า ใช้เพลงฝ่ามือและถุงมือพิษเป็นอาวุธ เนื่องจากใช้พิษเป็นอาวุธแป๊ะเฮี่ยวเซ็งจึงจัดไว้ในลำดับต่ำ
  10. ขลุ่ยหยก - เง็กเซียว (ปรากฏตัวออกมาใน เหยี่ยวเดือนเก้า ภาค สามของชุดฤทธิ์มีดสั้น) ใช้ขลุ่ยหยกแทนอาวุธได้หลายชนิด และมีวิชานอกรีตอื่นๆ อีก เช่น วิชาสะกดจิต และวิชาดูลักษณะผู้หญิงพรหมจารีย์

ตัวอย่างคำคมในเรื่อง

  • "มีบ้าง บางเรื่องบางประการ แม้ท่านจะทราบว่าไม่สามารถกระทำ ยังมิอาจไม่กระทำ"
  • "ปีศาจสุรา คนชั่วช้าจริงแท้ มีที่ใดไม่ดี นั่นยังดีกว่าวิญญูชนจอมปลอมที่ใส่หน้ากากหลอกลวงผู้คนนัก"
    คำพูดของลี้คิมฮวง
  • "มีผู้หนึ่งเคยถามว่ามีดบินเทวดาของลี้น้อยเป็นเช่นไร"
    "แล้วยามนี้เล่า?"
    "พวกประดานั้นต่างตายหมดแล้ว!!"

หงส์ผงาดฟ้า

หงส์ผงาดฟ้า Lu Xiao Feng Xi Lie เป็นชุดนวนิยายกำลังภายในโดยการประพันธ์ของโก้วเล้ง เขียนขึ้นในปี ค.ศ.1976 - 1981 เป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จเป็นอันดับต้นๆ ของนวนิยายทั้งหมดของโกวเล้งเลยก็ว่าได้ ชุดนี้้เป็นนิยายกำลังภายในแนวสืบสวน โดยแบ่งพฤติกรรม และเรื่องราวของตัวเอกเป็น 7 ตอน ดังนี้

  • หงส์ผงาดฟ้า
  • จอมโจรปักดอกไม้
  • สองนักสู้่ผู้ยิ่งใหญ่
  • บ่อนพนันเบ็ดเงิน
  • หมู่ตึกภูตพราย
  • เกาะมหาภัย
  • กระบี่พิโรธ

เกี่ยวกับเรื่อง

หงส์ผงาดฟ้า ชุดนี้เป็นชุดนิยายที่บรรยายถึงเรื่องราวของบุรุษสี่คิ้ว นาม เล็กเซียวหงส์ ที่ชมชอบการผจญภัย และความตื่นเต้นเป็นทุนเดิม เขาสืบสวนสอบสวนคดีร่วมกับสหายที่มีสีสัน เรื่องนี้โก้วเล้งได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างตัวละคร เล็กเซียวหงส์ มาจากตัวละครในวรรณกรรมนักสืบเรื่องดังจากฝั่งตะวันตกอย่าง เชอร์ล็อก โฮลมส์ ของ อาร์เธอร์ อิกเนเชียส โคนัน ดอยล์ แต่โกวเล้งก็ดัดแปลงจนเล็กเซียวหงส์มีึเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ตลกขบขัน ดังนั้นพฤติกรรมในแต่ละตอนจึงมีความโดดเด่นสนุกสนานเฉพาะตัวไปด้วย

ตัวละครหลัก

  • เล็กเซียวหงส์

จอมยุทธรูปงาม จอมเจ้าชู้, บุรุษสี่คิ้ว (2คิ้ว +2หนวดงาม), ฉายา จอมยุทธ "ดัชนีสัมพันธ์จิตใจ" ที่สามารถหยุดอาวุธทุกชนิดในแผ่นดิน ด้วยนิ้วมือของเขา , ฉายา จอมยุทธที่มี "วิชาตัวเบา" อันดับต้นๆในแผ่นดิน , ชอบช่วยเหลือ และมีชื่อเสียงของการสอบสวนคดีต่างๆ แต่ที่เป็นจุดเด่นเรื่องหนึ่งของเขาคือ ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน

  • ไซมึ้งซวยเสาะ
  • ฮวยมั่วเล่า

น้องชายที่ 7และอายุยน้อยที่สุดของครอบครัวตระกูลฮวย ที่มีชื่อเสียงและมั่นคั่ง, ตาบอดโดยโรคตั้งแต่เด็ก จึงมีประสาทสัมผัสดีเยี่ยม, หูของเขาสามารถฟังเสียงของหิมะที่ตกบนหลังคา จมูกของเขาสามารถดมกลิ่นน้ำตา เลือดของบุคคล ห่างกว่า 20 ลี้, สามารถแยกแยะ และค้นหาบุคคลโดย การดมกลิ่น ของลมหายใจหรือกลิ่นเหงื่อของคน ,ประสาทสัมผัสมือของเขาสามารถค้นหาแยกแยะบุคคลด้วยการสัมผัสผมของบุคคลนั้น, นอกจากนั้นยังมีสัมผัสที่หก สามารถรู้สึกถึงอันตรายจากหลายสิบลี้ ถึงแม้ว่าจะตาบอด ฮวยมั่วเล่า ก็ฝึกหัดวิทยายุทธตั้งแต่เด็ก เขามีความรู้มากมาย ในวิทยายุทธ สามารถใช้เพลงยุทธจากสำนักใดๆก็ได้ เพราะ ในความรู้สึกของ ฮวยมั่วเล่า เพลงยุทธมีเพียงหนึ่งเดียว นอกจากนั้น ฮวยมั่วเล่าสามารถใช้"ดัชนีสัมพันธ์จิตใจ"ของเล็กเซียวหงส์ได้ดีด้วย

  • หลวงจีนสัตย์ซื่อ
  • จอมขโมยซือคงเตี๋ยแช
  • เอี๊ยบโกวเซียะ เจ้านครเมฆขาว
  • บักเต้าหยิน

ตอนย่อย

หงส์ผงาดฟ้า Lu Xiao Feng Chuan Ji หากแปลเป็นชื่อภาษาไทยตรงๆ จะมีชื่อตอนว่า ตำนานพิสดารของเล็กเซียวหงส์ เป็นตอนที่หนึ่งของชุดนิยายชื่อดังของโกวเล้งในชื่อเดียวกันนี้ ตอนนี้ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1976 และได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย น.นพรัตน์ โดยใช้ชื่อว่า หงส์ผงาดฟ้า และเป็นชื่อชุดของนวนิยายชุดนี้จนมาถึงปัจจุบัน

กระบี่อมตะ

กระบี่อมตะ เป็นนิยายกำลังภายในขนาดสั้นที่แต่งโดยโกวเล้ง ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1974 กระบี่อมตะ เป็นตอนแรกของสุดยอดอาวุธทั้งเจ็ด เป็นแนวสืบสวนสอบสวน โดยกล่าวถึงกระบี่อมตะ ที่อยู่ในฝักเก่าของสุดยอดจอมยุทธ์ไป่อี้จิง (แปะเง็กเกีย) ว่าเป็นสุดยอดกระบี่ในบู้ลิ้มยุคนั้น แต่อาวุธร้ายกาจอย่างไร ยังสู้รอยยิ้มของคนไม่ได้

เดชขนนกยูง

 

ขนนกยูง Kong Que Ling เป็นนิยายกำลังภายในขนาดสั้นที่แต่งโดยโกวเล้ง ขนนกยูงเป็นหนึ่งในเจ็ดสุดยอดอาวุธของยุทธภพ หรือ เจ็ดศาสตรา เป็นอาวุธวุธลับเฉพาะของหมู่ตึกนกยูง กล่าวกันว่าในยุทธภพมีอาวุธลับ 360 ชนิด แต่ขนนกยูงเป็นอาวุธลับที่สวยงามเฉิดฉันที่สุด และทรงอานุภาพที่สุด เคล็ดวิชาและกระบวนท่าถือเป็นความลับ ผู้เป็นทายาทโดยตรงของหมู่ตึกนกยูงเท่านั้นที่จะได้รับการสืบทอด ยอดวิชาขนนกยูงนี้ กล่าวกันกระบวนท่าสวยงามราวกับนกยูงรำแพน แต่แฝงไว้ด้วยอันตรายรอบด้าน

แค้นสั่งฟ้า

 

แค้นสั่งฟ้า หรือ ห่วงนักรัก Duoqing Huaเป็นนิยายกำลังภายในขนาดสั้นที่แต่งโดยโกวเล้ง ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1975 แค้นสั่งฟ้า เป็นตอนที่สี่ ของ สุดยอดอาวุธทั้งเจ็ด หรือเจ็ตศาสตรา

เป็นเรื่องราวการตามล้างแค้นที่แฝงความรันทดหดหู่ท่ามกลางเนื้อเรื่องดุเดือด น่าติดตามยิ่งของตัวเอกที่เป็นคนของ สำนักห่วงคู่ ( 双环门 )เรื่อง แค้นสั่งฟ้า นี้ โก้วเล้ง ได้สรุปเอาไว้ในตอนท้ายของเรื่องไว้ว่า "อาวุธชนิดที่สี่ เป็น อาวุธที่แปลกประหลาดมาก มันเปี่ยมล้นด้วยสีสันแห่งอารมณ์ เมื่อเทียบกับเรื่อง ดาบมรกต แล้ว ยังดูหนักแน่นจริงจังยิ่งกว่า นี่แหละคือ ห่วงนักรัก แต่ทว่า มันก็ยังไม่ใช่อาวุธสุดยอดที่สุด เมื่อเทียบกับ บุญคุณ ความแค้น จิตใจที่เปี่ยมด้วยความแค้นสามารถคร่าชีวิตคนได้"

ยอดมือปราบ

ยอดมือปราบ หรือ มือสังหารเจ็ด  Qi Sha Shouเป็นนิยายกำลังภายในขนาดสั้นที่แต่งโดยโกวเล้ง ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1975 ยอดมือปราบ เป็นตอนที่เจ็ด ของ สุดยอดอาวุธทั้งเจ็ด แต่ยังมีความสับสนในการบรรจุเข้าไปในทำเนียบ สุดยอดอาวุธทั้งเจ็ดของโกวเล้ง เนื่องจากในเรื่องไม่มีการกล่าวถึงอาวุธใดโดดเด่น

โดยบางแห่ง ยอดมือปราบ ไม่ได้ถูกบรรจุเข้าไปในชุด สุดยอดอาวุธทั้งเจ็ด แต่เป็นเรื่อง หมัดพิฆาต แทนซึ่งตัวละครเอกใน หมัดพิฆาต จะเป็นตัวละครตัวรองจากเรื่อง ทวนทมิฬ ส่วนเรื่อง ยอดมือปราบ ถูกแยกไว้ต่างหาก และในบางแห่งจะบรรจุทั้งเรื่อง ยอดมือปราบ และ หมัดพิฆาต เข้าไปในชุด สุดยอดอาวุธทั้งเจ็ดของโกวเล้ง

เซียวจับอิดนึ้ง

 

เซียวจับอิดนึ้ง Xiao Shi Yi Lang - The Eleventh Son เป็นนิยายกำลังภายใน แต่งโดยโก้วเล้ง และมีชื่อเดียวกับชุดนิยายนี้

เนื้อเรื่องย่อ

เซียวจับอิดนึ้งเป็นนวนิยายจีนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักโรแมนติกที่สุดของโก้วเล้ง ว่าด้วยเรื่องราวของจอมโจรที่เกิดและเติบโตท่ามกลางป่าเขา จึงมีสัญชาตญาณของสุนัขป่า เขาเป็นลูกคนที่ 11 ของครอบครัว ว่ากันว่าเขามีฝีมือรวบรัดชัดเจนที่สุดในรอบ 500 ปี พฤติการณ์ของเขาคือเป็นโจรที่ปล้นคนเลวช่วยคนจน และสุดท้ายได้พบรักกับคนที่มีคู่หมั้นหมายแล้ว ทำให้ต้องเจ็บปวดใจ รวมทั้งต้องเผชิญหน้ากับเทพเจ้าสำราญผู้มีฝีมือลึกล้ำสุดหยั่งคาดที่แม้กระทั่งเขาก็มิใช่คู่มือ ถึงแม้ว่าจะมีดาบวิเศษที่ชือว่า ดาบล่ากวาง อยู่ในมือก็ตาม

 

ยอดขุนโจร Huo Bing Xiao Shi Yi Lang เป็นตอนที่สองของชุดบุตรที่สิบเอ็ด ผลงานการประพันธ์ของโกวเล้ง หลังจากที่ตอนจบของตอนที่ 1 ในชุดนี้ เซียวจับอิดนึ้งเดินสู่เส้นทางแห่งความตายโดยท้าสู้กับเทพสำราญเพียงเท่านั้น ปล่อยนักอ่านขบคิดคาดเดาต่าง ๆ นานา จวบกระทั่งสี่ปีให้หลัง โก้วเล้งจึงเขียนยอดขุนโจรออกมา แฟนนักอ่านค่อยทราบว่าเซียวจับอิดนึ้งยังไม่ตาย เลี่ยงเซี้ยเปียะยังแทนที่ตำแหน่งของเทพสำราญ กลายเป็นผู้สืบทอดหน่วยงานฟ้า ดังนั้นการต่อสู้ที่ประลองปัญญาและประลองกำลังจึงเปิดฉากขึ้น

เซียวฮื้อยี้

รายชื่อตัวละคร
เซียวฮื้อยี้ 
เซียวฮื้อยี้ Jiang Xiao Yu เป็นเด็กหนุ่มอายุ 15 ที่เก่ง ฉลาด ความจำเป็นเลิศ เขาเติบโตโดยการเลี้ยงดูของ 5 คนโฉด คือ โต่วซัวะ ฮาฮายี้ ลี้ตั่วฉุ่ย ตู้เกียวเกียว และ อิมเก้าฮิว และได้รับการดูแลโดย หมอบ้วงชุนลิ้ว เซียวฮื้อยี้จึงเป็นคนที่ ทันคน ผู้ที่นำเขามาที่หุบเขาคนโฉดคือ อี่น่ำเทียน
ฮวยบ่อข่วย  
ฮวยบ่อข่วย Hua Wu Que หรือ ฮวยบ้อข้วย เป็นพี่ชายฝาแฝดกับเซียวฮื้อยี้ซึ่งถูกเอียวง้วยลักพาตัวไปตอนเกิด ฉายาเทพบุตรหน้าหยก หน้าตาหล่อเหลากว่าเซียวฮื้อยี้ มีฝีมือสูงมาก ถูกฝึกให้เป็นคนเย็นชา แต่ภายหลังตกหลุมรักทิซิมลั้ง
อี่น่ำเทียน 
อี่น่ำเทียน Yan Nan Tian เป็นพี่ชายร่วมสาบานของบิดาของเซียวฮื่อยี้และฮวยบ่อข่วย มีวรยุทธ์สูง แต่เนื่องจากเหตุการณ์ที่บุกเข้าไปในหุบเขาคนโฉด ทำให้ถูกเล่นงานจนมีสถาพครึ่งเป็นครึ่งตาย
ทิซิมลั้ง Tie Xinlan  
สนิททั้งเซียวฮื่อยี้และฮวยบ่อข่วย ใจกลับรักเซียวฮื่อยี้มากกว่า ต่อมาก็มาลงเอยกับฮวยบ่อข่วย
โซวเอ็ง 
อันนี้เป็นนางเอกของเรื่อง โผล่มาตอนเกือบจะท้ายเรื่อง มีลูกเล่นมา พอที่จะตามเซียวฮื้อยี้ทัน และพยายามตามตื๊อเซียวฮื้อยี้จนอยู่หมัด
กังเง็กนึ้ง
กังคิ้ม 
กังคิ้ม มีอีกชื่อหนึ่งคือ กังเปียกเฮาะ เดิมทีเป็นเด็กรับใช้ให้กับกังปัง (ฉายาเง็กนึ้งหรือบุรุษหยก) แต่ต่อมาทรยศนายของโดยการบอกข่าวให้กับประมุขวังบุปภา ว่ากังปังกับฮวยง้วยโน้วได้หนีออกไป จึงเป็นเหตุให้ผัวเมียกังปังต้องตาย ก่อนที่ง้วยโน้วจะตาย ได้ให้กำเนิดทายาทสองคน คือเซียวฮื่อยี้ และฮวยบ่อข่วย กังคิ้มหนีไปสมคบกับเว่ยอู๋หยา แห่ง12นักษัตร และทำงานรับใช้จนรำรวยและมีหน้ามีตาในที่สุด และได้เปลี่ยนชื่อตนเองจากกังคิ้ม เป็นกังเปียกเฮาะ เพราะเป็นคนที่มักจะสร้างภาพว่าเป็นคนมีคุณธรรมอยู่บ่อยๆ จึงมีจอมยุทธมากหน้าหลายตาพากันนับถือ และตั้งฉายาว่าวีรบุรุษแห่งขุนเขาบ้าง,อี่น่ำเทียนคนที่สองบ้าง กังคิ้ม มีลูกชายหนึงคนชื่อกังเง็กนึ้ง เป็นคนที่เจ้าเล่ห์ไม่แพ้ผู้เป็นพ่อ มักจะเป็นคู่ปรับกับเซียวฮื่อยี้อยู่ตลอดเวลา
ม่อย้งเก้า
เตียเจ็ง
สิบเจ้าจอมโฉด
เป็นชื่อที่ใช้เรียกจอมยุทธ์ฝ่ายอธรรมสิบคนที่ขึ้นชื่อว่าโฉดชั่วที่สุดในยุคนั้น ห้าในจำนวนนั้นเป็นคนที่เลี้ยงดูเซียวฮื่อยี้มา

รายชื่อกลุ่มตัวละคร

  • สิบคนโฉด
วังบุปผา 
เป็นสำนักลึกลับในยุทธภพ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดทั้งธรรมะและอธรรม กล่าวกันว่าไม่มีใครรู้จักที่ตั้งของวังบุปผา เพราะว่านอกจากคนของวังบุปผา ใครก็ตามที่ได้ล่วงล้ำเข้าไปโทษคือตายสถานเดียว วังบุปผาตั้งอยู่ในหุบเขาลึกลับแห่งหนึ่ง ทัศนียภาพงดงามราวภาพวาด บริเวณรอบๆวังมีดอกไม้หายากขึ้นอยู่เป็นร้อยๆชนิด ภายในดูแลเข้มงวด การอยู่อาศัย อาหารการกินอุดมสมบูรณ์และมั่งคั่งราวกับวังหลวงของฮ่องเต้ แต่มีแต่ศิษย์และสาวกที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น วังบุปผามีหญิงสาวสองคนปกครอง คนพี่ชื่อเอี้ยง้วย (เอื้อมเดือน)เป็นประมุข คนน้องชื่อ เลี้ยงแช (สอยดาว) เป็นรองประมุข สองพี่น้องมีวรยุทธสูงส่งจนเป็นที่เกรงขามของสำนักน้อยใหญ่ในยุทธภพ ว่ากันว่าวรยุทธทั่วหล้าแพ้ทางวรยุทธของวังบุปผา อันได้แก่ พลังหยกอำไพ ยอดวิชาที่สามารถดูดซับพลังของศัตรูมาเป็นของตัวเอง เด็ดบุปผาต่อหยก คือวิชาที่สามารถหยิบยืมวรยุทธของศัตรูโต้ตอบกลับไปยังตัวผู้ใช้ได้ นอกจากนี้ยังมีวิชาพิสดารอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น สิบแปดท่าเท้าต้องอาภรณ์ วิชาบุปผาหยก พลังธรรมพิสุทธิ์ เคลื่อนบุปผาบรรจบ ฯลฯ เป็นต้น และฮวยบ่อข่วย ผู้ชายเพียงคนเดียวที่เป็นศิษย์ของวังบุปผา
 
 
      ชอลิ้วเฮียงต้องเจิ้งเส้าชิวค่ะคนอื่นเล่นยังไงก็ไม่เหมาะ
 
เนื้อหาโดย: Nightingale
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Nightingale's profile


โพสท์โดย: Nightingale
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
64 VOTES (4/5 จาก 16 คน)
VOTED: กุ้งฝอย, แสร์, จอมยุทธอินดี้
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทยเหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนานการทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำในที่ทำงาน บ่งบอกถึงระดับ EQ ต่ำ!!ทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทยเวียดนามสั่ง Netflix ลบซีรีส์จีนเหตุพบแผนที่เส้นประเก้าเส้นการถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวดเซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง“บี๋” คำสั้น ๆ แต่ความหมายไม่ธรรมดารัฐนอกแผนที่: เมื่อการประกาศเอกราชไม่ได้...ก็ไม่ได้หมายถึงการเป็นประเทศสถาปนา "สาธารณรัฐกอทูเล": เอกราชที่แท้จริง หรือเพียงการสร้างจินตภาพทางการเมือง?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนานรัฐนอกแผนที่: เมื่อการประกาศเอกราชไม่ได้...ก็ไม่ได้หมายถึงการเป็นประเทศ
ตั้งกระทู้ใหม่