หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"จัดฟันแฟชั่น" สวยหลอกๆ แต่อันตรายจริงๆ


โพสท์โดย

ช่วงนี้ใครอยู่หน้าคอมฯ ทุกวันต้องเห็นข่าวดราม่าเรื่อง "การจัดฟันแฟชั่น" กันบ้างแล้ว หลังจากที่มีแม่ค้า(จำนวนมาก)หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองด้วยการหยิบยื่นอันตรายให้กับผู้บริโภค ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นน้องๆ นักเรียนที่ขาดความยั้งคิดนี่เอง ด้วยความที่อยากสวยหล่อบ้าง แต่ก็ไม่อยากเสียตังค์แพงๆ จึงหลงสั่งซื้ออุปกรณ์จัดฟันทางอินเทอร์เน็ตไปทำเองที่บ้าน!! ซึ่งอันตรายมากๆ เพราะการจัดฟันมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่นึกจะทำเองก็ทำได้ บทความวิทย์วันนี้ขอเป็นอีกหนึ่งสื่อที่เน้นย้ำถึงอันตรายและโทษที่อาจเกิดขึ้นกับคนที่คิดจะ "จัดฟันแฟชั่น" ค่ะ

 

 จริงๆ แล้วการจัดฟันเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการสบฟันผิดปกติ ฟันซ้อนเก ฟันห่าง ฟันยื่น เป็นไปในแง่การรักษาโดยมีทันตแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน เมื่อการจัดฟันเข้ามาช่วยแก้ปัญหาแล้ว จะช่วยให้มีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นและช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตด้วย

             แต่เนื่องจากปัจจุบันมีคนจัดฟันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับจัดฟันไปแล้วรูปหน้ามักเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น น้องๆ อาจจะรู้สึกว่าการมีลวดเหล็ก ยางสีๆ อยู่ในปากนี่เป็นแฟชั่นเก๋ดี เลยอยากจัดฟันบ้างทั้งๆ ที่ฟันไม่ผิดปกติอะไร เน้นเอาความสวยงามอย่างเดียว เลยหันไปพึ่งการจัดฟันแฟชั่นที่ราคาถูกแสนถูก(แต่คุณภาพ????) และยังหาซื้อได้ง่ายมาก เช่น ตลาดนัดใกล้บ้านหรือร้านค้าออนไลน์ ซึ่งน้องๆ รู้มั้ยคะว่าสื่อต่างชาติถึงกับอึ้งทีเดียว และพูดถึงกันว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวที่เด็กเยาวชนจัดฟันกันเป็นแฟชั่น...

 

 

 

ที่ผ่านมามีตัวอย่างให้เห็นโทษของการจัดฟันแฟชั่นหลายเหตุการณ์ เช่น เมื่อปี 2552 มีนักเรียน ม.3 แอบไปจัดฟันแฟชั่น หลังจากนั้น 1-2 เดือน ก็เกิดอาการซึมเศร้า ไม่พูดจา และในที่สุดก็เสียชีวิตในขณะนอนหลับ!! และอีกกรณีหนึ่งในปีเดียวกัน เป็นนักเรียนชั้น ม.5 จัดฟันแฟชั่นตามเพื่อน ผลสุดท้ายปวดฟัน เหงือกบวม ทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดเนื่องจากเหล็กไม่สะอาด ผลสุดท้ายก็เสียชีวิตเช่นกัน

             จากสองเหตุการณ์นี้ทำให้ช่วงนั้นมีการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องจัดฟันแฟชั่นกันมากพอสมควร แต่อาจจะไม่เข้มงวดมากพอ พ่อค้าแม่ค้าขายอุปกรณ์จัดฟันเถื่อนจึงยังไม่ลดลง คราวนี้น้องๆ ลองมาดูถึงโทษของการจัดฟันแฟชั่นกันบ้าง
                - ลวดดัดแฟชั่นที่ขายกันอยู่เป็นลักษณะลวดสแตนเลส ซึ่งเป็นลวดที่ร้อยดอกไม้ พบว่ามีสารปนเปื้อนหลายชนิด เช่น ตะกั่ว พลวง ซิลิเนียม โครเมียม สารหนู ฯลฯ หากเข้าไปสะสมในร่างกายปริมาณมากมีผลต่อไต ทำให้"ไตวาย" ถึงขั้น "ตายไว" ได้
                - การนำลวดที่ไม่ได้มาตรฐานไปวางบนฟันแล้วสอดปลายลวดเข้าซอกฟันเพื่อไม่ให้ลวดหลุดออกมา เป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงมาก เพราะในปากเรามีน้ำลายซึ่งมีความเป็นกรด-ด่าง อาจทำปฏิกิริยากับสีเคลือบลูกปัด ทำให้สารเคลือบละลายออกมา แน่นอนว่าสารนั้นไม่ไปไหนค่ะ เข้าร่างกายเรานั่นเอง ส่วนลวดที่เป็นสีก็เช่นเดียวกัน เมื่ออยู่ในปากเรานานๆ สีจะจางลง สีเคลือบต่างๆ ก็เข้าสู่ร่างกายเรา
             - เมื่อลวดที่ไม่สะอาดทิ่มกระพุ้งแก้มหรืออวัยวะอื่นๆ ในช่องปาก ทำให้เกิดแผลติดเชื้อหรือแผลเรื้อรังได้
            - ยางจัดฟันที่เป็นรูปแบบต่างๆ เช่น ลายดอกไม้ ลายมิกกี้เม้าส์ ก็ไม่ได้มาตรฐานทั้งนั้น ซึ่งยางที่มีลวดลายแบบนี้ยิ่งเพิ่มโอกาสทำให้ฟันผุ

 

                    ยางจัดฟันแฟชั่น!! อันตรายนะขอบอก

 

 - ขั้นตอนการทำที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะทำที่ร้านหรือทำเองก็ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ถาดพิมพ์ฟันไม่มีการฆ่าเชื้อก่อน อาจได้รับเชื้อจากคนที่มาจัดฟันก่อนหน้า ส่วนใครที่ทำเองที่บ้านก็ไม่ได้ห่วงใยเรื่องความสะอาดเลย ไม่มีการฆ่าเชื้อก่อนเช่นกัน               
                - การปรับแต่งลวดทำให้เกิดแรงกดที่ตัวฟัน ทำให้ฟันเคลื่อนจากเดิม (เดิมที่สวยอยู่แล้วทำให้แย่ลง) จนอาจมีอาการปวดฟัน ฟันตาย รากฟันละลาย จนถึงขั้นต้องถอนฟันทิ้ง

 

         อีกหนึ่งปัญหาที่ "จัดฟันแฟชั่น"ทำพิษ ฟันเคลื่อนตรงตามแนวลวดจนผิดรูป

 

- เมื่อติดเหล็กไปแล้ว ทำให้ทำความสะอาดช่องปากยากกว่าเดิม ยิ่งไม่รู้วิธีการรักษาที่ถูกต้อง เสี่ยงฟันผุ หินปูนขึ้น เหงือกอักเสบ มีกลิ่นปาก
                - หากติดเครื่องมือจัดฟันเอง มีโอกาสที่เครื่องมือจัดฟันแฟชั่นหลุดลงคอหรือหลอดลม เป็นอันตรายถึงชีวิตอีกเหมือนกัน

            สรุปแล้วการจัดฟันแฟชั่นไม่ได้มีผลดีอะไรเลย ซ้ำร้ายมีอันตรายแอบแฝงอยู่อีกมากมาย ฝากเตือนน้องๆ ชาว Postjung
ที่อยากสวยหล่อ แต่ฟันไม่มีปัญหาอะไร...ก็อย่าไปจัดฟันแฟชั่นเลยค่ะ เจ็บตัวเปล่าๆ มีวิธีที่ทำให้ตัวเองดูดีมีอีกหลายทางนะคะ

            ส่วนน้องๆ ที่มีปัญหาเรื่องฟันจริงๆ ขอให้เข้าไปหาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์และวางแผนรักษาดีกว่า เพราะการรักษาฟันไม่ใช่ว่าใครจะทำก็ได้ ไม่อย่างนั้นหมอฟันคงไม่ต้องใช้เวลาเรียนถึง 6 ปี และหมอเฉพาะทางด้านการจัดฟันก็คงไม่ต้องใช้เวลาเรียนร่วม 10 ปีหรอกค่ะ รู้ถึงผลเสียแบบนี้แล้วฝากบอกต่อถึงเพื่อนๆ ที่ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการจัดฟันแฟชั่นอยู่ ให้คิดใหม่โดยด่วนเลยนะคะ :) 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EmoRock's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 15,209 ครั้ง
โพสท์โดย EmoRock
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
92 VOTES (4/5 จาก 23 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทยภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชมมหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทยเปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?ไหว้แม่ย่านางรถเวลาไหนดีที่สุดคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวประเทศที่ร้อนที่สุดในโลก!!การครอบครองปรปักษ์คืออะไร? แย่งที่ดินกันได้จริงหรือ?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตึกที่มีความสูงมากกว่า 80 ชั้น เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในไทย8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระคณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่