"ชาว Sentinelese" ชนเผ่าโดดเดี่ยวที่สุดในโลก
ในโลกนี้มีชนเผ่าต่างๆ ที่ยังคงวิถีการดำเนินชีวิตเหมือนกับในยุคโบราณ บางเผ่าก็ยังหลบซ่อนอยู่ในป่าลึกที่ยังไม่มีใครค้นพบ แต่บางเผ่าที่ถูกค้นพบแล้วส่วนมากก็จะมีคนภายนอกเข้าไปในชุมชนเพื่อพยายามนำความเจริญเข้าไปให้ ชนเผ่าที่ถูกค้นพบเหล่านี้ ไม่มีใครเหมือนกับ ชาว Sentinelese ที่ได้ชื่อว่า เป็นกลุ่มคนที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่ติดต่อกับโลกภายนอกมากที่สุด บทความสนุกๆ จาก Everyday-Readers.com
ที่มาภาพ ferrebeekeeper
ชาว Sentinelese อาศัยอยู่บนเกาะ North Sentinel Island ในหมู่เกาะอันดามัน บริเวณอ่าวเบงกอล ประเทศอินเดีย พวกเขาใช้ชีวิตเหมือนกับที่เคยเป็นมาในอดีตโดยไม่ได้รับอิทธิพลจากความเจริญภายนอกเกาะเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่เพราะไม่มีใครสนใจเข้าไปสร้างความเจริญให้ แต่เป็นเพราะชาวเกาะนี้แสดงเจตจำนงค์อย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการติดต่อกับโลกภายนอก ผู้ที่เคยพยายามเข้าไปติดต่อจะไม่ได้รับการต้อนรับและโดนตอบโต้กลับอย่างเกี้ยวกราด

ภาพถ่ายชาว Sentinelese จากบนเรือ
ที่มาภาพ Atlas Obscura

ชาว Sentinelese ถือธนูและพยายามยิงมายังเฮลิคอปเตอร์ที่ถ่ายภาพ
ที่มาภาพ ferrebeekeeper
เรื่องทั้งหมดที่เรารู้ตอนนี้เกี่ยวกับชาว Sentinelese ก็ได้มาจากการสำรวจจากที่ไกลๆ (โดยเฮลิคอปเตอร์) และจากการเปรียบเทียบกับชาวเกาะเผ่าอื่นๆ ที่อยู่บนหมู่เกาะใกล้ๆ กัน ชาว Sentinelese มีลักษณะเหมือนคนดำจากแถบแอฟริกามากกว่าคนทางแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะมีผิวดำเข้ม และมีผมหยิกขอด และยังมีความสูงมากกว่าชนเผ่าบนเกาะใกล้เคียงกันอย่างเห็นได้ชัด ชาว Sentinelese ไม่สวมใส่เสื้อผ้า แต่สวมใส่ใบไม้แทน และผู้ชายจะสวมใส่เครื่องตกแต่งศีรษะที่ทำมาจากเถาวัลย์ เชื่อกันว่า ชนกลุ่มนี้สืบเชื้อสายโดยตรงมาจากกลุ่มคนที่เดินทางมาจากแอฟริกามายังทวีปเอเชีย และอาจจะอาศัยอยู่บนเกาะนี้มากว่า 60,000 ปีแล้ว ภาษาที่ใช้กันก็แตกต่างจากภาษาของชนเผ่าที่อยู่บนเกาะอื่นๆ ในแถบนั้น ทำให้เห็นว่าชาวเกาะนี้คงไม่ได้ติดต่อสื่อสารกับภายนอกมาเป็นเวลานานหลายพันปีแล้ว ชาว Sentinelese ใช้หาอาหารด้วยการล่ากันเป็นกลุ่ม ตกปลา และเก็บพวกพืชป่า ไม่มีหลักฐานแสดงว่ามีการทำเกษตรกรรมหรือมีการสร้างไฟ ส่วนเครื่องมือและอาวุธก็ทำมาจากหิน กระดูกสัตว์ หรือโลหะจากเศษซากเรือที่ไปเกยตื้นอยู่ที่ชายฝั่ง

ภาพถ่ายชาว Sentinelese จากตอนที่มีความพยายามจะผูกมิตร
ที่มาภาพ projectavalon , SeaThos
ชาว Sentinelese เป็นชนกลุ่มเดียวในบริเวณหมู่เกาะอันดามันที่ยังคงอยู่อย่างโดดเดี่ยว ในขณะที่ชนกลุ่มอื่นบนเกาะต่างๆ ของหมู่เกาะอันดามันยอมให้คนภายนอกเข้าไปในชุมชนได้แล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ.1967 รัฐบาลมีความพยายามในการจะผูกมิตรกับชาว Sentinelese พร้อมๆ กับการทำวิจัยไปด้วย การผูกมิตรกับชาวเกาะเริ่มจากการส่งของขวัญเช่น มะพร้าว ไปให้โดยวางเอาไว้บนชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นธนูและหินที่ชาวเกาะยิงมาใส่ การผูกมิตรจึงไม่ประสบความสำเร็จ และโครงการนี้ก็ล้มเลิกไปในช่วงปลายปี ค.ศ.1990 สาเหตุที่ชาวเกาะต่อต้านคนภายนอกมาก น่าจะมีสาเหตุมาจากในปี ค.ศ.1879 รัฐบาลได้ลักพาตัวคนบนเกาะ ซึ่งได้แก่คนแก่ 2 คน และเด็กอีกจำนวนหนึ่งไปยังเกาะหลัก มีบันทึกเอาไว้ว่า คนกลุ่มนี้ป่วยลงอย่างรวดเร็ว (เนื่องจากการที่เกาะนี้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ทำให้ชาวเกาะไม่มีภูมิต้านทานโรคเหมือนคนทั่วไป) คนแก่ทั้ง 2 คนเสียชีวิต และเด็กอีก 4 คน ถูกปล่อยกลับไปยังเกาะตามเดิมโดยไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใดๆ ตามมา

ภาพถ่ายจากบนเฮลิคอปเตอร์ปี ค.ศ.2004 หลังเหตุการณ์ซึนามิ

|ภาพถ่ายจากเฮลิคอปเตอร์ปี ค.ศ.2006 ชาว Sentinelese กับเรือของชาวประมงที่ถูกฆ่า
แปล เรียบเรียง และอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ http://www.everyday-readers.com
เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท
5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศ
ทหารสหรัฐฯ มีเงินเดือนประมาณเท่าไหร่? เปิดค่าตอบแทนปี 2026 ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารระดับสูง
แม่น้ำย้อนศร: ปริศนาสายน้ำที่พุ่งขึ้นหน้าผาแทนที่จะไหลลงสู่ที่ต่ำ
6 พิธีกรชื่อดัง ค่าตัวต่ออีเวนต์แตกต่างกันอย่างไร ใครเรตสูงแค่ไหน?
โรงแรมดังในอดีต หายไปไหน? ย้อนดู 3 ตำนาน วันนี้พื้นที่เดิมกลายเป็นอะไร
กาแฟสูตรเดิม แต่ทำไมพอใส่ “แก้วโปรด” แล้วอร่อยขึ้น?
เปิด 7"มหาวิทยาลัยราชภัฏ"ชื่อชวนงง! ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่าอยู่จังหวัดไหน
30 ล้านครัวเรือนเตรียมรับความคุ้มครอง! รัฐบาลเดินหน้าประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เรื่องนี้คนไทยควรรู้อะไรบ้าง?
8 รถมือสองที่มีปัญหาประจำรุ่น ต้องเช็กให้ดีก่อนจ่ายเงิน
ไทยขาดดุลจีนพุ่ง แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าไทยขาดทุนให้จีนทั้งหมด
ทำไมโทรศัพท์มือถือใช้ไปนาน ๆ แล้วรู้สึกช้าลง ทั้งที่ตอนซื้อมาใหม่ ๆ ยังลื่นอยู่เลย?
5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศ
บริจาคที่ดิน 90 ไร่ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ให้กรมการแพทย์สร้างสถาบันมะเร็งแห่งชาติแห่งใหม่