หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดพิสดาร ฉลามเน่า


เขียนโดย


วันนี้ครัวสาระมีอยู่จริงขอนำเสนอเมนู "ฉลามเน่า" ชื่อดูไม่น่ากินแต่ขอบอกว่า แซ่บหลาย


          ฉลามเน่า เป็นอาหารพิสดารระดับ ฮาร์ดคอร์ เพราะมันมีกลิ่นที่บอกได้เลยว่าเลวร้ายที่สุด เท่าที่เราเคยดมมา ใครว่ากลิ่นตดเพื่อนในห้อง หรือ กลิ่นตีนของเพื่อนที่ถอดรองเท้าในห้องเหม็นแล้ว ดมกลิ่นฉลามเน่าเข้าไป สำหรับผู้ที่จมูกอ่อนไหวนั้น อ้วกอาจจะพุ่งออกมาได้ทันที ส่วนผู้เคยผ่านศึกการดมกับว่าจะกลิ่นจะไรก็แล้วแต่ถ้าดมนี้เข้าไปก็ถึงขั้นตาเหร่น้ำตาเล็ดได้เลยทีเดียว

          ฉลามเน่า เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวไอซ์แลนด์ (เชื่อได้ว่าจมูกของชาวไอซ์แลนด์ส่วนใหญ่อาจจะไม่รับรู้กลิ่น><)  ที่ทำจากเนื้อของปลาฉลามกรีนแลนด์ หรือไม่ก็ทำมาจากเนื้อฉลามบาสกิ้น


          สาเหตุที่ต้องเป็นเนื้อฉลามเน่านั้นก็เพราะว่า เนื้อปลาฉลามสดๆนั้นเป็นอันตรายอย่างมากถ้านำมาบริโภคสดๆ เนื่องจากเนื้อฉลามสดมีพิษจาก กรดยูริค และ trimethylamine oxide เลยต้องนำมาผ่านขบวนการถนอมอาหารสูตรพิเศษตามแบบฉบับของไอซ์แลนด์ การถนอมอาหารนี้ทำให้เนื้อฉลามมีกลิ่นแอมโมเนีย

          นักชิมอาหารระดับพระกาฬต่างกล่าวขานว่า ฉลามเน่านั้นอร่อย มีรสชาติหวาน เนื้อนุ่ม เพียงแต่กลิ่นของมันอาจจะสามารถทำให้รสชาติเลวร้ายลงได้

เปิดโปงวิธีการทำฉลามเน่า

 

ขั้นตอนแรก : เริ่มจากการหาเนื้อฉลาม อาจจะต้องออกเรือไปล่า หรือ นั่งเครื่องบินไปไอซ์แลนด์ไปซื้อมา
                                     
ขั้นตอนที่สอง : นำฉลามที่ได้มานั้น เอามาตัดหัวมันทิ้งถึงแม้จะมีคนบอกว่าหัวปลาอร่อยก็เหอะ แต่มันเป็นขั้นตอนเนอะ



ขั้นตอนที่สาม : ทำการขุดหลุมฝังศพ ศพที่ว่าไม่ใช่ใครก็คือฉลามนั่นเอง (อาจจะขุดเผื่อไว้หากมีใคร ได้กลิ่นฉลามเน่าแล้วช๊อคตาย ) นำฉลามใส่หลุมกลบให้เรียบร้อยและนำหิน หรืออะไรหนักๆมาทับไว้ เพื่อที่จะให้มีน้ำหนักในการบีบเอาของเหลวต่างๆออกจากปลาฉลาม รอเป็นระยะเวลา 6 -12 สัปดาห์



ขั้นตอนสุดท้าย : เมื่อครบกำหนด ก็ขุดศพปลาฉลามขึ้นมา ตอนนี้มันจะชื่อว่า ฉลามเน่า แล้วล่ะ และทำการแล่เนื้อเป็นก้อน นำไปผึ่งลมไว้ในที่ร่ม เป็นระยะเวลา 2 -3 เดือน ระหว่างขั้นตอนนี้ สีของมันจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลไปจนทั่วแล้วก็เป็นอันเสร็จ กินได้เลย 



          บอกได้เลยว่าถ้าใครอยากจะลองของก็ให้ไปซื้อกินเอาเถอะ เพราะขั้นตอนแต่ละอัน ช่างดูเถื่อน ไปว่าจะเป็นการนำฉลามใส่ท้ายรถให้ทุกสายตาจับจ้อง หรือจะเป็นการขุดหลุม ให้ข้างบ้านเขาสงสัยว่าเราเป็นฆาตกร และระยะเวลาที่นานมากกว่าจะได้กิน ก็ขอจบการนำเสนอเมนูของครัวสาระมีอยู่จริงเพียงเท่านี้ละครับ
เนื้อหาโดย: TumYu
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TumYu's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13,450 ครั้ง
เขียนโดย TumYu
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
104 VOTES (4/5 จาก 26 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุดสิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้นทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่นคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งอำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทยเผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาตเกาะที่ไม่มีรถยนต์“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยประเทศที่มีคนแข่งHyroxเยอะที่สุด'ฝานฉางอวี้' นางเอกล่าหยก เสน่ห์แรง มีผู้ชายมาชอบถึง 6 คนแท้จริงครูไทยได้ปิดเทอมกี่วันสิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
ตั้งกระทู้ใหม่