หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หมัดของเรือคิรอฟที่นาโต้ขนานนามว่า.."เรือแตก"


โพสท์โดย

หมัดของเรือคิรอฟที่นาโต้ขนานนามว่า.."เรือแตก"

 

 

 

 

3M-54 P-700 แกรนิต หรือที่นาโต้เรียกกันว่าSS-N19 เรือแตก(Shipwreck)เป็น หนึ่งในสามจรวดโจมตีกองเรือบรรทุกเครื่องบินของโซเวียต ที่อเมริกาเองยังหวาดหวั่นในยุคสงครามเย็นรวมถึงเป็นอาวุธหลักของเรือรบชั้น คิรอฟที่ยิ่งใหญ่ของโซเวียต ด้วยขนาดที่ใหญ่พอๆกับMig-21หรือเล็กกว่าF-16เล็กน้อย พุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูงกว่า2.5มัค ระยะยิง550-650ก.ม. หัวรบระเบิดแรงสูงหนัก750กก.หรือหัวรบนิวเคลียร์500กิโลตัน ซึ่งไกลพอจะป้องกันการสวนกลับของฝ่ายตรงข้ามได้และติดตั้งได้ทั้งเรือดำน้ำ เรือรบ ซึ่งเราจะมาหาที่มาของจรวดโจมตีเรือที่ใครต่อใครวิเคราะห์ว่าเรือคิรอฟลำ เดียวสามารถลุยกับกองเรือบรรทุกเครื่องบินอเมริกาได้สบายๆนั้นพอมีความเป็น ไปได้มากแค่ไหน

จริงๆแล้วนั้นหากจะเรียกว่า ขีปนาวุธโจมตีเรือรบก็คงไม่ผิดเพราะ ขนาดที่ใหญ่พอๆกับขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ เหตุที่ติด1ในอาวุธหลักโจมตีกองเรือบรรทุกเครื่องบิน เนื่องจากเราทราบกันดีว่ากองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐยิ่งใหญ่มากกระจาย ไปทั่วทุกที่ในช่วงสงครามเย็น ขณะที่โซเวียต(รัสเซีย)มีเพียงกองเรือรบ เรือดำน้ำ แต่ขีดความสามารถในการโจมตีระดับกองเรือยังไม่มากพอ ถึงจะพัฒนาอาวุธโจมตีเรือรบติดตั้งกับเครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกลก็ยังทำ ได้ไม่ดีพอเนื่องจากพิสัยการยิงและการบินผ่านน่านฟ้าที่มีเครื่องบินฝ่าย สหรัฐและนาโต้ในหลายพื้นที่นั้นเอง

SS-N19 เทียบกับ F-16

ก่อนหน้านั้นเรือรบหลักที่ทำ หน้าที่ล่าทำลายกองเรือบรรทุก เครื่องบินนั้นได้รับการติดตั้งขีปนาวุธโจมตีเรือแบบSS-N3แซทดอค และSS-N12(P-500)แซนบ็อก ซึ่งมีระยะยิงไกล500ก.ม.ขึ้นไป ติดตั้งได้ทั้งระเบิดแรงสูงและหัวรบนิวเคลียร์ แต่ประสิทธิภาพยังต่ำเกินไปเช่น SS-N3(P-5)นั้น มีค่าความผิดพลาดในการพุ่งชนเป้าหมายในรัศมี3000เมตร(ผิดพลาดสูงมาก)แต่ทด แทนด้วยหัวรบนิวเคลียร์ อีกทั้งความเร็วมันต่ำที่0.9มัค ซึ่งโอกาสที่จะเจาะทะลุระบบป้องกันกองเรือนั้นยังน้อยเกินไป การนำวิถีก็ไม่ดีพอด้วยระบบแอคทีฟเรดาห์ที่จะเปิดเผยตำแหน่งตั้งแต่เริ่มยิง ทำให้เป้าหมายสามารถต่อต้านได้ ส่วนSS-N12 นั้นมีความเร็วสูงที่2.5มัค แต่มันไม่มีการนำวิถีที่ดีเพียงพอ ซึ่งในช่วงนั้นระบบนำวิถีของรัสเซียประสบปัญหาการนำวิถีในระยะเส้นขอบฟ้ามาก จนต้องพึ่งฮ.และเครื่องบินลาดตระเวณ

ในขณะเดียวกันการป้องกันทางอากาศ ประจำกองเรืออเมริกาพัฒนาขึ้นมา ในช่วงกลางทศวรรษ1970เรื่อยมา ตั้งแต่การเข้าประจำการของF-14และจรวดAIM-54ที่มีระยะยิงไกลมากขึ้น จรวดต่อต้านอากาศยานประจำเรือSM-1และ2ก็มีระยะยิงไกลและมีสามารถต่อต้านเป้า หมายเรี่ยพื้นน้ำได้มากขึ้นทำให้โอกาสโจมตีกองเรืออเมริกาด้วยเครื่องบินและ จรวดระยะใกล้สามารถทำได้ลำบาก

Подводные корабли проекта «Антей» получат новое вооружение – ракетные комплексы «Калибр» и «Оникс»

https://us-fbcloud.net/wb/data/596/596587-topic-ix-3.jpg

ในตอนแรกที่ P-700 นั้นฝ่ายตะวันตกไม่ทราบว่ามันมีรูปร่างยังไง รู้แต่เพียงว่าเข้าประจำการเป็นอาวุธหลักของเรือลาดตระเวณประจัญบานชั้นคิรอ ฟ เรือดำน้ำชั้นออสก้า-2 เรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งฝ่ายตะวันตกวิเคราะห์ว่ามันคงมีรูปทรงแบบเดียวกับจรวดรุ่นแรกๆอย่าง P-500 หรือ P-5 ที่ประจำการบนเรือครูซเซอร์ชั้นสลาว่า

โครงการพัฒนาเริ่มในปี1969 ส่วนใหญ่ว่ากันว่าโซเวียตพัฒนาระบบการชี้เป้าและนำวิถีด้วยดาวเทียมมาใช้ โดยวางข่ายการโจมตีระหว่างเครื่องบิน Tu-22M และเรือดำน้ำออสก้า ซึ่งข้อมูลจากดาวเทียมจะส่งมาที่Tu-22Mและผ่านมายังเรือดำน้ำเพื่อเข้าโจมตี พร้อมกัน เรือดำน้ำออสก้าจะทำการยิงจรวดโจมตีที่ความลึก30เมตร ซึ่งสามารถป้องกันการค้นหาเป้าหมายตรวจจับได้ โดยกลุ่มโจมตีจะมีเรือดำน้ำ3-5ลำ ใน1ลำจะมีP-700จำนวน24นัด เมื่อพบเป้าหมายจะทำการยิงพร้อมกันด้วยจรวด70-120นัด ในจำนวนจรวด30-50%จะมุ่งเป้าถล่มเรือบรรทุกเครื่องบินเพียงลำเดียว โดยพื้นที่ยิงถล่มห่างจากเป้าหมาย4-500ก.ม.และถอยหนีออกมาอย่างรวดเร็วด้วย การดำหนีที่ความเร็วสูง30น็อต

ความเป็นสุดยอดมันอยู่ที่ว่าเมื่อจรวดถูกยิงขึ้นจะบินสูงเพื่อทำการเปิดเรดาห์ได้ทั้งโหมดแอคทีฟและพลาสชีฟความถี่J-band(10-12GHz)และ K-band(27-40 GHz)ถูกพัฒนาโดยTsNII"Granit" เพื่อ ทำการค้นหาเป้าหมาย โดยจะมี1ลูกที่ยิงขึ้นเพดานบินสูงสุดแล้วโหมดแอคทีฟจะทำการค้นหาเป้าหมายและ ทำการล็อคเป้าหมายทำการบันทึกที่ตั้งแล้วจึงปิดเรดาห์เพื่อกันเปิดเผย ตำแหน่งในขณะพุ่งหาเป้าหมาย ระบบพลาสชีฟเองก็มีข้อดีเพราะมันจะวิ่งตามเรดาห์ที่ปล่อยออกมาโดยเฉพาะจาก ระบบเรดาห์ของเรือชั้นเอจีส ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการบันทึกจะถูกกระจายไปยังจรวดลูกอื่นๆเพื่อเลือกการโจม ตีเป้าหมายที่ต่างกัน จริงๆแล้วไอ้1ลูกที่เหินฟ้าสูงลิ่วเนี้ยแลนอกจากจะพลีชีพค้นหาเป้าหมายระบุ พิกัดของเป้าเพื่อจ่ายไปยังลูกอื่นๆที่บินตามขึ้นมา มันยังทำให้เรดาห์และระบบป้องกันของฝ่ายกองเรือเป้าหมายจับจ้องและทำการยิง ต่อต้านไอ้ลูกที่บินสูงเพื่อไม่ให้ระบบป้องกันเล็งไปหาลูกอื่นๆ ระบบนำทาง เป็นแบบonboard ป้องกันการตอบโต้ด้วยระบบสงครามอิเล็คทรอนิครุ่น3B47 "Quartz" ระบบจะสั่งให้จรวดบินสูงต่างกันในระดับสูงตั้งแต่14000เมตรจะเร็วถึง2.5มัค ส่วนที่ระดับน้ำทะเล14เมตรจะมีความเร็วไม่เกิน1.5มัค หรือนำทางด้วยเครื่องบินลาดตระเวณทางทะเลTu-95RTS"แบร์-ดี/อี"หรือKa-25TS ซึ่งติดตั้งระบบควบคุมจรวดด้วยดาต้าลิงซ์รุ่นRubidy-MM

 

 

ตัว จรวดถูกหุ้มเกราะกันกระสุนของปืนกลฟาลังซ์ที่ใช้ป้องกันประจำเรือของ ฝ่ายอเมริกา เสริมอำนาจการทำลายด้วยหัวรบระเบิดแรงสูง750กก.หรือหัวระเบิด นิวเคลียร์200-350กิโลตันกำหนดรัศมีทำลายล้าง1ก.ม.แน่นอนว่าหลุดไปโดนเพียง นัดเดียวหายยกกองเรือเป็นแน้แท้ ตัวจรวดพัฒนาโดยสำนักออกแบบOKB-52 (ภายหลังเป็นMashinostoyeniyaหรือNPO) การขับเคลื่อนด้วยตัวจรวดขนาดใหญ่ด้วยบูซเตอร์เชื้อเพลิงแข็งจำนวน2ชุด ก่อนจะพุ่งสู่เป้าหมายด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ท เคอาร์-39

การ ทดสอบยิงครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายนปี1975จนได้รับเข้าประจำการอย่างเป็นทาง การเดือนมีนาคมปี1983 ในขณะที่ระบบค้นหาเป้าหมายด้วยดาวเทียมLegendaพร้อมใช้งาน รวมถึงระบบโซนาร์ประจำเรือดำน้ำMGK-540 Skat-3 สามารถกำหนดเป้าหมายเองพร้อมใช้งานอีกเช่นกัน ซึ่งเข้าประจำการในเรือดำน้ำออสก้า-1 จำนวน2ลำคือK-525 (Arkhangelsk )และ K-206 (Murmansk )ในปี1981-83 โดยแต่ล่ะลำติดตั้งจรวด24ลูกมุมยิง40องศา ทั้ง2ลำเข้าประจำการในกองเรือภาคเหนือและได้ติดตั้งระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม รุ่นKasatka-U โดยจะมีการอัพเกรด P-700อีกครั้งในปี2010

 

ซึ่งเรือดำน้ำที่เข้าประจำการตามมาและเป็น"อาวุธลับ"ของกองเรือภาคเหนือคือเรือดำน้ำชั้น ออสก้า-2 ได้แก่เรือK - 119 (Voronezh), K - 148 (ครัส), K - 410 (Smolensk), K - 266 (Orel), K - 186 (Omsk),K - 150 (Tomsk) K - 141 (Kursk) ระเบิดและจมลงเมื่อ 13 สิงหาคม 2000  K - 132 (อีร์คุตส), K - 173 (Krasnoyarsk), K - 442 (Chelabinsk), K - 456 (Vyluchinsk) ส่วนเรือคิรอฟได้รับการติดตั้งปี1980-1998 อาวุธจำนวน20นัดในท่อยิงมุม60องศา เรือบรรทุกเครื่องบินครุฟเนชอฟติดตั้งปี1990-1995จำนวน12ท่อยิง

ฉะนั้น หลายคนพอจะมองเห็นถึงจุดอ่อนอย่างนึงของเรือรบคิรอฟ ถ้าคิรอฟลุยเดี่ยวจรวดที่จะทำการยิงถล่มเป้าหมายคือหมดลำเรือในครั้ง เดียว(20นัด) ถ้าโดนหมดหรือหลุดไปพังกองเรือได้ก็รอดตัวไป แต่ถ้ามันไม่สามารถทำลายเป้าหมายได้เรือคิรอฟจะไม่มีจรวดต่อต้านเรือเลย เหลือแต่แซมเพียวๆสำหรับยิงอากาศยานและจรวดปราบเรือดำน้ำ ก็อาจะเป็นไปได้ว่าคิรอฟจะทำการรบร่วมกับกองเรือคุ้มกันหรือเรือดำน้ำในการ ป้องกันและโจมตี

 

ขอบคุณบทความดี  โดยคุณ : MIG31 

เว็บ

http://thaifighterclub.org/webboard.php?action=detailQuestion&questionid=15664&topic=%CB%C1%D1%B4%A2%CD%A7%E0%C3%D7%CD%A4%D4%C3%CD%BF%B7%D5%E8%B9%D2%E2%B5%E9%A2%B9%D2%B9%B9%D2%C1%C7%E8%D2..%22%E0%C3%D7%CD%E1%B5%A1%22

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Black Mesa's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12,413 ครั้ง
โพสท์โดย Black Mesa
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
56 VOTES (4/5 จาก 14 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทยเปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชมคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวเพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชนเคยสงสัยมั้ย? จิ้งจกข้างฝา ทำไมบางตัวมีลายบางตัวไม่มี! รู้แล้วจะมองน้องไม่เหมือนเดิมจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลกภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้นิสัยจากวันเกิด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยจากพริกยอดฮิต สู่พืชที่เผ็ดที่สุดในปฐพีเปิด 7 จังหวัดในไทย อากาศดีที่สุด อยู่แล้วสุขภาพดี(รีวิวซีรีย์) บันทึกหิมะแห่งรุ่งอรุณ ไขคดีฆาตกรรมไปกับนิติเวชสาว ที่ปลอมตัวกลับมาล้างแค้นย้อนรอย “หญิงโคมเขียว” เที่ยวโสเภณีไทยครั้งละ 1 บาท มีจริงหรือ?น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่