ประวัติการแพทย์จีน
การแพทย์จีนมีประวัติอันยาวนาน นับแต่ยุคโบราณบรรพชนของจีนได้เรียนรู้ถึงการแพทย์จากการต่อสู้กับธรรมชาติเพื่อความอยู่รอด ในขบวนการค้นหาอาหารนั้น ก็ได้ค้นพบอาหารบางชนิดนั้นสามารถบรรเทาหรือแก้ไขอาการของโรคบางอย่างได้ นี่คือต้นกำเนิดของการค้นพบและนำมาใช้ของยาจีน ในยุคสมัยที่มนุษย์เริ่มรู้จักใช้ไฟเพื่อให้ความอบอุ่นนั้น ได้ค้นพบว่าจากการประคบโดยใช้ก้อนหินหรือดินทรายที่ร้อนซึ่งห่อหุ้มด้วยหนังสัตว์หรือเปลือกไม้ สามารถรักษาอาการของโรคบางอย่างได้ จากการกระทำซ้ำๆ และพัฒนาวิธีการเรื่อยๆจนกระทั่งเกิดวิธีการประคบด้วยความร้อน และการฝังเข็ม ในขบวนการประดิษฐิ์เครื่องมือหินของยุคหินนั้นได้ค้นพบว่าในการที่ได้ทิ่มแทงส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายนั้น กลับสามารถทำให้ความเจ็บปวดของอีกส่วนหนึ่งหายได้ จึงทำให้ค้นคิดวิธี “เปียนสือ” (ใช้หินกดจุด) และ “กู่เจิน” (การฝังเข็มโดยใช้เข็มที่ทำมาจากกระดูกสัตว์) โดยพื้นฐานของวิธีนี้พัฒนาไปเรื่อยๆ จนเป็น “เจิน ฉื่อ เหลียวฝ่า” (ฝังเข็มกดจุด) แล้วก่อเกิดเป็น จิงลั่วเซวียะซัว (ตำราเส้นลมปราณ)
การฝังเข็ม
การตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีแมะ คือการจับตรวจเช็คการเต้นของชีพจร
ในราชวงศ์ฮั่นนั้นถือว่าได้มีการบันทึกประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ยาวนานที่สุด และมีประสบการณ์ และ ทฤษฎีมากที่สุด การแพทย์โบราณของจีนนั้นถือกำเนิดมาจากบริเวณลุ่มแม่น้ำเหลืองของจีน ได้กำเนิดแพทย์ชื่อดังจำนวนมาก และตำราแพทยศาสตร์ที่สำคัญมากมาย ได้มีการบันทึกการรักษาพยาบาล และโรคมากมายลงบนกระดูก กระดองเต่า จนมาถึงราชวงศ์โจว เริ่มมีการ ตรวจวินิจฉัย 4 อย่าง คือ มอง ฟัง ถาม และ แมะ ตลอดจน วินิจฉัยโรคต่างๆ และมีการจ่ายยา และการฝังเข็ม เป็นต้น
ซึ่งวิธีแมะนี้ก็ต้องยอมรับครับว่าอาศัยประสบการณ์อันยาวนาน เพื่อจะได้สามารถวิเคราะห์การเต้นของชีพจรและลมปรานว่าเป็นโรคอะไรอยู่ ผู้เขียนเองก็เคยได้รับการรักษาด้วยวิธีแมะนี้ด้วยเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ตัวเองอยู่กับวิทยาลัยแพทย์ แต่ต้องยอมรับเลยครับวินิจฉัยโรคได้แม่นยำจริงๆ เสียดายที่ตอนนี้ท่านจากไปแล้ว
ในสมัยราชวงศ์ฉินและฮั่น นั้นได้มีบทประพันธ์ที่มีระบบชื่อว่า "หวาง ตี้ เน่ย จิง" ถือเป็นตำราทางการแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุด
เมื่อถึงราชวงศ์ฮั่น แพทย์ศัลยกรรมเริ่มมีชื่อเสียงมากอยู่แล้ว และได้เริ่มมีการใช้ยา “ หมา เฟ่ย ส่าน ”เพื่อใช้เป็นยาสลบ เพื่อลดความเจ็บปวดในการผ่าตัด และ ในราชวงศ์ซ่งนั้น การฝังเข็มได้มีการปฎิรูป ครั้งสำคัญ
ตั้งแต่ราชวงศ์หมิงเป็นต้นมาแพทย์ศาสตร์ ของตะวันตกได้เข้าไปยังประเทศจีน นับเป็นจุดเริ่มต้น ของการนำแพทย์ศาสตร์ตะวันตกกับจีนเข้าด้วยกัน
เห็นว่าเป็นเกร็ดทางประวัติศาสตร์น่าจะมีประโยชน์อยู่บ้างจริงๆ ก็ยาวอยู่พอสมควรถึงแม้จะเป็นประวัติย่อแล้ว บทความนี้ได้ตัดทอนออกไปบ้าง หากผู้อ่านอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมก็เข้าไปตามลิ้งค์นี้ครับ ประวัติย่อของการแพทย์จีน สำหรับวันนี้คงต้องลากันก่อนแล้วพบกันใหม่ครับ....mata
เรียบเรียงโดย พรชัย สังเวียนวงศ์ (mata)
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.huachiewtcm.com/popuparticle.aspx?TopicID=5
ที่มา: http://ancientsocial.exteen.com/page, http://www.huachiewtcm.com/popuparticle.aspx?TopicID=5
2 มิ.ย. และ 31 ก.ค. 2569 ได้หยุดไหม สรุปก่อนยื่นใบลา
มีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้ง
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
มหาวิทยาลัยไทยที่เชื่อมภาคอุตสาหกรรมเด่น เด็กสายงานจริงควรดูอะไรบ้าง
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
DNA เยติชี้ไปที่หมี แล้วบิ๊กฟุตยังเหลืออะไรให้เชื่อได้บ้าง
แนวทางเลขมงคล 3 สำนัก "ตารางมหาทักษา" ประจำวันที่ 16/6/69
ทำไมสับปะรดถึงเป็นผลไม้ไทยที่เข้าโรงงานอาหารมากที่สุด
ทำไมแนบเปลือกหอยแล้วได้ยินเสียงเหมือนทะเล ทั้งที่ไม่มีคลื่นอยู่ข้างใน
อยากเข้าวิศวะ เลือกโรงเรียนสายวิทย์-คณิตต้องดูอะไรบ้าง
น้ำส้มไบเล่หายไปไหน จากขวดแก้วหน้าร้านโชห่วย สู่แบรนด์ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่รู้จัก
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
2 มิ.ย. และ 31 ก.ค. 2569 ได้หยุดไหม สรุปก่อนยื่นใบลา
ทำไมแนบเปลือกหอยแล้วได้ยินเสียงเหมือนทะเล ทั้งที่ไม่มีคลื่นอยู่ข้างใน
สารพิษปะปนอาหาร บทเรียนจากถุงเกลือที่ครัวไทยไม่ควรมองข้าม
อยากเข้าวิศวะ เลือกโรงเรียนสายวิทย์-คณิตต้องดูอะไรบ้าง
DNA เยติชี้ไปที่หมี แล้วบิ๊กฟุตยังเหลืออะไรให้เชื่อได้บ้าง
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก

