มาแพ๊คกระเป๋าเที่ยวประเทศเวียดนามในราคาไม่เกิน "หมื่น" กันเถอะ
สวัสดีค่ะเพื่อนๆผู้อ่านทุกคนที่ติดตามรีวิวท่องเที่ยวของฉันมาตลอด
ห่างหายจากการรีวิวไป 3 เดือน ยาวนานจริงๆค่ะ
ครั้งนี้จะเป็นมหากาพย์แห่งการรีวิว.......เพราะว่ามันยาวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมว๊ากกก
ถ้าอ่านครั้งเดียวไม่หมดบุ๊คมาร์คไว้แล้วมาอ่านอีกก็ได้นะคะ
ณ วันหนึ่งเมื่อหลายเดือนก่อน ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ใช้เวลาว่างนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
เกี่ยวกัีบสิ่งที่่ฉันอยากทำก่อนจะเรียนจบ ฉันอยากทำอะไร.......ฉันได้บอกตัวเองว่าฉันจะใช้เวลาที่เหลือ
เดินทางและเดินทาง แต่ฉันอยากเดินทางไกลซักครั้ง
ให้มันเป็นการเดินทางที่ยากจะลืมเลือน เป็นการเดินทางที่ฉันจะจดจำไปตลอด
ที่ไหนหละ...........ต่างประเทศ..........
ฉันเป็นนักศึกษา ฐานะทางบ้านไม่ได้รวยจนมีเงินเหลือไว้เที่ยวต่างประเทศ เงินที่ฉันมีเก็บไว้
ก็เงินจากการทำงานพิเศษ ฉันมีงบแค่ 12,000 บาท
เงิน 12,000 บาท จะพาฉันไปได้ไกลแค่ไหน
คงจะต้องเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้ๆ สุดท้ายก็เลยตัดสินใจว่า จะไปเวียดนาม
แล้วเวียดนามในความคิดของฉันเป็นยังไง
ตอนที่ฉันอ่านข้อมูลค่อนข้างกลัวประเทศเวียดนามไปเลย เพราะหลายคนทั้งโดน โกง ปล้น
ซึ่งมีแทบทุกที่ในเวียดนาม ตั้งแต่ร้านค้าเล็กๆ ไปจนถึุงโรงแรม ที่ขูดเนื้อนักท่องเที่ยวสุดฤทธิ์
แต่ถึงกระนั้นเวียดนามก็ยังคงเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมต่างจากไทยเยอะพอสมควร
สถานที่เที่ยวแปลกๆ ที่หาไม่ได้ในประเทศไทย ตอนเหนือเวียดนามมีภูเขาสูงและช่วงสิ้นปีมีหิมะตก
ทางใต้มีทะเลทรายแดง กว้างสุดลูกหูลูกตา ทำให้ฉันอยากจะลองเสี่ยงดู
เงินจำนวนหมื่นกว่าบาทพาฉันไปภาคใต้ และ เหนือ พร้อมๆกันไม่ได้แน่ 
เลยตัดสินใจไปภาคกลางของเวียดนามแทน
เมืองท่องเที่ยวที่โด่งดังในภาคกลางก็คือ Hue เว้ , Da nang ดานัง , Hoi an ฮอยอัน
สมาชิกที่ไปครั้งนี้ 2 คนเท่านั้น พกเงินกันไปคน 12,000 เท่ากันเป๊ะๆๆ 
เอาหละค่ะข้อมูลต่างๆที่จะขึ้นให้อยากให้เป็นประโยชน์กับทุกความฝัน ที่อยากจะเที่ยวต่างประเทศ
ในราคาถูกๆนะคะ ถ้ามีเงินและเวลาควรรีบไปเลยค่ะ อย่ารอคอยโอกาสอะไรอีก
เพราะสิ่งที่สำคัญสำหรับการ Backpack ระยะไกลๆก็คือ "หัวใจที่แข็งแกร่ง" เท่านั้น
ถ้าคุณมั่นใจว่าหัวใจของคุณ "แข็งแกร่งพอจะไปเผชิญโลก" คุณก็ควรจะเก็บกระเป๋า
แล้วออกจากบ้านค่ะ
ตอนแรกฉันคิดว่าจะไปเวียดนามคนเดียว โดดเดี่ยว ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาของฉันเลย
การไปเที่ยวคนเดียวนั้นชิลมาก แต่ นี่เป็นการ Backpack ต่างประเทศครั้งแรก ด้วยงบจำกัด
ฉันจึงชั่งใจว่า ควรจะมี"เพื่อน" อย่างน้อยถ้าเราเกิดกรณีฉุกเฉิน ยังมีเพื่อนอยู่
มีคนคอยหาร ค่าที่พัก ค่าอาหาร เบาไปเยอะค่ะ
สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียม
1.Passport อย่างเดียว ไม่ต้องทำวีซ่าค่ะ อยู่ได้ 30 วันเลยนะ
2.เครื่องคิดเลข เอาไว้จิ้มๆๆต่อปากต่อคำกับแม่ค้า ในกรณีที่ภาษาอังกฤษช่วยไม่ได้
3.ร่ม หน้าร้อนแดดร้อนมาก หน้าฝน จะเป็นละอองเล็กๆทั้งวัน
สกุลเงิน
ใช้เงิน 2 สกุลนะคะ
USD ดอลล่า กับ VND ด่อง
เวลาแลกเงิน แลกจากไทยไปก็ได้ 30 บาท = 1 USD
เงินด่อง 20 บาท = 13,600 ด่อง
50 บาท = 34,000 ด่อง
100 บาท = 68,000 ด่อง
500 บาท = 340,000 ด่อง
1000 บาท = 680,000 ด่อง ค่าเงินมีขึ้นมีลงตลอด ถ้าใครจะไปอย่าลืมเช็คอีกทีนะคะ
อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า เวียดนามมีมิจฉาชีพเยอะพอสมควร ถ้าเค้ามีโอกาส เค้าจะโกงทันที
ตามไปหาอ่านกลโกงต่างๆได้ใน pantip ค่ะ จะมีบอกทุกอย่างเลย
Credit จำไม่ได้ง่ะค่ะภาพนี้ copy จาก Pantip มาอีกที
เห็นเส้นทางแล้วนึกภาพออกใช้มั้ยคะ? นั่งรถไปพันกว่้ากิโล 
ฟิตร่างกายกันไว้ให้ดี
วันที่ 19 ตุลาคม 2555
ฉัน และเพื่อนนั่งรถมาที่ หมอชิต รถที่จองไว้เป็นรถของบริษัท บขส. ราคา 533 กทม - มุกดาหาร ลงบขส มีให้เลือกหลายราคาค่ะ ราคานี้กลางๆ เบาะไม่ดีมาก แต่มีห้องน้ำในตัว ถือว่าโอเค
กระเป๋าพร้อม ฉันและเพื่อนก็พร้อม จับมือกันขึ้นรถ ไปมุกดาหารกันเลย เย้ๆๆๆๆๆ ใจเต้นตึกตัก ตอนรถออก โดยที่ไม่รู้
ว่าชะตาชีวิตข้างหน้าจะพบเจออะไรบ้าง หึหึหึ 
ตอนนั่งรถพนักงานบอกว่า จะมาถึง มุกดาหาร 6 โมงเช้า ไหงมาถึง 7.15 ทำให้เราพลาดๆๆ รถไป สะหวันนะเขตรอบแรก
สำหรับ รถไป สะหวันนะเขต จะมีช่องซื้อตั๋วที่ บขส มุกดาหาร ทุกครึ่ง ชม. เรา 2 คนก็เลยต้องซื้อตั๋วรอบ 7.45 ต้องไปถึงสะหวันนะเขต ก่อน 9.00 น.
บขส มุกดาหาร ระหว่างรอรถไปสะหวันนะเขต เพื่อนฉันซึ่งแต่งตัว เลิศทุกสถานการณ์
เรา 2 คนจิบกาแฟตอนเช้าอย่างสบายใจ โดยไม่รู้เอาซะเลยว่าอนาคตมีอะไรรออยู่
ขออภัยจริงๆที่ไม่มีภาพค่ะ เพราะว่า เรารีบกันจริงๆ ไม่มีเวลาที่จะหยุดเดินเอื่อยๆต้องวิ่งและวิ่ง
7.45 น ออกจาก บขส มุกดาหารไป สะหวันนะเขต ผ่าน ด่าน ไทย และ ด่าน เข้าลาว ปั้ม passport และเสียเงิน
ด่านละ 40 บาท จนมาถึงสะหวันนะเขต ตอน 8.55 ในใจตุ๊มต่อมมาก กลัวไม่ทันรถ
ทำไมต้อง 9.00 น รถไป เมือง Hue เว้ มีแค่วันละรอบ เวลาเดียว 9 โมงเช้าเท่านั้น เพราะงั้นถ้าเรามาถึงไม่ทัน
เราจะต้องนอนค้างที่ สะหวันนะเขต ซึ่งเราไม่ได้หาข้อมูลมาเลยว่าสะหวันนะเขตเป็นยังไง
พอมาถึงเจอรถ สะหวันนะเขต - เว้ โอ้ยยยย น้ำตาจะไหล ดีใจมากที่ทันฉันรีบวิ่งขึ้นรถอย่้างไม่รั้งรอ
เวลาในการเดินทางไปเว้ คือ 9.00 - 19.00 ถึงเว้ก็ค่ำๆเลย ตอนนี้เราใช้ชีวิตบนรถกันเกือบครบ 24 ชมแล้ว 
กะจะล้างหน้า ซื้อขนมขบเคี้ยวติดไปกิน..........แต่ไม่มีเวลาเลย ฮะฮ่าา เพราะงั้น ตลอดทั้งวัน
เราจึงไม่ได้กินข้าว
ระยะทางตอนอยู่ฝั่งลาว ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ถ้ามีช่วงนี้ชี้แนะ จะแนะนำให้มาทำรายการที่นี่ ทางที่เป็นหลุมเป็นบ่อ
ฝุ่นคลุ้ง รถเอนไปมา ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร
และแล้วรถก็มาจอดที่ร้านข้าวของลาว ร้านนึง ซึ่งฉันเคยอ่านบทความของคนที่เคยเดินทางเส้นนี้ พบว่าร้านนี้รสชาติอาหารค่อนข้าง
น่ากลัว ฉันกับเพื่อนเลยตัดสินใจว่าจะไม่กินข้าวร้านนี้ เพราะคิดว่าสั่งมาก็คงกินไม่หมด
ลักษณะอาหารคือ เป็นข้าวราดแกง แต่ราดหลายๆอย่าง มิกซ์กัน ซึ่งเราเลือกไม่ได้ คุณป้าเจ้าของร้านจะ มิกซ์ให้เรา
ฉัน Say good bye อาหารกลางวันแล้วเดินทางต่อ หวังน้ำบ่อหน้า ซึ่งบ่อหน้านั้นอยู่ตรงไหนฉันก็ไม่รู้หรอก 
ช่วงบ่ายๆเรามาถึงด่านลาวบาว พนักงานแย่ม้ากกก ค่อนข้างจะหัวเสียเล็กๆ
เพราะคนเยอะ และพนักงานให้เราไปต่อแถวนู้น ซักพักก็ให้ต่อแถวนี้ แล้วก็ไม่ปั้มให้ จนเด็กรถต้องมาเคลีย
ตรงด่านนี้จะมีแม่ค้าแลกเงิน แลกเงินบาทเป็นด่อง แม่ค้าพูดไทยได้ฉะฉาน แต่อัตราแลกเปลี่ยนแย่มาก
เราสองคนไม่มีเงินด่อง ฉันตัดสินใจว่าแลกกันไปคนละ 3 แสนก่อน แล้วค่อยไปแลกในเวียดนาม
ที่นี่มีธนาคารลาวค่ะ ฉันรีบวิ่งเอาเงินไทยไปแลกเป็นดอลล่า แลกกันมา คนละ 150 ดอลล่า
เราออกเดินทางกันต่อ ขณะนั่งอยู่บนรถฉันเริ่มสำผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง ม่ายช่ายยยย
สภาพแวดล้อมบางอย่างฉันเริ่มสังเกตุผู้คนรอบตัวฉัน มันตื่นเต้นเหลือเกิน ได้เจอคนชาติอื่น เราฟังเค้าไม่รู้เรื่อง
เค้าก็ฟังเราไม่รู้เรื่องเช่นกัน
คนเวียดนามเบาะใกล้ๆเราสูบบุหรี่กันในรถเลย และแถม บางคนยังเอา่เท้าพาดเบาะ เหยีัยดแข้งขากันไม่แคร์สื่อ
บ้างก็พูดคุยหัวเราะัดังลั่นรถ บ้างก็อยู่ในโลกส่วนตัว+ส่วนรวม อารมณ์อาร์ต เปิดเพลงฟัง แต่เปิดโดยใช้ลำโพงโทรศัพท์นะ
ได้ยินกันทั้งรถ แต่เค้าเปิดฟังคนเดียว รถที่ฉันนั่งเิปิดคอนเสิร์ตศิลปินเวียดนามตลอดทาง
ฟังไม่ออก แต่ก็เพราะดีนะ บรรยากาศแปลกๆที่ไม่เคยเจอในไทย ถึงมันจะแย่ซักหน่อย
แต่ฉันกลับไม่รู้สึกอะไรคงเพราะความตื่นเต้นมันทำให้บรรยากาศแย่ๆเป็นขี้ปะติ๋ว
พอเข้าเขตเวียดนามแล้วลืมควา่มแห้งแล้งในลา่วไปเลย รถค่อยเข้ามาในภูเขา มีทางลาดชันเป็นระยะๆ
ฉันนั่งฟังเพลงเวียดนามเพราะๆ มองดูวิว ภูเขา แม่น้ำใสๆ ผ่านกระจกรถ มองเท่าไรก็ไม่เบื่อเลย 
สะพานแขวน โดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางภูเขา
ฉันคงรู้สึกว่าแอร์ในรถมันหนาวขึ้น ฉันคงไม่ได้คิดไปเองแน่ ด้านนอกรถมีหมอกลงหนา อากาศเย็นพอตัวเลยเอาต้องเสื้อมาห่ม
ที่นี่ไม่ค่อยมีผู้คนอาศัยอยู่เท่าไร ทำให้ธรรมชาติยังคงสวยงาม สิ่งที่ฉันชอบคือ ลำธารที่ใสมากถ้ารถจอดตรงนั้น ฉันอยากจะ
เอาน้ำในลำธารมาดื่มซักอึก
ขอบคุณ พี่โจ้ก พี่คนไทยที่นั่งใกล้ๆกันให้คำปรึกษาเรื่องการเดินทาง
19.00 น เราเดินทางมาถึง Bus station ของ เว้ บรรยากาศเหมือนหมอชิต เวลาที่เราลงจากรถจะมีวิน แท็กซี่เข้ามาจีบให้เราขึ้น
บขส ค่อนข้าง ห่างจากตัวเมืองถ้าเดินคงไม่ไหวแน่ ต้องเรียกแท็กซี่ จริงเราดูโรงแรม An Phu ไว้
ลงมาจากรถ งงๆๆ ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน มีพี่คนไทยใจดีคนนึงบอกว่ามาหาเพื่อน เพื่อนเป็นเจ้าของโรงแรมอยู่จะมาพักมั้ยเดี๋ยวลดราคาให้
ได้ราคาคืนละ 15 เหรียญ เรากับเพื่อนก็ โอเคเลย พี่เค้าเรียกแท็กซี่ บอกทางแท็กซี่เป็นภาษาเวียดนามด้วย หมดสิทธิ์ที่แท็กซี่จะโกง
และแล้วเราก็มาถึงโรงแรมโดยสวัสดิภาพ พี่เค้าออกค่าแท็กซี่ให้ด้วย ใจดีมาก
ซาบซึ้ง แล้วยังแนะนำหลายๆอย่าง
โรงแรมชื่อ WHY NOT? Hotel ดูวัยรุ่นแฮะ
อยู่ถนน P.Ngu Lao งูเหลา จิงๆมันอ่านว่าอะไรก็ไม่รู้หรอก
สภาพห้องถือว่า โอเคเลย ห้องสำหรับ 3 คนด้วย มีเตียงเล็ก 1 เตียงใหญ่ 1 แอร์ น้ำร้อน Wifi
ถึงที่พักเราสองคน ล้มตัวลงนอนบนเตียง "เฮ้อ................" เราสองคนถอนหายใจพร้อมกัน ถึงแล้วหว่ะ
รู้สึกเหมือนขึ้นสรรรค์ ไม่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งบนรถทัวร์แล้ว
"จ้อก~" เสียงของกระเพาะที่ไม่ได้แตะต้องอาหารเลยตั้งแต่้ กาแฟ ตอนเช้าซึ่งเป็นอาหารมื้อแรกของวันนี้
ฉันและเพื่อนเราพยักหน้าพร้อมกัน "ไปหาอะัไรกินกันเถอะ"
และไปจอง City tour เว้ ด้วย ค่อนข้างสะดวกนิดนึง โรงแรมที่เราพักสามารถจอง City tour ที่โรงแรมได้เลย
ราคาคงพอๆกับ Sinh Cafe (บริษัททัวร์ชื่อดังของเวียดนาม)
ไม่เคยรวยกันขนาดนี้มาก่อน ฉันรวยมาก มันเงินคนละล้าน แบงค์เยอะจริงๆ
อย่ากังวลเรื่องหลงทางค่ะ เพราะว่าเราสามารถขอ City Map จาก Reception ได้
อ้อ เรื่องภาษาไม่ต้องกังวลค่ะ อังกฤษ งูๆ ปลาๆ Yes no ok ใช้ได้จริงๆ เพราะเราสองคนไม่ได้เก่ง eng เลย
พูดเป็นประโยคยาวๆไม่ไหว อาศัยฟังออกได้เยอะ เลยอยู่กันได้ค่ะ
เราเดินออกมาจากโรงแรม ดูแผนที่ในมือ เพื่อหาร้านข้าวกิน หรือ เซเว่น
ค้นพบตอนหลังว่าเวียดนามไม่มีเซเว่น
ขาดเซเว่น เหมือนจะขาดใจ
เราก็ได้แต่เดินไป ไม่รู้จุดหมาย ไม่มีร้านขายอาหารข้างทางเหมือนประเทศไทย ฉันและเพื่อนลองเดินไปที่
สะพานเปลี่ยนสี หรือชื่อเวียดนามคือ Trang Tien Brige
เดี๋ยวจะมาอธิบายเรื่องสะพานทีหลังค่ะ เพราะไปแทบทุกวัน 


วัยรุ่นหนุ่มสา่ว มากันเป็นแพ๊ค คู่ นั่งคุยกันอี้เอาะมาก พาให้ฉันและเพื่อน ฉันแทบจะทนไม่ไหว สำหรับคนโสดเห็นภาพแสนโรแมนติคแบบนี้
มันค่อนข้างจะเศร้า กลั้นใจแล้วรีบเดินผ่าน
จนแล้วจนรอด ก็หาร้านอาหารไม่เจอ กลับมาเสี่ยงดวงใกล้ๆโรงแรม เจอร้านเฝอร้านนึง
เฝอ คือ ก๋วยเตี๋ยว เวียดนาม ใช้เส้นขนมจีนค่ะ ชามละประมาณ 60 บาท ก็อิ่มใช้ได้ รสชาติอร่อยด้วย ประทังชีวิตไปก่อนแล้วกัน
เนื้อ หมู ไก่ เลือกได้ค่ะ หน้าตา และสภาพร้าน 
ไม่ ค่อยชวนให้เจริญอาหารเท่าไร แต่พอกินคำแรก โอ้ โห อร่อยอ่ะ ไม่รู้มันอร่อยจริงๆหรือเพราะฉันไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน ฉันก็กินจนหมดจาน
โต๊ะที่ร้านอาหารเวียดนาม จะเตี้ยๆหน่อยนั่งลำบากนิด ทันใดนั้นเองแม่ค้าเดินมาถามว่าเรามาจากไหน เราบอกว่้าประเทศไทย
แม่ค้ายกมือไหว้สวยๆ บอกว่า "สวัสดีก๊ะ" เราทั้งสองด้วยมารยาทคนไทย ยกมือไหว้ตอบ "สวัสดีค่ะ" เสียงดังฟังชัด
จบวันนี้สำหรับวันที่เหนื่อยล้า~ เราสองคนกลับโรงแรมไปอาบน้ำนอนและหลับเป็นตาย
ใจของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ พรุ่งนี้แล้วสินะ ฉันจะได้รู้จักเมืองนี้มากขึ้น
ขอจบวันนี้เท่านี้ก่อนนะคะ
เดี๋ยวจะมาเขียนอีกตอนในไม่ช้านี้ สำผัสกับเมือง เว้ ให้มากขึ้น
การเดินทางเพิ่งเริ่มต้น เพราะฉะนั้นอย่าลืมติดตาม ต่อนะคะ มีอีกหลายสิ่งที่ไม่ควรพลาด
ทั้งเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และ การเดินทางไปฮอยอัน รอคุณอยู่ เจอกันตอนต่อไปค่ะ
รายจ่่่่ายวันแรก
ค่ารถ หมอชิต - มุกดาหาร 533 x 2 = 1066 บาท
ค่าด่านเก็บเงิน 3 ด่าน ด่านละ 40 120 x 2 = 240 บาท
รถจาก สะหวันนะเขต - เว้ 440 x 2 = 880 บาท 1933
ค่าโรงแรม 15 usd 2 คืน = 30 usd = 900 บาท
City tour 11 x 2 = 22 usd = 660 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ ในทัวร์ แยกต่างหาก 16 usd x 2 = 32 usd 960 บาท
ค่าข้าว + ขนม
เฝอ 40,000 x 2 = 80,000 usd = 120 บาท
ขนมจุกจิก คนละ 10,000 VND = 18 บาท
เพราะฉะนั้น ค่าเดินทางแบบประมาณ จาก กทม - เวียดนามกลาง ใช้จ่ายคนละ = 2431 บาท
ดูเหมือนแพง ทั้งทริปเราหมดกันไปคนละ 7 พัน กว่าๆ แบบว่ากิน อิ่ม นอนหลับสบาย
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
ศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลัง
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
2จังหวัดที่ทำนาได้ทั้งปี
ประเทศที่มีคนแข่งHyroxเยอะที่สุด
'ฝานฉางอวี้' นางเอกล่าหยก เสน่ห์แรง มีผู้ชายมาชอบถึง 6 คน
แท้จริงครูไทยได้ปิดเทอมกี่วัน
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?