หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สังคมไทยวันนี้


เขียนโดย

กระบวนทัศน์ (Paradigm) คือเครื่องมือ คือปรัชญา คือแนวทาง คือแบบแผน หรืออะไรก็ตามที่เป็นลู่ทางของการเป็นไปของสิ่งนั้น

ในอดีตสังคมไทยได้นั้นได้อย่างวัฒนธรรมอินเดียและจีนมาเป็นกระบวนทัศน์ในการสร้างตนเอง จนสามารถสร้างจุดยืนของชนชาติได้ ความงอกงามทางศีลธรรมที่ในยุคศาสนารุ่งเรืองได้ปรุงแต่งผู้คนให้มีแบบแผนในการแสดงออกทางสังคมที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังคงอยู่ในลู่ทางแห่งวัฒนธรรมนั้นๆ รอยรากของวัฒนธรรมทั้งสองชาติ ได้จารึกลงยังจิตวิญาณของคนไทยอย่างเห็นได้ชัดที่สุดคือเรื่อง ความแตกต่างของสังคม นำมาซึ่งเรื่อง พระ เจ้า ไพร่ และทาส

ต่อมาเมื่อกระแสวิทยาศาสตร์ได้รุ่งเรืองทางซีกโลกตะวัน รังสีแห่งอารยะนั้นได้แผ่กระจายมายังโลกตะวันออก ต้านทิศทางการโคจรของดวงอาทิตย์ ในครั้งนั้นประเทศทางโลกตะวันออกรวมทั้งประเทศไทย ได้ปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อให้รอดพ้นจากภัยคุกคาม จนเกิดการปฏิวัติทางสังคมขนานใหญ่ สังคมไทยเริ่มเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น น้ำพระทัยของเสด็จพ่อ ร.5 ได้ปลดแอกความทรมานจากกระทัศน์ของอินเดียและจีนออกจาก ประชาชนนำมาซึ่งอิสระเสรี แก่ปวงชน  ในยุคต่อมาเมื่อประชาธิปไตยรุ่งเรืองขึ้นในประเทศ ประชาชนไทยก็ได้รับโอกาสในการดูแลตนเอง ตามปรัชญาประชาธิปไตยที่อาศัยเสียงข้างมาก เป็นเครื่องชี้วัดความถูกต้อง ความเหมาะสม ของสังคม

ประการหนึ่งที่เป็นมรดกจากอิสระที่ได้รับ คือการมีโอกาสในการเลือก  บางครั้ง บางชีวิตที่เกิดมาในโลกนี้ไม่มีโอกาสที่จะเลือก แต่สำหรับคนไทยนั้นมีโอกาสเลือก การเลือกสิ่งใดๆนั้นเป็นการบ่งชี้ถึงอิสระเสรีในชีวิต เช่นการเลือกใช้สบู่ที่มีมากมายหลากหลายให้ใช้ ไม่เหมือนบางประเทศที่มีเพียงยี่ห้อเดียว คือยี่ห้อที่รัฐผลิต ซึ่งถ้าบางคนแพ้ยี่ห้อนั้น ก็ถือว่าโชคร้ายไป

เมือ่คนไทยได้เลือก นั้นย่อมหมายถึงสิ่งที่ดี  แต่ทำไมตอนนี้การเลือกของคนไทยที่จะกำหนดโฉมหน้าของสังคมกลับกลายเป็นดังแผลเรื้อรังที่ไม่หาย ซ้ำร้ายกลับกลายมาเป็นมะเร็งสังคม ฤๅสังคมไทยกำลังป่วยหนักในระดับความนึกคิดและจิตวิญญาณ

กระแสสังคมในปัจจุบันได้สร้างมาตรฐานของคนดีที่ควรคบหาเสียใหม่  คนดีที่ควรคบหาในสังคมไทยตอนนี้คือ

1. คนที่ติดตามข่าวสารและน้อมนำวัฒนธรรมต่างด้าว อันไม่ใช่วัฒนธรรมของบิดาบังเกิดเกล้ามาสรรเสริญเยินยอ บูชายิ่งกว่าชีพ ไม่น้อยเลยที่วัยรุ่นไทยยอมตายตามดารานักร้องต่างประเทศ กระแสเกาหลีก็เป็นผลปรากฎประการหนึ่งที่ทำให้สังคมต้องวิ่งตาม ดิ้นรนให้เหมือนเขาเป็นอย่างเขา จริงอยู่ว่านั้นคือเสรีภาพของแต่ละคนที่จะกระทำ มันเป็นสิทธิส่วนตัว แต่สิทธิส่วนตัวเหล่านั้นกลับกลายเป็นการชี้นำสังคมโดยไม่รู้ตัว คนหน้าเข้ม ตัวดำ ผมหยิก อ้วน จึงกลายเป็นคนชายขอบ เป็นที่ไม่ปรารถนาของเพื่อนฝูง การกำหนดมาตรฐานเพื่อนในอุดมคติจึงกลายเป็นอาวุธที่มองไม่เห็นคอยเฉือดเฉือนบางคนให้ตกนรกทั้งเป็น เพียงเพราะ เกิดมาไม่เหมือนเกาหลี

2.ในสมัยก่อน คนเราจะแตกต่างกันที่บรรดาศักดิ์ แต่เมือ่สิ้นยุคทาส คนไทยเราก็ยังติดรสชนชั้นอยู่ จึงพยายามส้รางปราการทั้งสังคม ด้วยการบูชาเงิน เพราะเงินเป็นตัวแยกคนออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ในสังคมทุนนิยม ผู้ที่แข็งแรงกว่าอยู่ คนที่อ่อนแอตาย นั้นคือปรัชญาของทุนนิยม คนไทยเราเสพปรัชญานี้จนกลายมาเป็นมาตรฐานสังคมว่า คนที่สำเร็จในชีวิตคือคนที่มีเงิน ไม่ใช่คนรู้ธรรม มีจรรยาตาศาสนาอย่างปรัชญาศาสนาอีกต่อไป  มรดกทางทุนนยิยมที่ได้มอบหมายให้สังคมไทย คือเครื่องประดับกายต่างๆไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้ารองเท้า สร้อย แหวนใดๆ ยิ่งในปัจจุบัน เครื่องมือสื่อสารก็ได้แยกคนออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างง่ายๆ คนที่ใช้โทรศัพท์รุ่นย่ารุ่นยาย หากไปจีบใครเข้าก็จะถูกมองปรายด้วยหางตาในท่าทีเหยียดหยามคนนั้นอย่างไม่ใยดี  สาระสำคัญของคนในยุคนี้คือ เงินทอง ไม่ใช่ ความดีมีศีลธรรมอีกต่อไป

3.สังคมไทยเสพศิลปะชั้นต่ำมากขึ้นทุกวัน จากอดีตวรรณกรรมตลอดจนงานศิลป์ต่างๆนั้นได้มาจากหลักศาสนา เช่นการวาดภาพสวรรคืนั้นย่อมได้แรงบันดาลใจมาจากศาสนา จุดประสงค์ของการสร้างเพียงเพื่อให้คนทั้งหลายมีแรงจูงใจในการทำความดีแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์ ซึ่งในความเป็นจริงสวรรค์มีหรือไม่นั้นไม่มีใครรู้ แต่ถ้าหากคนทำความดีแล้ว หากไม่ได้ขึ้นสวรรค์จริงแต่อย่างน้อยก็ทำให้สังคมเป็นสุข ดดยไม่ต้องใช้กฎหมายที่ต้องขู่เข็ญบังคับให้ทำกัน  แต่ตอนนี้ศิลปะที่สังคมไทยนิยมเสพก็คือ ศิลปะที่ออกมาจากห่วงมโนอันหยาบช้า แปดเปือ้นไปด้วยโลกี ความโลภความริษยา จากละครเรื่องใดๆ หรือสือ่อะไรก็ตามที่มีเรื่องเหล่านี้เจือปนอยู่ก็ย่อมจะได้รับความนิยมจากคนที่มีจิตใจเอนเอียงไปทางนั้นๆ มันเหมือนอาหารหวานที่มีรสหวานย่อมเป็นที่ปราถรถนาของคนที่ชอบความหวานฉันนั้น  สังคมไทยเสพสิ่งเหล่านี้เพียงเพื่อบันเทิง แต่ในความเป้นจริงเรากำลังซึมซับเรื่องราวความเลวร้ายลงไปอย่างไม่รุ้ตัว กว่าจะรู้ตัวก็พบว่าการเป็นเมียน้อยนั้นเป็นเรื่องปกติเสียแล้วในสังคมไทย การมีเพศสัมพันธืก่อนแต่งงานกลายเป็นแฟชั่นที่น่าลิ้มลอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ย่อมสร้างปัญหาที่ไม่สิ้นสุดให้สังคม แต่เราก็มองข้ามมันไปเพียงเพราะเราก็เป็นไปตามนั้น

ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราควรหันมาทบทวนเสียใหม่กับภาวะสังคมไทยในปัจจุบันที่มีทิศทางน่าเป็นห่วง หากเราไม่เฉลียวใจในวันนี้ อนาคตที่ลูกหลานเราจะเติบโตมา สังคมเราอาจฟอนเฟะไม่เหลือชิ้นดีให้ลุกหลานเราอาศัยแล้วก้เป็นได้

โดยลูกชายนายอำเภอ

 

เนื้อหาโดย: ลูกชายนายอำเภอ
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกชายนายอำเภอ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10,776 ครั้ง
เขียนโดย ลูกชายนายอำเภอ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
100 VOTES (4/5 จาก 25 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้นเผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยอำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทยคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาตคณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุดทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่นศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลังโซเชียลกัมพูชาเรียกร้องแบนคำ ต้มยำกุ้ง เสนอใช้ชื่อเขมร15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต2จังหวัดที่ทำนาได้ทั้งปีประเทศที่มีคนแข่งHyroxเยอะที่สุด'ฝานฉางอวี้' นางเอกล่าหยก เสน่ห์แรง มีผู้ชายมาชอบถึง 6 คนแท้จริงครูไทยได้ปิดเทอมกี่วันสิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ตั้งกระทู้ใหม่