หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นางร้องไห้คนสุดท้ายแห่งรัตนโกสินทร์ 3/3 เจ้าตำรับน้ำพริกลงเรือ


โพสท์โดย

 



สมเด็จเจ้าฟ้านิภานพดล กรมขุนอู่ทองเขตขัติยนารี

 

นอกจากความสามารถด้านการร้องแล้ว เจ้าจอมยังมีความเชี่ยวชาญด้านอาหารด้วย โดยเฉพาะน้ำพริกลงเรือ ซึ่งตำรับน้ำพริกลงเรือของเจ้าจอมสดับ เริ่มต้นขึ้นเมื่อสมเด็จเจ้าฟ้านิภานพดล กรมขุนอู่ทองเขตขัติยนารี (พระราชธิดา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระวิมาดาเธอฯ) ทรงชวนเจ้าจอมให้นำอาหาร ลงไปเสวยในเรือ ระหว่างที่พายเรือเล่น ในสระวังสวนสุนันทา เจ้าจอมสดับจึงเข้าไปในห้องเครื่อง หยิบน้ำพริกกับปลาดุกฟู มาผัดรวมกับหมูหวาน ใส่จานวางกับไข่แดงของไข่เค็ม จัดเสวยพร้อมกับผัก กลายเป็นน้ำพริกลงเรือที่รู้จักกันในปัจจุบัน (ซึ่งอาจจะมีการดัดแปลงสูตร ไปบ้างแล้วแต่ความเหมาะสม)

 

 แม้ว่าจะมีฝีมือในทำอาหารแต่เจ้าจอมสดับก็ไม่เคยหวง

วิชา และยังถ่ายทอดสูตรอาหารต่างๆ ให้กับทุกคนรวมทั้ง

สูตรน้ำพริกลงเรือด้วย ซึ่งเจ้าจอมมักจะเรียกว่าเป็นน้ำ

พริกลงเรือ "ตำราพระวิมาดา" เพื่อแสดงความยกย่อง

พระวิมาดาเธอฯ ในฐานะที่ทรงเป็นต้นตำรับ และเป็น

ฝึกสอน การทำอาหารให้แก่เจ้าจอมสดับนั่นเอง

 

โดยสูตรน้ำพริกลงเรือเจ้าจอมสดับได้บันทึกไว้มีดังนี้

 

เครื่องปรุง

 1.กะปิ 1 ช้อนชา

 2.พริกชี้ฟ้าหรือพริกขี้หนูสด 5 เม็ด

 3.กระเทียม 7 กลีบ

 4.น้ำปลา

 5.น้ำตาล

 

 

 

6.มะดันหรือมะนาวตามสมควร

 

7.กระเทียมดอง 2 หัว

 

8.ไข่เค็มดิบ 2 ฟอง

 

9.ปลาดุกหรือปลาช่อน 1 ตัว

 

10.น้ำมันหมูตามควร

 

11.มะเขือเปราะ 4 ผล

 

12.ผักชีตามควร

 

13.หมูสามชั้น 1 ชิ้น

 

วิธีทำ

 

น้ำพริกลงเรือ
ตำน้ำพริกเหมือนกับน้ำพริกทั่วไป แต่ปรุงให้เหลว ชิมรสตามชอบ นำน้ำมันหมูใส่กระทะลงเล็กน้อย พอน้ำมันร้อนเอากระเทียมโขลกสัก 5 กลีบเล็กๆ เจียวพอหอม แล้วเทน้ำพริกที่ตำไว้ ลงผัดพอสุก หลังจากนั้นตักใส่ถ้วยพักไว้ ต่อมานำหมูมาต้มให้หนังเปื่อย และหั่นให้ละเอียด ลงผัดกับน้ำมันหมู น้ำปลา น้ำตาล ชิมให้รสจัดเหมือนหมูต้มเค็ม แล้วตักใส่ถ้วยพักไว้ นำปลาดุกหรือปลาช่อนมานึ่งให้สุก แล้วแกะแต่เนื้อขยี้ให้ละเอียด ลงทอดในน้ำมันหมูให้เหลืองกรอบ โดยให้น้ำมันท่วมปลา ใช้ไฟแรง แล้วตักใส่ถ้วยไว้ กะปริมาณให้เท่ากับหมูและน้ำพริก

 

หลังจากนั้นนำน้ำพริกกับหมู ผัดผสมกันให้ทั่วแล้วตักใส่ถ้วย และขยี้ปลาทอดโรยให้ทั่ว นำกระเทียมดองปอกเป็นกลีบ สำหรับกลีบเล็กๆ ถ้ากลีบใหญ่ก็ผ่า 2-3 ชิ้น เอาไข่เค็มดิบ ตักใช้แต่ไข่แดงผ่าเป็นชิ้นเล็กตามควร ประดับลงบนปลาสลับกันกับกระเทียมดอง มะเขือเปราะ ผักชี จัดลงภาชนะเดียวกัน
ที่มา: http://pakxe.com
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
mata's profile
โพสท์โดย mata
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
32 VOTES (4/5 จาก 8 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุดเปิดชื่อ 9 ประเทศ “น้ำดื่มถูกที่สุดในโลก”ประเทศใด นำเข้ามาม่าไทย มากที่สุดในโลกเมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทยมาดูอันดับความหล่อในเอเชีย หนุ่มไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?เปิดผลวิเคราะห์ AI หวยงวด 1 เมษายน 2569 รวมเลขเด่น 10 ชุดส่องเลขเด็ดปฏิทินคำชะโนด ลุ้นรวยต่อเนื่องงวด 16 เมษายน 2569ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน5 อำเภอที่ร้อนที่สุดในประเทศไทย (อัปเดตล่าสุด) เถินไม่ใช่ที่เดียวเปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงิน10 จังหวัดที่ มีอากาศดีที่สุดในไทย อยู่สบายทั้งปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่