ดอกไม้ประจำฤดูทั้งสี่ ของประเทศ(จีน)
สำหรับดินแดนประเทศจีนอันแสนยิ่งใหญ่ ย่อมจะมีดอกไม้นับพันนับหมื่นชนิด หลายร้อยหลายพันรูปแบบและสีสัน ซึ่งแต่ละฤดูก็มีดอกไม้แตกต่างกันไป ชาวจีนจึงได้จัดดอกไม้ที่เป็นสุดยอดของแต่ละฤดูไว้อย่างน่าสนใจ
1.“เหมยฮวา” ปัญญาชนแห่งฤดูหนาว
ดอกเหมยมีชื่อลาตินว่า Prunus mume หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Mumeplant Japanese Apricot ปัจจุบันมีอยู่กว่า 300 ชนิด เป็นดอกไม้ที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศจีน เป็นดอกไม้ที่ชอบขึ้นในที่สูง ชอบอากาศหนาว โดยเฉพาะบริเวณมณฑลยูนนาน ดังนั้น เมื่อหิมะโปรยปราย อากาศหนาวเหน็บ ดอกไม้ชนิดอื่นร่วงโรยไปเพราะความหนาวเย็น จะมีเพียงดอกเหมยเท่านั้นที่ออกดอกสีสดใส ตัดกับสีขาวบริสุทธิ์ของหิมะ
ด้วยเหตุนี้ชาวจีนจึงถือให้ดอกเหมยเป็นดอกไม้แทนชาวจีน เพราะว่าดอกเหมยไม่กลัวและอดทนต่อความเหน็บหนาว เช่นเดียวกับชาวจีนที่อดทน ขยันขันแข็ง และมีใจสู้
2.“โบตั๋น” ราชาแห่งฤดูใบไม้ผลิ
โบตั๋น หรือภาษาจีนกลางว่า “มู่ตัน” มีชื่อลาตินว่า Paeonia suffruticosa หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Tree Peony เป็นดอกไม้ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานควบคู่กับประวัติศาสตร์จีน มีสีต่างๆมากถึง 8 สี ได้แก่ สีขาว เหลือง ชมพู แดง ม่วง ดำ เขียว และน้ำเงิน อีกทั้งชาวจีนยังยกย่องให้เป็นดอกไม้ประจำชาติอีกด้วย
ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมในราชสำนักจีนมาแต่ครั้งอดีต โดยเฉพาะในราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ซ่ง ราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง นอกจากนี้ความงามของดอกโบตั๋นยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดงานศิลปะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานจิตกรรม กวีนิพนธ์ ดังนั้น ดอกโบตั๋นจึงได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งดอกไม้เลยทีเดียว
3.“ดอกบัว” ผู้บริสุทธิ์และสูงศักดิ์แห่งฤดูร้อน
ดอกบัวมีชื่อภาษาจีนว่า “เหอฮวา” หรือ “เหลียนฮวา” มีชื่อลาตินว่า Nelumbo nucifera หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า Chinese Lotus ซึ่งจะต่างจากดอกบัวแบบ Hindu Lotus จัดเป็นหนึ่งในดอกไม้มงคลของจีน เนื่องจากคำว่าเหลียนฮวานั้นไปพ้องกับคำที่หมายถึง โชคดี สิริมงคล ของจีนอีกทั้งบัวยังมีเมล็ดมาก ดังนั้น ชาวจีนจึงใช้เมล็ดบัวเป็นสัญลักษณ์ในการอวยพรให้มีลูกหลานมากมายอีกด้วย
นอกจากนี้ชาวจีนถือว่าดอกบัวเกิดขึ้นมาจากโคลนตม แต่สุดท้ายก็กลับกลายเป็นดอกไม้ที่บอบบางบริสุทธิ์ กลิ่นหอมและสูงส่ง ถึงกับเป็นดอกไม้เกี่ยวกับพุทธศาสนา ดังนั้น ชาวจีนจึงมักยกย่องให้ดอกบัวเป็นดอกไม้แห่งความบริสุทธิ์และสูงศักดิ์ไปในเวลาเดียวกัน
4.“จวี๋ฮวา” ปัญญาชนผู้เร้นกายแห่งฤดูร้อน
ถ้าพูดถึงดอกจวี๋ฮวา ชาวไทยเราคงไม่ค่อยมีใครรู้จัก แต่หากบอกว่า “เก็กฮวย” หลายคนคงต้องร้องอ๋อออกมาทันที
ดอกจวี๋ฮวามีชื่อลาตินว่า Dendranthema morifolium หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Florists Chrysanthemum เป็นดอกไม้ที่มีสีสันสดใสและกลีบดอกหนาเป็นพุ่มสวยงาม ตรงเกสรมีกลิ่นหอม ในสมัยโบราณชาวจีนในราชสำนักนิยมปลูกดอกจวี๋ฮวากันมาก จนถึงกับมีเทศกาลชมดอกจวี๋ฮวา
ดอกจวี๋ฮวานอกจากปลูกขึ้นเพื่อชมความงามแล้ว ยังสามารถเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย อีกทั้งในประเทศจีน รวมไปถึงญี่ปุ่นและเกาหลี ต่างนิยมนำดอกจวี๋ฮวามาทำเป็นชาไว้ดื่มเพื่อดับกระหายยามอากาศร้อน




ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้รายวัน ปีที่ 13 ฉบับที่ 3221
คอลัมน์ China Today โดย ภูริวรรณ วรานุสาสน์
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
นทท.ไต้หวัน เห็นสิ่งนี้ถึงกับให้ทิปรัว ๆ ทุกวัน
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
เซอร์อังกฤษวัย 79 ปี เสนอเงินเดือนให้สาวที่จะมาผลิตทายาท เพื่อรักษาตระกูลในคฤหาสน์ 5,000 ไร่
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของพยาบาลยุภารักษ์ สุขวรรณดี ที่เสียชีวิตขณะดูแลผู้ป่วย
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?