หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย ฟักโกสต์!!ไม่เชื่อต้องพิสูจน์


โพสท์โดย

FuckGhost ฟักโกสต์ : สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย

สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย ฟักโกสต์!!ไม่เชื่อต้องพิสูจน์
รายละเอียด
สังคมไทยมีเรื่องงมงายมากจนเกินไปเช่น สื่อทางทีวี วิทยุ อินเตอร์เน็ต ยัดเยียด ผี วิญาณ ไสยศาสตร์ ญาณทิพย์ จิตสัมผัส พลังจิต พลังงานเล้นลับ พีระมิด ของขลัง ใส่หัวคุณ?มากจนเกินไป

เราจะเอาเรื่องพวกนี้ออกจากหัวคุณ!!!

"มีสติ คิดเป็นเหตุผล" ให้มากกว่า "คำบอกเล่า" ไม่เชื่อต้องพิสูจน์!!!

FuckGhost สมาคมต่อต้านสิ่งงมงาย ของเรานั้น

มีบางคนให้ Admin ไปหา คนที่มีวิชาอาคม มีคาถา มองเห็นผีั มาลองของกับพวกเรา พวกผมไม่เชื่อพิธีกรรมพวกนั้นอยู่แล้ว (แต่ถ้าใครจัดมาให้ก็ยินดี) ถ้าให้เราไปหาเองลำบากไปครับ

มีการแสดงออกตามนี้

1.ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค

2.ไม่อันตรายต่อตนเองและผู้อื่น

3.ทำแล้วชาวบ้านไม่เดือดร้อน(นอกจากได้รับอนุญาต)

4.ไม่ผิดกฎหมาย

5.พยายามไม่อิงความเชื่อของศาสนาต่างๆ

6.ไม่หา คาถา เวทมนต์ (คำมั่วๆพวกนั้นให้คนงมงายเค้าใช้กัน) แต่ถ้าจัดมาให้ เพื่อพิสูจน์เราอาจจะทำ

7.การแสดงออกของวัฒนธรรมที่ดีประเพณีที่ดีงามของศาสนาทุกศาสนา ไม่อยู่ในความ "งมงาย"ที่เราต่อต้านครับ

8.Admin มีการมีงานทำปกติอาชีพทุกคน เพจFuckGhostไม่ได้ทำเป็นอาชีพ

9.บางข้ออาจยกเว้นได้บางกรณี เมื่อเห็นชอบจากที่ประชุม

 

- เปิดเพจเพื่อลบหลู่สิ่งงมงายทุกประเภท หมายความว่า เราไม่กลัวและไม่เชื่ออยู่แล้วตามหลักการเหตุผล ไม่ใช่จากความเชื่อ

- ก่อนที่จะทำเรื่องพวกนี้เราศึกษามาแล้วไม่ต่ำกว่า10ปี โดยการทดลอง(ลบหลู่)มาแล้ว และศึกษาเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี

- การกระทำของเพจเรา พร้อมจะเป็นศัตรูกับความงมงายทุกรูปแบบ

- กล้าลองของทุกอย่างตามข้อเสนอข้างต้นนี้ 1-9

- Admin B W J มีนิสัยต่างกัน แต่แนวทางเดียวกัน

- เรารับฟังทุกข้อเสนอ แต่การปฎิบัติจริงไม่ได้ทุกอย่าง ต้องใช้ปัจจัยหลายอย่าง

- เราตอบท่านไม่ได้ทุกคำถาม ถ้าท่านใช้ความเชื่อที่เล่าต่อกันมาโดยไม่มีเหตุผลมาถาม หรือใช้ความเชื่อโบราณมาถามก็คงตอบไม่ได้ ผมใช้หลักการและเหตุผลมาตอบ จึงไม่สามารถตอบคำถามที่เล่าต่อกันมาไม่ได้ทุกคำถาม **ย้ำ**

- พวกเราไม่ได้ใช้เครื่องรางของขลังหรือ สักยันต์ ดวงไม่ได้แข็ง จิตก็ไม่ได้แข็ง ไม่มีพระดี

- ทำเพื่อความบันเทิง เหมือนรายการทั่วไปแต่ผิดกันที่มุมมองความเชื่อ

- อาจมีใช้คำพูดที่ดูดุดัน รุนแรง ตลก และกวน...ไปบ้างแล้วแต่อารมณ์

- ทำเพจเพื่อให้คนเลิกกลัวผี ไสยศาสตร์ เพื่อคิดเป็นเหตุเป็นผล ส่วนถ้าเราพูดไม่จริง คุณก็ต้องคิดเป็นเหตุเป็นผลอีกนั้นหล่ะว่าเพจพูดจริงหรือไม่

- การแสดงออกของทางเพจ ถือว่าเป็นการช่วยประเทศชาติอย่างหนึ่ง เพื่อไม่ให้ถูกหลอกโดยพวกที่อ้างตัวว่ามีพลังเหนือคนอื่น หรือพวกมีของวิเศษ

 

**การแสดงออกในเพจก็ค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วโปรดอ่านดูให้ถี่ถ้วน**

 

**ขออภัยเนื่องจากมีคนไม่เข้าใจ**

 

 

 

 

 

เฮ้ย..พวก...ไม่ต้องมาพูดเลยว่าพวก...
สักยันต์แล้วไม่เชื่อเรื่องความขลังความศักดิ์สิทธิ์
สักก็เพราะโง่งมงายเชื่อศัพท์คุณ ต่างๆนาๆที่แม่งโม้
จาก เกจิอาจารย์ ต่างๆ นี่มันยุค ไหนแล้ว แสรดด!!!
นั่นไงกูว่าแล้ว.....บอกว่าสักเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว

จิตใจ ใช่ปะ ...สัก ดราก้อนบอลก็ได้หาก...จะทำดี
กุเห็นพวกสักยันต์ทั้งนั้นที่ชอบทำตัวกร่าง นักเลง
นี่นะหรอเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ... แสรดดด...
ตกลง...นับถือศาสนาพุทธ หรือ...นับถือไสยศาสตร์กันแน่วะ
ศาสนาพุทธเค้าสอนให้ดำเนินชีวิตตามหลักคำสอน 
ไม่ใช่ให้พึ่งสิ่งงมงาย หรือ บูชาวัตถุ โว๊ะ!!... บี FuckGhost 

 

 

 

การสร้างพระกันมากมาย ทำให้คนยิ่งโง่งมงาย

เวลานี้เกิดพระเล็กๆขึ้นมากมาย หล่อกันขายกันเพื่อสร้างนั่นสร้างนี่ ใครจะสร้างอะไร เอ้า! หล่อพระขาย เพราะว่าคนชอบอย่างนั้นมีอยู่มาก ที่มีมากเพราะอะไร? เพราะเราไม่อธิบายให้คนเข้าใจ ไม่สอนให้เขารู้อะไรเป็นอะไร ทิ้งไว้อย่างนั้นแหละ ทิ้งไว้ให้โง่ต่อไป จะได้ไถ่สตางค์กันต่อไป ก็เลยทำพระขายกันบ่อยๆ

วัดใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ นี่...หลายวัดกลายเป็นสำนักผลิต "วัตถุ" ขาย

กัน พระนั้นพระนี่ ขายกันเรื่อยๆ อาตมาไม่ค่อยชอบเรื่องนี้ แอนตี้เรื่อย บางทีท่านผู้ใหญ่บอกว่า "ระวัง เดี๋ยวฝ่ายตรงข้ามรู้จะเอาไปเทศน์อีก" ความจริงอาตมาก็นั่งอยู่ตรงนั้นท่านจะว่าอาตมา แต่ไม่กล้าพูด "ระวังท่านปัญญาจะเอาไปเทศน์อีก" ไม่กล้าว่า แต่กลับว่าฝ่ายตรงข้าม ตรงกันข้ามแต่มันข้ามไปในด้านดี ด้านบริสุทธิ์ ด้านปัญญา ท่านผู้ผลิตไม่ใช่ด้านปัญญา... ด้านที่ทำให้คนโง่งมงาย กลัวฝ่ายด้านปัญญาจะติเอา

ท่านว่า"ระวังนะ เดี๋ยวฝ่ายตรงข้ามจะเอาไปติอีก"อาตมาก็นั่งยิ้มอยู่ในใจว่า "พิโธ่เอ๋ย! รู้แล้วว่ามันโง่ แล้วจะทำไปทำไมกัน ...ทำให้คนโง่หลงทำไมกัน" เราก็เข้าใจผิดกันอย่างนั้น คือนึกว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นศิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นวัตถุมงคล เอานามพระพุทธเจ้ามาอ้างว่า "ได้เสก" ได้ทำอย่างนั้นอย่างนี้

ถ้าพูดกันไม่เกรงใจใครก็เรียกว่า "มันไม่ได้เรื่องทั้งนั้น" ไม่ต้องเสกอะไร ไม่ต้องทำอะไร... ถ้าจะทำเป็นรูปพระก็ทำเป็นรูปงามๆดีๆ แล้วก็แจกไป...แจกฟรี เอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจนะ นึกถึงพระบ่อยๆ ถ้ามีพระอยู่กับเนื้อกับตัวก็อย่าไปฆ่าใคร อย่าไปมัวเมาในกามารมณ์ อย่ามัวไปเล่นการพนัน อย่าไปเที่ยวกลางคืน อย่าคบเพื่อนชั่วเพื่อนร้ายสอนให้เขาประพฤติธรรมดีกว่าที่จะบอกว่า โอ้! นี่ศักดิ์สิทธิ์มาก หลวงพ่อองค์นั้นก็เสก หลวงพ่อองค์นี้ก็มาเสก มันไม่ได้เรื่องอะไร คนก็ไม่ดีขึ้นเพราะไม่สอนคนให้เข้าไปถึงเนื้อแท้ของพระพุทธเจ้า แต่ไปติดอยู่กับสิ่งนั้น

เลิกเชื่อไร้เหตุผล พึ่งตนและพึ่งธรรมะ หลวงพ่อปัญญานันทภิขุ
หน้า ๒๓๑- ๒๓
คนเขลาไม่เคยคิดพึ่งตัวเอง
ชอบเอาตัวไปฝากไว้กับสิ่งภายนอก

ชาวพุทธเราไม่ควรไปไหว้พระภูมิ เพราะว่าพระภูมินี่ก็คือแผ่นดินนั่นเอง คนสมัยก่อนนี้ชอบสมมุติคือว่าทำให้ตัวเป็นบุคคลขึ้นมา ในศาสนาพราหมณ์ ลมก็เป็นเทวดา ไฟก็เป็นเทวดา น้ำก็เป็นเทวดา แผ่นดินก็เป็นเทวดา เรียกว่าภุมมเทวดา อย่างนี้เป็นต้น เลยไปกราบไหว้ไปบวงสรวงบนบานศาลกล่าวสิ่งเหล่านั้น ซึ่งความเป็นจริงสิ่งเหล่านั้นช่วยอะไรไม่ได้ เราช่วยตัวเองมากกว
่า ของหายเราไปบนบานพระภูมิ แต่ตัวเที่ยวเดินหาเสียจนเหนื่อยแล้วไปพบ พอพบของแล้วก็บอกว่า แหม! พระภูมิช่วย พระภูมิที่ไหนพระภูมิตัวน่ะไปเที่ยวหาเสียจนเหนื่อยจึงได้ของมา แต่เราไม่คิดเพราะว่าคนที่ยังเขลานั้นไม่คิดพึ่งตัวเอง แต่คอยจะเอาตัวเองไปฝากไว้กับสิ่งภายนอกตลอดเวลา จึงได้ไปเที่ยวพึ่งสิ่งเหล่านั้นถ้าหากว่าเป็นผู้ไม่นับถือพระพุทธศาสนา จะไปกราบไหว้ศาลพระภูมิอย่างนั้นก็ไม่น่าติ แต่ถ้าเรียกตัวเองว่าชาวพุทธเราไม่ควรไปไหว้
เพราะ...
ชาวพุทธเราเคยพูดอยู่เสมอว่า
ที่พึ่งอย่างอื่นของข้าพเจ้าไม่มี
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า
แล้วทำไมต้องไปพึ่งพระภูมิอีก?
เป็นพุทธต้องพึ่งพระรัตนตรัยสิ
พึ่งพระพุทธก็ได้ พระธรรมก็ได้ พระสงฆ์ก็ได้
เรื่องก็ไม่เสียหายอะไร
แล้วทำไมจะต้องไปพึ่งศาลพระภูมิ!!

อาตมาเคยไปถามเขาหลายคนว่า
"เจริญพร ทำไมสร้างบ้านสวยๆ ต้องมีศาลพระภูมิด้วย"
"อ๊ะ! เขามีกัน ก็มีกะเขามั้ง"
อย่างนี้ก็ผิดหลักการแล้ว ชาวพุทธไม่เชื่ออะไรตามเขาว่า ไม่ใช่เชื่อว่าเขามีกันก็อยากจะมีบ้าง...อย่างนั้นก็ไม่ได้ เราต้องมีปัญญา มีเหตุผล จะเชื่ออะไรก็ต้องคิดต้องตรองกันเสียก่อน จึงจะยอมใจเชื่อลงไปถ้ายังไม่คิดให้ชัดอย่าปลงใจเชื่ออย่างนี้จึงจะถูก

หนังสือปฎิวัติความงมงาย : เลิกเชื่อไร้เหตุผล หน้า ๓๑๗
หลวงพ่อปัญญานันทภิขุ
ปลดปล่อยความงมงายในเรื่องศาลพระภูมิ

พระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่กว่าพระภูมิ แล้วทำไมเราจึงไปไหว้พระภูมิอีก บนบ้านของเรามีพระพุทธรูป อันเป็นรูปเปรียบแทนพระพุทธเจ้า เราก็ควรจะไหว้พระพุทธเจ้า แล้วก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปไหว้ศาลพระภูมิอี
คนที่ไหว้ศาลพระภูมินี่อาตมาอยากทราบเหมือนกันว่าช่วยอะไรได้บ้าง ไฟไหม้บ้านช่วยได้ไหม วันก่อนนี่ไฟไหม้แถวสวนมะลิเห็นศาลพระภูมิถูกไหม้ไปหลายพันหลังเหมือนกัน ตัวพระภูมิคงแย่ไปตามๆกัน.... 
พระภูมินี้ถ้าพูดกันโดยไม่ต้องเกรงใจใครละก้อ มีมูลฐานมาจากความเขลานั่นเอง ความเขลาสร้างพระภูมิขึ้น ถ้าวิชชาเกิดขึ้นในใจคนเมื่อใดแล้ว พระภูมิก็จะหายไปเมื่อนั้น 
เดี๋ยวนี้คนฉลาดฟังธรรมทางวิทยุอะไรต่อะไรบ่อยๆนี่ เลิกศาลพระภูมิไปแล้วมีหลายราย คนที่เพชรบุรีโน่นมาฟังเทศน์อาตมา เลิกศาลพระภูมิไป ๒ ราย แล้วบอกว่าสบายดี ไม่ถือก็ไม่เป็นไร

ปฏิวัติความงมงาย : เลิกเชื่อไร้เหตุผล พึ่งตนและพึ่งธรรม หน้า ๓๑๕ 
หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ
เดี๋ยวนี้ คนเราจะเชื่อด้วยเหตุแค่สักว่ามันเขียนอยู่ในใบลาน ท่านทั้งหลายจงเข้าใจกันเสียใหม่ให้ถูกต้อง ใบลานนั้นไม่ใช่พระไตรปิฎก; ใบลานบางแผ่นก็เขียนพระไตรปิฎก; แต่ว่าใบลานส่วนมากไม่ได้เขียนพระไตรปิฎก คือเขียนอะไรเพ้อเจ้อตามความเข้าใจของผู้เขียนก็ยังมีมาก

ดังนั้นถ้าไปเข้าใจเสียว่า มีอยู่ในใบลาน เป็นเชื่อได้อย่างนี้แล้วก็จะมีเมฆหมอกอย่างหนึ่ง คือความมืดสีขาว ดังที่กล่าวมานี่เอง แม้ สมัยนี้ไม่ได้เขียนในใบลาน แต่พิมพ์เป็นเล่มหนังสือ มันก็เหมือนกัน เล่มหนังสือที่เป็นพระไตรปิฎกก็มี ไม่เป็นพระไตรปิฎกก็มีมากมาย จะเชื่อเพียงสักว่า มันมีในคัมภีร์ ในตำรา ในหนังสือแล้ว มันก็ใช้ไม่ได้ คือกลายเป็นเมฆเป็นหมอกขึ้นมาได้โดยไม่รู้สึกตัว 

ทีนี้ แม้ว่าจะมีอยู่ในพระไตรปิฎกจริงๆ คือว่าเราเปิดดูพระไตรปิฎกจะพบข้อความนี้ และในนั้นก็เขียนไว้ชัดเจนว่า พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงข้อความนี้ แม้แต่อย่างนี้ พระพุทธเจ้าก็ยังตรัสสอนว่าอย่าไปเชื่อ คืออย่าเพ่อเชื่อ อย่างน้อยก็อย่าเพ่อเชื่อ ต้องมาทดสอบดูด้วยการปฏิบัติถ้าปฏิบัติแล้วมันดับกิเลสดับทุกข์ได้อย่างไรจึงจะค่อยเชื่อ อย่างนี้เป็นต้น 
อย่างนี้ก็แปลว่า พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสไว้ดีที่สุดแล้ว คือ ได้ตรัสมอบหมายเครื่องมือให้แก่เรา สำหรับทำลายเมฆหมอกนั้นเสีย อย่าให้คำภีร์กลายเป็นเมฆหมอกขึ้นมา อย่าให้พระพุทธภาษิตแท้ๆ กลายเป็นเมฆหมอกขึ้นมา

พุทธทาสอินทปัญโญ (หนังสือ โลกนี้มีแต่คนบ้า หน้า ๘๗-๘๘
นี่เรียกว่าเป็นเรื่องเกิดมาจากอินเดีย จะเรียกว่า ศาสนาฮินดูเป็นแม่ ศาสนาพุทธเป็นพ่อ ก็ได้ ออกมาจากอินเดียทั้งนั้นแหละ ที่เรียกว่าไสยศาสตร์ นั้นก็ไม่ใช่เล่น เราถือไสยศาสตร์กันไปเกือบจะหมด ของสำหรับคนปัญญาอ่อน ของสำหรับเด็กๆ เด็กๆไม่อาจจะรู้สูงได้ก็ถือไสยศาสตร์ไปก่อน ฉะนั้นเด็กๆจึงได้รับคำสั่งสอนให้เชื่อถืออย่างไสยศาสตร์ นับถือผีสางเทวดา ภูตผีปีศาจกันไปก่อนแล้วจึงค่อยมาถืออย่างสูงขึ้นมาเป็นพุทธะล้วนๆ ไสยศาสตร์จึงฝังอยู่ในจิตใจมาตั้งแต่เล็ก เรื่องของไสยศาสตร์มันทำให้หายกลัวได้
ถ้าไม่มีความรู้อย่างพุทธศาสนา แล้วไสยศาสตร์ก็ไม่มี คนนั้นมันก็ว้าเหว่ มันจะเป็นบ้าเอาก็ได้ ไม่มีอะไรจะช่วยระงับความกลัว ไสยศาสตร์แม้เป็นเรื่องงมงายอะไรก็เป็นที่พึ่งแก่คนปัญญาอ่อน หรือเป็นที่พึ่งแก่เด็กๆ ที่ในบ้านในเมืองไหนก็ตาม ประเทศไหนก็ตามเถอะ คนปัญญาอ่อนต้องมีมากมาย ดังนั้นไสยศาสตร์ต้องเก็บไว้ เลิกไม่ได้นะ เอาไว้ให้คนปัญญาอ่อน เขาจะได้อุ่นอกอุ่นใจ แล้วก็ไม่เป็นโรคประสาท ไม่เป็นบ้า ไสยศาสตร์มันช่วยคุ้มคนปัญญาอ่อน พุทธศาสตร์ก็จูงคนปัญญาแก่กล้าไป ฉะนั้นยังต้องเก็บไสยศาสตร์ไว้ให้คนปัญญาอ่อน มันจึงเลิกไม่ได้ เลิกไม่ได้จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ แม้ในกรุงเทพฯ ก็ต้องเก็บไสยศาสตร์ไว้เยอะแยะสำหรับคนปัญญาอ่อน จะได้ใช้เป็นที่พึ่ง

คัดลอกบางส่วน ท่านพระพุทธทาส ภิกขุ
หนังสือ "ลิขิต พุทธทาส ถึงน้องชายโดยธรรม กรุณา กุศาสัย"

หลักความเชื่อของพระพุทธศาสนา
สิ่งอะไรในโลกนี้จะดลบันดาลให้ใครเป็นอะไรไม่ได้ ให้เข้าใจอย่างนั้น ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ถูกต้อง เราก็ไม่ต้องไปเที่ยวไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ที่เขาเรียกว่าศักดิ์สิทธิ์ ไม่ต้องไปไหวเสาหลักเมือง ไม่ต้องไปไหว้ศิวลึงค์ ไม่ต้องไปไหว้ต้นไม้
ไม่ต้องไปไหว้พระพรหมหน้าโรงแรมเอราวัณ หรือไม่ต้องไปไหว้อะไรๆที่มนุษย์มันเสกสรรปั้นแต่งขึ้นด้วยความโง่เขลา สำหรับคนโง่เขลาให้ไปกราบไหว้ เราจ
ะไม่ไปไหว้สิ่งเหล่านั้น...แต่เราจะใช้ปัญญาของเราพิจารณาสิ่งต่างๆด้วยตัวของเราเอง เพื่อให้รู้ว่ามันเป็นอะไรอย่างถูกต้อง นี่คือหลักการของพระพุทธศาสนา
เราไม่ค่อยได้สอนเรื่องอย่างนี้ พระสงฆ์องค์เจ้าทั้งหลายก็ไม่ค่อยย้ำให้ญาติโยมเข้าใจโยมจึงไม่เข้าใจ จึงหลงไหลมัวเมากันอยู่ ยังจะไปวิงวอนบนบานศาลกล่าว เพื่อให้ได้สิ่งนั้นอย่างนี้..ซึ่งมันไม่ได้ แต่มันได้ด้วยการกระทำของเราเอง เราจะต้องลงมือทำเองเราจึงจะได้ จะให้ใครเอามาให้ไม่ได้ ใครจะดลบันดาลให้เกิดทอง ๒ ตุ่มหน้าบ้าน มันไม่ได้ มันนิทาน ถ้าแต่งเป็นเรื่องนิทาน เอามากกว่าร้อยตุ่มก็ได้ เพราะนิทานมันเขียนได้ แต่ความจริงมันเป็นไปไม่ได้

ปณิธานของหลวงพ่อปัญญานันทะ ปฎิวัติความงมงาย หนังสือ หน้า80-81
ของที่ไม่ดี
ถ้าปล่อยให้มีมากเกินไป นานหนักเข้าก็จะเอาไม่อยู่
บางทีจึงต้องทำการ"ปฏิวัติ"กันเสียบ้าง
เพื่อชะล้างความไม่ดีให้หมดไปเสียคราวหนึ่ง
เมื่อความงมงายเป็นของไม่ดี
ชาวพุทธเราจึงต้องทำการ"ปฏิวัติความงมงาย"

นักปฏิวัติไสยศาสตร์ 
ในสมัยก่อนนั้น (แม้ในสมัยนี้ก็เถอะ) ความเชื่อและการ
กระทำในทางงมงาย หรือไสยศาสตร์มีอยู่ทั่วไป
ในหมู่พี่น้องประชาชนชาวไทย

"ความงมงาย"
คำว่า ความงมงาย หมายถึงความหลงเชื่อโดยไร้เหตุผล
หรือโดยไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นหรือเหตุผลของผู้อื่น

ตัวอย่างความงมงาย
ความงมงายนั้นมีอยู่อย่างมากมาย ในที่นี้จะยกมาแสดงเป็นตัวอย่างในบางเรื่องเช่น
๑ ความเชื่อในเรื่องโชคร้าย
๒ ความเชื่อในเรื่องลางดีลางร้าย
๓ ความเชื่อในเรื่องเคราะห์ดี เคราะห์ร้ายหรือบังเอิญ
๔ ความเชื่อในเรื่องดวงดี ดวงร้าย
๕ ความเชื่อในสิ่งที่ตื่นกันว่าขลังศักดิ์สิทธิ์
๖ ความเชื่อในเทพเจ้า สิ่งดลบันดาล
๗ ความเชื่อเกี่ยวกับพระภูมิเจ้าที่ ผีบ้าน ผีเรือน
๘ ความเชื่อที่ซัดทอดแต่กรรมตะพึดตะพือ
๙ ความเชื่อในเวทมนต์คาถาอาคม นะหน้าทอง เสน่ห์ยาแฝด
๑๐ความเชื่อในทางโหราศาสตร์และยึดติดพึ่งพาจนเลยเถิดไป

เหล่านี้เป็นต้น ล้วนแต่จัดเป็นความงมงายทั้งสิ้น 
คนเราสามารถงมงายในอะไรๆต่างๆได้หลายเรื่อง แม้แต่ความเชื่อ
ดิ่งลงไปว่า เทคโนโลยีเท่านั้นเป็นทางรอดของมนุษย์ความลุ่มหลงในคอมพิวเตอร์ เป็นต้น นี่ก็นับว่าเป็นความงมงายเช่นกัน

ปณิธานของหลวงพ่อปัญญานันทะ ปฏิวัติความงมงาย หน้า ๕-๖
 
 
 


⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Assawin's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 15,189 ครั้ง
โพสท์โดย Assawin
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
128 VOTES (4/5 จาก 32 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชมคนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่งจังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวมีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำเพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลกเปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้“แวนซ์” เผย “สหรัฐ-อิหร่าน” เจรจาไม่ลงตัว ยังหาข้อยุติสงครามตะวันออกกลางไม่ได้8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ3จังหวัดจัดงานสงกรานต์ที่ใหญ่ที่สุดอำเภอเดียวในไทยที่มี "ป้ายทะเบียนรถชื่ออำเภอ”
ตั้งกระทู้ใหม่