Lady gaga ความประทับใจของเธอแด่แฟนคลับชาวไทยทุกคน
รูดม่านปิดปราสาท "Lady Gaga The Born This Way Ball"กันไปเป็นที่เรียบร้อย คอนเสิร์ตใหญ่ยักษ์ระดับเวิล์ดทัวร์ของ ศิลปินสาวร้อนแรงของโลก "เลดี้ กาก้า"
สำหรับลิตเติ้ล มอนสเตอร์ชาวไทยคงฟินกับคอนเสิร์ต ที่เพิ่งผ่านไป ฟินขนาดไหนหลายคนได้เห็นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวจากสื่อกระแสหลักว่าแต่ละคน "จัดเต็ม" เป็นแฟนตาซีมา
ชมคอนเสิร์ตชนิดรวมงานคานิวัลเพื่อ "เลดี้ กาก้า" ก็ไม่ปาน เพียงย่างก้าวสู่ราชมังคลากีฬาสถานจะพบบรรดาลิตเติ้ล มอนสเตอร์ทั้งหลายต่างประชันการแต่งกายแบบไม่ยอมกัน และยอมกันไม่ได้เมื่อแสงแฟลชวูบวาบคราใด การโพสท่าด้วยคอสตูมที่ครีเอทกันมาเพื่อรายการนี้เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่ว ในพื้นที่รอบการจัดแสดงคอนเสิร์ต ภาพที่เห็นตรงหน้าจึงราวกับว่าการขึ้นบันไดไปยังสนามราชมังคลาฯนั้นเป็นการ ขึ้นยานแม่กลับดาว...
ไฟในสนามดับลง ผ้าม่านรูดขึ้น ปราสาทมืดอลังการ 3 เลเยอร์ที่เป็นแบคกรานด์ของเวทีโชว์โฉมตระหง่าน เสียงดนตรีดังตึง ตึงเมื่อพลันที่เลดี้ กาก้าปรากฏตัวพร้อมเพลงแรกในชุดเอเลี่ยนยิ่งตอกย้ำความรู้สึกให้คนดูมี อารมณ์ร่วมตามกับความตื่นตาตื่นใจในโชว์ความโดดเด่นหนึ่งของคอนเสิร์ตครั้ง นี้คือ คอสตูมเสื้อผ้าที่ถูกดีไซน์แบบมีการเล่าเรื่อง ไม่ใช่ใส่มาสวยๆเซ็กซี่ขายความหลุดโลก แต่องค์ประกอบเหล่านี้เดินเรื่องไปกับเนื้อเพลงและฉากปราสาทหลัก แฟชั่นที่ ′มาเธอร์ มอนส์เตอร์′ สวมใส่ด้วยฝีมือการออกแบบของดีไซเนอร์ "จีออร์จีโอ อาร์มานี่" จึงเป็นไปตามคอนเซ็ปต์เดียวกับเวทีและเพลง
สำหรับแก่นแกนของโชว์คือเวทีนั้นถูกจัดให้เป็นปราสาท 3 เลเยอร์ ในลักษณะเดียวกับละครเวที แม้มองเผินๆจะแอบคล้ายปราสาทแดนเนรมิต หรือดิสนีย์แลนด์ แต่ความพิเศษอของการออกแบบเวทีให้ปราสาทค่อยๆกางพับและปรับดีเทลแบบ 3 ชั้นเพื่อเล่าเรื่องไปกับเพลงแต่ละเพลง ทำให้เห็นรายละเอียดของเวทีและฉากที่มีส่วนประกอบกว่า 10,000 ชิ้น
คำบอกเล่าที่ว่ากว่าจะมาเป็น Lady Gaga The Born This Way Ball วิธีการขนส่งอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อมาสร้างฉากบนเวทีนั้นต้องใช้เครื่องบินขน ส่งสินค้า 747 จำนวน 3 ลำ และใช้คอนเทนเนอร์ขนส่งทางทะเลอีก 23 ตู้ และใช้เวลาถึง 8 วันในการติดตั้งสำหรับคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง
เป็นเช่นนี้จึงทำให้คอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ของเลดี้ กาก้าจะมีอุปกรณ์ทั้งหมดแบบเดียวกันสองชุดเพื่อรอสแตนบายในประเทศต่อไปที่จะ มีคอนเสิร์ตเพื่อไม่ให้เสียเวลา
ถัดจากงานเทคนิค และองค์ประกอบศิลป์ "การแสดง" หรือเพอร์ฟอร์แมนซ์ของกาก้าเป็นอีกส่วนสำคัญในคอนเสิร์ตที่ถูกสร้างสรรค์มา อย่างลงตัวเพื่อทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นมากกว่าคอนเสิร์ต แต่เป็นลักษณะของการ "โชว์" ที่มีเรื่องราวแม้จะผ่านการทัวร์มาหลายประเทศ แต่ก็พบว่าเลดี้ กาก้ายังคงทุ่มเทการแสดงแบบเต็มที่ ยังคงเอกลักษณ์จังหวะการโพส การมูฟเคลื่อนไหว และออกสเต็ปแบบไม่ธรรมดา
ฝากความจดจำตั้งแต่ต้นคอนเสิร์ตด้วยฉากแมลงยักษ์ คลอดลูก ไปจนถึงท่าหัวปักดินเท้าชี้ฟ้า ห้อยโหนกวัดแกว่งต่างๆ และพร็อพสิ่งของต่างๆบนเวทีที่ถูกนำมาใช้ประกอบการแสดงความเป็นเวิล์ดทัวร์ ของศิลปินระดับเอลิสต์ ทำให้คอนเสิร์ครั้งนี้เลือกใช้พื้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถานที่สามารถจุคน ได้ 80,000 คนทั้งสนาม (นับรวมอัฒจรรย์และพื้นสนามหญ้า)
แต่ความใหญ่ของสนามกีฬาแห่งนี้ ก็ตามมาด้วย "เงื่อนไข" ปราบเซียนของคนในวงการจัดโชว์ที่รู้กันดีว่า เพราะความกว้างและเป็นสถานที่เปิดทำให้การจัดระบบเสียง และเซ็ทระบบต่างๆเป็นโจทย์ที่ยากขึ้น
เผชิญเงื่อนไขลักษณะนี้ทำให้น่าสังเกตว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่เปิด พื้นที่ด้านข้างเวทีให้ชมได้มากขึ้น เพราะการกระจายเสียงอาจไม่รองรับดีพอ ทำให้รูปแบบเป็นลักษณะเวทีหันหน้าเข้าหาคนดูแบบตรงๆ ที่ไม่ขยายแพนไปวงกว้าง
เป็นการวางตำแหน่งเพื่อรักษาความเป็นมืออาชีพของเวิล์ดทัวร์ระดับเอลิสต์ กระนั้นก็ยังน่าห่วงว่า พื้นที่ที่ใหญ่กว้างขวางของสนามอาจส่งผลต่อทัศนวิสัยที่ทำให้เวทีออกจะดู เล็กไปสำหรับคนดูจำนวน 50,000 คนในคราวเดียวกัน เพราะหากไปดูตารางเวิล์ดทัวร์ของเลดี้กาก้าในประเทศเอเชียอื่นๆ สถานที่จุผู้ชมจะอยู่ในหลักหมื่นต้นๆเพื่อรับกับสเกลของเวที และนั่นทำให้มีการแสดงหลายรอบตามมา
อย่างไรก็ตามถือเป็นโอกาสและจังหวะที่แม้ประเทศ ไทยจะไม่อยู่ในแผนการเวิล์ดทัวร์แต่แรก ก่อนที่จะลงตัวในเวลาต่อมา กระทั่งเลดี้ กาก้า ได้พบปะกับแฟนเพลงชาวไทย แม้จะเป็นการแสดงเพียงรอบเดียวก็ตาม ก่อนจะบินไปทำการแสดงต่อสิงคโปร์ 3 รอบ
แต่ก็เรียกเสียงกรี๊ดได้สนั่นสนามเมื่อเธอเอ่ย ปากราวกับฝากคำสัญญาจะกลับมาแสดงคอนเสิร์ตอีกครั้ง..."ฉันหวังว่าพวกคุณจะ กลับมาดูการแสดงอีกเมื่อฉันกลับมาที่นี่ (ประเทศไทย) อีกครั้ง"เลดี้กาก้ากล่าวบนเวที
ขณะที่อีกหนึ่งซีนเสียงกรี๊ดก็ยังดังจากผู้ชมยามเมื่อเธอกล่าวทักทายเป็น ภาษาไทยว่า "สวัสดีค่ะ" ผู้ชมได้ยินเสียงแอบห้าว "สวัสดีค่ะ" อยู่ 3 ครั้งระหว่างการโชว์ รวมทั้งการสร้างความประทับใจแบบซีนดราม่า เมื่อเลดี้กาก้า ทักทายแฟนเพลงตัวยงหน้าเวที "น้องโอม" แฟนพันธ์แท้ที่แต่งตัวสวมชฎามารับเธอตั้งแต่ที่สนามบินดอนเมือง จนใส่คอนสตูมเดียวกันนี้มาชมคอนเสิร์ต
คำพูดที่ Lady gaga กล่าวจากความรู้สึกและน้ำตาของเธอ..
เลดี้กาก้าเอ่ยปากถามถึงชฎาบนศรีษะน้อง โอม (วรัชญา พุกรอด) และขอให้ส่งมาให้เธอลองใส่บ้าง...จากนั้นชฎาแบบไทยก็มาอยู่บนศีรษะศิลปินที่ ขึ้นชื่อว่าเจ้าแม่แฟชั่นหลุดโลก พร้อมกับการขับกล่อมผู้ชมในเพลง "Hair"
ในภาพที่อาจถูกมองจากบางกลุ่มบางคนว่าเล ดี้ กาก้าดูไม่แมทช์กับชฎาไทยนัก แต่แฟนๆชาวไทยและผู้ชมก็รู้สึกว่า การพรีเซ้นส์ของเธอไม่ได้มีเจตนาบ่อนทำลาย แต่นำเสนอในแง่มุมศิลปะ
ระหว่างโชว์ชุดนี้เองที่เลดี้ กาก้า น้ำตาตกออกมาเล็กๆเสียงสั่นเครือเบาๆ ระหว่างเอ่ยว่า เธอรู้สึกดีมากกับคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ เพราะทัวร์คอนเสิร์ตของเธอถูกประท้วงในหลายประเทศ แต่เธอได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นอย่างมากที่นี่
"I don′t speak Thai, but I can feel like..."
ถึงฉันพูดภาษาไทยไม่ได้ แต่ฉันรู้สึกได้ค่ะ...
การแสดงทั้งแบบเพลงช้าเพลงเร็วดำเนินต่อไป ผสมกับการพูดคุย โดยเนื้อหาที่สื่อสารกับผู้ชมคือการให้กำลังใจ และปลอบประโลมผู้ที่หวาดหวั่นหวาดกลัวให้เข้มแข็งด้วยคำพูดสุดกินใจว่า...เมื่อใดที่คุณรู้สึกอ้างว้างคุณจะมีฉันอยู่เสมอ
เมื่อถึงเพลงสุดท้าย เลดี้ กาก้ากล่าวอำลาผู้ชม ก่อนจะหลบเข้าหลังฉาก ผู้ชมในสนามยืนปรบมือเรียก "กาก้า" อยู่ราวเกือบ 10 นาที เลดี้ กาก้า ปรากฎตัวอีกครั้งกับการร้องอังกอร์ติดกัน 3 เพลง เพื่อลิตเตอร์มอนสเตอร์ชาวไทยอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช ก่อนอำลากันอย่างเป็นทางการ...
หลังจากคอนเสิร์ตจบลง บุคคลที่ถูกถามถึงมากที่สุดหนีไม่พ้นแฟนคลับผู้โชดดีอย่าง ′น้องโอม′ ที่มีคนรุมขอถ่ายรูปและขอสัมภาษณ์มากที่สุด

ไม่พลาดสำหรับประชาติธุรกิจออนไลน์ที่ได้พูดคุยถึงความรู้สึกน้องโอมเจ้าของชฎาที่เลดี้ กาก้า สวมในการแสดงครั้งนี้
น้องโอม กล่าวน้ำเสียงตื่นเต้นว่า "ดีใจมาก ไม่คิดว่าเขาจะเอาชฎาของไทยเราขึ้นไปใส่บนเวทีคอนเสิร์ตระดับโลกอย่างนี้ แน่นอนว่าคอนเสิร์ตเวทีรอบโลกที่ไทยแลนด์ครั้งนี้จะถูกกล่าวถึงและเป็นทอล์ คออฟเดอะทาวน์ แน่นอนค่ะ"
ต่อจากนั้นน้องโอมเล่าถึงที่มาของชฎาและชุดว่าทีมงานที่ช่วยกันเป็นคนหามาให้
"ตอน แรกคิดว่าจะให้ชฎากับเลดี้ กาก้าเลย แต่เขาก็ให้คืน เขาน่ารักมากเขาไม่โยนให้ ทั้งที่หนูบอกว่าโยนมาเลยและเตรียมรับ แต่เขาตั้งและให้การ์ดไปหยิบมา เพราะเขารู้ว่าไม่สมควรที่จะโยน ซึ่งหนูจะเก็บชฎานี้ไว้เป็นที่ระลึก"
สำหรับแฟนคลับชาวไทย หลังจากคอนเสิร์ตจบลง เลดี้ กาก้าได้ทวิตและโพสขึ้นเฟซบุ๊คว่า I′m so excited to perform tonight. I saw the most amazing show in Bangkok, time for you to see mine ladies! This city is one of my favorites
"ตื่นเต้นมากฮ่ะการแสดงคืนนี้ ฉันได้เห็นความน่าตื่นต่าตื่นใจในโชว์ที่กรุงเทพ ถือเป็นห้วงเวลาที่ได้เจอแฟนคลับ(เพื่อนสาว)ของฉัน กรุงเทพเป็นหนึ่งในเมืองโปรดของฉันเลย"
ทำเอาลิตเติ้ล มอนสเตอร์ชาวไทยฝันถึงและรอคอยการกลับมาของเลดี้ กาก้าอีกครั้ง
อันนี้แถมน่ะจ้ะ เป็นม๊อบสร้างสุขของแฟนคลับ Lady gaga
ปล. ขอความกรุณาวิพากวิจารที่ไม่ใช่คำหยาบคายนะค่ะ เราเป็นคนไทยเรามีธรรมเนียมก็คือ ความเคารพซึ่งกันและกัน
สำหรับท่านใดที่ไม่ชอบ Lady gaga ก็ไม่ต้องแสดงความคิดเห็นนะค่ะ จะได้ไม่แตกแยกกัน แตกต่างแต่อย่าแตกแยกนะค่ะ

จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
เมืองโบราณลึกลับในตำนาน ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศกัมพูชา
"เฮง คิมลาย" อัดคลิปเดือดจาก ออสเตรเลีย หากประเทศไทยนำ 3 จังหวัดที่อยู่เขมรคืนไปได้ พร้อมกลับไปเป็นคนไทย
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำ นักธรณีวิทยาก็ได้ค้นพบสาขาชีววิทยาใหม่โดยไม่ตั้งใจ
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
ทหารเขมรฟิวส์ขาด ทนไม่ไหวลุกขึ้นกลางที่ประชุม ไปรบกับไทยที่ชายแดน ผลตอบแทนไม่คุ้มเสี่ยงภัย ครอบครัวอดอยาก
เต้” จุดกระแสอีกครั้ง เสนอนโยบายหญิงมีสามีได้ 4 คน อ้างความเท่าเทียม
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
ตำนานนักรบกัมพูชา "ตาอม" คือใคร? ตำนานจริง หรือเป็นเรื่องแต่งกันแน่นะ ?
นายทหารชาวไทยคนสุดท้าย ที่ได้ประดับยศทหารชั้นจอมพล
"เฮง คิมลาย" อัดคลิปเดือดจาก ออสเตรเลีย หากประเทศไทยนำ 3 จังหวัดที่อยู่เขมรคืนไปได้ พร้อมกลับไปเป็นคนไทย
แปลกแต่จริง...ศิลปินวาดรูปผู้หญิงในฝัน แล้วเขาก็ได้เจอผู้หญิงที่เหมือนกับในรูปที่เขาวาด แถมได้เป็นแฟนกันด้วย แปลกมากๆเลยเน่อ
ภาพตลกฮาๆ ซีรียส์ "คนเกิดวันไหน ควรจะปล่อยอะไร" มาดูกันได้เลยจ้า (ฮา)





Here is a complete transcript.
Gaga: I'll tell you why I love it here so much. I love it here so much because I went into the city and I went to Supershow. I saw beautiful, beautiful show. It was so amazing everybody was dancing and the girls were so beautiful and all their outfits matched and it was so theatrical and gorgeous and I saw such a love of individuality. I saw so many different kinds of people. Everybody was so nice to us.
And…I really just can't not…crying and talk about it because I wish so much that I had that when I was growing up. I wish I had a place like that to go but I didn't yet. I found it layer…I found it in the lowerly side of New York when I was around 18 y/o. So, I just want you to know how incredibly amazing and fortunate you're to have such a diverse cultural city. It's so amazing. And, of course, the love for the LGBT community here is Bangkok. Isn't it f***ing big!?!
Thank you. On behalf of the LGBT community all over the world, all of the drag queens and the lady boys all over the world. thank yoiu for showing us how it's done, Bangkok. Tonight please let's relish in this freedom. let's relish in this liberation in this moment, Thailand. This song is called Hair.
แปล (คำแปลอาจไม่เหมือนกับที่เลดี้ กาก้ากล่าว ต้องกราบขออภัยก่อนนะค่ะ แปลได้เท่าที่ความสามารถพอทราบค่ะ )
ฉันจะบอกให้นะว่าทำไมฉันชอบที่ม๊ากมาก มันเป็นเพราะว่าฉันเข้าไปในเมือง ไปดู some show การแสดงที่สวย สวยมาก มันอเมซิ่งมากเลยอ่ะ ทุกคนสวยมาก เสื้อผ้า หน้าผมก็ดูเข้ากันงดงามมาก ฉันพบเจอความรักในผู้คน เจอคนหลายแบบมากเลย แล้วทุกคนก็ดีกับพวกเรามากเลย แล้วฉันก็กลั้นน้ำตาไม่ได้จริงๆที่จะพูดเรื่องนี้ เพราะฉันหวังมากๆว่าจะมีสิ่งเหล่านี้ตอนที่ฉันกำลังโต ฉันหวังว่าจะมีที่แบบนี้เพื่อเติบโต แต่ฉันก็ไม่มี ฉันมาเจอในเวลาต่อมา(เจอหลังจากโตแล้ว) ฉันเจอ..(ซักที่ฟังไม่ออกเหมือนกัน)ในนิวยอร์คตอนอายุประมาณ18
ฉันก็เลยอยากให้พวกเธอรับรู้ว่ามหัศจรรย์และโชคดีแค่ไหนที่มีเมืองที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย น่าอัศจรรย์แค่ไหน
เหลือเชื่อ น่ามหัศจรรย์ และโชคดีแค่ไหนที่มีเมืองแบบนี้ และมีเอกลักษณ์ที่ฉันคิดว่า มันอเมซิ่งมาก และแน่นอนความรักของฉันที่มีต่อ LGDP มันโคตรเยอะเลย ขอบคุณ LGDP ..ควีน เลดี้บอย ทั่วโลก (แล้วก็พูดเข้าเพลง hair) เราแปลได้ประมาณนี้แหละ แอบน้ำตาซึมเหมือนกันนะ