รักที่ไม่ลงตัว
ความไม่ลงตัวครั้งที่หนึ่ง...ตายจาก
ในคืนวันหนึ่ง มีคู่รักคู่หนึ่ง กำลังนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซด์
ที่แล่นไปด้วยความเร็วสูงโดยที่ฝ่ายชายเป็นผู้ขับขี่และ
ฝ่ายหญิงเป็นผู้นั่งท้ายทั้งคู่ต่างรักซึ่งกันและกันมาก
ญ: ชะลอรถได้มั้ย ฉันกลัว
ช: ไม่เอาอ่ะ กำลังสนุกเลย ลดความเร็วทำไม ???
ญ: ได้โปรดเถอะ ฉันกลัว
ช: งั้น บอกรักผมก่อน
ญ: ได้ "ฉันรักคุณค่ะ " พูดแล้วน่ะ ลดความเร็วได้ยัง??
ช: อืมม....... กอดผมแน่นๆ ซักครั้งสิ
ญ: ได้ ( ฝ่ายหญิงโอบกอดจากด้านหลังอย่างแน่น )
ญ: กอดแล้วน๊ะ ลดความเร็วได้ยัง
ช: อืมม งั้นคุณช่วยผมถอดหมวกกันน๊อกให้ผมที และคุณก้อใส
มันเอาไว้น๊ะ ที่ผมไม่อยากใส่เพราะผมขับไม่ถนัดน่ะจ่ะ
ญ: ฝ่าย ญ ถอดหมวกให้ฝ่ายชายและสวมใส
รุ่งขึ้น มีข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ว่า
มีมอเตอร์ไซด์คว่ำหน้าตึกแห่งหนึ่ง
เพราะเบรกแตก ทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน และรอดชีวิตหนึ่งคน
ฝ่ายชายนั้นรู้อยู่ตลอดว่าเบรกรถของตนเองนั้นเสียในขณะที่ขับขี่กันอยู่
แต่ไม่ได้บอกกับฝ่ายหญิง ในขณะนั้น เพราะว่าเขารู้ดีว่า
คนรักของตัวเองจะต้องตกใจอย่างมากทีไม่สามารถหยุดรถได้ ดังนั้น
ฝ่ายชายจึงได้ขอให้ฝ่าย ญ บอกรัก และ กอด
(เป็นครั้งสุดท้ายโดยที่ฝ่าย ญ ไม่รู้ตัว )
และให้หมวกกับฝ่าย ญ และตายแทน................
ความไม่ลงตัวครั้งที่สอง...บอกเลิก
1."เราต่างกันเกินไป"
(อารายที่ต่างกันนักหนา วะ มีครบ 32 เหมือนกัน หรือว่ามัน หรือฉันไม่ใช่คน?)
2."เรา ไปด้วยกันไม่ได้"
(ลองไปกันแล้วหรอ ถึงพูดว่าไปด้วยกันไม่ได้...หรือเธอต้องการไปไหนกันแน่)
3."ยัง มีคนอื่นที่ดีกว่าฉันนะ"
(แน่น๊อน! อันนี้รู้อยู่แล้ว...ขอบคุณนะที่พูดก่อน รอตั้งนาน ลันลา เลิกกะมานซะที อิอิ!)
4."เธอ ไม่ใช่"
(ไม่ใช่อารายฟะ? )
5."เธอไม่ใช่คน นั้น"
(อืม...แล้วคนไหนล่ะ?)
6."ขอบคุณ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะ"
(ดี ไม่เปลือง)
7."ฉัน อยากมีพี่ชาย (น้องสาว)"
(ผมไม่ได้อยากได้น้องสาวนี่, ฉันไม่ได้อยากมีพี่ชาย)
8."ฉันชอบเธอแบบพี่ชาย (น้องสาว) มากกว่า"
(งั้นผมคงเป็นพี่ชายคนที่ 8 ของเธอ, ฉันคงเป็นน้องสาวคนที่ 9 ของเธอ)
9."มันสายไปแล้วล่ะ"
(จริงๆ น่าจะจบกันตั้งนานแล้วนะ ฮ่าๆๆ)
10."เราจบกันแค่นี้ นะ"
(อ้าว! แล้วจะให้จบแค่ไหนอ่ะ)
11."เธอ เป็นคนดีเกินไป"
(ชอบคนเลวใช่ไหม.....ด๊ายยย เดี๋ยวจัดให้ )
12."เธอ ก็น่าจะรู้"
(ฉันไม่ได้มีพลังจิตนะจะได้อ่านใจคนได้น่ะ)
13."เธอ ไม่เข้าใจฉัน"
(แล้วจะให้ไปเข้าทางไหนล่ะ)
14."เรา เป็นแค่เพื่อนกันดีกว่านะ"
(เพื่อนมีเยอะแล้ว เพื่อนมีแยะแล้ว)
15."เธอตัดใจซะเถอะ"
(ตัด ก็ตาย เด้)
16."เราเหมือนเส้นขนานกันนะ"
(เส้น ขนานอย่างน้อยก็ยังไปด้วยกันได้)
17."นึกถึงความจริง บ้างสิ"
(แล้วนี่ฉันฝันอยู่หรือไง)
ความไม่ลงตัวครั้งที่สาม...เวลา
มีชายหนุ่มไฟแรง ที่มุมานะทำงานอย่างมุ่งมั่น
เขามีความฝันจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์กับแฟนสาว
เธอจะมารอ..ที่หน้าประตูบ้าน..ของเขา หลังจากที่เขาเลิกงาน
เขาพบเธอ..ก็ยิ้มแย้ม ..ยินดีต้อนรับ.. สนทนากัน..แล้วเธอก็กลับไป
วันนี้เขากลับถึงบ้าน ช้ากว่าปกติมาก
แต่แปลกที่ยังเห็นเธอยืนรอที่หน้าบ้านเขา.. เช่นทุกวัน
“โทษทีนะที่รัก วันนี้มีงานด่วน เลยกลับมาช้าไปหน่อย”
เธอยังยิ้มให้เขา “คุณทำงานจนมีรถ มีบ้านอย่างที่ตั้งใจแล้ว
ทำไมยังทำงานหนักอีกล่ะ?”
“ผมอยากมีบ้านที่มีบริเวณมากกว่านี้ มีรถที่ดูโอ่อ่ามากกว่านี้
..เพื่อคุณนะจ๊ะ”
เวลาผ่านไป 1 ปี
หญิงสาวมาหาเขาบ้าง ไม่มาบ้าง แต่เขาไม่มีเวลามาใส่ใจกับเรื่องอย่างนี้
วันหนึ่งเธอเอ่ยถามเขา
“คุณมีเงินมากพอจะซื้อบ้านหลังใหญ่รึยัง?”
“ขอเวลาอีกสักหน่อย ผมอยากซื้อแหวนวงใหม่ มาเปลี่ยนให้คุณด้วย”
เขาจุมพิตมือที่สวมแหวนทองวงเล็กเบาๆ
“ฉันบอกหรือว่า ฉันอยากได้แหวนวงใหม่?”
“ผมอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ...ที่รัก”
3 เดือนแล้ว..ที่เขาไม่เห็นเธอที่หน้าประตูบ้าน วันนี้เขามีบ้านหลังใหญ่
เขาจึงตัดสินใจลางาน 1 วัน เพื่อไปหาเธอ เขาขับรถคันหรู ผ่านเส้นทางที่ขรุขระ
อย่างยากลำบาก
‘เธอต้องใช้ทางเส้นนี้มาหาเราทุกวันเหรอเนี่ย?’ เขารำพึง
เมื่อมาถึง แม่ของเธอออกมาต้อนรับและมอบกล่องไม้ใบหนึ่งให้เขา
และบอกเส้นทางที่เป็นสถานที่ ที่เธออยู่ ที่ซึ่งเขาจะพบเธอได้
เนินเขาเล็ก ๆ รายล้อมไปด้วยดอกไม้ มีแท่นหินสลักชื่อหญิงสาว
ตั้งอยู่กลางเนิน
น้ำตาของลูกผู้ชายไหลรินออกมา มือสั่นเทาของเขา เปิดกล่องไม้อย่างช้า ๆ
ข้างในกล่องอัดแน่นไปด้วยกระดาษแผ่นเล็ก ๆ
เขาเริ่มอ่านข้อความ..ทีละใบ...ทีละใบ....
“วันนี้ ..คุณกลับมาช้า ..ฉันรอ 2 ชั่วโมง ..ไม่เป็นไร ..ฉันรักคุณ”
“วันนี้ฝนตก ..ฉันยังรอ ..แต่ไม่เจอคุณ.. ไม่เป็นไร ..แต่ฉันยังรักคุณ”
“ฉันเริ่มป่วย.. จนไปหาคุณไม่ได้ ..คุณคงไม่ทันได้สังเกต.. ไม่เป็นไร..
แต่ฉันยังรักคุณ”
“วันนี้ ..คุณบอกจะเปลี่ยนแหวนวงใหม่..
คุณคงลืมว่า..ฉันตอบตกลง..จะแต่งงานกับคุณ ..เพราะแหวนวงนี้
แต่ไม่เป็นไร..ฉันยังรักคุณ”
ชายหนุ่มได้เรียนรู้แล้วว่า บางทีสิ่งที่เขาไขว่คว้ามาตลอดชีวิต
อาจเทียบไม่ได้กับสิ่งเล็กน้อย ที่เขาเคยได้รับ จนเป็นเรื่องปกติของทุกวัน
รถคันหรูแล่นไกลออกไป เหลือไว้เพียงกล่องแหวนเพชร ราคาแพง หน้าหลุมศพ
ที่ดูไม่เหลือค่าอะไร ..สำหรับเขา..อีกต่อไป
“ผมมีบ้านหลังใหญ่..แต่คงกว้างไป สำหรับการที่จะต้องอยู่คนเดียว
ผมมีรถราคาแพง
แต่ไม่รู้จะขับไปรับใคร ให้มานั่งเคียงคู่ ..เพื่อไปที่ไหน ๆด้วยกัน
ผมมีเวลาอยู่กับงานครึ่งชีวิต แต่ไม่เคยมีเวลา ที่จะได้อยู่กับคนที่..ผมรัก
ตอนนี้ผมมีเงินมากมาย แต่ไม่อาจซื้อเวลาเพียง 1 นาที ที่จะบอกว่า ‘รักเธอ’..
ผมมีทุกอย่างเพียบพร้อมตามที่ผมฝัน แต่ขาดส่วนที่สำคัญที่สุด ..
ที่อยากให้ย้อนกลับมา..จะได้ไหม?”
ความไม่ลงตัวครั้งที่สี่...หัวใจ(ของเขาและเธอ)
ปล.อ่านเรื่องที่สามแล้วอย่าร้องไห้นะ
“แนนๆ แฮปปี้วาเลนไทน์นะ”
ชายหนุ่มวัยรุ่นแต่งตัวภูมิฐานพูดห้วนๆพลางยืนกุหลาบแดงให้กับมือหญิงสาว
“อีตาบ๊อง อย่ามาทำหวานใส่ฉันหน่า” แนนพูดกวนๆพลางยิ้ม
เอได้แต่ยืนม้วนด้วยความอาย
“อ้าว ก็วันนี้วันวาเลนไทน์
ทำหวานให้เจ้าหญิงของตัวเองสักหน่อยจะเป็นอะไรไป” เอพูดพลางยิ้ม
ทำไมหนุ่มวัยรุ่นเวลาอายนี่ดูตลกดีแท้ ทั้งมือทั้งแขนแทบจะไม่มีที่เก็บ
สงสัยถ้าแทรกแผ่นดินหนีได้คงหนีหายไปแล้ว
“หวานกับเค้าก็เป็นเหรอ เดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นนะ”
แนนพูดพลางยื่นมือไปหยิกจมูกเอด้วยความเขิน
เอยังคงพยายามสำรวมอาการเขินอยู่
“เอรักแนนนะ” เอพูดพลางจับมือแนนขึ้นมาเขียนรูปหัวใจไว้ที่ฝ่ามือ
ตอนนี้แนนเริ่มหน้าแดงขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าตัวเอง
“เหรอ....เขียนคำว่ารักตรงนี้ ดูไม่ซึ้งเลย” แนนพยายามบ่ายเบี่ยง
ไม่เลิกแหย่เอ
“เดี๋ยวสักวัน เอจะเขียนไว้ตรงหัวใจแนนเลยนะ” เอพูดประหม่า
มองหน้าแนนพลางเอื้อมมือดึงตัวแนนเข้ามาโอบกอดไว้แน่น....สักวัน
เอจะเขียนคำว่ารักไว้ในหัวใจแนนเลย.....
ใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีโต๊ะหินอ่อนวางเรียงรายเป็นแนว
มีนักศึกษาจับกลุ่ม บ้างคุยกัน บ้างอ่านหนังสือ
บ้างหยอกล้อกินขนมกัน...
“เอ เย็นนี้แนนไปทำวิทยานิพนธ์กับเพื่อนนะ” แนนพูดพลางเก็บหนังสือ
“ไปทำวิทยานิพนธ์กับใคร” เอเงยหน้าขึ้นมองแนนทันที
“ไปกับกิ๊ฟกับฝนหนะ นะๆๆๆ” แนนพูดพลางเดินไปนั่งข้างๆเอ
เขย่าแขนเหมือนเด็กอ้อนวอนผู้ใหญ่
“ให้เอไปส่งมั้ย เอว่างนะ” เอพูดพลางยิ้ม ลูบผมแนนเบาๆ
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฝนเอารถมา” แนนพูดพลางซบหน้าลงบนบ่าของเอ
“นี่ แล้วกินข้าวเสร็จแล้วอย่าลืมกินยาล่ะ เข้าใจมั้ย
กลับถึงบ้านก็อย่าลืมโทรมาบอกด้วย”
เอพูดพลางจ้องหน้าแนนด้วยสีหน้าจริงจัง
“ค่ะ หัวหน้า สั่งจริงๆเลย” แนนพูดพลางยิ้ม
เอามือหยิกจมูกเอด้วยความเขิน
“กิ๊ฟๆ แฟนแกเป็นงัยบ้าง” ฝนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ
ขณะที่ตนอยู่หลังพวงมาลัย
“ปวดหัวสุดๆ เจ้าชู้เป็นบ้าเลย”
กิ๊ฟพูดปัดๆคล้ายกับไม่ค่อยพอใจในแฟนตัวเองนัก
“ทำไมไม่เลิกๆไปสิ จะได้ไม่กลุ้ม” ฝนเสนอความเห็น
มองหน้ากิ๊ฟผ่านกระจกมองหลัง
“หน่า....ให้โอกาสสักครั้ง”
กิ๊ฟพูดพลางซบหน้าลงที่กระจกหันหน้ามองออกนอกรถด้วยอาการเอือมระอา
“โอกาสสักครั้ง รอบที่ล้าน” เสียงหัวเราะดังขึ้นเกือบพร้อมกันทั้งรถ
“แล้วแนนล่ะ แหม...เจ้าชายเธอเอาใจเธอดีนะ”
ฝนพูดขึ้นพลางหันไปมองแนนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ
“โอ๊ย รายนั้นไม่รู้กี่ปีแล้ว
ยังจับไม่ได้สักทีว่ามีกิ๊กเก็บไว้ที่ไหน”
แนนพูดยิ้มพลางหันไปมองหน้าฝน
“แปลได้สองอย่าง...ถ้าแฟนเธอไม่รักเธอคนเดียว
เค้าก็เก่งมากที่หลอกเธอมานานหลายปี”
เสียงหัวเราะดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทั่วรถ
“เอี๊ยยดดด.....” เสียงเบรกลากล้อดังยาวจากด้านข้างตัวรถ
คนทั้งรถหันไปมองแทบจะพร้อมกัน
รถบรรทุกฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนรถเก๋งของฝนอย่างจัง
แรงอัดทำให้กระจกทุกบานแตกละเอียด
ห้องโดยสารด้านหน้าฝั่งคนนั่งยุบเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด....ร่างไร้สติของแนนยัง
คงสงบนิ่งติดอยู่ในรถเก๋งขนาดสองตอน
มัจจุราชอาจฉุดวิญญาณเธอออกจากร่างได้ทุกเมื่อ
“แนนๆ” เสียงกระซิบเบาๆดังข้างหู ทำให้แนนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา
“อยู่ไหน....โอ๊ย เจ็บ” แนนค่อยๆอ้าปากพูด แต่ไม่ชัดนัก
เฝือกขาวถูกแต่งแต้มถามร่างกายของแนนคล้ายกับเป็นเครื่องประดับ
“ใจเย็นๆ แนน เธอสลบไปสองเดือน” .....สองเดือน สองเดือน
แนนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง.
...ฝนค่อยๆอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แนนฟัง.....
“แล้ว สรุปว่าฉันเจ็บคนเดียวใช่มั้ย” แนนพยายามพูด
เสียงพูดของแนนแทบจะไม่ได้ยิน
“อืม...” ฝนพยักหน้าเบาๆ กำมือแนนไว้นิ่งๆ
“เอ ล่ะ เออยู่ไหน” แนนเพิ่งนึกขึ้นได้ แฟนเธออยู่ไหน
“เอมาหาเธอครั้งเดียว วันแรกที่ชน แล้วหายไปเลย”
ฝนพูดพลางลูบหัวแนนเบาๆ
“ไม่เป็นไรนะ ไม่มีเอ เราก็อยู่กันได้ จริงมั้ยเพื่อน”
ฝนพยายามพูดปลอบใจแนน
“อืม...” น้ำตาค่อยๆกลั่นตัวหยดลงมาจากนัยน์ตาของแนน
คำพูดของฝนตอนคุยกันในรถคงจะเป็นความจริง....เขาเก่งมากจริงๆ
เก่งมากที่หลอกแนนมาหลายปี
เก่งมากที่หลอกว่ามีแนนคนเดียว.....ทำไมผู้ชายทั้งโลกถึงนิสัยเหมือนกันหมด
เลย
เสียดายเวลาที่อยู่ด้วยกัน เสียดายความรักที่มอบให้.....เสียดาย
เสียดาย เสียดาย
“คุณแนน ค่อยๆก้าวนะครับ ช้าๆ” บุรุษพยาบาลพยายามพยุงแนนขึ้นเดิน
แนนยังคงไม่หายเจ็บดี ยังคงต้องทำการกายภาพบำบัดอีก
“ระวังล้มนะครับ จับผมไว้ดีๆ”
บุรุษพยาบาลเดินช้าๆเพื่อให้แนนเกาะแขนเดินตามช้าๆ.....ทำไมบุรุษพยาบาลถึงไม่
ใช่เอนะ....ทำไม
ทำไม ทำไม
“คุณบุรุษพยาบาลค่ะ นี่ฉันสลบไปนานถึงขั้นต้องกายภาพบำบัดกันเลยเหรอ”
แนนถามด้วยความสงสัย
“โห คุณไม่ได้เดินสามเดือนนี่ มันนานนะครับ”
บุรุษพยาบาลตอบด้วยความสุภาพ
“จะว่าอะไรมั้ยค่ะ ถ้าจะถามชื่อเล่น คือถ้าเรียกว่าคุณบุรุษพยาบาล
เกรงว่ามันจะยาวไป” แนนพูดพลางยิ้ม
“ผมชื่อ กอล์ฟ ครับ” บุรุษพยาบาลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเรียบๆ
นับจากวันนั้น แนนและกอล์ฟเริ่มสนิทกัน
ทุกเย็นกอล์ฟจะพาแนนออกไปทำกายภาพบำบัด
ไม่นานแนนก็สามารถเดินเองได้และออกจากโรงพยาบาลในที่สุด....
“คุณแนนค่ะ น้ำดื่มค่ะ” พยาบาลชุดขาวเดินถือแก้วน้ำมาวางข้างๆเธอ
ขณะเธอนั่งรอกอล์ฟที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล
เธอได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ด้วยไมตรี
“กอล์ฟๆ ไปกินข้าวกัน” แนนพูดทันทีที่เห็นกอล์ฟเดินออกมา
มีพยาบาลหลายคนยกมือไหว้แนน แนนก็ได้แต่รับไหว้ด้วยสีหน้างงเล็กน้อย
“ไปสิครับ” กอล์ฟพูดพลางค้อมตัวลงผายมือไปที่ห้องอาหารของทางโรงพยาบาล
ดูกอล์ฟค่อนข้างสุภาพและให้เกียรติแนนมาก....มากจนน่าแปลกใจ
ท่าทางโรงพยาบาลนี้จะเข้มงวดเรื่องมารยาทกับพยาบาลมาก
แนนและกอล์ฟสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ....จนบางครั้งแนนก็อยากให้กอล์ฟมาแทนที่เอ
บ่อยครั้งที่แนนคิดถึงเอ เอก็ไม่โทรมา
บ่อยครั้งที่แนนอยากคุยกับเอ เอก็ไม่ติดต่อมา
บ่อยครั้งที่แนนนั่งเหงา อยากให้เอนั่งเป็นเพื่อน แต่เอก็ไม่ปรากฎตัว
เอ....เอ....เอ เอหายไปไหน
ไหนล่ะ หัวใจที่เอบอกว่าจะให้แนน
ไหนล่ะ หัวใจที่เอเคยเขียนไว้บนฝ่ามือแนน
มันคงหายไปแล้ว....หายไปพร้อมกับเอ
หายไปพร้อมกับผู้ชายโกหก....ผู้ชายเจ้าชู้
ทำไมผู้ชายเหมือนกันทั้งโลก.....ทำไม ทำไม ทำไม
ใกล้วาเลนไทน์เข้าไปทุกที ปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆ
ไม่มีเอคอยให้ดอกกุหลาบแดง ไม่มีอีตาบ๊องทำท่าเขินอายให้ดู
“แนนๆ วาเลนไทน์ปีนี้ ว่างหรือเปล่าครับ” เสียงกอล์ฟดังตามสายโทรศัพท์
“ว่างค่ะ ทำไมค่ะ” แนนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“พอดีผมมีของจะให้แนนนะครับ
เดี๋ยววันวาเลนไทน์บ่ายสามโมงเจอกันที่สยามนะครับ” กอล์ฟเสนอความเห็น
“ตกลงค่ะ” แนนพูดพลางกดวางสาย
สีหน้าแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง....หวังว่ากอล์ฟคงจะมาแทนที่เอได้เสียที
วันวาเลนไทน์ วันที่กุหลาบแดงบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วโลก
แม้ในลานที่สยามหรือที่วัยรุ่นเรียกกันสั้นๆว่า “เซนเตอร์พอยต์”
ยังถูกละเลงด้วยดอกกุหลาบสีแดง...นักเรียน
นักศึกษาต่างถือกุหลาบแดงในมือเดินกันขวักไขว่ทั่วลาน
“ขอโทษค่ะ มาสาย” แนนพูดพลางยิ้มก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง
“ไม่เป็นอะไรครับ” กอล์ฟพูดพลางยิ้ม
“อืม...ว่าแต่มีอะไรจะให้แนนเหรอ”
แนนพูดพลางจ้องตากอล์ฟ...หากกอล์ฟมีพิรุธ แนนจะจับได้ทันที
“อันนี้ของแนนนะครับ” ดอกกุหลาบสีแดงถูกดึงออกมาจากถุงอย่างช้าๆ
วางลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล
“หมายความว่ายังไงค่ะ จะขอหัวใจแนนเหรอ” แนนพูดติดตลกพลางยิ้ม
เธอคิดว่าเธออ่านเกมส์ออกหมด
“ผมคงไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอก” กอล์ฟพูดพลางยิ้ม แต่กลับทำให้แนนงง
“อ้าว...แล้วกุหลาบสีแดงนี่...” ไม่ทันแนนจะพูดจบ
กอล์ฟต่อคำพูดของเขาทันที
“ผมไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกครับ เพราะหัวใจของแนนไม่ใช่ของแนน”
ปั้ง...เหมือนมีแผ่นเหล็กหนาหลายฟุตทุบลงกลางศีรษะ
แนนเริ่มงงกับความหมายขึ้นไปทุกที...มันแปลว่าอะไร???
“หัวใจของคุณ คือเจ้าของกุหลาบดอกนี้”
กอล์ฟพูดต่อ....แนนทำหน้างงๆไม่เข้าใจความหมายแม้แต่นิดเดียว
“ตอนคุณประสบอุบัติเหตุเข้ามาที่โรงพยาบาล
คุณเสียเลือดมาก...หัวใจคุณเต้นอ่อนจนแทบจะล้มเหลว
พวกผมและหมอพยายามเยียวยาจนถึงที่สุด”
กอล์ฟเริ่มอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น.....เรื่องที่แนนไม่เคยรู้
“มีผู้ชายคนนึง วิ่งเข้ามาบอกว่าเป็นแฟนคุณ เขาบอกให้ช่วยคุณให้ได้
เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า...เขายอมจ่ายไม่อั้น ไม่ว่าทางเราจะขออะไร
เขาจะจัดหาให้หมด.....คำพูดของเขาทำให้ผมประทับใจมาก”
กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่...แนนรู้ทันทีว่ากอล์ฟหมายถึงเอ
“ผมยอมแลกทุกอย่างกับชีวิตเธอ - เขายอมแลกทุกอย่างกับชีวิตคุณ”
กอล์ฟพูดพลางจ้องหน้าแนนนิ่ง แต่แนนยังคงทำสีหน้างงอยู่
“เขายอมทุกอย่างจริงๆ ทีแรกหมอบอกว่าทางเราหาเลือดไม่พอให้คุณ
เขาวิ่งตามหาเลือดให้คุณไปทั่วทุกโรงพยาบาล
แต่กลับไม่พบว่ามีเลือดถุงไหนที่ตรงกับเลือดคุณ”
กอล์ฟพูดด้วยน้ำเสียงปกติ สายตามองไร้จุดหมาย
“สุดท้ายเราตรวจเลือดของเขา พบว่าตรงกับของคุณพอดี
เขาบอกให้ทางเราเอาไป เอาไปให้คุณ....ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเป็นอย่างไร
ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอ”
กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่พยายามกลั้นน้ำตา....แต่นัยน์ตาแนนเริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำ
ใสๆ
“ต่อมา...ตอนพวกผมถ่ายเลือดให้คุณ หัวใจคุณเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ
จนหมอต้องเดินออกไปบอกให้เขาทำใจ.....ทำใจว่าเขาจะต้องเสียคุณ”
กอล์ฟพยายามเล่าต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงปกติ นัยน์ตาแนนเริ่มแดงก่ำ
“เขาถามหมอว่า เธอต้องการอะไร.....” ใช่ เอถามหมอว่าแนนต้องการอะไร
“เธอต้องการ หัวใจครับ หัวใจเธอเต้นไม่ปกติ การสูบฉีดล้มเหลว
เราหาเลือดให้เธอช้าไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอต้องการคือ หัวใจ”
หมอหวังว่าเอคงจะเลิกหวังในตัวแนน...หยุดเล่นเกมกับมัจจุราชเสียที
“ตกลง ผมหาให้ – เขาตอบสั้นๆโดยไม่ลังเลเลย”
ตกลงผมหาให้....เอจะหาหัวใจให้แนน
ทั้งๆที่รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้...เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อจะทำให้เธอ
“คุณรู้มั้ย ว่าคำพูดของเขาทำให้ผมและหมออึ้งกันไปหมด
โรงพยาบาลยังหาหัวใจให้คุณไม่ได้ เขาจะมีปัญญาที่ไหนหาหัวใจให้คุณได้”
กอล์ฟพูดพลางพยายามหลบสายตาแนน....ตอนนี้กอล์ฟเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว
“เขาถามเลขบัญชีของโรงพยาบาลกับหมอ....เขาไม่ได้โอนเงินมาซื้อหัวใจเทียมให้
คุณ
แต่เขาโอนมาตั้งมูลนิธิการกุศลให้โรงพยาบาล
มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยด้านหัวใจเทียม “นานา” คุณดูดีๆ คำว่า แนน และ
เอ ถ้าเขียนติดกัน มันคือ “นานา” นี่คือความปรารถนาสุดท้ายของเขา –
เขาอยากให้ตัวเขาเองเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่กับคนที่เขารัก...เพราะไม่มี
หัวใจเทียมสำรอง”
เปี๊ยง....แนนโดนสะกิดต่อมความจำเข้าเต็มเปา...เธอเคยเห็นป้ายมูลนิธิขึ้นหรา
ที่โรงพยาบาล
แต่เธอไม่เคยเฉลียวใจสักนิด...มิน่า
ทำไมหมอและพยาบาลต้องให้เกียรติและดูแลเธอดีเสียจนน่าแปลกใจ
ทั้งๆที่เธอไม่มีส่วนได้เสียกับโรงพยาบาลแม้แต่บาทเดียว
“ทันทีที่มีการยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีทางโรงพยาบาล
เขาก็ยิงตัวตายในห้องน้ำโรงพยาบาลครับ ทิ้งโน้ตไว้ว่า มอบหัวใจให้เธอ -
เขามอบหัวใจของเขาให้คุณ” ทันทีที่กอล์ฟพูดจบ
แนนปล่อยโฮออกมาเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างๆ
โต๊ะรอบข้างหันมามองแนนเป็นตาเดียว....เอคือเจ้าของหัวใจ
หัวใจที่อยู่ในร่างของแนน
“เขายอมแลกทุกอย่างกับคุณจริงๆ”
กอล์ฟพูดพลางวางของทั้งหมดที่เอเคยฝากไว้กับทางโรงพยาบาลคืนให้กับแนน
มีทั้งเครื่องเล่นเทป ม้วนเทป จดหมาย.....
“ผมคงไม่กล้าขอหัวใจคุณหรอก หัวใจคุณเป็นของเขา หัวใจเขาเป็นของคุณ”
ใช่ หัวใจเอเป็นของแนน
เป็นของแนนจริงๆ...ตอนนี้หัวใจแนนตายไปเรียบร้อยแล้ว ตายไปพร้อมกับเอ
ตายไปพร้อมกับผู้ชายที่ยอมทุกอย่างเพื่อเธอ
“กุหลาบดอกนี้ เขาบอกผมก่อนไปเข้าห้องน้ำว่า...วาเลนไทน์ที่จะถึง
รบกวนซื้อกุหลาบสีแดงให้คุณสักดอก
ขอแค่ดอกเดียวก็พอ...เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของเขา”
กอล์ฟพูดพลางเช็ดน้ำตา
นั่งนิ่งๆสักพักก่อนลุกจากโต๊ะไป....ทิ้งแนนนั่งนิ่งอยู่เพียงลำพัง
“เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ”
คำพูดซ้ำๆดังมาจากเครื่องเล่นเทป
เป็นคำพูดเดียวกันที่พูดกันซ้ำโดยไม่มีการตัดต่อทั้งเทป.....เทป 120
นาทีโดยมีเพลงประกอบเบาๆ
แนนค่อยๆคลี่จดหมายออกอ่าน....จดหมายที่มีเนื้อความเพียงบรรทัดเดียว
“หัวใจเอ...เขียนคำว่ารักไว้ เขียนให้แนนคนเดียว”
รักที่ไม่ลงตัวครั้งที่ห้า...ความเข้ากัน(ของฉันและเธอ)
บนโต๊ะตัวหนึ่ง มีจิ๊กซอว์กระจัดกระจายอยู่เต็มเกลื่อนกลาด
ยังไม่มีชิ้นไหนถูกปะติดปะต่อกัน
ที่มุมโต๊ะด้านหนึ่ง จิ๊กซอว์สองตัวนอนสงบนิ่งอยู่ใกล้ๆกัน
ลวดลายของทั้งสองเป็นสีฟ้าอ่อนของท้องฟ้ายามเช้าเหมือนกัน
คล้ายๆว่าจะเป็นจิกซอว์ที่อยู่ข้างกันในรูปที่สมบูรณ์
จิ๊กซอว์ทั้งสองตัวจึงค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าหากัน
เริ่มหมุนตัวช้าๆ พยายามหามุมที่จะประสานกับอีกฝ่ายให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
ใช้ส่วนเว้าของเรา ไปสอดรับกับส่วนโค้งของเขา
หาส่วนเว้าแหว่งของเขา มารับส่วนป้านเทอะทะของเรา.....
ทั้งคู่พยายามอยู่อย่างนั้น......
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า จิ๊กซอว์ทั้งสองพยายามอย่างมากที่จะต่อกันให้สนิท
มุมแล้วมุมเล่าที่ลองปรับ เหลี่ยมแล้วเหลี่ยมเล่าที่พยายามประสาน
ไม่มีครั้งไหนจะต่อกันได้อย่างสนิทไร้ช่องว่างส่วนเกินเลย
สุดท้าย จิ๊กซอว์ตัวที่ใหญ่กว่าจึงยอมแพ้ เคลื่อนตัวจากไป
จิ๊กซอว์ตัวเล็กกว่าร้องเรียกด้วยเสียงโศกเศร้า
"เธอจะไปไหน ฉันทำผิดอะไรเหรอ เธอถึงต้องจากฉันไป ฉันไม่ดีตรงไหน ทำไม
เธอต้องยอมแพ้แบบนี้ด้วย เธอไม่สงสารฉันเลยหรือ ไม่เสียดายวันเวลาที่เรา
พยายามต่อประสานให้เป็นหนึ่งเดียวกันหรือ"
จิ๊กซอว์ตัวใหญ่หันกลับมาด้วยสีหน้าปวดร้าว เอ่ยเสียงเรียบ
"ทำไมเธอถึงคิดว่าเธอทำผิด การที่เราต่อกันเป็นชิ้นเดียวไม่ได้ มันไม่ใช่ความผิด
ของเธอ ไม่ใช่ความผิดของฉัน เพียงเพราะว่าเราไม่ได้เป็นจิกซอว์ที่ถูกออกแบบ
มาให้อยู่ข้างกัน ก็เท่านั้น และฉันก็กำลังยอมรับมันด้วยความเจ็บปวด....
ฉันเสียใจที่ทำเธอบอบช้ำจากการที่เราพยายามดัดตัวเองให้ประสานกับอีกฝ่าย
แต่ก็รู้ใช่ไหม ว่าฉันก็บอบช้ำไม่ต่างกับเธอเลย เวลาและความพยายามของเรามัน
ไม่สูญเปล่าไปหรอก เพราะอย่างน้อย มันก็ทำให้เรารู้ว่าส่วนโค้งของเรามันโค้ง
แค่ไหน ส่วนเว้าของเรามันลึกเท่าไหร่ และเราควรจะหาจิ๊กซอว์รูปร่างแบบไหน
มาเติมเต็มช่องว่างที่เราขาดไป ร้องไห้อยู่ตรงนั้นเถิด และทิ้งความโศกเศร้าทั้ง
หมดไว้ตรงนั้น เมื่อเธอแข็งแรงดีแล้ว เธอจงตามหาจิ๊กซอว์ตัวที่ถูกสร้างมาอยู่
ข้างๆเธออย่างแท้จริง ถึงวันนั้นเธอคงเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดในวันนี้"
จิ๊กซอว์ตัวใหญ่จากไปแล้ว
แต่เรื่องราวยังดำเนินต่อไป
ร่องรอยบอบช้ำและเสียงร้องไห้ของตัวจิกซอว์มากมาย
ยังคงแว่วมาจากทั่วทุกจุดบนโต๊ะ........
สุดท้ายแล้ว จิ๊กซอว์ของภาพชื่อความรักนี้จะถูกประกอบเป็นรูปที่สมบูรณ์สวยงามได้หรือไม่....ไม่มีใครรู้
และถึงตอนนี้ จิ๊กซอว์ตัวเล็กผู้น่าสงสารตัวนั้น จะเข้าใจสิ่งที่จิ๊กซอว์ตัวใหญ่พูดหรือยัง.....ไม่มีใครรู้
ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดของจิ๊กซอว์ตัวใหญ่ทั้งหมดคือความจริงหรือเป็นเพียงข้อแก้ตัว....ยิ่งไม่มีใครรู้
......เมื่อไหร่จะมีใครรู้......
ปล.เน่าไม่เน่า...ดูจากน้ำตาของคุณ
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
นิสัยจากวันเกิด
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
