โคลนติดล้อ เทียบได้กับอะไรในปัจจุบัน ลองมาดู
โคลนติดล้อ มีความหมายถึงเครื่องถ่วงรั้งความเจริญของประเทศชาติ ในตอนความนิยมเป็นเสมียน ต้องการสื่อถึงค่านิยมผิดๆเกี่ยวกับเลือกการประกอบ อาชีพ
ข้าพเจ้าเพิ่งได้ทราบว่าค่านิยมในการเลือกประกอบอาชีพมีอยู่ในประเทศไทยมา นานแล้ว แต่ข้าพเจ้าก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเพราะเหตุใด ค่านิยมที่มีมานานนี้จึงได้ถีบไสอาชีพบางอาชีพให้ดูต่ำต้อยเสียเหลือเกิน เช่นอาชีพเกษตรกร ทั้งที่เกษตรกรรมก็เป็นงานหลักของคนไทยส่วนใหญ่ และมีความสำคัญมาก
หากจะเปรียบกับในปัจจุบัน ความนิยมเป็นเสมียนคงพอเทียบได้กับความนิยมเป็นแพทย์ ความนิยมเป็นวิศวะเสียละกระมัง ใครเลือกเรียนสายภาษา สายศิลปะ ก็ถือว่าเป็นผู้ที่ไม่มีความสามารถมากพอจะเรียนแผนวิทย์ นักเรียนแผนวิทย์ที่เลือกคณะวิทยาศาสตร์ก็ถูกว่าว่าไม่มีความสามารถมากพอจะ เรียนหมออีก!!
ข้าพเจ้าคิดเสมอว่า เกษตรกรรมคือรากฐานของชีวิต วิทยาศาสตร์คือรากฐานของการพัฒนา
ทุกวันนี้พวกเราอยู่ได้ด้วยอะไรหากไม่ใช่อาหาร อาหารมาจากไหน?? มาจากเกษตรกรรม เกษตรกรรมไม่ดี ย่อมหมายถึงปากท้องคนทั้งชาติ ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม มีให้เห็นทุกปี เกษตรกรยากจน ผลผลิตราคาต่ำ ทำไมจึงยังเป็นปัญหา เมื่อนักศึกษาที่ร่ำเรียนมีความรู้ก็มีตั้งมากมาย??
แปลก..ทั้งที่ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ แต่เกษตรกรรมกลับไม่พัฒนาเท่าที่ควร
อย่างที่กล่าวว่าวิทยาศาสตร์คือรากฐานของการพัฒนา วิทยาศาสตร์อาจไม่สามารถ ตอบได้ทุกปัญหา แต่ข้าพเจ้าคิดว่าความรู้วิทยาศาสตร์อย่างในทุกวันนี้เพียงพอที่จะแก้ปัญหา การดำรงชีวิตของมนุษย์ได้เกือบทุกปัญหา ปัญหาเกษตรกรรมก็เช่นกัน เพียงแต่ต้องมีนักวิทยาศาสตร์ที่จะทำการวิจัยอย่างจริงๆจังๆเท่านั้น
ประเทศของเราส่งเสริมวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (แพทย์ วิศวกรรม เภสัชกรรม) แต่ไม่ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ทำให้ขาดแคลนนักวิจัย เมื่อไม่มีทุนสนับสนุน ก็ไม่มีใครสนใจจะเป็นนักวิจัย เมื่อไม่มีนักวิจัย ก็ไม่ต้องมีทุนสนับสนุนซะ เป็นเช่นนี้เรื่อยไป
ข้าพเจ้าคิดว่า เพราะจุดด้อยเรื่องค่านิยมนี่ล่ะ ที่ทำให้ประเทศเรายังไม่พัฒนา
ข้าพเจ้าไม่เถียง ว่าอาชีพอย่างแพทย์และวิศวะเป็นอาชีพที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากต่อการดำรง ชีวิตของมนุษย์ แต่ผู้อ่านมีข้อแย้งข้าพเจ้าหรือไม่ว่าแพทย์และวิศวะ ไม่สร้างการพัฒนาให้สังคมได้ดีเท่านักวิจัย
อีกสายอาชีพหนึ่งที่ยังคงมีผู้คัดค้านเมื่อบุตรหลานจะเลือกเรียนคือสายภาษาและศิลปะ
ตอนที่ข้าพเจ้าเป็นเด็กเตรียมสอบม.สี่ ข้าพเจ้าบอกทางบ้านว่า จะเรียนสายภาษา เพราะเป็นสิ่งที่ชอบและคิดว่าตัวเองทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่กลับได้รับคำตอบมาว่า บ้านเราไม่ได้มีเงินมากพอที่จะเลี้ยงคนว่างงานไปทั้งชีวิต
ทำไมเรียนสายภาษาแล้วต้องว่างงาน?? ก็คงเป็นเพราะค่านิยมจากสังคมอีกล่ะกระมัง ไม่มีการสนับสนุนก็ไม่มีงาน พอไม่มีงานก็ไม่มีคนเรียน พอไม่มีคนเรียนก็ไม่มีการสนับสนุน เพราะเรียนแล้วเป็นคนว่างงาน
ภาษามีจิตวิญญาณ หากไม่มีใครศึกษา จิตวิญญาณที่สืบทอดมานั้นคงสูญสลาย
ศิลปะเป็นสิ่งที่คอยขัดเกลาจิตใจของคนให้ละเอียดอ่อนนุ่มนวล เป็นสิ่งที่สร้างความงดงามให้โลก แม้สิ่งใดที่ธรรมดาแต่แต่งให้งามย่อมมีคนปรารถนา เมื่อมีคนปรารถนามูลค่าย่อมเพิ่ม ในทางกลับกันสิ่งใดที่ไม่งดงาม นานวันเข้าหากไม่คงตัวก็คงมีแต่ตกต่ำลง แล้วใครบ้างที่ไม่อยากได้มูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้น หากว่าไม่มีใครสนใจศิลปะ เสียแล้ว ชีวิตคงแห้งแล้วอับเฉาไม่ต่างไปกับต้นไม้ที่ไม่ได้รับน้ำ
เมื่อไรกันหนอ..ที่จะลบล้างค่านิยมเหล่านี้ไปได้เสียที
พอดีกำลังเรียนเรื่องนี้พอดี
เห็นมันตรงกับปัจจุบันเลยอยากให้อ่านกันค่ะ

จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
การทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำในที่ทำงาน บ่งบอกถึงระดับ EQ ต่ำ!!
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
อาชีพที่น่าสนใจในปี 2026 ใครปรับตัวไว มีโอกาสก่อน
“บี๋” คำสั้น ๆ แต่ความหมายไม่ธรรมดา
การเลือกคู่เป็นเรื่องสําคัญมากไหม ?
รีวิว FAST & FURIOUS 6 เร็ว แรงทะลุนรก 6
"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
เปิดทำเนียบประเทศที่มีคำว่า "United" ความเป็นปึกแผ่นผ่านชื่อเรียกขาน
ด่วน..ฮุนเซน "หักหลัง" เฉินจื้อ ถูกจับส่งให้รัฐบาลจีน