10 อันดับมหาวิทยาลัยไทย ปี 2027 จาก QS Asia จุฬาฯครองอันดับ 1 ของประเทศ
ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชีย ประจำปี 2027 (QS World University Rankings : Asia 2027) โดย QS Quacquarelli Symonds สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติ เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 พบว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังคงเป็นมหาวิทยาลัยไทยที่มีอันดับสูงสุด โดยอยู่ในอันดับ 52 ของเอเชีย ขณะที่มหาวิทยาลัยมหิดลตามมาเป็นอันดับ 2 ของไทย และอันดับ 58 ของเอเชีย
การจัดอันดับครั้งนี้ครอบคลุมมหาวิทยาลัย 1,722 แห่ง จาก 26 ระบบการศึกษาในภูมิภาคเอเชีย มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมใหม่ 195 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เข้มข้นขึ้น ทั้งด้านชื่อเสียงทางวิชาการ งานวิจัย และความเป็นนานาชาติ
10 อันดับมหาวิทยาลัยไทย ปี 2027 จาก QS World University Rankings : Asia
สำหรับผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยที่อยู่ใน 500 อันดับแรกของเอเชีย 10 แห่งแรก เมื่อเรียงตามอันดับในภูมิภาค มีดังนี้
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — อันดับเอเชีย 52 (ปี 2026 อันดับ 52)
- มหาวิทยาลัยมหิดล — อันดับเอเชีย 58 (ปี 2026 อันดับ 55)
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ — อันดับเอเชีย 112 (ปี 2026 อันดับ 105)
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ — อันดับเอเชีย 126 (ปี 2026 อันดับ 126)
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ — อันดับเอเชีย 145 (ปี 2026 อันดับ 146)
- มหาวิทยาลัยเกริก — อันดับเอเชีย 168 (ปี 2026 อันดับ 137)
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น — อันดับเอเชีย 178 (ปี 2026 อันดับ 171)
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ — อันดับเอเชีย 185 (ปี 2026 อันดับ 178)
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี — อันดับเอเชีย 209 (ปี 2026 อันดับ 192)
- มหาวิทยาลัยชินวัตร — อันดับเอเชีย 239 (ปี 2026 อันดับ 250)
⚠️ หมายเหตุ : ตัวเลขในวงเล็บเป็นอันดับเอเชียของปี 2026 เพื่อใช้เปรียบเทียบกับปี 2027 ไม่ใช่อันดับมหาวิทยาลัยโลก ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของอันดับอาจได้รับผลจากจำนวนมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม และผลการประเมินของสถาบันอื่นในแต่ละปีด้วย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครองอันดับ 1 ของไทย อันดับ 52 ของเอเชีย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังคงรักษาตำแหน่งมหาวิทยาลัยไทยที่มีอันดับสูงสุดในการจัดอันดับ QS Asia 2027 โดยอยู่ที่อันดับ 52 ของเอเชีย เท่ากับปี 2026
ขณะที่มหาวิทยาลัยมหิดลอยู่ในอันดับ 58 ลดลง 3 อันดับจากปีก่อน ส่วนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยู่ในอันดับ 112 ลดลง 7 อันดับ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังคงอยู่ที่อันดับ 126 เช่นเดิม
ผลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยไทยแต่ละแห่งมีการเปลี่ยนแปลงของอันดับแตกต่างกัน โดยบางแห่งรักษาตำแหน่งเดิมไว้ได้ ขณะที่บางแห่งขยับขึ้นหรือลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
เกณฑ์ที่ QS Asia 2027 ใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัย
QS World University Rankings : Asia เป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย โดยใช้ตัวชี้วัด 11 รายการ ครอบคลุมชื่อเสียงทางวิชาการ คุณภาพงานวิจัย ความสัมพันธ์กับนายจ้าง และความเป็นนานาชาติ
ตัวชี้วัดหลักประกอบด้วย
- ชื่อเสียงทางวิชาการ (Academic Reputation) น้ำหนัก 30%
- ชื่อเสียงจากนายจ้าง (Employer Reputation) น้ำหนัก 20%
- สัดส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษา (Faculty/Student Ratio) น้ำหนัก 10%
- เครือข่ายวิจัยนานาชาติ (International Research Network) น้ำหนัก 10%
- จำนวนการอ้างอิงต่อบทความวิจัย (Citations per Paper) น้ำหนัก 10%
- จำนวนผลงานวิจัยต่ออาจารย์ (Papers per Faculty) น้ำหนัก 5%
- สัดส่วนบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Staff with a PhD) น้ำหนัก 5%
นอกจากนี้ ยังมีตัวชี้วัดด้านความเป็นนานาชาติอีก 4 รายการ ได้แก่ สัดส่วนอาจารย์ต่างชาติ สัดส่วนนักศึกษาต่างชาติ สัดส่วนนักศึกษาแลกเปลี่ยนขาเข้า และสัดส่วนนักศึกษาแลกเปลี่ยนขาออก โดยแต่ละรายการมีน้ำหนัก 2.5%
เมื่อนำตัวชี้วัดทั้ง 11 รายการมาคำนวณรวมกัน จะมีน้ำหนักเท่ากับ 100% ของคะแนนทั้งหมด
มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของเอเชีย ปี 2027
สำหรับภาพรวมระดับเอเชีย QS World University Rankings : Asia 2027 พบว่า The University of Hong Kong จากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ครองอันดับ 1 ของเอเชียเป็นปีที่สองติดต่อกัน ตามด้วย Peking University จากจีนแผ่นดินใหญ่ในอันดับ 2 และ Tsinghua University ในอันดับ 3 ซึ่งขยับขึ้นมาจากอันดับ 9 ในปี 2026
ขณะที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของสิงคโปร์ ได้แก่ National University of Singapore (NUS) อยู่ในอันดับ 6 ร่วม และ Nanyang Technological University (NTU) อยู่ในอันดับ 8
ภาพรวมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยจากฮ่องกง จีน และสิงคโปร์ ในการแข่งขันระดับอุดมศึกษาของเอเชีย โดยเฉพาะด้านชื่อเสียงทางวิชาการ และงานวิจัย
มหาวิทยาลัยไทยยังมีจุดแข็งด้านความเป็นนานาชาติ
ข้อมูลจาก QS ระบุว่า มหาวิทยาลัยไทยยังมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในด้านการเคลื่อนย้ายนักศึกษา และความเป็นนานาชาติ รวมถึงชื่อเสียงทางวิชาการ ขณะที่การพัฒนาคุณภาพงานวิจัยยังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องให้ความสนใจ
การจัดอันดับ QS Asia จึงเป็นข้อมูลหนึ่งที่ช่วยให้เห็นภาพการแข่งขันของมหาวิทยาลัยไทยในระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กำลังเลือกศึกษาต่อควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น หลักสูตรที่เปิดสอน คุณภาพการเรียนการสอน ค่าใช้จ่าย โอกาสฝึกงาน และความเหมาะสมกับเป้าหมายอาชีพของตนเอง เพราะอันดับมหาวิทยาลัยไม่ได้สะท้อนคุณภาพของทุกหลักสูตรในทุกสาขาวิชาโดยตรง
อ้างอิง:
1.https://www.qs.com/insights/qs-world-university-rankings-asia
2.https://www.prnewswire.co.uk/news-releases/qs-asia-rankings-2027-302924353.html
3.https://www.prnewswire.com/apac/news-releases/qs-world-university-rankings-asia-2027-878454305.html
4.https://www.topuniversities.com/asia-rankings/methodology
ภาพประกอบ: Pixabay
เขียนโดย Wisdom Insight
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
5 มหาวิทยาลัยไทยที่อัตราการแข่งขันสูงที่สุด บางสาขาคนสมัครหลายพัน แต่รับเพียงหลักสิบ
3 อำเภอของประเทศไทย ที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัดใหม่
เปิด 10 จังหวัด SME มากสุด! กรุงเทพฯ นำโด่ง จังหวัดไหนติดโผบ้าง?
หนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก
ปฏิทินจีน งวด 16 พ.ย. 69 เผยเลขเด่น 426 จัดชุดสลับ 2 ตัว 3 ตัว ครบทุกตำแหน่ง
ผักกระเฉด ผักพื้นบ้านของไทย มีต้นกำเนิดมาจากที่ไหน และเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใด
จังหวัดไหนเห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนในไทย? คำตอบเปลี่ยนตามฤดูกาล
เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 5.7 ริกเตอร์ที่ญี่ปุ่นเมื่อเช้านี้!
ปริศนาดยัตลอฟพาส (Dyatlov Pass) การเดินทางครั้งสุดท้ายของนักปีนเขา 9 ชีวิต กับความลับที่ยังคงหลอกหลอนโลก
เปิด 10 จังหวัดประชากรเพิ่มขึ้น สวนทางภาพรวมเด็กเกิดน้อย
แปลปกสลากวันลอยกระทง ชูเลขเด่น 3-0-6 พร้อมถอดรหัสลายกระทงและข้อมูลสลากสัญจรจังหวัดตาก
ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ทำรายได้รวมมากถึง 200 ล้านบาท








