หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

โรงเรียน EP คืออะไร? ค่าเทอมปี 2569 ต่างจากห้องปกติและ Gifted แค่ไหน ก่อนเลือกให้ลูกต้องรู้

เขียนโดย หนึ่งวัน พันกว่าเรื่อง

คำว่า EP, Gifted และห้องเรียนปกติอยู่ในประกาศรับสมัครโรงเรียนบ่อยจนผู้ปกครองหลายบ้านอาจสงสัยว่าแต่ละแบบต่างกันตรงไหน ห้อง EP คือโรงเรียนนานาชาติหรือไม่ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่าไร และถ้าลูกเก่งภาษาอังกฤษแต่ชอบวิทยาศาสตร์ ควรเลือกห้องแบบใด เรื่องสำคัญคือชื่อโครงการไม่ได้แปลว่าทุกโรงเรียนจัดการเรียนเหมือนกันทั้งหมด จึงควรดูหลักสูตรจริง ภาระงาน ค่าใช้จ่าย และเป้าหมายของเด็กประกอบกัน

บทความนี้สรุปความหมายของ EP พร้อมเปรียบเทียบกับห้อง Gifted และห้องปกติ โดยยกตัวอย่างค่าบำรุงการศึกษาที่โรงเรียนวัดเขมาภิรตารามประกาศสำหรับปีการศึกษา 2569 ตัวเลขดังกล่าวเป็นกรณีศึกษาของโรงเรียนแห่งเดียว ไม่ใช่อัตรากลางของทั้งประเทศ ผู้ปกครองควรตรวจประกาศของโรงเรียนเป้าหมายอีกครั้งก่อนสมัครหรือชำระเงิน

โรงเรียน EP คืออะไร ต่างจากโรงเรียนนานาชาติไหม?

EP ย่อมาจาก English Program เป็นโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ได้แปลว่าเป็นโรงเรียนนานาชาติหรือใช้หลักสูตรต่างประเทศโดยอัตโนมัติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ระบุรูปแบบโครงการภาษาอังกฤษไว้ 2 แบบ คือ English Program (EP) และ Mini English Program (MEP) โรงเรียนต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และโรงเรียนที่ไม่ได้รับอนุญาตไม่ควรโฆษณาว่าเปิดโครงการห้องเรียนพิเศษดังกล่าว [1]

สิ่งที่ควรดูให้ละเอียดจึงไม่ใช่แค่ป้ายคำว่า “EP” แต่คือวิชาใดสอนเป็นภาษาอังกฤษ ใช้ครูแบบใด มีชั่วโมงภาษาอังกฤษเพิ่มเติมหรือไม่ มีการเรียนเสริม กิจกรรม หรือการประเมินแบบใด และเด็กต้องทำงานหรือสื่อสารภาษาอังกฤษมากแค่ไหน รายละเอียดเหล่านี้ต่างกันได้ตามระดับชั้นและแนวทางของแต่ละโรงเรียน

เพื่อเช็กสถานะโครงการ ผู้ปกครองสามารถดูรายชื่อโรงเรียนที่เปิดสอน English Program จาก สช. ซึ่งมีบัญชีข้อมูล ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 แล้วสอบถามโรงเรียนโดยตรงว่าข้อมูลหลักสูตรและระดับชั้นที่เปิดรับยังเป็นปัจจุบันหรือไม่ [2]

EP, Gifted และห้องปกติ ต่างกันที่อะไร?

ห้อง EP เน้นภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนรู้ในโครงการตามหลักสูตรไทย เด็กไม่ได้เรียนเพียงวิชาภาษาอังกฤษ แต่ต้องใช้ภาษาอังกฤษทำความเข้าใจเนื้อหาหรือสื่อสารในกิจกรรมตามที่โรงเรียนกำหนด จุดแข็งคือได้สัมผัสภาษาอย่างต่อเนื่อง แต่เด็กควรมีพื้นฐานหรือความพร้อมที่จะเรียนเนื้อหาวิชาผ่านภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เลือกเพราะคิดว่าเรียนแล้วจะเก่งภาษาโดยไม่ต้องฝึกเพิ่มเติม

ห้อง Gifted มักเป็นโครงการส่งเสริมความถนัดเฉพาะด้านของโรงเรียน ตัวอย่างของโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามใช้ชื่อโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (Gifted) แสดงให้เห็นว่าในกรณีนี้จุดเน้นคือกลุ่มวิชา STEM ไม่ใช่การสอนทุกวิชาเป็นภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตามคำว่า Gifted อาจถูกใช้กับความถนัดคนละด้านในแต่ละโรงเรียน จึงต้องอ่านชื่อหลักสูตรและกิจกรรมจริง ไม่ควรสรุปจากคำว่า Gifted เพียงคำเดียว [3]

ห้องปกติ เรียนตามหลักสูตรปกติของโรงเรียน โดยทั่วไปไม่มีค่าธรรมเนียมโครงการพิเศษแบบ EP หรือ Gifted แต่คำว่า “ปกติ” ไม่ได้แปลว่าไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นเลย โรงเรียนอาจแจ้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับบริการหรือกิจกรรมเพิ่มเติมตามประกาศของตน ผู้ปกครองจึงควรขอรายละเอียดแยกรายการและถามว่ารายการใดเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระ รายการใดเลือกเข้าร่วมได้

สรุปให้สั้นที่สุดคือ EP ตอบโจทย์การเรียนผ่านภาษาอังกฤษ ส่วน Gifted มุ่งต่อยอดความถนัดเฉพาะทางตามที่โรงเรียนออกแบบ และห้องปกติเรียนตามแนวทางพื้นฐานของโรงเรียน ความยากง่ายหรือคุณภาพไม่ได้ตัดสินจากชื่อห้องอย่างเดียว แต่ขึ้นกับหลักสูตร ครู การดูแลรายบุคคล และความเหมาะสมกับเด็ก

ค่าเทอม EP ปี 2569 เท่าไร? ดูตัวอย่างตัวเลขจริงก่อนวางแผน

อัตราค่าเรียนของ EP ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับทุกโรงเรียน เพราะขึ้นกับโรงเรียน ระดับชั้น รายการที่รวมในค่าบำรุง และค่าแรกเข้าของนักเรียนใหม่ ตัวอย่างประกาศค่าบำรุงการศึกษาปี 2569 ของโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามระบุว่า ห้อง Gifted ระดับ ม.1 และ ม.4 ค่าบำรุงการศึกษาเหมาจ่าย 15,000 บาทต่อภาคเรียน ส่วนห้อง EP ระดับ ม.1 อยู่ที่ 35,000 บาทต่อภาคเรียน และระดับ ม.4 อยู่ที่ 40,000 บาทต่อภาคเรียน [3]

ในประกาศฉบับเดียวกันยังระบุค่าธรรมเนียมแรกเข้าเฉพาะนักเรียนใหม่แยกต่างหาก เช่น Gifted ม.1 จำนวน 15,000 บาท และ Gifted ม.4 จำนวน 7,500 บาท ส่วน EP ม.1 จำนวน 20,000 บาท ขณะที่ EP ม.4 แสดงตัวเลือก 50,000 บาท หรือ 25,000 บาท จึงควรสอบถามโรงเรียนว่ากรณีของผู้สมัครตรงกับรายการใดก่อนคำนวณยอดชำระจริง ประกาศระบุด้วยว่าค่าบำรุงแบบเหมาจ่ายรวมค่าใช้จ่ายอื่นบางรายการ เช่น ค่าบำรุงสมาคมผู้ปกครองและค่าเสื้อกีฬาสีแล้ว

ตัวอย่างนี้ช่วยให้เห็นว่า EP อาจมีค่าบำรุงสูงกว่า Gifted ในโรงเรียนเดียวกัน แต่ไม่ควรนำตัวเลขจากโรงเรียนหนึ่งไปแทนโรงเรียนอื่น และไม่ควรดูเฉพาะยอดต่อเทอม ควรรวมค่าธรรมเนียมแรกเข้า หนังสือ อุปกรณ์ เครื่องแบบ อาหาร การเดินทาง อุปกรณ์ดิจิทัล และกิจกรรมที่อาจเรียกเก็บเพิ่มด้วย

ก่อนวางงบประมาณ ให้ถามโรงเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ค่าเทอมที่แจ้งเป็นยอดต่อภาคเรียนหรือต่อปี มีค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียวเท่าไร ค่าโครงการรวมค่าอะไรไว้แล้วบ้าง มีค่าเรียนเสริม ภาษา หรือกิจกรรมนอกเวลาเพิ่มหรือไม่ และหากเด็กย้ายห้องหรือถอนตัว มีเงื่อนไขคืนเงินอย่างไร การเทียบค่าใช้จ่ายแบบรวมทั้งปีช่วยลดโอกาสประเมินต่ำกว่าความจริง

EP เหมาะกับลูกแบบไหน? อย่าดูแค่ผลสอบภาษา

EP อาจเหมาะกับเด็กที่สนใจภาษาอังกฤษ กล้าลองสื่อสาร และพร้อมเรียนเนื้อหาวิชาผ่านภาษา แม้ยังไม่คล่องทุกด้านก็สามารถพัฒนาได้ แต่ผู้ปกครองควรเช็กการช่วยเหลือของโรงเรียนสำหรับเด็กที่พื้นฐานต่างกัน รวมถึงถามว่ามีการสอนเสริมอย่างไร เด็กที่รู้สึกกดดันกับการเรียนหลายวิชาเป็นภาษาอังกฤษอาจต้องการช่วงปรับตัวและการสนับสนุนที่เหมาะสม

Gifted อาจเหมาะกับเด็กที่ชอบตั้งคำถาม ทดลอง แก้โจทย์ หรืออยากเรียนรู้ด้านเฉพาะลึกขึ้น แต่ถ้าเลือกโครงการที่เน้นวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เด็กควรมีความสนใจจริง ไม่ใช่สมัครเพียงเพราะผู้ใหญ่คิดว่าห้องพิเศษเป็นทางเลือกที่ “ดีกว่า” เสมอ การเรียนที่มีโจทย์หรือกิจกรรมเพิ่มอาจมีภาระงานมากขึ้น จึงควรถามนักเรียนปัจจุบันและดูตารางเรียนจริง

ส่วนห้องปกติอาจเป็นทางเลือกที่ดี หากโรงเรียนมีคุณภาพและเดินทางสะดวก หรือครอบครัวต้องการให้เด็กมีเวลาทำกิจกรรมที่สนใจภายนอกห้องเรียน เด็กยังสามารถพัฒนาภาษาและทักษะวิทยาศาสตร์ผ่านชมรม ค่าย หนังสือ หรือกิจกรรมนอกเวลาได้ การเลือกห้องจึงควรตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แข่งขันตามชื่อเสียงของโครงการ

7 คำถามที่ควรถามโรงเรียนก่อนสมัคร EP หรือ Gifted

  1. วิชาใดบ้างที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ และมีชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษรวมเท่าไรต่อสัปดาห์?
  2. ครูผู้สอนและครูประจำชั้นมีบทบาทดูแลการปรับตัวของนักเรียนอย่างไร?
  3. โครงการใช้หลักสูตรและการประเมินแบบใด มีงานหรือกิจกรรมพิเศษเพิ่มจากห้องปกติมากน้อยแค่ไหน?
  4. ค่าเทอมต่อภาคเรียน ค่าแรกเข้า และรายการอื่นที่ต้องจ่ายในปีแรกมีอะไรบ้าง?
  5. ค่าใช้จ่ายที่แจ้งรวมหนังสือ ชุด อุปกรณ์ กิจกรรม และทัศนศึกษาหรือยัง?
  6. หากผลการเรียนหรือความสนใจของเด็กเปลี่ยนไป มีแนวทางย้ายระหว่างโครงการหรือไม่?
  7. โรงเรียนติดตามความสุข ความเครียด และพัฒนาการของเด็กอย่างไร ไม่ได้ดูเฉพาะคะแนนสอบอย่างเดียวหรือไม่?

ลองพาลูกไปเยี่ยมโรงเรียนหรือเข้าร่วมวันเปิดบ้าน หากมีโอกาส ให้เด็กได้เห็นบรรยากาศจริงและพูดคุยกับครู การถามความรู้สึกของลูกหลังจากนั้นสำคัญพอ ๆ กับการเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย เพราะเด็กคือคนที่ต้องใช้ชีวิตกับตารางเรียนและเพื่อนในห้องนั้นทุกวัน

ลองคำนวณค่าใช้จ่ายปีแรกจากตัวอย่างจริง

เพื่อให้เห็นภาพค่าใช้จ่ายมากกว่าการมองยอดต่อเทอม ลองคูณค่าบำรุงสองภาคเรียนแล้วบวกค่าธรรมเนียมแรกเข้าเฉพาะนักเรียนใหม่จากประกาศโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามปี 2569 ตัวเลขต่อไปนี้เป็นเพียงการคำนวณจากรายการที่โรงเรียนระบุ ไม่รวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวหรือรายการที่ไม่ได้อยู่ในประกาศเดียวกัน [3]

ยอดตัวอย่างนี้ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นราคามาตรฐานของโรงเรียน EP ทุกแห่งหรือของห้อง Gifted ทุกโครงการ ความแตกต่างของค่าแรกเข้าและสิ่งที่รวมอยู่ในค่าบำรุงอาจทำให้ยอดจริงไม่เท่ากัน แม้จะใช้ชื่อหลักสูตรเหมือนกันก็ตาม ถ้าโรงเรียนแจ้งยอดแบบเหมาจ่าย ให้ขอใบแจ้งรายการและตรวจว่ามีรายการใดเก็บซ้ำกับค่าเทอมหรือไม่ เช่น ค่าเสื้อกิจกรรมหรือค่าบำรุงสมาคมที่ประกาศรวมไว้แล้ว

การทำงบประมาณควรแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายปีแรกและปีถัดไป เพราะปีแรกมักมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า เครื่องแบบ และอุปกรณ์บางอย่างที่ซื้อครั้งแรก ขณะที่ปีต่อไปอาจยังมีค่าบำรุงโครงการ อาหารกลางวัน รถรับส่ง ค่าเรียนพิเศษ และกิจกรรมตามปฏิทินโรงเรียน ผู้ปกครองควรเผื่อเงินสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดระหว่างปีด้วย ไม่ควรตั้งงบพอดีกับยอดชำระวันรายงานตัวอย่างเดียว

เตรียมสอบเข้า EP หรือ Gifted อย่างไรให้ตรงกับห้องที่เลือก

กำหนดการและวิชาสอบไม่เหมือนกันทุกโรงเรียน จึงควรเริ่มจากประกาศรับสมัครของปีการศึกษาที่จะสมัครก่อน แล้วจดวันสมัคร วันสอบ คุณสมบัติ เอกสารที่ใช้ และจำนวนรับให้ครบ หากโรงเรียนมีรอบสอบหลายแบบ ให้ดูว่ารอบนั้นเปิดรับห้อง EP, Gifted หรือทั้งสองหลักสูตร และมีการสัมภาษณ์หรือประเมินภาษาเพิ่มเติมหรือไม่ การจำข้อมูลจากปีเก่าโดยไม่ตรวจประกาศใหม่อาจทำให้พลาดเงื่อนไขสำคัญ

สำหรับ EP ควรวางแผนทบทวนภาษาอังกฤษให้สมดุลทั้งคำศัพท์ การอ่านจับใจความ ไวยากรณ์ และการฟังหรือการพูด หากโรงเรียนระบุว่ามีสอบวิชาหลักเป็นภาษาอังกฤษ ก็ควรฝึกทำโจทย์ที่ต้องเข้าใจคำสั่งภาษาอังกฤษควบคู่กับเนื้อหาวิชา อย่าให้การท่องศัพท์อย่างเดียวแทนการฝึกอ่านโจทย์ เพราะการรู้ความหมายคำศัพท์แต่ไม่เข้าใจใจความของคำถามอาจทำให้ใช้ความรู้ได้ไม่เต็มที่

สำหรับ Gifted ให้ตรวจว่าห้องที่สมัครเน้นด้านใด หากเป็นวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ควรทบทวนพื้นฐานตามระดับชั้น ฝึกอธิบายวิธีคิด และทำโจทย์ที่ต้องเชื่อมโยงหลายขั้น ไม่ใช่จำสูตรเพียงอย่างเดียว ถ้าเป็น Gifted ภาษา หรือสาขาอื่น แนวเตรียมตัวก็ควรสอดคล้องกับประกาศและหลักสูตรของโรงเรียนนั้น เพราะคำว่า Gifted ไม่ได้บอกวิชาสอบตายตัว

การเตรียมตัวที่ได้ผลไม่จำเป็นต้องติวทุกวิชาหนักขึ้นทันที ลองแบ่งเวลาเป็นช่วงสั้น ๆ สม่ำเสมอ ทำแบบทดสอบเพื่อหาจุดอ่อน แล้วกลับไปเติมพื้นฐานเฉพาะเรื่อง เด็กควรมีเวลาพักและทำกิจกรรมที่ชอบด้วย หากการเตรียมสอบทำให้เครียดมากจนไม่อยากเรียนรู้ นั่นเป็นสัญญาณให้ครอบครัวทบทวนทั้งเป้าหมายและวิธีเตรียมตัว ไม่ใช่เพิ่มชั่วโมงอ่านหนังสือโดยไม่ดูสภาพของเด็ก

เมื่อประกาศผลแล้ว ยังควรถามเรื่องการปรับตัวในช่วงแรก เช่น มีปฐมนิเทศหรือปรับพื้นฐานหรือไม่ เด็กที่ตามบทเรียนไม่ทันจะขอความช่วยเหลือจากใคร และผู้ปกครองสามารถสื่อสารกับครูช่องทางใดได้บ้าง การสอบติดเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเรียนในห้องนั้น ส่วนความสำเร็จระยะยาวขึ้นกับการเรียนรู้ต่อเนื่องและการดูแลที่เหมาะสม

เลือกจากความเหมาะสม ไม่ใช่ชื่อโครงการอย่างเดียว

ถ้าครอบครัวกำลังเทียบ EP กับ Gifted ให้เริ่มจากคำถามว่าเด็กอยากพัฒนาทักษะด้านไหนและเรียนรู้ได้ดีแบบใด จากนั้นดูรายวิชาจริง ครู ภาระงาน การเดินทาง และค่าใช้จ่ายตลอดปี ตัวอย่างปี 2569 จากโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามแสดงให้เห็นว่าค่าโครงการต่างกันหลายหมื่นบาทต่อปี และยังมีค่าแรกเข้าที่ต้องแยกคิด แต่ไม่ได้หมายความว่า EP หรือ Gifted จะเหมาะกับเด็กทุกคน

โรงเรียนที่ใช่ไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการที่แพงที่สุดหรือมีชื่อที่ฟังดูพิเศษที่สุด หากเด็กมีความสุข เรียนรู้ได้เต็มที่ และครอบครัวจัดงบประมาณได้ต่อเนื่อง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่มั่นคงกว่าการเลือกตามกระแส ก่อนชำระเงินทุกครั้งควรตรวจประกาศปีการศึกษาล่าสุดจากโรงเรียนโดยตรง เพราะค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขรับสมัครอาจเปลี่ยนได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมอยู่ในช่องแหล่งที่มาด้านล่าง โปรดตรวจสอบประกาศของโรงเรียนเป้าหมายโดยตรงก่อนตัดสินใจ เนื่องจากค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามโรงเรียนและระดับชั้น

[1] สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.), หลักเกณฑ์และวิธีการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (EP/MEP), https://opec.go.th/news/detail/1731
[2] สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.), รายชื่อโรงเรียนที่เปิดสอน English Program ข้อมูล ณ 1 ก.ค. 2569, https://opec.go.th/service/detail/50
[3] โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม, ใบแจ้งรายการค่าบำรุงการศึกษา (นักเรียนใหม่) ปีการศึกษา 2569, https://drive.google.com/file/d/1JYeWejP5uBCEBQlFjCvQ2yx4dtw8fV1T/view
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งวัน พันกว่าเรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 4 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งวัน พันกว่าเรื่อง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดรายได้จริงของสนามบินไทย แต่ละแห่งมีผู้โดยสารมากแค่ไหน สุวรรณภูมิครองแชมป์ 62 ล้านคนต่อปี3 อำเภอของประเทศไทย ที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัดใหม่หนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก5 มหาวิทยาลัยไทยที่อัตราการแข่งขันสูงที่สุด บางสาขาคนสมัครหลายพัน แต่รับเพียงหลักสิบปฏิทินจีน งวด 16 พ.ย. 69 เผยเลขเด่น 426 จัดชุดสลับ 2 ตัว 3 ตัว ครบทุกตำแหน่งกินผักและโปรตีนก่อนข้าว! เทคนิคง่าย ๆ ที่อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหาร"แพรรี่" โพสต์โดนใจ "อะไรดี..แพรก็ว่าดีค่ะ"..สบู่ดังชอบใจให้ฟรีสบู่ 100 ก้อนมหัศจรรย์แห่งท้องฟ้า: ทำความรู้จัก “Sundog” ปรากฏการณ์เสมือนมีดวงอาทิตย์หลายดวงแขกไม่ได้รับเชิญ! งูหลามพรมยักษ์บุกยึดห้องนอน ขดตัวบนตู้จนเจ้าของบ้านต้องเรียกมืออาชีพเปิด 7 อันดับจังหวัดไทย พบประชาชนมีสารหนูในร่างกายเกินค่าอ้างอิง เชียงรายครองอันดับ 1 รวม 94 คนทั่วประเทศ12 ถนนและซอยชื่อแปลกๆ ในกรุงเทพฯเปิด 10 จังหวัดประชากรเพิ่มขึ้น สวนทางภาพรวมเด็กเกิดน้อย
ดู Hot Topic ทั้งหมด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ความลับของ "รอยตัดเฉียงที่ปลายหลอดดูดน้ำ" ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนโลก!10 จุดชมทะเลหมอกในประเทศไทยที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปช่วงปลายปีทำไมขวดน้ำดื่มพลาสติกใส ถึงต้องทำ "รอยหยักเป็นลอนๆ" รอบขวด?ทำไมห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วโลก ถึงจงใจสร้างทางออกให้หาทางกลับยาก?
ตั้งกระทู้ใหม่