ความหลังครั้งเรียนรักษาแดนดิน
เขียนโดย krizanov
หากใครเคยเรียน ร.ด. เมื่อสัก 30 ปีก่อน คงพอจะจำกันได้ว่า มีแบบเรียนครึ่งวัน ประมาณ 20 ครั้ง กับเต็มวัน ประมาณ 10 ครั้ง ซึ่งผู้เรียนอาจมีจุดมุ่งหมายเหมือน (เรียนครบ 3 ปี เพื่อนำไปใช้สิทธิไม่ต้องเกณฑ์ทหาร) หรือต่างกัน (บางคนเรียนถึงปี 5 เพื่อให้ได้ยศ ว่าที่ร้อยตรี) มีเรื่องประทับจัยหลายสิ่งอย่าง จำได้ว่า เป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่สนุกสนานมิใช่ย่อย นอกจากจะฝึกฝนร่างกาย และได้ฟังเรื่องสัปดน พิเรนทร์ๆ (เช่น ใครชัก wow มากเกินไป มีผลให้สายตาสั้น อาจถึงขั้นตาบอด..เกือบจะเชื่อแล้วนะ ตอนนั้น) จากครูฝึกแล้ว ปีแรกที่ไปทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ก็ไม่ผ่านเสียแล้ว จำได้ว่า มีทั้งวิดพื้น ดึงกล้ามท้อง และวิ่งรอบสนาม
- เรียนทฤษฎี บรรเทาอาการนอนไม่หลับ ไม่ว่าผมจะนอนมาเต็มอิ่มเพียงใด พอเข้าห้องเรียนทฤษฎีเมื่อรัย ผมมักจะเปลี่ยนสัญชาติ เป็นชาวอิสราเอน..เลบานอน..อาหลับ
- นักพรางตัว ครั้งนึง ผมได้เรียนร่วมกับเพื่อนต่างโรงเรียน จับพลัดจับผลู ดันได้เป็นหัวหน้าหมู่ วิชาที่เรียนก่อนพัก คือ การพรางตัว เอาสีฝุ่นเขียวๆ มาทาหน้า ทีนี้พอพักแล้วจะเรียกรวมแถว ไอ้เราก็ว้ากไม่ค่อยเป็น เสียงไม่ค่อยดุ ไม่น่าเกรงขาม พอบอกให้ลูกแถวมารวม ก็ไม่มา ไม่รู้ทำงัย ก็เลยทำหน้าเซ็งๆ พอมันเห็นเราทำหน้าเบื่อๆ มันก็ปลอบจัยว่า แหม!พวกผมเข้าแถวช้าแค่นี้ หัวหน้าไม่เห็นต้องทำหน้าเขียวเลย ผมก็เลยหลุดขำ คือ หน้าเขียวน่ะ ไม่ได้โมโหนะ มันทาสีฝุ่นโว้ย
- ยิงเป้า ช่วงนึง มีการสอบยิงเป้า ต่างคนก็เดินเข้าซอง มีท่านั่งยิงและนอนยิง และผมได้เหรียญรางวัลซะอย่างงั้น (หมายความว่า จะต้องยิงตรงเป้าเยอะ ได้คะแนนแยะกว่าชาวบ้านน่ะเหรอ..มันจะเป็นไปได้งัย) ผมยังงงว่า ยิงปืนทีรัย ปืนมันก็ดีด ซึ่งหมายถึง แรงดินปืนมันคงแรงมาก หรือไม่ มือเราก็กำปืนได้ไม่แน่นและนิ่งพอ แล้วมันจะตรงเป้าได้งัย และเหมือนจังหวะ sit com ไอ้คนยิงซองข้างๆ มันค่อยๆขยับตัวออกจากซองแล้วบ่นพึมพำว่า ‘กูว่ากูยิงตรงเป้านะ..กระสุนมันวิ่งไปไหนวะ’ พอผมเห็นหน้ามัน ปริศนาทุกอย่างจึงไขกระจ่าง มันตาเหล่ครับ..เหลือจะเชื่อ! ที่มรึงคิดว่ายิงตรงเป้าน่ะ เป้ากรูเฟ้ย พอจะเอาเหรียญไปคืน ครูฝึกก็บอกว่า ‘ไอ้หนุ่ม อย่ามาถ่อมตัว ใครๆเค้าก็อยากได้รางวัลกันทั้งนั้น รับๆไปซะ’ ผมไม่รู้จะทำงัย จึงรับไว้ แล้วแอบเอาไปให้ พ่อหนุ่มตาเข ก่อนบอกเขาว่า ‘ฉันว่า นายสมควรได้มันว่ะ’ เขารับไว้ก่อนทำตาซึ้งๆ เขๆ ‘มรึงแม่ม ได้จัยว่ะ จำไว้นะ ถึงกรูจะตาเข แต่กรูก็ยิงไม่ตรงเป้าโว้ย’ โอย! มันใช่ฉากสะเทือนอารมณ์หรือวะ เนี่ย
- ร้านอาหารบนเขา จำได้ว่า ภาคสนามจะพากันไปฝึกที่เขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี แล้วเส้นทางเดินขึ้นเขาจะมีไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด เหล่า ร.ด.ที่หิวโหย บางคนก็พากันแอบเด็ดฝักข้าวโพดบ้าง หักต้นอ้อยบ้าง เอามาทานประทังชีพ พอขึ้นไปใกล้ถึงลานรวมพล ก็พบว่า Oasis ท่ามกลางความแห้งแล้ง มันคือร้านขายของชำที่ควบรวมกิจการกับร้านอาหารตามสั่งที่เหล่าแม่บ้านเมียครูฝึกขายอยู่นั่นเอง มีเพื่อนไปสั่งไอติมใส่ขนมปังมากิน กัดไปคำใหญ่ แล้วบ่นพึมพำว่า ‘ปลวกรู้สึกอย่างนี้เองเหรอ’ พอเพื่อนอีกคนดึงขนมปังไอติมจากมือไปกินบ้าง มันร้องว่า ‘เชี่ย!นี่ขนมปังรึท่อนไม้วะ แข็งฉิบ’
- มนต์รักนักเปลี่ยนเวร ครั้งหนึ่งผมเคยจับฉลากได้เป็นเวรยามเดินตรวจตรารอบกองพล ได้เวรช่วง 4.00-6.00 น. พอสักตีสามกว่า ก็มีคนมาปลุก ผมก็งัวเงีย ขยี้ตาตื่นมาเหลือบดูนาฬิกา เลยบ่นไปว่า ‘เฮ้ย! อะรัยว้า นี่มันอีกตั้งเกือบชั่วโมงนี่’ ปรากฏ ร.ด.ที่มาปลุก เอาไฟฉายส่องหน้าตัวเอง ทำให้เห็นว่า เป็นน้องกะเทย แล้วเอ่ยว่า ‘จะออกมา หรือให้เค้าเข้าไปนอนกะตัวล่ะ’ โอ้โห ผมสร่างขี้ตาทันที รีบพุ่งตัวออกจาก tent อย่างไว
- สัตว์มีพิษ ปกติทุกผลัดที่มีโรงเรียนต่างๆ มาภาคสนาม มักจะมีคนถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย ซึ่งครูฝึกจะกำหนดให้ tent นึง มี buddy นอนคู่กัน ถึงเวลาดึกๆ บาง tent ก็เหลือคนเดียว บาง tent ก็ยัดกันเข้าไป 5-6 คน เหตุก็ไม่มีอะรัยหรอกครับ มันไปสุมหัวกันเล่นไพ่ มี tent นึง ร.ด.เตรียมพร้อมมาก เอามะนาวกับปูนขาวมาโรยรอบ กะว่ารอดแน่ พอเช้าได้ข่าวว่า ไอ้หมอนี่ โดนแมลงป่องต่อย ส่วนพวกที่ไปเล่นไพ่ แล้วหลับคา tent นอนกันเกะกะหัวโผล่ ทรีนโผล่ ไม่โดน..สงสัยเป้าเยอะเกิน สัตว์มีพิษ เล็งยาก
- สีแดงหลอมรวมจัย ระหว่างทางที่ผมนั่งรถไปเขาชนไก่ มีสหายสองคน ที่ cheer สโมสรคนละฝั่ง คนนึงสาวกผีแดง อีกคนหงส์แดง มีการคุยข่มกันตลอดทาง ขณะนั้น ManUtd นำ LiverpooL ไปราวๆ 2-3 แต้ม คนนึงก็ขิงว่า เฮ้ย หงส์อยู่ไหนหว่า มองไม่ค่อยเห็นเลยว่ะ อีกคนก็ฟังแล้วขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน คล้ายอยากลุกไปต่อยอีกคน พอไปถึงที่หมาย วันสุดท้าย มีวงดนตรีเล่น (ก็ครูฝึกน่ะแหละ) มีหางเครื่องใส่ชุดแดงมองดูแจ่มมาแต่ไกล ไอ้สองคนที่คล้ายศัตรูคู่อาฆาต ดันกอดคอวิ่งกันไปหน้าเวที โดยมิได้นัดหมาย สักพัก ก็กอดคอกันเดินคอตกกลับมา ผมเลยถามว่า ‘เกิดอะรัยขึ้นวะ สีหน้าดูผิดหวัง’ ทั้งสองเอ่ยแทบจะพร้อมกัน ‘เชี่ย! พอเข้าไปเห็นใกล้ๆ หางเครื่องแม่ม โคตรแก่เลยว่ะ’ ก็แหม จะคาดหวังอะรัยล่ะ หางเครื่องน่ะ ก็เมียครูฝึกงัย ธุรกิจครอบครัว
- ละครเขย่าขวัญ หากจำไม่ผิด สมัยนั้น ปี 1 ปี 2 ฝึกภาคสนามกันปีละ 3 วัน ส่วนปี 3 ฝึก 7 วัน แบ่งออกเป็น ฝึกที่รวมพล 4 วัน ฝึกในป่า 3 วัน วันที่กองร้อยนึงออกจากป่า ก็จะอีกกองร้อยนึงเข้าป่า เรียกว่า สวนกันนั่นแหละ แล้วชุดที่ออกจากป่า ก็จะมี 3 คนเล่นละครข่มขวัญชุดที่กะลังจะเข้าป่า โดยเอาโคลนทาหน้า ทาตัว คนนึงทำเป็นนอนร้องโอดโอยว่า ‘ฝึกหนักอะรัยขนาดนี้วะ กรูจะตายแล้วเนี่ย’ ส่วนอีก 2 คน ก็จะเป็นคนหามไอ้คนนี้ไป พร้อมทำท่ามือเฉือนคอ แทนคำพูดประมาณว่า ‘พวกเมิง ไม่รอดแน่’
ทุกวันนี้ ถ้าย้อนกลับไปได้ ผมก็อยากจะถามพวกมันว่า ‘ทำไปทำไมวะ จะเอานาฏราชรึงัย’ แล้วมีเสียงแว่วมาว่า ‘ไม่เอาเฟ้ย จะเอาสุพรรณหงส์’
เนื้อหาโดย: krizanov
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จอมขมังเวทย์ งวด 16 พ.ย. 69 แยกเลขเด่นบน 7 ล่าง 6 จัดคู่เน้นฝั่งละ 3 ชุด
หนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก
10 นามสกุลที่มีผู้ใช้มากที่สุดในประเทศไทย
5 มหาลัยไทยที่สอบเข้าอยากที่สุดในไทย บางสาขาคนสมัครเป็นพัน แต่รับเพียงหลักสิบ
10 คณะหมอลำค่าจ้างหลักแสน เปิดเรต 13 วงดัง ใครมีค่าตัวสูงสุด
เปิด 3 อำเภอของประเทศไทยได้ที่ขอแยกออกเป็นจังหวัดใหม่
12 ถนนและซอยชื่อแปลกๆ ในกรุงเทพฯ
4 โรงงานใหญ่ในไทย ที่มีพนักงานหลักพันคน
เปิดค่าเหนื่อยนักวอลเลย์บอลหญิงไทยในลีกต่างประเทศ ใครรับค่าตัวสูงที่สุด
ผู้นำลัทธิ ถูกตัดสินจำคุก 200 ปีในเคนยา
นักแต่งเพลงประกอบอนิเมะ "Dragon Ball Z" ได้รับเลือกเป็นอัยการสูงสุดของรัฐเท็กซัส
เจาะเลขเด็ดงวด 16 พ.ย. 69 ตำราฝันพญานาคสรงน้ำ พร้อมสถิติรางวัลใหญ่Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
“เปิด 4 จังหวัดไทย ที่มีครบทั้งภูเขา ทะเล และชายแดนติดต่างประเทศ”
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่เยอะมากที่สุดในประเทศไทย
หนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก


