น้ำอัดลมและเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อไหนครองตลาดไทย
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
เดินเข้าร้านสะดวกซื้อหรือร้านโชห่วยทีไร ตู้แช่มักมีน้ำอัดลมเรียงอยู่หลายสี ส่วนขวดเครื่องดื่มชูกำลังก็มีให้เลือกหลายยี่ห้อจนดูเหมือนสูสีกันไปหมด แต่ถ้าวัดจากยอดขายจริง ใครเป็นผู้นำของแต่ละตลาด?
คำตอบต้องแยกเป็นสองกลุ่ม เพราะน้ำอัดลมกับเครื่องดื่มชูกำลังมีคู่แข่งและวิธีเก็บข้อมูลต่างกัน อีกทั้งตัวเลขส่วนแบ่งตลาดบางชุดนับเป็นจำนวนสินค้าที่ขายได้ ขณะที่บางชุดนับเป็นมูลค่าเงิน จึงหยิบมาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
สำหรับน้ำอัดลม โค้กเป็นผู้นำตลาดไทย ตามข้อมูลที่ Business Plus รวบรวมไว้ ส่วนเครื่องดื่มชูกำลัง คำตอบขึ้นอยู่กับชุดสำรวจ: Business Plus ระบุว่า M-150 เป็นผู้นำ แต่รายงาน Euromonitor ระบุว่าในปี 2568 คาราบาวเป็นผู้นำยอดขายผ่านช่องทางค้าปลีกทั้งด้านปริมาณและมูลค่า จึงยังฟันธงอันดับหนึ่งร่วมกันจากสองแหล่งนี้ไม่ได้
ตลาดน้ำอัดลม: โค้กนำหน้าในการแข่งขัน
Business Plus ประเมินตลาดน้ำอัดลมไทยในปี 2568 ไว้ราว 70,000 ล้านบาท และระบุว่าโค้กเป็นผู้นำ โดยมีเป๊ปซี่เป็นคู่แข่งรายใหญ่ ขณะที่ข้อมูลสรุปของ Euromonitor สำหรับปีเดียวกันระบุว่า Coca-Cola (Thailand) ยังเป็นผู้นำในภาพรวมตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นหมวดกว้างกว่าน้ำอัดลมเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขส่วนแบ่งของโค้กที่พบในรายงานสาธารณะไม่ได้ระบุปี วิธีวัด และขอบเขตตรงกันทุกแหล่ง บางแห่งพูดถึงแบรนด์โค้ก บางแห่งพูดถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัท ดังนั้นจึงบอกได้ชัดกว่าในตอนนี้ว่าโค้กเป็นผู้นำตามแหล่งที่อ้าง แต่ไม่ควรนำเปอร์เซ็นต์ต่างช่วงเวลามารวมเป็นตารางอันดับเดียวกัน
สิ่งที่เห็นได้จากการแข่งขันคือ ผู้ผลิตไม่ได้แข่งกันแค่รสชาติ ยังต้องทำให้สินค้าหาซื้อง่าย มีขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับโอกาสดื่ม และมีทางเลือกสูตรไม่มีน้ำตาลสำหรับลูกค้าที่มองหาความหวานน้อยลงด้วย
เครื่องดื่มชูกำลัง: ตัวเลขคนละชุดให้ผู้นำต่างกัน
Business Plus ระบุว่า M-150 มีส่วนแบ่งจากยอดขายประมาณ 32% และคาราบาวแดงประมาณ 26% แต่บทความไม่ได้อธิบายช่วงเวลาและวิธีสำรวจของตัวเลขแต่ละแบรนด์ไว้อย่างชัดเจน จึงใช้ดูภาพการแข่งขันได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่พอสำหรับยืนยันว่าใครเป็นผู้นำตลาดล่าสุด
ส่วน Euromonitor ระบุว่าในปี 2568 คาราบาวเติบโตเด่นและเป็นผู้นำทั้งด้านปริมาณและมูลค่าในช่องทางค้าปลีก หรือยอดขายสินค้าที่ซื้อไปบริโภคนอกสถานที่จำหน่าย ข้อมูลสาธารณะที่เปิดเผยไม่ได้ให้เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่ง จึงไม่ควรนำไปใส่ตัวเลขเพิ่มเอง
หากย้อนดูรายงาน Maybank ที่อ้างข้อมูล Nielsen จะเห็นอีกภาพหนึ่ง: ในเดือนพฤศจิกายน 2567 M-150 มีส่วนแบ่งเชิงปริมาณ 30.4% เทียบกับคาราบาว 25.6% และกระทิงแดง 12.8% ตัวเลขชุดนี้บอกตำแหน่งในช่วงนั้น ไม่ใช่ผลยืนยันอันดับของปี 2568 หรือปีปัจจุบัน
อีกจุดที่ชวนสับสนคือส่วนแบ่งของ แบรนด์ กับส่วนแบ่งของ บริษัท บริษัทหนึ่งอาจขายหลายยี่ห้อ เมื่อนำยอดทุกยี่ห้อมารวมกัน ส่วนแบ่งของบริษัทจึงไม่เท่ากับส่วนแบ่งของสินค้าขวดใดขวดหนึ่ง
เวลาพบข่าวว่าเครื่องดื่มยี่ห้อไหนขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง ลองดูต่ออีกนิดว่าข่าวกำลังพูดถึงปีไหน นับเฉพาะช่องทางใด และวัดจากจำนวนที่ขายหรือมูลค่าเงิน เพราะเปลี่ยนเกณฑ์เมื่อไร คำตอบก็อาจเปลี่ยนตามได้
สำหรับคนซื้อ อันดับตลาดช่วยให้เห็นขนาดการแข่งขัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุผลเดียวในการเลือก ลองดูราคา ปริมาณ น้ำตาล และคาเฟอีนบนฉลากให้เหมาะกับตัวเองด้วย โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลังที่ควรระวังการได้รับคาเฟอีนร่วมกับกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นในวันเดียวกัน
ย้อนความทรงจำ MSN Messenger โปรแกรมแชตที่หลายคนเคยใช้
Winamp โปรแกรมฟังเพลงในตำนานมีอะไรให้นึกถึง
เสือตกถัง อ.พล ขอนแก่น ชูเลขเด่นวงกลม พร้อมชุดสองตัวบน-ล่างและ 3 ตัวทอง งวด 16 พฤศจิกายน 2569
ใบกำกับภาษีคืออะไรและใช้ทำอะไรได้บ้าง
4 โรงงานใหญ่ในไทย ที่มีพนักงานหลักพันคน
5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากมากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา?
ย้อนความทรงจำเกม Ragnarok Online ที่หลายคนเคยนั่งเล่นด้วยกัน
10 นามสกุลที่มีผู้ใช้มากที่สุดในประเทศไทย
ตั้งแอร์ 25 กับ 27 องศา ประหยัดไฟต่างกันแค่ไหน
แนวทางเลขมงคล "หมอปลาย พรายกระซิบ" งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569
ส่องเทรนด์เลขพลังเสือ 3 สำนัก วันที่ 16 พ.ย. 69
หลั่งนอกมีโอกาสท้องหรือไม่
ยอดเขาที่สูงที่สุดในไทย ที่ไม่ได้อยู่ในเขตจังหวัดภาคเหนือ






