หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ทำไม "แมวดำ" ถึงเคยเกือบสูญพันธุ์ในยุคกลาง?

เขียนโดย savia01

ทำไม "แมวดำ" ถึงเคยเกือบสูญพันธุ์ในยุคกลาง?

ในยุคปัจจุบัน "แมวดำ" มักจะถูกมองว่าเป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก ขี้อ้อน หรือในบางความเชื่อก็ถูกโยงเข้ากับเรื่องโชคลาภและเทศกาลฮาโลวีน แต่หากเราย้อนเวลากลับไปในทวีปยุโรปยุคกลาง (Middle Ages) ช่วงศตวรรษที่ 13 ชีวิตของแมวที่มีขนสีดำสนิทเหล่านี้ไม่ได้น่ารักน่าเอ็นดูเลยแม้แต่น้อย พวกมันต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ จนถึงขั้นเกือบถูกกวาดล้างให้สูญพันธุ์ไปจากหน้าประวัติศาสตร์โลก เนื่องจากความงมงาย ความกลัว และอคติทางศาสนาที่ฝังรากลึกในสังคมยุคนั้น

จุดเริ่มต้นของหายนะครั้งนี้เกิดขึ้นจากกระแสความหวาดกลัวเรื่อง "แม่มดและเวทมนตร์ดำ" ที่แพร่สะพัดไปทั่วทวีปยุโรป ในปี ค.ศ. 1233 สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 9 ได้ทรงออกประกาศพระราชกุศลและเอกสารทางศาสนาที่ระบุว่า แมวดำสีรัตติกาลคือร่างแปลงของปีศาจ หรือเป็นสัตว์บริวารที่ถูกส่งมาเพื่อช่วยเหลือแม่มดในการทำคุณไสยและความชั่วร้าย ผู้คนในยุคนั้นด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดและคำสอนที่เคร่งครัด จึงเริ่มมีความเชื่อฝังหัวว่า หากพบแมวดำเดินผ่านหน้าหรือเข้ามาใกล้บ้าน นั่นคือสัญญาณเตือนภัยจากขุมนรกและลางร้ายที่นำพาความตายมาให้

ด้วยความหวาดกลัวดังกล่าว นำไปสู่การล่าล้างเผ่าพันธุ์แมวดำครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ผู้คนต่างพากันไล่ล่า ทำร้าย และกำจัดแมวดำทิ้งอย่างไร้ความปรานี ไม่ว่าจะเป็นการจับเผาไฟหรือฆ่าทิ้งตามท้องถนน ความรุนแรงนี้ลุกลามจนทำให้ประชากรแมวดำในยุโรปเกือบสูญพันธุ์ไปอย่างสมบูรณ์แบบในช่วงเวลานั้น แต่ความสะเพร่าและอคติทางความเชื่อนี้กลับย้อนกลับมาลงโทษมนุษย์อย่างเจ็บปวดและคาดไม่ถึง

เมื่อประชากรแมวซึ่งเป็นนักล่าตามธรรมชาติถูกกำจัดจนเกือบหมดสิ้น ส่งผลให้ประชากร "หนูท่อ" ซึ่งเป็นพาหะนำโรคระบาดพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ในเวลาต่อมา และนั่นคือหนึ่งในปัจจัยหลักที่เร่งให้เกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโรคห่า หรือ "กาฬโรคครั้งใหญ่" (The Black Death) ที่คร่าชีวิตประชากรชาวยุโรปไปมากกว่าหนึ่งในสามของทวีปอย่างน่าอนันทนาการ เป็นบทเรียนราคาแพงจากหน้าประวัติศาสตร์ที่สะท้อนให้เห็นว่า ความงมงายและอคติสามารถทำลายล้างสมดุลของธรรมชาติและย้อนกลับมาทำร้ายมนุษย์ได้อย่างไรครับ

เนื้อหาโดย: savia01
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
savia01's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1 ครั้ง
เขียนโดย savia01
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 อันดับ อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1.1 พันล้านบาทมหาวิทยาลัยไหนมีบัณฑิตตกงานน้อยที่สุดในไทยเปิดคลังศัพท์นิยายไทย! รวมคำโบราณที่นักเขียนมือใหม่ควรรู้เจ้าพ่อปากแดง วางเลขเด่น 4 รอง 6 พร้อมชุดสามตัวและคู่กลับครบสองฝั่ง งวด 16 พ.ย. 695 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากมากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา?เปิด 7 ประเทศชาวพุทธมากที่สุด! ไทยติดอันดับ 2 โลกเดวิด โจนส์ ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย กำลังเผชิญกับวิกฤตทางธุรกิจเปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตรเสือตกถัง อ.พล ขอนแก่น ชูเลขเด่นวงกลม พร้อมชุดสองตัวบน-ล่างและ 3 ตัวทอง งวด 16 พฤศจิกายน 2569เปิดอันดับเจ้าหนี้รายใหญ่ของครูไทย อันดับ 1 หนี้ทะลุ 8.9 แสนล้านสัตว์ต่างถิ่นในไทยมีชนิดไหนบ้างเปิดความหมาย "กอปร" อ่านอย่างไร แปลว่าอะไร? รู้จักคำไทยทรงคุณค่าที่พบบ่อยในงานเขียน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดคลังศัพท์นิยายไทย! รวมคำโบราณที่นักเขียนมือใหม่ควรรู้5 อันดับ อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1.1 พันล้านบาทเดวิด โจนส์ ห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดของออสเตรเลีย กำลังเผชิญกับวิกฤตทางธุรกิจ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดคลังศัพท์นิยายไทย! รวมคำโบราณที่นักเขียนมือใหม่ควรรู้ความลับของ "รอยบาก" บนกุญแจบ้านที่คุณไม่เคยรู้เบื้องหลังเสียง "คลิก" ของไฟแช็ก Zippo ที่แพงระยับเปิด 7 ประเทศชาวพุทธมากที่สุด! ไทยติดอันดับ 2 โลก
ตั้งกระทู้ใหม่