หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

เปิดตำนาน 130 ปี “อะยัม”! ปลากระป๋องแพงเกือบเท่าตัว ทำไมคนยังยอมซื้อ?

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า


ถ้าพูดถึงปลากระป๋อง ภาพจำของผู้บริโภคส่วนใหญ่มักเป็นอาหารราคาประหยัดที่หาซื้อง่าย มีติดบ้านไว้สำหรับมื้อเร่งด่วน หรือวันที่ไม่อยากเสียเวลาทำอาหารมากนัก โดยทั่วไปปลากระป๋องมักมีราคาเพียงหลักสิบบาท ทำให้การแข่งขันในตลาดนี้มีเรื่องราคาเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ แต่ท่ามกลางสินค้าจำนวนมากที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นวาง กลับมีแบรนด์หนึ่งที่เลือกเดินเกมแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน นั่นคือ “อะยัม (Ayam Brand)” แบรนด์อาหารกระป๋องที่มีประวัติยาวนานกว่า 130 ปี และมีผลิตภัณฑ์บางรายการตั้งราคาสูงกว่าปลากระป๋องทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

ข้อมูลจากบทความ Marketeer Online เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ของอะยัมมีราคาตั้งแต่ประมาณ 36 บาทไปจนถึงเกือบ 100 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดสินค้า ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่ทำให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเกิดความสงสัยว่า เหตุใดปลากระป๋องแบรนด์นี้จึงมีราคาสูงกว่ายี่ห้ออื่น ทั้งที่สินค้าประเภทเดียวกันมีตัวเลือกให้ซื้ออีกมากมาย บางคนถึงกับตั้งคำถามในเว็บไซต์ Pantip ว่าราคาที่แพงกว่านั้นมีเหตุผลอะไร และแตกต่างจากปลากระป๋องทั่วไปอย่างไร

คำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องรสชาติหรือวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การทำธุรกิจ การสร้างชื่อเสียง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการวางตำแหน่งแบรนด์ให้แตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่อะยัมใช้เวลาสั่งสมมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ

จุดเริ่มต้นปี 1890 นักผจญภัยชาวฝรั่งเศสเดินทางสู่เอเชีย

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1890 เรื่องราวของอะยัมเริ่มต้นจากชายชาวฝรั่งเศสชื่อ อัลเฟรด คูเอท์ (Alfred Clouët) ผู้มีพื้นเพจากเมืองเลออาฟวร์ ประเทศฝรั่งเศส เขาเป็นนักผจญภัยที่สนใจเรื่องอาหารและรสชาติจากวัฒนธรรมต่างถิ่น ก่อนตัดสินใจละทิ้งธุรกิจช่างตัดเสื้อของครอบครัว เพื่อออกเดินทางมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในดินแดนแห่งนี้

ในเวลานั้น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม อาหาร และวัตถุดิบท้องถิ่น ขณะเดียวกันสินค้าจากยุโรปก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในตลาดมากขึ้น อัลเฟรดมองเห็นโอกาสจากความแตกต่างเหล่านี้ จึงเริ่มต้นธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้า ก่อนก่อตั้งบริษัท A. Clouët & Co. อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1892 ที่ประเทศสิงคโปร์

จากช็อกโกแลตและน้ำหอม สู่การค้นพบตลาดอาหารกระป๋อง

ในช่วงแรก บริษัท A. Clouët ไม่ได้เริ่มต้นจากการผลิตปลากระป๋อง แต่ดำเนินธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาจำหน่ายในเอเชีย โดยมีผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น ช็อกโกแลตเมเนียร์ (Menier) ไวน์จากแคว้นบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส และน้ำหอม

ต่อมาอัลเฟรดได้ขยายความสนใจไปยังวัตถุดิบและเครื่องปรุงอาหารของเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเทศ พริกไทย เครื่องแกง กะทิ และส่วนผสมต่าง ๆ ที่สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูอาหารได้หลากหลาย การทำธุรกิจในช่วงแรกจึงเป็นการสะสมประสบการณ์และเรียนรู้ความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1899 เมื่อบริษัทตัดสินใจเข้าสู่ตลาดอาหารกระป๋อง ซึ่งในยุคนั้นยังถือเป็นสินค้าที่มีความทันสมัยและมีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากเทคโนโลยีการบรรจุอาหารลงกระป๋องเป็นนวัตกรรมที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการแช่เย็นแบบที่ผู้คนคุ้นเคยในปัจจุบัน

อัลเฟรดมองเห็นโอกาสจากผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ และต้องการทำให้อาหารกระป๋องเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น จึงเริ่มทำตลาดปลาซาร์ดีนบรรจุกระป๋อง ก่อนขยายไปยังผลิตภัณฑ์อื่น เช่น เห็ดและเมล็ดถั่ว โดยปลาซาร์ดีนกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

การตัดสินใจครั้งนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ A. Clouët กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจอาหารกระป๋องที่มีชื่อเสียงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นรากฐานของแบรนด์อะยัมที่ผู้บริโภครู้จักในเวลาต่อมา

ทำไมจึงกลายเป็นแบรนด์ตราไก่?

อีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจคือชื่อ Ayam Brand ไม่ได้เกิดขึ้นจากการตั้งชื่อทางการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มีที่มาจากสัญลักษณ์บนบรรจุภัณฑ์สินค้า

ในช่วงที่ผลิตภัณฑ์ของ A. Clouët เริ่มเป็นที่รู้จัก บริษัทใช้รูปไก่แจ้หรือไก่ตัวผู้เป็นสัญลักษณ์บนฉลากสินค้า ทำให้ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งเริ่มเรียกผลิตภัณฑ์ดังกล่าวว่า “Chop Ayam” ซึ่งเป็นคำในภาษามลายูที่สื่อถึงตราไก่หรือเครื่องหมายไก่

เมื่อชื่อเรียกดังกล่าวเป็นที่จดจำมากขึ้น ฝ่ายบริหารจึงตัดสินใจนำชื่อ Ayam Brand มาใช้เป็นชื่อทางการค้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถจดจำแบรนด์ได้ง่ายขึ้น

นี่เป็นตัวอย่างของการสร้างแบรนด์ที่น่าสนใจ เพราะสัญลักษณ์บนบรรจุภัณฑ์ซึ่งในตอนแรกอาจมีหน้าที่เพียงแยกแยะสินค้า กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยสร้างการจดจำและมีอายุยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน

ปี 1900 จุดเปลี่ยนที่ช่วยสร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติ

หลังจากเริ่มต้นทำตลาดอาหารกระป๋องได้ไม่นาน อะยัมก็มีโอกาสสร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ โดยในปี ค.ศ. 1900 อัลเฟรด คูเอท์ ได้นำผลิตภัณฑ์ของบริษัทไปจัดแสดงในงานนิทรรศการโลก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส หรือ Paris Universal Exhibition

การจัดแสดงสินค้าในงานดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่อผู้เข้าชมจากหลากหลายประเทศ และแบรนด์ได้รับเหรียญรางวัลจากงานนิทรรศการ ซึ่งช่วยเพิ่มการรับรู้และสร้างชื่อเสียงให้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทมากขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในยุคที่การโฆษณาผ่านโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต และสื่อสังคมออนไลน์ยังไม่มีอยู่ การนำสินค้าไปจัดแสดงในงานระดับนานาชาติถือเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ เพราะผู้บริโภคสามารถเห็นผลิตภัณฑ์และรับรู้ถึงการยอมรับจากเวทีต่างประเทศได้โดยตรง

ความสำเร็จในช่วงแรกจึงไม่ได้เกิดจากการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการสร้างภาพจำและการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย

ปี 1954 เปลี่ยนผ่านสู่การบริหารของกลุ่ม Denis Frères

เมื่อธุรกิจดำเนินมาเป็นเวลาหลายสิบปี อะยัมก็เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในปี ค.ศ. 1954 เมื่อบริษัท A. Clouët ถูกเข้าซื้อโดยกลุ่มธุรกิจครอบครัว Denis Frères ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1862 โดยเอเทียน เดนิส (Etienne Denis)

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้แบรนด์อาหารกระป๋องที่มีรากฐานจากสิงคโปร์เข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารของกลุ่มธุรกิจที่มีประสบการณ์ยาวนาน และมีความพร้อมในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตในระดับนานาชาติ

ภายใต้การบริหารของกลุ่ม Denis Frères หรือ Denis Group ในเวลาต่อมา อะยัมไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่เพียงตลาดอาหารกระป๋องแบบดั้งเดิม แต่ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนในแต่ละประเทศ

จากแบรนด์ที่เริ่มต้นด้วยปลาซาร์ดีน จึงค่อย ๆ ขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายประเภท จนกลายเป็นแบรนด์อาหารเอเชียที่มีตลาดอยู่ในหลายภูมิภาคของโลก

จากปลากระป๋องสู่สินค้าอาหารมากกว่า 100 รายการ

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้อะยัมสามารถรักษาตำแหน่งทางการตลาดมาได้อย่างยาวนาน คือการไม่หยุดอยู่กับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียว

ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ Ayam Brand ระบุว่า ปัจจุบันแบรนด์มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 100 รายการ ครอบคลุมอาหารหลายประเภท ได้แก่

การขยายสินค้าเหล่านี้ช่วยให้แบรนด์ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อปลากระป๋องเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าไปอยู่ในกระบวนการทำอาหารของครัวเรือนได้ด้วย

ตัวอย่างเช่น ผู้บริโภคอาจเลือกซื้อปลาทูน่าสำหรับทำสลัด ใช้กะทิสำหรับประกอบอาหารไทย เลือกเครื่องแกงสำหรับทำเมนูต่าง ๆ หรือซื้อเส้นหมี่เพื่อใช้ทำอาหารในชีวิตประจำวัน

การมีผลิตภัณฑ์หลากหลายจึงช่วยเพิ่มโอกาสในการซื้อสินค้าอื่นภายใต้แบรนด์เดียวกัน และทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสพบเจอชื่ออะยัมในหลายช่วงเวลาของการเลือกซื้ออาหาร

เบื้องหลังการผลิตและตลาดที่ขยายไปทั่วโลก

การเติบโตของอะยัมไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะด้านชื่อเสียงและจำนวนผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านขนาดการดำเนินธุรกิจด้วย

ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของแบรนด์ระบุว่า อะยัมมีโรงงานผลิต 5 แห่งในประเทศมาเลเซีย มีการผลิตอาหารมากกว่า 60 ล้านกระป๋องต่อปี และจัดจำหน่ายสินค้าไปยังมากกว่า 30 ประเทศ ครอบคลุม 4 ทวีป

ตลาดที่แบรนด์เข้าไปจำหน่ายมีทั้งประเทศในเอเชียและตลาดต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าอะยัมไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ปลากระป๋องที่มีชื่อเสียงในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นธุรกิจอาหารที่มีระบบการผลิตและการจัดจำหน่ายในระดับนานาชาติ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่แบรนด์เผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการ จึงควรเข้าใจว่าเป็นข้อมูลภาพรวมของธุรกิจ ไม่ใช่ตัวเลขยอดขายหรือกำไรสุทธิของบริษัท

เจาะ 4 เหตุผล ทำไมอะยัมจึงตั้งราคาแพงกว่าปลากระป๋องทั่วไปได้

เมื่อกลับมาพิจารณาคำถามสำคัญว่า เหตุใดปลากระป๋องอะยัมจึงมีราคาสูงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันในตลาด คำตอบสามารถอธิบายผ่านแนวทางการทำธุรกิจและการสร้างมูลค่าให้กับแบรนด์ได้ 4 ประเด็นสำคัญ

1. วางตำแหน่งเป็นสินค้าพรีเมียม ไม่ลงไปแข่งขันด้วยราคาถูกเพียงอย่างเดียว

ตลาดปลากระป๋องมีการแข่งขันค่อนข้างสูง เพราะผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลายยี่ห้อ และมีความแตกต่างด้านราคาอยู่พอสมควร หากแบรนด์เลือกแข่งขันด้วยการลดราคาเพียงอย่างเดียว ก็อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

อะยัมจึงเลือกสร้างภาพลักษณ์ให้แตกต่าง โดยเน้นการเป็นผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องระดับพรีเมียม ซึ่งให้ความสำคัญกับชื่อเสียงของแบรนด์ ความหลากหลายของสินค้า และประสบการณ์ในการบริโภค

แนวทางนี้ทำให้แบรนด์ไม่จำเป็นต้องพยายามขายสินค้าให้มีราคาต่ำที่สุด แต่สามารถนำเสนอสินค้าในระดับราคาที่สะท้อนตำแหน่งทางการตลาดของตัวเองได้

กล่าวง่าย ๆ คือ อะยัมไม่ได้พยายามเป็นปลากระป๋องที่ถูกที่สุดในชั้นวาง แต่ต้องการเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์และลักษณะของผลิตภัณฑ์

2. ความแตกต่างของชนิดปลาและลักษณะผลิตภัณฑ์

อีกประเด็นที่ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนสนใจอะยัม คือความแตกต่างของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด โดยแบรนด์มีทั้งปลาซาร์ดีน ปลาแมกเคอเรล และปลาทูน่า ซึ่งเป็นปลาคนละประเภทและมีลักษณะเนื้อสัมผัสแตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น ปลาแมกเคอเรลเป็นปลาที่มีเนื้อสัมผัสและลักษณะเฉพาะตัว ส่วนปลาทูน่าก็สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายเมนู ขณะที่ปลาซาร์ดีนเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์มาตั้งแต่ยุคแรก

ในมุมของผู้บริโภค ความแตกต่างด้านชนิดปลา ปริมาณเนื้อปลา สูตรซอส และขนาดบรรจุภัณฑ์ ล้วนเป็นปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาเมื่อเปรียบเทียบราคา

อย่างไรก็ตาม การจะสรุปว่าปลากระป๋องยี่ห้อหนึ่งมีคุณภาพเหนือกว่าทุกยี่ห้อจำเป็นต้องมีข้อมูลเปรียบเทียบที่ชัดเจน ทั้งด้านส่วนประกอบ ปริมาณเนื้อปลา และมาตรฐานการผลิต ไม่สามารถตัดสินจากราคาที่สูงกว่าเพียงอย่างเดียวได้

3. รสชาติและประสบการณ์ที่ทำให้เกิดลูกค้าประจำ

สินค้าบางประเภทไม่ได้แข่งขันกันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องความคุ้นเคยและความชอบส่วนบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

สำหรับอะยัม ความเก่าแก่ของแบรนด์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 130 ปี ช่วยสร้างการจดจำในกลุ่มผู้บริโภคที่รู้จักสินค้ามาเป็นเวลานาน ขณะเดียวกันผู้ที่ชื่นชอบรสชาติหรือสูตรผลิตภัณฑ์บางชนิดก็อาจเลือกซื้อซ้ำ แม้จะมีสินค้าอื่นที่ราคาถูกกว่าวางอยู่ใกล้กันก็ตาม

ความคิดเห็นของผู้บริโภคที่ปรากฏในกระทู้สนทนาบน Pantip ซึ่งถูกนำมาประกอบในบทความของ Marketeer ยังสะท้อนให้เห็นว่ามีผู้ซื้อบางส่วนที่ชื่นชอบเนื้อปลาและรสชาติซอสของอะยัมเป็นพิเศษ

สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความพึงพอใจของลูกค้า เพราะเมื่อผู้บริโภคพบสินค้าที่ตรงกับความชอบของตัวเอง ก็มีโอกาสกลับมาซื้อซ้ำโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปเลือกสินค้าที่ถูกกว่าเสมอไป

4. ขยายแบรนด์ให้เป็นมากกว่าอาหารสำเร็จรูป

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือการขยายประเภทผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมการทำอาหารในชีวิตประจำวัน

หากอะยัมจำหน่ายเฉพาะปลากระป๋อง การรับรู้ของผู้บริโภคก็อาจจำกัดอยู่แค่การเป็นอาหารสำรองหรืออาหารสำหรับมื้อเร่งด่วน แต่เมื่อมีสินค้าอย่างกะทิ เครื่องแกง ซอส ผักกระป๋อง และเส้นหมี่เข้ามาเพิ่มเติม แบรนด์ก็สามารถเข้าไปมีบทบาทในครัวเรือนได้มากขึ้น

ผู้บริโภคจึงมีโอกาสเลือกซื้อสินค้าในแบรนด์เดียวกันสำหรับการประกอบอาหารหลายประเภท ไม่ได้จำกัดเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการรับประทานปลากระป๋องเท่านั้น

นี่เป็นแนวทางการสร้างธุรกิจที่ช่วยลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์เพียงชนิดเดียว และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน

ราคาสูงกว่าเกือบเท่าตัว คุ้มค่าหรือไม่ ต้องดูอะไรบ้างก่อนซื้อ

แม้ชื่อเสียงและประวัติศาสตร์ของแบรนด์จะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การเลือกซื้ออาหารกระป๋องไม่ควรตัดสินจากชื่อยี่ห้อหรือราคาที่สูงกว่าเพียงอย่างเดียว ผู้บริโภคควรพิจารณารายละเอียดบนฉลากควบคู่กันไปด้วย

สิ่งแรกคือชนิดของปลา เพราะปลาซาร์ดีน ปลาแมกเคอเรล และปลาทูน่ามีลักษณะเนื้อสัมผัสแตกต่างกัน การเปรียบเทียบราคาจึงควรเลือกสินค้าประเภทเดียวกันก่อน

สิ่งที่สองคือปริมาณเนื้อปลาและน้ำหนักสุทธิ เพราะสินค้าบางกระป๋องอาจมีน้ำหนักรวมของปลาและซอสแตกต่างกัน การดูเฉพาะราคาต่อกระป๋องจึงอาจทำให้เข้าใจผิดได้ ควรตรวจสอบปริมาณสุทธิและน้ำหนักเนื้อปลาเมื่อมีการระบุไว้

สิ่งที่สามคือส่วนประกอบและสูตรผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะปริมาณซอส ส่วนผสม และข้อมูลโภชนาการ เพราะสินค้าแต่ละสูตรอาจมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน

นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบวันหมดอายุ สภาพกระป๋อง และข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า โดยหลีกเลี่ยงกระป๋องที่บวม รั่ว มีรอยรั่วซึม หรือมีความเสียหายผิดปกติ

เมื่อพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบด้าน ผู้บริโภคก็จะสามารถเลือกสินค้าให้เหมาะกับงบประมาณและความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเลือกสินค้าที่แพงที่สุดหรือถูกที่สุดเสมอไป

บทสรุป 

เรื่องราวของ Ayam Brand เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของธุรกิจอาหารที่สามารถเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ธรรมดาให้กลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่า ผ่านการสั่งสมชื่อเสียง การพัฒนาสินค้า และการขยายตลาดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ค.ศ. 1892

จากจุดเริ่มต้นของนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสที่เดินทางมายังเอเชีย สู่การทำตลาดปลาซาร์ดีนในปี ค.ศ. 1899 ก่อนสร้างชื่อเสียงผ่านงานนิทรรศการโลกที่กรุงปารีสในปี ค.ศ. 1900 และเข้าสู่การบริหารของกลุ่ม Denis Frères ในปี ค.ศ. 1954 ทุกช่วงเวลาล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน

วันนี้อะยัมไม่ได้มีเพียงปลากระป๋อง แต่ยังมีผลิตภัณฑ์อาหารมากกว่า 100 รายการ ผลิตสินค้าในระดับหลายสิบล้านกระป๋องต่อปี และส่งออกไปยังตลาดมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

สิ่งที่ทำให้แบรนด์สามารถตั้งราคาสูงกว่าตลาดได้จึงไม่ได้มีคำตอบเพียงข้อเดียว แต่เป็นผลจากการวางตำแหน่งสินค้า การสร้างความแตกต่าง ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคบางกลุ่มมีต่อแบรนด์

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของอะยัมสะท้อนให้เห็นว่า ในโลกธุรกิจสินค้าราคาแพงไม่ได้หมายความว่าจะขายไม่ได้เสมอไป หากแบรนด์สามารถทำให้ผู้บริโภคมองเห็นคุณค่าและยอมรับราคาที่ตั้งไว้ได้ ก็มีโอกาสสร้างฐานลูกค้าประจำและรักษาตำแหน่งในตลาดได้ในระยะยาว แต่สำหรับผู้ซื้อ สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการเลือกสินค้าที่มีคุณภาพเหมาะสมกับราคาและตรงกับความต้องการของตัวเอง

แหล่งที่มา

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ ถ้าชอบก็อย่าลืมกดไลน์ กดแชร์และกดติดตามด้วยนะครับเพื่อที่ท่านจะได้ไม่พลาดข่าวสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์และสาระความบันเทิง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์สาระน่ารู้ ครอบคลุมชีวิต สังคม สุขภาพ ความเชื่อ เลขเด็ด และเรื่องลี้ลับ เน้นข้อมูลน่าเชื่อถือ อ่านง่าย เข้าใจไว
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 อันดับ อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1.1 พันล้านบาทเปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตรเปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่เยอะมากที่สุดในประเทศไทยเสือตกถัง อ.พล ขอนแก่น ชูเลขเด่นวงกลม พร้อมชุดสองตัวบน-ล่างและ 3 ตัวทอง งวด 16 พฤศจิกายน 2569"เนเน่ รอยัล" แปลงโฉมเป็น “บิลลี่” จาก "Disney’s Hexed"..เหมือนราวกับเป็นตัวการ์ตูนในภาพยนตร์เปิดความหมาย "กอปร" อ่านอย่างไร แปลว่าอะไร? รู้จักคำไทยทรงคุณค่าที่พบบ่อยในงานเขียนความลับใต้เงามืดจักรวาล: เจาะลึก “เนบิวลาหัวแมว” ปรากฏการณ์วิญญาณเรืองแสงกลางห้วงอวกาศควายไทยราคาแพงที่สุด 18 ล้านบาท เปิดโฉมพญาควายค่าตัวหลักสิบล้าน บางตัวตั้งขายถึง 100 ล้าน5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากมากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญา?เปิดอันดับ 5 ประเทศที่มีแรงงานไทยมากที่สุด กว่า 8 หมื่นคนอาจารย์หนู แบ่งแนวทางเลขมงคลบน-ล่าง จัดเต็มชุดสามตัวและสองตัว งวด 16 พ.ย. 69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ความลับใต้เงามืดจักรวาล: เจาะลึก “เนบิวลาหัวแมว” ปรากฏการณ์วิญญาณเรืองแสงกลางห้วงอวกาศจังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่เยอะมากที่สุดในประเทศไทยเปิดอันดับ 5 ประเทศที่มีแรงงานไทยมากที่สุด กว่า 8 หมื่นคนเงินเดือนเท่าเดิม แต่ทำไมรู้สึกว่าทุกวันนี้ใช้เงินยากกว่าเมื่อก่อน"เนเน่ รอยัล" แปลงโฉมเป็น “บิลลี่” จาก "Disney’s Hexed"..เหมือนราวกับเป็นตัวการ์ตูนในภาพยนตร์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่เยอะมากที่สุดในประเทศไทยควายไทยราคาแพงที่สุด 18 ล้านบาท เปิดโฉมพญาควายค่าตัวหลักสิบล้าน บางตัวตั้งขายถึง 100 ล้านขนมยุค 90 ไม่ได้หายเพราะไม่อร่อย: ร้านโชห่วย ชั้นวางสมัยใหม่ และต้นทุนที่เปลี่ยน ทำให้หายไปทั้งชุดการจำคุกช่วยลดอาชญากรรมได้จริงหรือ
ตั้งกระทู้ใหม่