โรคแพ้ภูมิตัวเองคืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
บางคนเริ่มจากอ่อนเพลียง่าย ปวดข้อตอนตื่นนอน หรือมีผื่นขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ อาการอาจเป็น ๆ หาย ๆ จนคิดว่าแค่พักผ่อนไม่พอ แต่เมื่อเป็นต่อเนื่องก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย
อาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ หนึ่งในกลุ่มโรคที่แพทย์อาจพิจารณาคือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง ซึ่งมีหลายชนิดและแสดงอาการต่างกันตามอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ
โดยปกติภูมิคุ้มกันมีหน้าที่ช่วยป้องกันเชื้อโรค แต่ในโรคกลุ่มนี้ ภูมิคุ้มกันทำงานผิดพลาดและหันมาโจมตีเซลล์หรือเนื้อเยื่อของตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบและอาจทำให้อวัยวะเสียหายได้ บางโรคกระทบอวัยวะเฉพาะแห่ง ขณะที่บางโรคกระทบได้หลายระบบ
เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคส่วนใหญ่ นักวิจัยเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งพันธุกรรม การทำงานของภูมิคุ้มกัน และสิ่งแวดล้อม เช่น การติดเชื้อหรือการสูบบุหรี่ในโรคบางชนิด การมีคนในครอบครัวเป็นโรคกลุ่มนี้อาจเพิ่มความเสี่ยง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนในครอบครัวจะต้องป่วย
โรคแพ้ภูมิตัวเองบางชนิดพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยฮอร์โมนอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด และยังเกิดกับผู้ชายหรือเด็กได้เช่นกัน
อาการเป็นแบบไหน?
อาการขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ อาจมีอ่อนเพลีย ปวดหรือบวมตามข้อ มีไข้ ผื่นขึ้น ผมร่วง ตาแห้ง หรือปากแห้ง บางคนมีช่วงที่อาการกำเริบสลับกับช่วงที่สงบลง
ตัวอย่างโรคในกลุ่มนี้ ได้แก่ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ซึ่งมักทำให้ข้อปวด บวม และฝืด โรคเอสแอลอีหรือ SLE ซึ่งอาจกระทบผิวหนัง ข้อ ไต และอวัยวะอื่น ๆ รวมถึงโรคโจเกรนซึ่งมักทำให้ตาและปากแห้ง ส่วนเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ที่สร้างอินซูลินในตับอ่อน
อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองเสมอไป เพราะพบได้ในโรคอื่นด้วย หากมีอาการต่อเนื่องหรือรบกวนชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
แพทย์ตรวจอย่างไร และรักษาได้ไหม?
แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเลือกตรวจเพิ่มเติมตามอาการ เช่น ตรวจเลือดหรือปัสสาวะ บางกรณีอาจต้องตรวจอวัยวะที่สงสัย การตรวจภูมิคุ้มกันบางชนิดให้ผลบวกได้โดยไม่ได้เป็นโรค จึงต้องแปลผลร่วมกับอาการและผลตรวจอื่น ไม่ควรวินิจฉัยจากผลเลือดเพียงอย่างเดียว
โรคกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรัง แต่หลายโรคควบคุมได้ การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรง อาจใช้ยาลดการอักเสบ ยาปรับหรือกดภูมิคุ้มกัน หรือให้สารที่ร่างกายขาด เช่น อินซูลินในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 แพทย์จะติดตามผลและผลข้างเคียงของยาร่วมด้วย
การพักผ่อนให้เพียงพอ ขยับร่างกายตามกำลัง และติดตามการรักษาสม่ำเสมอช่วยให้ดูแลตัวเองได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรซื้อยากดภูมิหรือหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง หากมีอาการรุนแรงเฉียบพลัน เช่น หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือซึมสับสน ควรไปห้องฉุกเฉินทันที
แม้ชื่อโรคจะฟังน่ากังวล แต่การรู้ให้ชัดว่าเป็นโรคชนิดใดและเริ่มรักษาอย่างเหมาะสมช่วยควบคุมอาการและลดโอกาสเกิดความเสียหายต่ออวัยวะได้ ผู้ป่วยจำนวนมากจึงยังใช้ชีวิตประจำวันได้ตามสภาพของแต่ละคน
เปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตร
5 อันดับ อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1.1 พันล้านบาท
ไปทำงานต่างประเทศที่ไหนคุ้มที่สุด
เม็ดทรายบนโลกกับดาวในจักรวาลอะไรมีมากกว่ากัน
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
ทำไมหุ่นดีจึงดึงดูดเพศตรงข้าม
มหาวิทยาลัยไหนมีบัณฑิตตกงานน้อยที่สุดในไทย
แม่ทำเนียมลอตเตอรี่เปิด 10 อันดับเลขขายดี! เสริมเลขมงคลจากประวัติศาสตร์และงานสำคัญ งวด 16 พ.ย. 2569
น้ำด่าง น้ำแร่ และน้ำธรรมดา ควรดื่มอะไรดี
เสือตกถัง อ.พล ขอนแก่น ชูเลขเด่นวงกลม พร้อมชุดสองตัวบน-ล่างและ 3 ตัวทอง งวด 16 พฤศจิกายน 2569
ท่าร่วมรักแบบไหนที่ทั้งชายและหญิงชอบ
หัวล้านเกิดจากอะไร
6 อาชีพรายได้สูง ไม่ง้อปริญญาตรี ทำเงินหลักหมื่นถึงหลักแสน
เปิดอันดับ 5 ประเทศที่มีแรงงานไทยมากที่สุด กว่า 8 หมื่นคน
รีพับลิกันแพ้สภา ทำไม “โดนัลด์ ทรัมป์” ถึงไม่หลุดเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ






