ผมเกือบไตวายจากการทำงานหนัก! เมื่ออาการตะคริวที่คิดว่าธรรมดา กลับกลายเป็นภาวะกล้ามเนื้อสลาย อันตรายถึงชีวิต
ผมเคยต้องนอนโรงพยาบาลถึง 3 คืน จากเหตุการณ์ที่เริ่มต้นเหมือนเป็นเพียงอาการตะคริวหลังทำงานหนัก แต่เมื่อตรวจร่างกายกลับพบว่า ผมมีภาวะ กล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis) ร่วมกับไตบาดเจ็บเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury หรือ AKI) ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดไตวายเฉียบพลัน
ตอนแรกผมไม่คิดเลยว่า การทำงานหนักจนเสียเหงื่อมากและเกิดตะคริว จะนำไปสู่ภาวะที่อันตรายขนาดนี้ เพราะความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับกล้ามเนื้อ แต่ยังอาจส่งผลต่อไตและระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วย ในกรณีรุนแรงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต รวมถึงหัวใจเต้นผิดจังหวะจากความผิดปกติของเกลือแร่ในเลือด
ผมจึงอยากนำประสบการณ์ครั้งนี้มาเล่า เพื่อให้คนที่ทำงานหนัก ใช้แรงมาก หรือคิดว่าอาการตะคริวเป็นเรื่องธรรมดา ได้เข้าใจว่า บางครั้งร่างกายอาจกำลังส่งสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
จากคนที่ยังมีสติ สู่ภาวะที่แทบขยับตัวไม่ได้
เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ผมทำงานยกของหนักเป็นเวลานาน งานที่ทำต้องใช้แรงและกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง ผมเสียเหงื่อมากจนเสื้อผ้าเปียกเหงื่อตลอด แม้จะพยายามดื่มน้ำอยู่เรื่อย ๆ แต่บางช่วงก็รู้สึกหอบและหน้ามืดจนต้องหยุดนั่งพัก
นอกจากการเสียเหงื่อแล้ว ช่วงนั้นผมยังกินอาหารได้ไม่เพียงพอกับการใช้แรงของร่างกายด้วย
เมื่อถึงช่วงประมาณสามทุ่ม ผมเริ่มรู้สึกว่ายกของไม่ไหวเหมือนเดิม จึงหยุดพักและดื่มน้ำ ก่อนจะไปปัสสาวะเป็นครั้งสุดท้าย แต่สิ่งที่เริ่มทำให้ผมผิดสังเกตคือ ปัสสาวะไม่ออกตามปกติ
หลังจากนั้นผมนั่งพักอยู่ไม่นานก็เริ่มเกิดตะคริวที่ขาอย่างรุนแรง เมื่อเอนตัวลงนอน อาการกลับลุกลามไปยังบริเวณท้อง หลัง และแขน จนแทบขยับตัวไม่ได้
ตอนนั้นผมยังมีสติรับรู้ทุกอย่าง แต่ไม่สามารถควบคุมร่างกายให้ขยับได้ตามปกติ พยายามยืดเหยียดกล้ามเนื้อและขอให้เพื่อนช่วย แต่ก็ไม่ดีขึ้น อีกทั้งยังมีอาการหน้ามืดร่วมด้วย
จากอาการที่ดูเหมือนตะคริวธรรมดา กลับกลายเป็นสถานการณ์ที่ผมไม่สามารถจัดการด้วยตัวเองได้อีกต่อไป จึงต้องไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุ
หลังจากตรวจร่างกายและผลเลือด แพทย์แจ้งว่าผมมีภาวะกล้ามเนื้อสลายร่วมกับไตบาดเจ็บเฉียบพลัน และจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรักษาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
กล้ามเนื้อสลายคืออะไร และทำไมถึงอันตรายต่อไต?
ภาวะกล้ามเนื้อสลาย หรือ Rhabdomyolysis คือภาวะที่เซลล์กล้ามเนื้อได้รับความเสียหายและแตกสลาย จนปล่อยสารต่าง ๆ ที่อยู่ภายในเซลล์เข้าสู่กระแสเลือด
สาเหตุมีได้หลายอย่าง เช่น การออกกำลังกายหรือใช้แรงอย่างหนักเกินไป ความร้อน การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ยาบางชนิด และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ การทำงานหนักเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดภาวะนี้เสมอไป แต่หากมีหลายปัจจัยเกิดร่วมกัน ความเสี่ยงก็อาจเพิ่มขึ้นได้
สารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภาวะนี้ ได้แก่
1. Myoglobin สารจากกล้ามเนื้อที่อาจทำร้ายไต
เมื่อกล้ามเนื้อสลายตัว จะมีสารที่เรียกว่า Myoglobin ถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือด ไตมีหน้าที่กรองและขับสารต่าง ๆ ออกจากร่างกาย แต่เมื่อมี Myoglobin ในปริมาณมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายขาดน้ำหรือมีเลือดไปเลี้ยงไตลดลง สารนี้อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อไตและนำไปสู่ภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลันได้
2. โพแทสเซียมที่อาจส่งผลต่อหัวใจ
ภายในเซลล์กล้ามเนื้อมีโพแทสเซียมอยู่ เมื่อกล้ามเนื้อสลายตัว โพแทสเซียมก็อาจถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น ขณะเดียวกัน หากไตทำงานผิดปกติ ก็อาจขับโพแทสเซียมออกจากร่างกายได้น้อยลง
หากระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไป อาจรบกวนการทำงานของระบบไฟฟ้าหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ และในกรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ภาวะกล้ามเนื้อสลายไม่ใช่แค่เรื่องของอาการปวดกล้ามเนื้อหรือตะคริวเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับไต ระบบไหลเวียนเลือด และการทำงานของหัวใจด้วย
อีกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อไต: ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs
นอกจากการทำงานหนักและการสูญเสียของเหลวแล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่แพทย์อธิบายให้ผมทราบ นั่นคือประวัติการใช้ยาแก้ปวดก่อนเกิดเหตุ
ยาที่ผมเคยใช้ ได้แก่ Diclofenac, Ibuprofen และ Piroxicam ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม NSAIDs
ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ลดอาการปวดและการอักเสบ แต่ก็อาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไต โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายขาดน้ำ หรือมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ไตมีความเสี่ยงอยู่แล้ว
จากที่แพทย์อธิบาย ประวัติการใช้ยาเหล่านี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อไตในเหตุการณ์ของผม จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามเมื่อร่างกายกำลังเผชิญกับความเครียดจากการทำงานหนักและการสูญเสียของเหลว
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ใช้ยาเหล่านี้จะเกิดไตบาดเจ็บ หรือยาจะเป็นสาเหตุเดียวของเหตุการณ์ทั้งหมด เพราะความเสี่ยงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน
สิ่งสำคัญคือไม่ควรใช้ยาแก้ปวดหลายชนิดในกลุ่ม NSAIDs ซ้อนกันเองโดยไม่มีคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ และควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อร่างกายขาดน้ำหรือกำลังเจ็บป่วย
ทำไมผมต้องนอนโรงพยาบาลถึง 3 คืน?
หลังตรวจพบความผิดปกติ แพทย์ให้ผมนอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าระวัง ติดตามผลเลือด และให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ หรือน้ำเกลือ รวมถึงให้ดื่มเกลือแร่บางชนิดเพื่อชดเชยตามความเหมาะสม
คืนแรก: ผมได้รับสารน้ำและพักรักษาตัว เพื่อช่วยแก้ไขภาวะขาดน้ำและสนับสนุนการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไต พร้อมติดตามผลตรวจเลือดอย่างต่อเนื่อง
คืนที่สอง: แม้ค่าไตจะเริ่มดีขึ้น แต่ค่า CK (กล้ามเนื้อ) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความเสียหายของกล้ามเนื้อยังไม่ลดลงตามที่แพทย์ต้องการ แพทย์จึงเห็นว่ายังไม่ปลอดภัยพอที่จะให้กลับบ้าน และให้ผมนอนโรงพยาบาลต่อเพื่อติดตามผลเลือดและให้สารน้ำต่อไป
แพทย์อธิบายว่า กล้ามเนื้อยังอาจสลายตัวและปล่อยสารต่าง ๆ เข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งอาจซ้ำเติมไตได้ การกลับบ้านทั้งที่ค่า CK ยังไม่ลดลงตามที่ต้องการจึงมีความเสี่ยง แพทย์ต้องการเห็นตัวเลขผลเลือดว่าค่า CK ลดลงก่อน เพื่อให้มั่นใจมากขึ้นว่าการฟื้นตัวเป็นไปในทิศทางที่ปลอดภัย การนอนรักษาตัวต่อจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการกลับบ้านไปก่อนทั้งที่ผลเลือดยังไม่น่าไว้วางใจ
คืนที่สาม: เมื่อค่า CK ลดลงตามที่แพทย์ต้องการ อาการและผลตรวจอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถกลับบ้านได้ ผมจึงได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล
ประสบการณ์นี้ทำให้ผมเข้าใจว่า การที่เรารู้สึกดีขึ้นหรืออาการตะคริวหายไป ไม่ได้หมายความว่าร่างกายฟื้นตัวอย่างปลอดภัยแล้วทั้งหมด เพราะความเสียหายของกล้ามเนื้อและการทำงานของไตต้องอาศัยผลตรวจเลือดประกอบการประเมินด้วย
ค่า CK ใช้ช่วยติดตามความเสียหายของกล้ามเนื้อ ส่วนค่า Creatinine เป็นค่าหนึ่งที่ใช้ประเมินการทำงานของไต ทั้งสองค่าไม่จำเป็นต้องดีขึ้นพร้อมกัน จึงต้องพิจารณาภาพรวมตามที่แพทย์ประเมิน
ส่วนการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำก็มีความสำคัญ เพราะช่วยแก้ไขภาวะขาดน้ำและสนับสนุนการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไต แต่ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อที่เสียหายกลับเป็นปกติได้ทันที ร่างกายยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว และจำเป็นต้องติดตามอาการกับผลเลือดอย่างเหมาะสม
เราจะลดความเสี่ยงจากการทำงานหนักได้อย่างไร?
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมได้เรียนรู้ว่าการดูแลร่างกายระหว่างทำงานหนักมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้แรงต่อเนื่องหรือทำงานในสภาพอากาศร้อน
สิ่งที่ควรใส่ใจ ได้แก่
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ควรชดเชยน้ำอย่างสม่ำเสมอตามความเหมาะสมกับสภาพอากาศและปริมาณงาน ไม่รอจนกระหายน้ำมากแล้วจึงดื่ม
- ชดเชยเกลือแร่เมื่อจำเป็น: หากเสียเหงื่อมากหรือทำงานหนักเป็นเวลานาน การชดเชยเกลือแร่อาจมีความสำคัญ แต่ควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและข้อจำกัดด้านสุขภาพ
- พักเมื่อร่างกายเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติ: หากมีอาการหอบ หน้ามืด อ่อนแรง หรือปวดกล้ามเนื้อผิดปกติ ควรหยุดพักและประเมินอาการ ไม่ฝืนทำงานต่อ
- กินอาหารให้เพียงพอกับการใช้แรง: การทำงานหนักต้องอาศัยพลังงานและสารอาหาร การกินไม่เพียงพออาจทำให้ร่างกายรับมือกับภาระงานได้ยากขึ้น
- ระมัดระวังการใช้ยาแก้ปวด: ไม่ควรใช้ยา NSAIDs หลายชนิดซ้อนกันเอง และควรระวังเป็นพิเศษเมื่อขาดน้ำหรือมีความเสี่ยงต่อไต
- อย่ามองข้ามสัญญาณอันตราย: หากมีอาการปวดหรือเป็นตะคริวรุนแรงทั่วร่างกาย กล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติ ปัสสาวะลดลงมาก หรือปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติหลังทำงานหนัก ควรรีบรับการประเมินทางการแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการเพียงเพราะคิดว่าเป็นตะคริวธรรมดา
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นภาวะกล้ามเนื้อสลายทุกครั้ง แต่หากเกิดขึ้นหลังใช้แรงอย่างหนัก ก็เป็นสัญญาณที่ควรให้ความสำคัญ เพราะการตรวจพบและรักษาอย่างเหมาะสมมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนได้
บทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผมไม่อยากให้ใครต้องเจอ
ก่อนเกิดเหตุ ผมไม่เคยคิดว่าอาการตะคริวหลังทำงานหนักจะเกี่ยวข้องกับความเสียหายของไตได้มากขนาดนี้ ผมยังมีสติ รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง แต่กลับขยับตัวแทบไม่ได้ และสุดท้ายต้องนอนโรงพยาบาลถึง 3 คืนเพื่อรักษาและติดตามผลเลือด
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ ร่างกายไม่ได้แยกการทำงานของกล้ามเนื้อ ไต ระบบไหลเวียนเลือด และหัวใจออกจากกันอย่างเด็ดขาด เมื่อระบบหนึ่งเกิดความผิดปกติ ก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบอื่นตามมาได้
การทำงานหนักไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดภาวะกล้ามเนื้อสลายเสมอไป แต่เมื่อความหนักของงาน การสูญเสียของเหลว ความร้อน การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือปัจจัยจากยาบางชนิดเกิดร่วมกัน ความเสี่ยงก็อาจเพิ่มขึ้นได้
ผมจึงอยากฝากไว้ว่า อย่าตัดสินความรุนแรงของอาการจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว และอย่าคิดว่าตะคริวทุกครั้งเป็นเรื่องเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย
เพราะบางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนอาการธรรมดา อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาที่ร้ายแรงกว่าที่เราคิด และการหยุดพักหรือเข้ารับการตรวจให้ทันเวลา อาจมีความสำคัญมากกว่าการฝืนทำงานต่อให้เสร็จครับ
เขียนโดย CTSuwan
• Founder • Builder • Researcher
สนใจเทคโนโลยี การสร้างสรรค์ การวิจัยประยุกต์ และประเด็นร่วมสมัย เรียนรู้ผ่านการค้นคว้า
และการลงมือทำจริงในหลากหลายสาขา
ถ่ายทอดประสบการณ์ ความคิด และสิ่งที่เรียนรู้ระหว่างทางอย่างตรงไปตรงมา
แม่ทำเนียมลอตเตอรี่เปิด 10 อันดับเลขขายดี! เสริมเลขมงคลจากประวัติศาสตร์และงานสำคัญ งวด 16 พ.ย. 2569
เปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตร
5 อันดับ อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1.1 พันล้านบาท
ตำรามหารวย ชูเลขเด่นตัวใหญ่ 4-8 วงกลม 8 พร้อมชุดสองตัวและสามตัว งวด 16 พฤศจิกายน 2569
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
รู้จัก “ปลาหวานโรยงา” อาหารแปรรูปยอดฮิต แท้จริงแล้วทำจากปลาอะไร?
อะไรไม่ควรกินคู่กับเหล้าและเบียร์
น้ำยาล้างจานทั่วไปฆ่าเชื้อโรคได้หรือไม่
ราคาทองคำถูกลงเพราะอะไร
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?
เลข 2 ชนตรง 3 สำนักหนังสือพิมพ์ จับคู่สองตัว-สามตัวจากตารางเลขเด็ด งวด 16 พฤศจิกายน 2569
วงในเด่นล่างอย่างเดียว เปิดเลขเด่นคู่ 4-6 แนวทางหวยงวด 16 พฤศจิกายน 2569



