หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

บ้านสะอาดแต่ยังภูมิแพ้กำเริบ? เช็ก 9 จุดอับในบ้านที่ฝุ่นและเชื้อโรรซ่อนอยู่

เขียนโดย สร้อยนกเขา

บ้านที่ดูสะอาด ไม่ได้หมายความว่าทุกซอกทุกมุมจะสะอาดเสมอไป

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า เหตุใดบ้านที่กวาดถูทุกวัน เช็ดโต๊ะ เช็ดพื้น และจัดเก็บสิ่งของอย่างเป็นระเบียบแล้ว แต่กลับยังมีฝุ่น กลิ่นอับ หรือสมาชิกในครอบครัวยังคงมีอาการจาม คัดจมูก ไอ และระคายเคืองทางเดินหายใจอยู่เป็นประจำ

ความจริงประการหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้ามก็คือ ภายในบ้านมีพื้นที่บางจุดที่เราแทบไม่เคยทำความสะอาด เพราะเป็นบริเวณที่มองไม่เห็น เข้าถึงยาก หรือคิดว่าไม่น่าจะสกปรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฝุ่นละออง เส้นผม เศษอาหาร ความชื้น และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ก็สามารถสะสมอยู่ตามบริเวณเหล่านี้ได้

บางจุดอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่น เชื้อรา หรือจุลินทรีย์ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขอนามัยของคนในบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีระบบทางเดินหายใจไวต่อสิ่งกระตุ้น

วันนี้เราจะพาไปสำรวจจุดซ่อนเร้นภายในบ้านที่หลายคนมักลืมทำความสะอาด พร้อมทำความเข้าใจว่าเหตุใดพื้นที่เล็ก ๆ เหล่านี้จึงไม่ควรถูกละเลย

1. หลังตู้เสื้อผ้าและใต้ตู้ จุดสะสมฝุ่นที่มองไม่เห็น

ตู้เสื้อผ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่กับบ้านแทบทุกหลัง หลายครอบครัวตั้งตู้เสื้อผ้าชิดผนังหรือวางไว้ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลาหลายปี โดยแทบไม่เคยขยับออกมาทำความสะอาดด้านหลังหรือด้านล่าง

บริเวณดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดที่ฝุ่นละออง เส้นผม ใยแมงมุม และเศษสิ่งสกปรกสามารถสะสมได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะห้องที่มีการระบายอากาศไม่ดี

นอกจากนี้ หากผนังด้านหลังตู้มีความชื้น หรือมีน้ำรั่วซึม ก็อาจทำให้เกิดเชื้อราได้ กลิ่นอับที่เกิดขึ้นบางครั้งจึงไม่ได้มาจากเสื้อผ้า แต่อาจมาจากความชื้นที่สะสมอยู่หลังเฟอร์นิเจอร์

วิธีดูแลคือ ควรขยับตู้หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีหัวดูดซอกมุมทำความสะอาดเป็นระยะ ตรวจสอบผนังว่ามีคราบชื้นหรือเชื้อราหรือไม่ และไม่ควรนำตู้ไปตั้งชิดผนังที่มีความชื้นโดยไม่ตรวจสอบสภาพแวดล้อมก่อน

2. ฟิลเตอร์เครื่องปรับอากาศ แหล่งสะสมฝุ่นที่อยู่ใกล้ตัวเราทุกวัน

เครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลายบ้านเปิดใช้งานวันละหลายชั่วโมง แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านมักลืมก็คือ การทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ

แผ่นกรองอากาศมีหน้าที่ดักจับฝุ่นละออง เส้นผม และอนุภาคต่าง ๆ ที่ไหลผ่านระบบปรับอากาศ เมื่อใช้งานไปนาน ๆ สิ่งสกปรกเหล่านี้จะสะสมอยู่บนแผ่นกรอง ทำให้ลมผ่านได้ไม่สะดวก และอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง

หากบริเวณภายในเครื่องมีความชื้นสะสม ก็อาจเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราและจุลินทรีย์บางชนิดได้เช่นกัน

สิ่งที่ควรทำคือ ตรวจสอบและทำความสะอาดแผ่นกรองตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยทั่วไปควรตรวจดูทุก 2-4 สัปดาห์ในช่วงที่ใช้งานบ่อย ส่วนการล้างคอยล์และตรวจระบบระบายน้ำควรให้ช่างผู้ชำนาญดำเนินการตามความเหมาะสม

3. ขอบยางตู้เย็น จุดเล็ก ๆ ที่อาจเป็นต้นเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์

หลายคนให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดชั้นวางภายในตู้เย็น เพราะเป็นบริเวณที่เก็บอาหาร แต่กลับมองข้ามขอบยางที่อยู่รอบประตูตู้เย็น

ขอบยางนี้มีหน้าที่ช่วยป้องกันไม่ให้อากาศเย็นภายในตู้เย็นรั่วไหลออกมา แต่เนื่องจากมีร่องและรอยพับเล็ก ๆ จึงอาจมีเศษอาหาร คราบน้ำ คราบไขมัน และสิ่งสกปรกเข้าไปติดอยู่ได้

เมื่อมีความชื้นสะสมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะบริเวณที่ไม่ได้เช็ดให้แห้ง ก็อาจเกิดเชื้อราและกลิ่นอับได้

บางครั้งเราอาจเปิดตู้เย็นแล้วได้กลิ่นเหม็น ทั้งที่อาหารทุกอย่างยังอยู่ในสภาพดี สาเหตุหนึ่งอาจมาจากคราบสกปรกที่ซ่อนอยู่ตามร่องขอบยางประตูนั่นเอง

วิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมคือ ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดอ่อน ๆ เช็ดตามร่องยางอย่างระมัดระวัง จากนั้นใช้ผ้าแห้งเช็ดซ้ำ ไม่ควรใช้ของมีคมแคะหรือขูด เพราะอาจทำให้ยางฉีกขาดและประตูปิดไม่สนิท

4. ใต้ฐานเครื่องซักผ้า พื้นที่ที่มีทั้งฝุ่น ความชื้น และคราบสกปรก

เครื่องซักผ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราคิดว่ามีความสะอาดอยู่เสมอ แต่ในความเป็นจริง บริเวณรอบเครื่องและใต้ฐานเครื่องซักผ้าก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม

เมื่อใช้งานเครื่องซักผ้าเป็นประจำ น้ำที่กระเด็นออกมา เส้นใยผ้า ฝุ่น และเศษสิ่งสกปรกอาจสะสมอยู่บริเวณพื้นด้านล่าง โดยเฉพาะบ้านที่วางเครื่องซักผ้าไว้ในห้องซักล้างซึ่งมีการระบายอากาศไม่ดี

หากมีน้ำรั่วซึมจากท่อน้ำหรือข้อต่อต่าง ๆ ก็อาจทำให้พื้นบริเวณใต้เครื่องมีความชื้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา

นอกจากนี้ เครื่องซักผ้าฝาหน้ายังมีขอบยางรอบประตู ซึ่งอาจมีน้ำขัง เศษเส้นผม และคราบผงซักฟอกตกค้างอยู่ได้ หากไม่ดูแลอย่างเหมาะสมก็อาจเกิดกลิ่นเหม็นอับและเชื้อราได้

วิธีดูแลคือ หลังซักผ้าเสร็จควรเช็ดขอบยางให้แห้ง เปิดประตูเครื่องทิ้งไว้เล็กน้อยเพื่อให้อากาศถ่ายเท และตรวจสอบบริเวณใต้เครื่องเป็นระยะ

5. ใต้โซฟาและใต้เตียงนอน แหล่งสะสมฝุ่นที่อยู่ใกล้ร่างกาย

อีกหนึ่งจุดที่หลายคนมักลืมก็คือพื้นที่ใต้เตียงนอนและใต้โซฟา โดยเฉพาะบ้านที่ใช้เตียงหรือโซฟาขนาดใหญ่และมีพื้นที่ใต้เฟอร์นิเจอร์ค่อนข้างมาก

บริเวณเหล่านี้มักไม่ได้รับการกวาดถูทุกวัน เพราะต้องขยับเฟอร์นิเจอร์หรือใช้เครื่องมือที่มีหัวดูดพิเศษ จึงทำให้ฝุ่น เส้นผม ขนสัตว์เลี้ยง และเศษสิ่งสกปรกสะสมอยู่เป็นเวลานาน

ฝุ่นในบ้านไม่ได้ประกอบด้วยดินหรือผงฝุ่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจมีละอองเกสร ขนสัตว์ เซลล์ผิวหนังที่หลุดลอก และสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นรวมอยู่ด้วย

สำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา (EPA) ระบุว่า ฝุ่นภายในบ้านสามารถมีสารก่อภูมิแพ้หลายชนิด และการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอช่วยลดการสะสมของสิ่งเหล่านี้ได้

บ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้ที่เป็นภูมิแพ้จึงควรให้ความสำคัญกับพื้นที่ใต้เตียงและใต้โซฟาเป็นพิเศษ โดยใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีระบบกรองฝุ่นที่เหมาะสม และเช็ดพื้นด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เพื่อไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย

6. พัดลมเพดานและใบพัดลม จุดที่ฝุ่นเกาะโดยไม่รู้ตัว

หลายบ้านเปิดพัดลมแทบตลอดทั้งวัน แต่เมื่อมองขึ้นไปบนใบพัดลมเพดานหรือด้านหลังตะแกรงพัดลมตั้งพื้น มักพบฝุ่นเกาะเป็นชั้นหนา

ฝุ่นเหล่านี้เกิดจากอนุภาคในอากาศที่เกาะติดกับพื้นผิวของใบพัด เมื่อพัดลมหมุนเป็นเวลานาน ฝุ่นบางส่วนอาจฟุ้งกระจายออกมาสู่บริเวณห้องได้

สิ่งที่ควรทำคือ ปิดสวิตช์และถอดปลั๊กก่อนทำความสะอาด ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดใบพัดและตะแกรง ไม่ควรใช้ไม้ปัดขนไก่ปัดฝุ่นโดยไม่รองรับ เพราะอาจทำให้ฝุ่นกระจายไปทั่วห้อง

สำหรับพัดลมเพดาน ควรใช้บันไดที่มั่นคงและมีผู้ช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัย

7. ร่องยาแนวห้องน้ำและใต้ซิงก์ล้างจาน แหล่งสะสมความชื้น

ห้องน้ำและห้องครัวเป็นพื้นที่ที่มีการใช้น้ำอยู่เป็นประจำ จึงเป็นบริเวณที่ต้องระวังเรื่องความชื้นเป็นพิเศษ

ร่องยาแนวกระเบื้องห้องน้ำ มุมพื้นห้องน้ำ และบริเวณรอบอ่างล้างหน้า อาจมีคราบสบู่ คราบไขมัน และความชื้นสะสม หากทำความสะอาดไม่ทั่วถึงก็อาจเกิดคราบดำหรือเชื้อราได้

ส่วนใต้ซิงก์ล้างจานก็เป็นอีกจุดที่ควรตรวจสอบ เพราะเป็นตำแหน่งที่มีท่อน้ำและข้อต่อจำนวนมาก หากเกิดการรั่วซึมเพียงเล็กน้อยและไม่มีใครสังเกตเห็น ก็อาจทำให้ตู้เก็บของด้านล่างชื้นจนเกิดกลิ่นอับได้

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่า เชื้อราเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีความชื้น และการกำจัดเชื้อราควรทำควบคู่กับการแก้ไขต้นเหตุของความชื้นด้วย ไม่ใช่เพียงเช็ดคราบดำที่มองเห็นออกไปเท่านั้น

วิธีดูแลคือ เช็ดพื้นและผนังห้องน้ำให้แห้งหลังใช้งาน เปิดพัดลมระบายอากาศ ตรวจสอบท่อน้ำใต้ซิงก์ และซ่อมแซมบริเวณที่รั่วซึมทันที

8. ผ้าม่าน พรม และเบาะโซฟา สิ่งของตกแต่งที่เก็บฝุ่นได้มากกว่าที่คิด

สิ่งของตกแต่งบ้านบางอย่างอาจดูสะอาดจากภายนอก แต่ภายในเส้นใยผ้ากลับสามารถกักเก็บฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้ได้

ผ้าม่านเป็นสิ่งที่หลายคนแทบไม่เคยถอดลงมาซัก เพราะคิดว่าไม่ได้สัมผัสกับสิ่งสกปรกโดยตรง แต่เมื่อเปิดหน้าต่างหรือมีลมพัด ฝุ่นจากภายนอกก็สามารถเกาะอยู่ตามเส้นใยผ้าได้

พรมเช็ดเท้า พรมปูพื้น และเบาะโซฟาก็เช่นเดียวกัน เพราะมีพื้นผิวที่สามารถดักจับฝุ่น เส้นผม และขนสัตว์เลี้ยงได้

หากปล่อยทิ้งไว้นาน ฝุ่นที่สะสมอาจกลายเป็นแหล่งของสารก่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหรือมีผู้ที่ไวต่อฝุ่น

แนวทางที่ดีคือ ดูดฝุ่นพรมและโซฟาเป็นประจำ ซักผ้าม่านตามคำแนะนำของผู้ผลิต และนำปลอกหมอนหรือปลอกเบาะที่ถอดซักได้มาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

9. ลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ และรีโมตโทรทัศน์ สิ่งของที่ทุกคนสัมผัสแต่ไม่ค่อยเช็ด

สิ่งของเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นแหล่งสะสมฝุ่นมากที่สุด แต่เป็นบริเวณที่มีคนสัมผัสอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ รีโมตโทรทัศน์ และมือจับตู้ต่าง ๆ

มือของคนเราอาจนำเชื้อโรคและสิ่งสกปรกจากภายนอกบ้านเข้ามาสู่พื้นผิวเหล่านี้ได้ เมื่อสมาชิกในครอบครัวหลายคนใช้สิ่งของร่วมกัน จึงมีโอกาสเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคผ่านการสัมผัสได้

วิธีดูแลคือ ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสมเช็ดพื้นผิวเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณที่มีคนสัมผัสบ่อย และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า การทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยช่วยลดสิ่งสกปรกและเชื้อโรคบนพื้นผิวได้ ส่วนการฆ่าเชื้อเพิ่มเติมอาจจำเป็นในบางสถานการณ์ เช่น เมื่อมีผู้ป่วยอยู่ภายในบ้าน

ทำความสะอาดอย่างไรให้บ้านสะอาดจริง ไม่ใช่แค่ดูสะอาด

เมื่อทราบแล้วว่ามีจุดซ่อนเร้นหลายแห่งภายในบ้านที่อาจเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและความชื้น เราควรปรับวิธีทำความสะอาดจากการเน้นเฉพาะพื้นที่ที่มองเห็น มาเป็นการดูแลบ้านอย่างทั่วถึงมากขึ้น

แนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้มีดังนี้

  1. ทำความสะอาดจากด้านบนลงด้านล่าง เริ่มจากพัดลม ชั้นวาง และเฟอร์นิเจอร์ ก่อนลงมาทำความสะอาดพื้น เพื่อไม่ให้ฝุ่นตกลงไปบนพื้นที่ที่ทำความสะอาดแล้ว

  2. ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดฝุ่น แทนการใช้ไม้ปัดฝุ่นอย่างเดียว เพราะการปัดแห้งอาจทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายกลับสู่อากาศ

  3. ตรวจสอบจุดที่มีความชื้นเป็นประจำ โดยเฉพาะใต้ซิงก์ล้างจาน หลังตู้เสื้อผ้า ขอบยางเครื่องซักผ้า และมุมห้องน้ำ

  4. อย่าปล่อยให้เครื่องใช้ไฟฟ้าสกปรกสะสม เช่น เครื่องปรับอากาศ พัดลม เครื่องซักผ้า และตู้เย็น ควรดูแลตามคำแนะนำของผู้ผลิต

  5. เปิดให้อากาศถ่ายเทอย่างเหมาะสม ใช้พัดลมระบายอากาศในห้องน้ำและห้องครัว รวมทั้งแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมที่เป็นต้นเหตุของความชื้น

  6. จัดตารางทำความสะอาด แบ่งเป็นรายสัปดาห์และรายเดือน เพื่อให้สามารถดูแลได้อย่างต่อเนื่อง

ข้อควรระวังอีกประการหนึ่งคือ อย่าผสมน้ำยาทำความสะอาดหลายชนิดเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะน้ำยาฟอกขาวกับกรดหรือน้ำยาที่มีแอมโมเนีย เพราะอาจเกิดก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้

หากพบเชื้อราปริมาณมาก หรือมีปัญหาความชื้นสะสมจนลุกลาม ควรพิจารณาใช้ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบและกำจัดอย่างปลอดภัย

 

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
สร้อยนกเขา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 16 ครั้ง
เขียนโดย สร้อยนกเขา
ฉันชอบเขียนบทความต่าง ๆทั้งจดจำและเรียบเรียงมาเองตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
การรับบริจาคและการเรี่ยไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย5 อันดับ อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1.1 พันล้านบาทแม่ทำเนียมลอตเตอรี่เปิด 10 อันดับเลขขายดี! เสริมเลขมงคลจากประวัติศาสตร์และงานสำคัญ งวด 16 พ.ย. 2569แมวเอาหัวโขกคุณไม่ใช่แค่อ้อน แต่คือการฝากกลิ่นบอกว่าคุณคือพวกเดียวกันเลขเด็ดนกตาทิพย์ งวด 16 พ.ย. 69 เปิดเลขเด่น 2 พร้อมชุดเลขน่าลุ้นคนไทยส่วนใหญ่มีผมสีอะไรตามธรรมชาติเปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตรเปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่รู้จัก “ปลาหวานโรยงา” อาหารแปรรูปยอดฮิต แท้จริงแล้วทำจากปลาอะไร?เปิดโพยสลากปกเขียว งวด 16 พ.ย. 69 เลข 2 ตัวมาเป็นชุด จับตาเลขเบิ้ลทำไมสัตว์ต่างสปีชีส์จึงผสมพันธุ์กันได้ยากเจ้าสัวแปลว่าอะไร และต้องรวยแค่ไหนถึงเรียกได้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
การรับบริจาคและการเรี่ยไรให้ถูกต้องตามกฎหมายเลขเด็ดนกตาทิพย์ งวด 16 พ.ย. 69 เปิดเลขเด่น 2 พร้อมชุดเลขน่าลุ้นสีของลิ้นบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพได้บ้างทำไมสัตว์ต่างสปีชีส์จึงผสมพันธุ์กันได้ยาก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
พระแปรงฟันวันละกี่ครั้งแปรงฟันอย่างไรให้สะอาดและถนอมเหงือกทำไมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปส่วนใหญ่จึงมีโซเดียมสูงสีของลิ้นบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพได้บ้าง
ตั้งกระทู้ใหม่