กฎบางข้อของความร่ำรวย
Morgan Housel ผู้เขียน The Psychology of Money ชวนสำรวจด้านที่คนอยากรวยอาจยังไม่ทันคิด ผ่านข้อสังเกต 9 ข้อเกี่ยวกับความมั่งคั่งและความสุขครับ
.
ก่อนอื่นเริ่มจากตัวเลขชวนคิดครับ
ในบรรดาบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก 10 คน มีประวัติการหย่าร้างรวมกัน 13 ครั้ง และ 7 ใน 10 คนเคยหย่าร้างมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
แน่นอนว่าการพบสองสิ่งเกิดขึ้นร่วมกันไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง อีกทั้งกลุ่มตัวอย่างนี้ก็เล็กมาก
แต่เมื่อสถิติสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศมากขนาดนั้น เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เป็นรากฐานสำคัญของความสุข และเกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่ใครต่อใครอิจฉาชีวิตของพวกเขา
เรื่องนี้ก็น่าคิดอยู่ไม่น้อย
.
……………….
.
หนทางสู่ความร่ำรวยมีเป็นล้านวิธี ส่วนใหญ่อาศัยความได้เปรียบในตลาดเฉพาะกลุ่มและโอกาสที่เกิดขึ้นเฉพาะครั้ง ยังไม่นับเรื่องโชค การจะหากฎสากลที่บอกว่าทำอย่างไรจึงจะรวยจึงเป็นเรื่องยาก
.
แต่เรื่องราวของการสูญเสียเงิน การมีเงินแล้วสูญเสียความสุข หรือการกลายเป็นทาสของเงิน กลับมักมีปัจจัยร่วมคล้ายกัน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยเสียจนเรียกเป็นกฎได้เลย
.
การวัดความร่ำรวยเป็นเรื่องง่าย แค่นับว่ามีเท่าไรก็พอ
.
แต่การวัดด้านเสียบางอย่างของความร่ำรวยนั้นยากกว่าและมีรายละเอียดซับซ้อนกว่ามาก บางอย่างละเอียดอ่อนและวัดได้ยากเสียจนหลายคนไม่เชื่อด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่จริง
.
…………..
.
ความร่ำรวยมีข้อเสียด้วยหรือ จะเป็นไปได้อย่างไร?
.
Morgan Housel เสนอว่า การที่ผู้คนรู้สึกว่าการพูดถึงข้อเสียของความร่ำรวยเป็นเรื่องเหลวไหล อาจเป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายว่าทำไมความร่ำรวยจึงไม่ได้ทำให้มีความสุขเท่าที่เคยคิดไว้
.
เมื่อข้อดีของเงินมองเห็นได้ชัดเจน แต่ข้อเสียกลับซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน ข้อเสียที่ไม่ได้เตรียมใจรับจึงอาจสร้างแรงสะเทือนมากกว่าความยินดีจากข้อดีที่คาดหวังเอาไว้อยู่แล้ว
.
แน่นอนว่า Morgan เองก็อยากมีเงินมากขึ้น คนเกือบทุกคนก็เช่นกัน แม้จะมีเหตุผลแตกต่างกันไป
.
เขาไม่ได้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อต่อต้านความร่ำรวย สิ่งที่เขาต้องการรวบรวมคือด้านเสียที่ละเอียดอ่อนและถูกมองข้ามได้ง่าย ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยเสียจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นกฎที่แท้จริงเพียงชุดเดียวของการร่ำรวย
.
…………….
.
- สิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุขส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับเงิน และการมารู้ความจริงข้อนี้หลังจากรวยแล้วอาจเป็นเรื่องเจ็บปวด
.
Will Smith เขียนไว้ในอัตชีวประวัติว่า ตอนที่ยังยากจนและซึมเศร้า เขายังสามารถฝันถึงอนาคตที่มีเงินมากขึ้น และเชื่อว่าเงินจะช่วยทำให้ปัญหาต่างๆ หายไป
.
แต่เมื่อร่ำรวยขึ้นมา ความหวังแบบนั้นกลับหายไป
.
เขามีเงินมากเท่าที่จะต้องการแล้ว แต่ยังคงซึมเศร้า และชีวิตก็ยังเต็มไปด้วยปัญหา
.
Rick Rubin เคยพูดถึงเรื่องคล้ายกันว่า
.
“ก่อนความฝันจะเป็นจริง คนเราอาจยังไม่รู้สึกหดหู่ถึงที่สุด แต่เมื่อความฝันเป็นจริงแล้ว และพบว่าตัวเองยังรู้สึกเหมือนเดิม ความสิ้นหวังก็จะตามมา”
.
ความสุขเป็นเรื่องซับซ้อน แต่หากลองแยกออกมาเป็นสิ่งพื้นฐาน เช่น ครอบครัวที่รักใคร่กัน สุขภาพที่ดี มิตรภาพ การได้นอนเต็มอิ่มแปดชั่วโมง ลูกที่เติบโตอย่างมั่นคงทางอารมณ์ และการได้เป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง ก็จะเห็นว่าบทบาทของเงินมีขอบเขตจำกัดเพียงใด
.
เงินมีบทบาทอยู่ เพียงแต่อาจน้อยกว่าที่เคยคิดไว้มาก
.
Morgan ชวนให้ลองเปรียบเทียบระหว่างการมีรายได้ปีละ 100,000 ดอลลาร์ พร้อมคู่ชีวิตที่รัก ลูกที่ชื่นชม เพื่อนดีๆ สุขภาพแข็งแรง และจิตใจที่ไม่ต้องแบกความรู้สึกผิด กับการมีรายได้ปีละ 1,000,000 ดอลลาร์ แต่ไม่มีสิ่งเหล่านั้นเลย
.
คำตอบแทบไม่ต้องคิด
.
แน่นอนว่าคนคนหนึ่งอาจยากจนและทุกข์ใจ หรือร่ำรวยและมีความสุขก็ได้ แต่คนที่รวยแล้วจึงจะได้รู้จากประสบการณ์ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเงินกับความสุขนั้นเปราะบางเพียงใด
.
เงินที่เพิ่มขึ้นอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาชีวิตคู่ ไม่ได้ทำให้เพื่อนชอบเขามากขึ้น และไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าชีวิตเติมเต็มกว่าเดิม ความหวังที่เคยช่วยปลอบใจว่าเงินจะทำอะไรให้ได้บ้าง จึงถูกแทนที่ด้วยความจริงอันชัดเจนว่าเงินทำอะไรให้ไม่ได้บ้าง
.
บางครั้งสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีคือการมีความฝัน แต่เมื่อไปถึงเป้าหมาย ความฝันนั้นก็หมดลง และเจ้าตัวอาจกลับรู้สึกซึมเศร้าเสียเอง
.
ดังที่ Malcolm Forbes เคยกล่าวไว้ว่า
.
“กว่าจะประสบความสำเร็จ เราก็หมดสภาพไปเสียแล้ว”
.
…………….
.
- สิ่งที่คิดว่าเป็นความชื่นชมในความสำเร็จ อาจเป็นความอิจฉา
.
Drake เคยกล่าวไว้ว่า
.
“ผู้คนชอบคุณตอนกำลังพยายามไขว่คว้าบางสิ่ง มากกว่าตอนที่คุณได้มันมาแล้ว”
.
ช่วงเวลาที่ความรู้สึกของคนอื่นเปลี่ยนจากอย่างหนึ่งไปเป็นอีกอย่างหนึ่งนั้นสังเกตได้ยาก และเป็นเรื่องธรรมดาที่คนรวยจะคิดว่าตัวเองกำลังได้รับความชื่นชม ทั้งที่ความรู้สึกจริงๆ ของคนรอบข้างคือความอิจฉา
.
Robert Greene เคยเขียนไว้ว่า
.
“อย่าโง่พอที่จะเชื่อว่า การอวดคุณสมบัติที่ทำให้ตัวเองเหนือกว่าคนอื่นจะเรียกความชื่นชมได้ การทำให้คนอื่นตระหนักว่าตนอยู่ในฐานะที่ด้อยกว่า มีแต่จะกระตุ้นความชื่นชมที่เจือความทุกข์ใจ หรือความอิจฉา ซึ่งจะกัดกินพวกเขาจนลงมือบ่อนทำลายคุณด้วยวิธีที่คุณคาดไม่ถึง”
.
เรื่องนี้ยิ่งเห็นได้ชัดในคนที่ร่ำรวยขึ้นมาจากการนำเสนอความสำเร็จของตัวเอง จนทำให้ผู้อื่นอยากเข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุน
.
เมื่อความชื่นชมกลายเป็นความอิจฉา แรงสนับสนุนก็ลดลง พร้อมกับความอดทนที่ผู้คนมีต่อความผิดพลาดของเขา
.
หากนักข่าวที่ไม่มีใครรู้จักเขียนหนังสือที่ปกป้อง Sam Bankman-Fried อยู่กลายๆ ก็คงไม่มีใครสนใจนัก บางคนอาจถึงขั้นแสดงความยินดีกับผู้เขียนด้วยซ้ำ แต่เมื่อคนที่เขียนคือ Michael Lewis เสียงประณามกลับถาโถมเข้ามา
.
Thoreau เคยกล่าวไว้ว่า
.
“ความอิจฉาคือภาษีที่ความโดดเด่นทุกรูปแบบต้องจ่าย”
.
……………
.
- ยิ่งร่ำรวย ยิ่งมีคนกล้าบอกน้อยลงว่ากำลังคิดผิด เพี้ยน ใจร้าย หรือไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่
.
Matt Damon เคยกล่าวไว้ว่า
.
“พัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ของคุณจะชะงักลงทันทีที่มีชื่อเสียง ประสบการณ์ที่คุณได้รับจากโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
.
เรื่องเดียวกันนี้อาจเกิดขึ้นกับคนที่ร่ำรวย และอาจพบได้บ่อยกว่ามากด้วย
.
ไม่มีใครปฏิบัติต่อเขาเหมือนเดิมอีกแล้ว ส่วนที่แย่ที่สุดคือเจ้าตัวอาจไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้น
.
ศิลปิน Damien Hirst เคยเล่าว่า
.
“ทุกคนรักคุณ ธนาคารรักคุณ นักบัญชีก็รักคุณ เพราะพวกเขากำลังได้เงินจากคุณ ทุกปีจะมีคนเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ คนหนึ่งหักไป 10 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีอีกคนหักไป 10 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นก็อีกคนหักไป 10 เปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างกลายเป็นงานเลี้ยงใหญ่ แม้แต่คนที่ให้วงเงินเบิกเกินบัญชีก็เป็นเพื่อนซี้ คอยยิ้มให้และบอกว่าคุณยอดเยี่ยมแค่ไหน เพื่อให้คุณทำแบบนั้นต่อไป”
.
บางครั้งผู้คนตั้งใจเข้ามาหาประโยชน์และเอาเปรียบ บางครั้งพวกเขาก็จริงจังกับคำพูดของคนรวยในเรื่องที่ไม่ควรจริงจังด้วย
.
ปัญหาใหญ่ข้อหนึ่งของภาวะฟองสบู่คือ ผู้คนมักเชื่อมโยงความมั่งคั่งเข้ากับสติปัญญาโดยอัตโนมัติ ความคิดเพี้ยนๆ จำนวนมากจึงได้รับการรับฟังอย่างจริงจัง เพียงเพราะคนที่พูดกำลังร่ำรวยอยู่ชั่วคราว
.
Warren Buffett เคยอธิบายไว้ว่า
.
“ช่วงที่ผมให้คำแนะนำทางการเงินได้ดีที่สุดคือตอนอายุ 21 ปี แต่ไม่มีใครฟัง ต่อให้ผมขึ้นไปพูดสิ่งที่ฉลาดที่สุด ก็แทบไม่มีใครสนใจ แต่ตอนนี้ผมสามารถพูดเรื่องโง่ที่สุดในโลกออกมา แล้วก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยคิดว่ามันต้องมีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่แน่ๆ”
.
…………..
.
- บางครั้งสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จคือความวิตกกังวล และเมื่อรวยแล้วก็สลัดมันไม่หลุด
.
Morgan มองว่าสิ่งที่ผู้คนจำนวนมากต้องการจากเงินคือ ความสามารถที่จะเลิกคิดเรื่องเงิน
.
พวกเขาอยากมีเงินมากพอที่จะไม่ต้องกังวลกับมันอีก และหันไปสนใจเรื่องอื่นในชีวิตได้
.
นี่เป็นความสัมพันธ์ที่ประหลาดอยู่เหมือนกัน ผู้คนหมกมุ่นกับการหาเงิน โดยหวังว่าสักวันจะสามารถเลิกใส่ใจมันได้อย่างสิ้นเชิง
.
ความหมกมุ่นนั้นมีความเครียดและความวิตกกังวลเป็นเชื้อเพลิง มันมักแสดงออกมาในรูปของความทะเยอทะยานในอาชีพ การลงทุนเชิงรุก และแรงขับแบบคนที่จริงจังกับความสำเร็จและชอบแข่งขัน หรือบุคลิกแบบ Type A
.
แต่เมื่อร่ำรวยขึ้นมา พวกเขากลับพบว่าตัวเองปล่อยความเครียดนั้นไปไม่ได้ เพราะมันฝังตัวเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนไปแล้ว
.
บางคนทำงานสัปดาห์ละ 80 ชั่วโมง เพราะอยากไปถึงวันที่ไม่ต้องทำงานอีกเลย
.
แต่พอมีเงินมากพอจะเกษียณ กลับลดการทำงานลงไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตทำอะไรอย่างอื่นนอกจากทำงาน
.
นักวางแผนการเงินหลายคนที่ Morgan เคยพูดคุยด้วยเล่าว่า ความท้าทายใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งคือการทำให้ลูกค้ายอมใช้เงินหลังเกษียณ แม้จะเป็นจำนวนที่เหมาะสมและเผื่อความปลอดภัยไว้อย่างรอบคอบแล้วก็ตาม
.
ความประหยัดและการออมกลายเป็นส่วนสำคัญของตัวตนเสียจนพวกเขาเปลี่ยนวิถีชีวิตไม่เป็น
.
Morgan คิดว่าสำหรับบางคน การเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะการได้เฝ้าดูเงินเติบโตแบบทบต้นทำให้มีความสุขมากกว่าการนำเงินไปใช้เสียอีก
.
แต่สำหรับคนที่มีเป้าหมายสูงสุดคือการเลิกคิดเรื่องเงิน พวกเขากลับติดอยู่ในกับดัก
.
การไม่ยอมรับว่าตัวเองไปถึงเป้าหมายแล้ว อาจเลวร้ายพอๆ กับการไปไม่ถึงเป้าหมายตั้งแต่แรก
.
…………….
.
- เรื่องความร่ำรวยกับลูก ไม่มีวิธีจัดการที่ง่าย
.
เพื่อนผู้ร่ำรวยคนหนึ่งเคยถาม Charlie Munger ว่า การทิ้งเงินก้อนโตไว้ให้ลูกจะทำลายแรงผลักดันและความทะเยอทะยานของพวกเขาหรือไม่
.
“แน่นอนว่าทำลาย” Charlie ตอบ “แต่ก็ยังต้องให้”
.
“ทำไมล่ะ?” เพื่อนถาม
.
“เพราะถ้าไม่ให้เงิน ลูกก็จะเกลียดเอา” Charlie ตอบ
.
Morgan มองว่าบทสนทนานี้คล้ายคำแนะนำหลายอย่างของ Munger คือถูกถ่ายทอดให้ฟังแล้วจำได้ทันที และน่าจะจริงสัก 80 เปอร์เซ็นต์
.
แต่โดยรวมแล้ว Munger ก็พูดถูก ทางเลือกของคนรวยมักหนีไม่พ้นสองทาง คือปล่อยให้มรดกบั่นทอนความทะเยอทะยานของลูก หรือเสี่ยงให้เกิดความขัดแย้งบางอย่างจากการไม่ยอมมอบชีวิตที่สุขสบายให้พวกเขา
.
Warren Buffett เคยกล่าวว่า เขามักได้ยินคนรวยพูดถึงอันตรายของสังคมสวัสดิการ ว่ามันสร้างคนรุ่นใหม่ที่เอาแต่พึ่งพาคูปองอาหารและเงินช่วยเหลือผู้ว่างงาน
.
แต่ Buffett ตั้งข้อสังเกตว่า
.
“คนกลุ่มเดียวกันนี้กลับทิ้งคูปองอาหารที่ใช้ได้ตลอดชีวิตและมากกว่านั้นไว้ให้ลูก เพียงเปลี่ยนจากเจ้าหน้าที่สวัสดิการมาเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลกองทรัสต์ และเปลี่ยนจากคูปองอาหารมาเป็นหุ้นกับพันธบัตรที่คอยจ่ายผลตอบแทนให้”
.
แน่นอนว่ามีข้อยกเว้น ลูกคนรวยบางคนได้รับมรดกแล้วความทะเยอทะยานก็ยังไม่ลดลง แต่ข้อยกเว้นเหล่านั้นส่วนใหญ่มักเกิดจากตัวเด็กเองที่มีคุณสมบัติพิเศษ มากกว่าจะเป็นผลจากการตัดสินใจอันชาญฉลาดของพ่อแม่
.
ต่อให้ Bill Gates ในวัย 18 ปีได้รับมรดก 1,000 ล้านดอลลาร์ เงินก้อนนั้นก็คงไม่หยุดความทะเยอทะยานของเขา Steve Jobs และ Elon Musk ก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกัน
.
Mark Zuckerberg ได้รับข้อเสนอซื้อ Facebook ด้วยเงินสด 1,000 ล้านดอลลาร์ตอนอายุ 22 ปี เขาไม่สะทกสะท้าน และไม่แม้แต่จะเก็บข้อเสนอนั้นไปพิจารณา
.
แต่คนแบบนี้หาได้ยาก คนส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยความกลัวว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเป็นแรงผลักดัน
.
Chris Davis เพื่อนของ Morgan เติบโตมาในครอบครัวที่มั่งคั่ง ปู่ของเขาคือ Shelby Davis นักลงทุนระดับตำนานที่เปลี่ยนเงิน 50,000 ดอลลาร์ให้กลายเป็นเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์
.
แต่ Chris ถูกบอกตั้งแต่ยังเด็กว่า เขาจะไม่ได้รับเงินก้อนนั้นแม้แต่แดงเดียว เพราะครอบครัวไม่ต้องการพรากโอกาสที่เขาจะสร้างความสำเร็จด้วยตัวเอง
.
Chris จึงพูดติดตลกว่า
.
“จะพรากโอกาสของผมไปสักหน่อยก็ได้นะ”
.
เรื่องนี้ไม่เคยง่ายเลย
.
………….
.
- ความมั่งคั่งที่ได้มาเร็ว เป็นความมั่งคั่งที่เปราะบาง
.
Morgan ชอบแนวคิดที่ว่า ระยะเวลาที่ใช้สร้างความร่ำรวยเป็นเหมือน “ครึ่งชีวิต” ของมัน กล่าวคืออาจบอกได้ว่าใช้เวลานานแค่ไหน ความมั่งคั่งนั้นจึงจะหายไปครึ่งหนึ่ง
.
หากเงินเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าได้ภายในหนึ่งปี ก็ไม่ควรแปลกใจเมื่อมันลดลงครึ่งหนึ่งได้รวดเร็วพอกัน
.
ขยายธุรกิจแบบสายฟ้าแลบ ก็อาจล้มเหลวแบบสายฟ้าแลบได้เช่นกัน
.
ความร่ำรวยที่มาเร็วและเปราะบางมักมีสองเรื่องเกิดขึ้นพร้อมกัน
.
เรื่องแรกคือ เงินที่ได้มาง่ายมักถูกใช้ไปง่ายเช่นกัน
.
เมื่อเงินมาเร็ว ความรู้สึกเสียดายตอนเอาไปถลุงกับของไร้สาระก็มีน้อย คนเรามักระมัดระวังกับสิ่งที่รู้สึกว่ามีคุณค่าต่อตัวเอง
.
การใช้เงินที่ได้มาอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้ลงแรงหรือใช้เวลามากนัก อาจให้ความรู้สึกคล้ายความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน คือปล่อยตัวไปตามอารมณ์ แล้วมีโอกาสมานั่งเสียใจภายหลัง
.
คนที่รวยมานานมองหาช่องทางลดภาษี
.
ส่วนคนที่เพิ่งรวยมองหา Lamborghini
.
เรื่องที่สองคือ ยิ่งความร่ำรวยเกิดขึ้นเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้นที่มันมาจากโชค ซึ่งอาจพลิกกลับได้รวดเร็วพอกัน
.
เมื่อนำสองเรื่องนี้มารวมกัน ทุกครั้งที่เกิดกระแสคนรวยเร็วขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ก็พอมองเห็นได้ว่าเรื่องจะจบไม่สวย คริปโตในปี 2021 เป็นตัวอย่างที่ดี
.
เพราะโชคกำลังเปลี่ยนเป็นความเสี่ยง และการใช้จ่ายอวดฐานะที่ใครๆ มองเห็น กำลังเปลี่ยนเป็นหนี้จากวิถีชีวิตที่ไม่มีใครมองเห็น
.
…………..
.
- ชื่อเสียงมีแรงส่งทั้งขาขึ้นและขาลง เพราะผู้คนอยากอยู่ข้างผู้ชนะและหลีกหนีผู้แพ้
.
ยิ่งประสบความสำเร็จ ผู้คนก็ยิ่งอยากเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นเรื่องดี
.
แต่แรงดึงดูดนี้ทรงพลังพอกันในทิศทางตรงกันข้าม
.
คนที่เพิ่งเริ่มต้นอาชีพอาจทำพลาดแล้วฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการย้ายไปทำงานบริษัทถัดไป
.
แต่สำหรับคนหรือบริษัทที่ประสบความสำเร็จ ความผิดพลาดแต่ละอย่างจะถูกกระจายเป็นข่าว และกลายเป็นเรื่องซุบซิบไปทั่วเครือข่ายคนรู้จัก
.
ปัญหาของ Lehman Brothers ในปี 2008 กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งระดับประเทศ ขณะที่ธนาคารเล็กๆ ในชุมชนอาจกำลังจนมุมโดยแทบไม่มีใครรับรู้
.
บริษัทอย่าง Sears ก็เข้าข่ายเดียวกัน เมื่อทุกคนรู้ว่าบริษัทกำลังย่ำแย่ ก็ไม่มีใครอยากเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน นักลงทุน หรือผู้ขายสินค้าให้บริษัท
.
เรื่องนี้คล้ายคำพูดที่ว่า
.
“ลิงยิ่งปีนเสาสูง คนก็ยิ่งเห็นก้นมันชัด”
.
………….
.
- ความคาดหวังอาจโตเร็วกว่ารายได้ จนรายได้ที่เพิ่มขึ้นกลับทำให้ความคาดหวังพุ่งเกินควบคุม
.
ความร่ำรวยเป็นเรื่องเปรียบเทียบ ความหรูหราก็เช่นกัน ทั้งสองอย่างเกิดจากการเปรียบเทียบสิ่งที่ตัวเองมีกับสิ่งที่คนอื่นมี
.
ความย้อนแย้งอย่างหนึ่งที่ Morgan พบเห็นบ่อยคือ คนที่ร่ำรวยที่สุดบางคนกลับเป็นกลุ่มที่เสี่ยงจะปล่อยให้ความคาดหวังพุ่งเกินควบคุมมากที่สุด เพราะพวกเขารับรู้ละเอียดเป็นพิเศษว่าคนรวยคนอื่นใช้ชีวิตกันอย่างไร
.
ในปี 1907 นักเขียน William Dawson เขียนถึงความรู้สึกมั่งคั่งว่า มันขึ้นอยู่กับสิ่งที่คนคนหนึ่งคุ้นเคย
.
“คนที่มีการศึกษาและเคยอยู่อย่างสุขสบาย คงทุกข์ทรมานจนบรรยายไม่ถูก หากต้องย้ายไปอยู่ในห้องเดียวของอาคารเช่าที่แออัดและสกปรก แล้วดำรงชีวิตด้วยค่าจ้างอันน้อยนิดและไม่แน่นอน เขาจะถูกทรมานด้วยความทรงจำถึงสิ่งที่เคยดีกว่านี้ ซึ่งมีผู้กล่าวไว้ว่านั่นคือความเศร้าที่เจ็บปวดที่สุดในบรรดาความเศร้าทั้งหลาย
.
“ส่วนคนที่ไม่เคยรู้จักชีวิตแบบอื่น ย่อมไม่ตระหนักถึงความทุกข์ยากของสภาพที่ตนอยู่ เพราะไม่มีมาตรฐานอื่นให้เปรียบเทียบ สภาพแวดล้อมที่อาจทำให้คนซึ่งเคยมีชีวิตประณีตสุขสบายคิดฆ่าตัวตาย กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจด้วยซ้ำ คนยากจนจึงมีความสุขอยู่มากกว่าที่คนทั่วไปคิดกันมาก”
.
สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้ชัดเจนยิ่งขึ้นคือ ตัว Dawson เองก็ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ และใช้ชีวิตสุขสบายตามมาตรฐานของยุคนั้น
.
แต่ Dawson ซึ่งเสียชีวิตในปี 1928 ใช้ชีวิตส่วนใหญ่โดยไม่มีไฟฟ้าหรือเครื่องปรับอากาศ เขาไม่เคยเข้าถึงยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด Advil หรือวัคซีนโปลิโอ ไม่เคยได้สัมผัสการพยากรณ์อากาศที่แม่นยำพอจะเชื่อถือได้ หรือระบบทางหลวงระหว่างรัฐ
.
หากส่งชาวอเมริกันทั่วไปในยุคปัจจุบันย้อนเวลากลับไปใช้ชีวิตแบบ Dawson คนคนนั้นก็คงรู้สึก “ทุกข์ทรมานจนบรรยายไม่ถูก” แบบเดียวกับที่ Dawson เขียนไว้
.
แต่ Dawson ไม่มีชีวิตในยุคปัจจุบันให้เปรียบเทียบ ชีวิตของเขาจึงให้ความรู้สึกหรูหราแล้ว
.
สิ่งดีๆ ในชีวิตล้วนขึ้นอยู่กับช่องว่างระหว่างความคาดหวังกับความเป็นจริง
.
และเมื่อสิ่งที่ใช้เป็นหลักในการเปรียบเทียบคือชีวิตของคนรวยที่กำลังพยายามทำให้อีกฝ่ายประทับใจ ช่องว่างนั้นก็หดหายไปได้อย่างรวดเร็ว
.
…………….
.
- อีก 100 ปีข้างหน้า ก็ไม่มีใครจดจำคนคนนั้นแล้ว
.
Morgan Housel จึงมองว่า คนเราควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่จะทำให้มีความสุขในเวลานี้ มากกว่าจะเฝ้าคิดว่าเงินอาจซื้ออะไรให้ได้บ้างในอนาคต
.
.
มีสุภาษิตสกอตบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า
“จงมีความสุขขณะที่ยังมีชีวิต เพราะเวลาที่ต้องเป็นคนตายนั้นยาวนานเหลือเกิน”
4 จังหวัดเท่านั้นในไทย ที่เคยมีการค้นพบอุกกาบาตจากนอกโลก
ทำไมเราถึงจำคำติแย่ๆ ได้แม่นกว่าคำชม?
5 จังหวัดในไทยที่ชาวต่างชาติชอบมากที่สุด และนิยมย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณ
แม่ทำเนียมลอตเตอรี่เปิด 10 อันดับเลขขายดี! เสริมเลขมงคลจากประวัติศาสตร์และงานสำคัญ งวด 16 พ.ย. 2569
ทำไมเวลาซื้อลอตเตอรี่ สมองถึงมั่นใจว่าจะถูกรางวัล?
รู้จัก “ปลาหวานโรยงา” อาหารแปรรูปยอดฮิต แท้จริงแล้วทำจากปลาอะไร?
ไทยเสี่ยงตายโดดเดี่ยวขั้นต่ำปีละ 47,000 คน เปิดแผนรับมือผู้สูงอายุด้วย ‘3 ค’
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?
ส่องแนวทางเลขธูปมงคล ท้าวเวสสุวรรณ 16 พ.ย. 2569
ทำไมการนำภาชนะโลหะเข้าเตาไมโครเวฟจึงเป็นอันตราย
เหล็กไหลหรือขี้ตะกรัน เปิดที่มาก้อนปริศนาจากเตาถลุงเหล็กโบราณ ที่ซ่อนประวัติศาสตร์ไทย
ไทยเสี่ยงตายโดดเดี่ยวขั้นต่ำปีละ 47,000 คน เปิดแผนรับมือผู้สูงอายุด้วย ‘3 ค’
ทำไมเวลาซื้อลอตเตอรี่ สมองถึงมั่นใจว่าจะถูกรางวัล?
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?
เปิดพิกัดทางหลวง 117 ถนนสายยาวผ่านพิจิตร กับปริศนาทางตรงเกือบ 100 กิโลเมตร
เรือพิฆาต HMS Tiger จมหลังชนกันในยามสงบเมื่อปี 1908—ซากที่ค้นพบช่วยยืนยันอะไร?
ศูนย์ข้อมูล AI ในเบงกาลูรูใช้น้ำอย่างไร และชุมชนตรวจสอบผลกระทบได้แค่ไหน?






