หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

เปิด 10 อาชีพอนาคต! AI แย่งงานยาก เปิดสายงานที่ตลาดยังต้องการ

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า


ถ้าพูดถึงโลกการทำงานในปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่การทำงานหลายอย่างต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ปัจจุบัน AI สามารถช่วยเขียนบทความ แปลภาษา วิเคราะห์ข้อมูล สร้างภาพ ออกแบบงาน ตอบคำถาม ตลอดจนช่วยเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้คนทำงานจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามว่า ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า อาชีพที่ทำอยู่จะยังมีความจำเป็นหรือไม่ และคนรุ่นใหม่ควรเลือกเรียนหรือประกอบอาชีพอะไรจึงจะสามารถอยู่รอดในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน

โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเอกสาร การป้อนข้อมูล งานธุรการ และงานที่มีขั้นตอนซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มงานที่เทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยทำหรือทำแทนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังมีอาชีพอีกหลายประเภทที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง ประสบการณ์ การลงมือปฏิบัติจริง ความรับผิดชอบ และความเข้าใจมนุษย์ ซึ่งยังเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทำหน้าที่แทนได้อย่างสมบูรณ์

ข้อมูลจากรายงาน Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum (WEF) คาดการณ์ว่า ระหว่างปี 2025-2030 ตลาดแรงงานทั่วโลกจะเกิดทั้งการสร้างงานใหม่และการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งงานเดิม โดยคาดว่าจะมีงานใหม่ประมาณ 170 ล้านตำแหน่ง และงานเดิมประมาณ 92 ล้านตำแหน่งถูกแทนที่หรือได้รับผลกระทบ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นสุทธิประมาณ 78 ล้านตำแหน่ง

รายงานฉบับเดียวกันยังชี้ว่า งานด้านเทคโนโลยีมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่งานด้านการดูแลสุขภาพ การศึกษา การก่อสร้าง การเกษตร และการขนส่งก็ยังมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโลก

ส่วนองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุในรายงาน Generative AI and Jobs: A 2025 Update ว่า แรงงานทั่วโลกประมาณ 1 ใน 4 อยู่ในอาชีพที่มีโอกาสได้รับผลกระทบจาก Generative AI ในระดับใดระดับหนึ่ง แต่ผลลัพธ์ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นมากกว่าคือการเปลี่ยนแปลงลักษณะงาน มากกว่าการทำให้อาชีพทั้งหมดหายไป

เมื่อพิจารณาข้อมูลเหล่านี้ประกอบกับความต้องการกำลังคนของประเทศไทย จึงสามารถมองเห็นกลุ่มอาชีพที่น่าจับตามองในอนาคตได้อย่างชัดเจน

เปิด 10 อาชีพอนาคตที่ยังมีความสำคัญ แม้ AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

1. พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ดูแลผู้สูงอายุ

หนึ่งในกลุ่มอาชีพที่มีความสำคัญอย่างต่อเนื่องคือบุคลากรด้านสุขภาพ เพราะไม่ว่าสังคมจะพัฒนาไปมากเพียงใด มนุษย์ยังคงต้องการการดูแลรักษาเมื่อเจ็บป่วย รวมถึงการฟื้นฟูร่างกายและการดูแลผู้สูงอายุ

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ความต้องการบริการด้านสุขภาพ การดูแลระยะยาว และการฟื้นฟูสมรรถภาพมีความสำคัญมากขึ้น

อาชีพในกลุ่มนี้ไม่ได้มีเพียงแพทย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงพยาบาล นักกายภาพบำบัด นักเทคนิคการแพทย์ ผู้ช่วยพยาบาล และผู้ดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งแต่ละตำแหน่งมีหน้าที่แตกต่างกันไปตามความรู้และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพ

แม้ AI จะช่วยวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ ประมวลผลผลตรวจ คัดกรองความเสี่ยง และจัดการข้อมูลผู้ป่วยได้ แต่การตรวจร่างกาย การประเมินอาการ การสื่อสารกับผู้ป่วย และการตัดสินใจรักษาที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตมนุษย์ยังจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้และได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

โดยเฉพาะงานพยาบาลและการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งต้องใช้ความเอาใจใส่ ความอดทน และการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด จึงเป็นกลุ่มอาชีพที่น่าจับตามองในระยะยาว

2. ครู อาจารย์ และบุคลากรด้านการศึกษา

การศึกษาเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่ยังต้องการมนุษย์ แม้ปัจจุบัน AI จะสามารถอธิบายบทเรียน สรุปเนื้อหา สร้างแบบฝึกหัด และตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว แต่การเป็นครูไม่ได้มีหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้จากหนังสือไปสู่ผู้เรียนเท่านั้น

ครูยังต้องเข้าใจความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน สังเกตพฤติกรรม ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนปลูกฝังวินัยและความรับผิดชอบ

นักเรียนแต่ละคนมีพื้นฐาน ความสามารถ และปัญหาที่แตกต่างกัน บางคนเรียนรู้ได้รวดเร็ว ขณะที่บางคนต้องได้รับการอธิบายเพิ่มเติมหรือคำแนะนำเป็นพิเศษ สิ่งเหล่านี้ทำให้บทบาทของครูยังมีความสำคัญ แม้จะมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน

ในอนาคต ครูที่สามารถใช้ AI เพื่อสร้างสื่อการสอน ออกแบบกิจกรรม และวิเคราะห์พัฒนาการของผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม อาจมีความได้เปรียบในการทำงานมากขึ้น

นอกจากนี้ อาชีพนักออกแบบหลักสูตร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา และผู้ฝึกอบรมทักษะอาชีพก็เป็นอีกกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญ เพราะแรงงานจำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

3. ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI วิทยาศาสตร์ข้อมูล และความปลอดภัยไซเบอร์

เมื่อธุรกิจ หน่วยงานรัฐ โรงพยาบาล และสถาบันการศึกษานำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้มากขึ้น ความต้องการบุคลากรที่สามารถพัฒนา ดูแล และรักษาความปลอดภัยของระบบเหล่านี้ก็เพิ่มความสำคัญตามไปด้วย

อาชีพที่น่าสนใจ ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล วิศวกรข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคลาวด์

บุคลากรเหล่านี้มีหน้าที่ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์รูปแบบความผิดปกติ พัฒนาแบบจำลอง AI ไปจนถึงการออกแบบระบบป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์

ตัวอย่างเช่น ธนาคารต้องป้องกันการโจรกรรมข้อมูลและการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ โรงพยาบาลต้องรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วย ส่วนบริษัทเอกชนต้องป้องกันระบบภายในไม่ให้ถูกโจมตีจนเกิดความเสียหายต่อธุรกิจ

แม้ AI จะช่วยตรวจจับภัยคุกคามและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ แต่การกำหนดนโยบายความปลอดภัย การประเมินความเสี่ยง และการรับมือกับเหตุการณ์ที่ซับซ้อนยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ

ข้อมูลจาก WEF ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data, AI และ Machine Learning รวมถึงนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เป็นกลุ่มตำแหน่งงานที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วในเชิงสัดส่วนระหว่างปี 2025-2030

จึงเป็นสายอาชีพที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชอบคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา

4. วิศวกรไฟฟ้า วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ และผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์

อุตสาหกรรมการผลิตกำลังเปลี่ยนแปลงจากการใช้แรงงานคนในกระบวนการเดิม ไปสู่โรงงานอัจฉริยะที่นำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ร่วมกัน

ทำให้วิศวกรไฟฟ้า วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรระบบควบคุม และผู้เชี่ยวชาญด้านเมคคาทรอนิกส์มีบทบาทสำคัญมากขึ้น

งานในกลุ่มนี้ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบวงจรไฟฟ้า การพัฒนาระบบควบคุมเครื่องจักร การติดตั้งหุ่นยนต์ในโรงงาน ไปจนถึงการตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบอัตโนมัติ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือโรงงานผลิตรถยนต์ โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เครื่องจักรความแม่นยำสูง ซึ่งจำเป็นต้องมีบุคลากรคอยดูแลให้ระบบทำงานได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

AI สามารถช่วยออกแบบ คำนวณ และตรวจสอบข้อมูลทางวิศวกรรมได้ แต่การนำระบบไปติดตั้งจริง การตรวจสอบอุปกรณ์ และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสถานประกอบการยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับประเทศไทย รายงาน Thailand Talent Landscape 2025-2029 ของ สอวช. ยังสะท้อนความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรมอย่างชัดเจน

5. โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และวิศวกรระบบ

หลายคนอาจคิดว่าเมื่อ AI สามารถเขียนโค้ดได้แล้ว อาชีพโปรแกรมเมอร์อาจหมดความจำเป็นในอนาคต แต่ในความเป็นจริง การพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่ได้จบลงเพียงการเขียนคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

ผู้พัฒนาระบบยังต้องทำความเข้าใจปัญหาของผู้ใช้งาน ออกแบบโครงสร้างโปรแกรม ตรวจสอบความปลอดภัย ทดสอบระบบ และแก้ไขข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นหลังนำไปใช้งานจริง

ตัวอย่างเช่น ระบบธนาคารออนไลน์ ระบบโรงพยาบาล โปรแกรมบริหารคลังสินค้า และแอปพลิเคชันสำหรับธุรกิจ ล้วนต้องอาศัยการออกแบบที่รอบคอบ เพราะข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจสร้างความเสียหายได้

ปัจจุบัน AI สามารถช่วยเขียนโค้ด ตรวจสอบข้อผิดพลาด และเสนอแนวทางแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ทำให้โปรแกรมเมอร์สามารถทำงานบางขั้นตอนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนายังต้องเป็นผู้ตรวจสอบว่าโค้ดที่ AI สร้างขึ้นถูกต้อง ปลอดภัย และตอบโจทย์การใช้งานจริงหรือไม่

อาชีพนี้จึงมีแนวโน้มเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน โดยผู้ที่เข้าใจทั้งพื้นฐานการเขียนโปรแกรม การออกแบบระบบ และการใช้ AI เป็นเครื่องมือ จะมีโอกาสปรับตัวได้ดีกว่าผู้ที่พึ่งพาการสร้างโค้ดโดยไม่เข้าใจหลักการทำงาน

6. พนักงานโลจิสติกส์ การขนส่ง และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารห่วงโซ่อุปทาน

สินค้าทุกชนิดที่ผู้บริโภคซื้อ ตั้งแต่อาหารสด เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงวัตถุดิบในโรงงาน ล้วนต้องผ่านกระบวนการขนส่งและจัดการสินค้า

ทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์เป็นส่วนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในยุคที่การซื้อขายออนไลน์เติบโตและผู้บริโภคคาดหวังว่าจะได้รับสินค้าอย่างรวดเร็ว

อาชีพในกลุ่มนี้ประกอบด้วยผู้จัดการคลังสินค้า เจ้าหน้าที่วางแผนการขนส่ง นักวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทาน พนักงานจัดส่งสินค้า และผู้ควบคุมระบบกระจายสินค้า

แม้ AI จะช่วยคำนวณเส้นทาง ประเมินปริมาณสินค้า และจัดตารางการขนส่งได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงยังต้องมีคนคอยตัดสินใจ เช่น รถขนส่งเกิดอุบัติเหตุ สินค้าเสียหาย เส้นทางถูกปิด หรือเกิดความล่าช้าจากสภาพอากาศ

รายงาน Future of Jobs Report 2025 ยังจัดให้พนักงานขับรถส่งสินค้าเป็นหนึ่งในกลุ่มงานที่คาดว่าจะมีการเติบโตด้านจำนวนตำแหน่งงาน ขณะเดียวกันประเทศไทยก็มีความต้องการบุคลากรในอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์สูงมาก

จึงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มอาชีพที่ควรจับตามอง โดยเฉพาะผู้ที่มีความรู้ด้านการบริหารจัดการและสามารถใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลได้

7. วิศวกรก่อสร้าง สถาปนิก และผู้ควบคุมงานก่อสร้าง

แม้เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยออกแบบอาคาร สร้างแบบจำลองสามมิติ และคำนวณโครงสร้างได้ แต่การก่อสร้างจริงยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาทำงานร่วมกัน

ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรโยธา สถาปนิก ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ช่างสำรวจ และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบอาคาร

งานเหล่านี้ต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของโครงสร้าง ตั้งแต่การตรวจสอบพื้นที่ การเลือกวัสดุ การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างก่อสร้าง

ตัวอย่างเช่น หากพบว่าพื้นที่ก่อสร้างมีสภาพดินแตกต่างจากข้อมูลที่สำรวจไว้ วิศวกรจำเป็นต้องประเมินผลกระทบและปรับแนวทางการทำงานให้เหมาะสม ไม่สามารถนำผลลัพธ์จาก AI มาใช้โดยไม่ตรวจสอบได้

นอกจากนี้ การขยายตัวของเมือง โครงการสาธารณูปโภค การพัฒนาระบบขนส่ง และการปรับปรุงอาคารเก่า ยังทำให้บุคลากรด้านก่อสร้างมีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง

WEF ยังระบุว่าพนักงานก่อสร้างเป็นหนึ่งในกลุ่มงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเชิงจำนวนตำแหน่งงานทั่วโลกในช่วงปี 2025-2030

8. เกษตรกร นักวิชาการเกษตร และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอาหาร

อาหารเป็นปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด ทุกประเทศยังจำเป็นต้องมีระบบผลิตอาหารที่เพียงพอและมีคุณภาพ

อาชีพเกษตรกรจึงยังมีความสำคัญ แต่รูปแบบการทำเกษตรในอนาคตอาจเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์สภาพดิน ความชื้น ปริมาณน้ำ สภาพอากาศ และความเสี่ยงจากโรคพืช รวมถึงการใช้โดรนและระบบอัตโนมัติในการดูแลพื้นที่เพาะปลูก

AI สามารถช่วยเกษตรกรประเมินช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเพาะปลูก คาดการณ์ผลผลิต และตรวจจับความผิดปกติของพืชได้ แต่การจัดการพื้นที่จริงยังต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงาน

นอกจากนี้ ยังมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาหารแห่งอนาคต เช่น นักวิจัยอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหาร นักเทคโนโลยีชีวภาพ และนักพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร

ประเทศไทยมีพื้นฐานด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารอยู่แล้ว การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มคุณภาพและมูลค่าของสินค้าเกษตรจึงเป็นอีกโอกาสสำคัญของตลาดแรงงาน

9. ช่างไฟฟ้า ช่างซ่อมบำรุง และช่างเทคนิคเฉพาะทาง

นี่เป็นกลุ่มอาชีพที่หลายคนอาจมองข้าม แต่มีความสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตและระบบเศรษฐกิจ

ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล หรือสถานประกอบการต่าง ๆ ล้วนต้องมีระบบไฟฟ้า เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ต้องได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาอยู่เสมอ

อาชีพในกลุ่มนี้ประกอบด้วยช่างไฟฟ้า ช่างเครื่องปรับอากาศ ช่างยนต์ ช่างระบบทำความเย็น ช่างซ่อมเครื่องจักร และช่างเทคนิคอุตสาหกรรม

แม้จะมีหุ่นยนต์และ AI เข้ามาช่วยตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์ แต่การลงพื้นที่ตรวจสอบ การถอดประกอบ การเปลี่ยนอะไหล่ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก็ยังจำเป็นต้องใช้ทักษะของมนุษย์

ตัวอย่างเช่น เมื่อเครื่องจักรในโรงงานหยุดทำงาน ช่างเทคนิคต้องตรวจสอบหาสาเหตุว่าปัญหาเกิดจากระบบไฟฟ้า มอเตอร์ เซนเซอร์ หรือชิ้นส่วนทางกล ก่อนจะดำเนินการซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย

ยิ่งอุตสาหกรรมมีการใช้เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติมากขึ้น ความรู้ด้านการซ่อมบำรุงและการควบคุมระบบก็ยิ่งมีความสำคัญ

ผู้ที่มีทักษะปฏิบัติจริง ผ่านการฝึกอบรม และมีใบรับรองตามที่กฎหมายหรือมาตรฐานวิชาชีพกำหนด จึงมีโอกาสต่อยอดไปสู่งานเฉพาะทางที่มีความต้องการในตลาดแรงงาน

10. วิศวกรพลังงานสะอาดและผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหามลพิษ และความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้หลายประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานสะอาดและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อาชีพด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมจึงเป็นอีกกลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับความสนใจมากขึ้นในอนาคต

ตัวอย่างตำแหน่งงาน ได้แก่ วิศวกรพลังงานแสงอาทิตย์ วิศวกรพลังงานลม ผู้เชี่ยวชาญระบบกักเก็บพลังงาน วิศวกรยานยนต์ไฟฟ้า นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการของเสีย

หน้าที่ของบุคลากรกลุ่มนี้ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การวิเคราะห์การใช้พลังงานในโรงงาน การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการพัฒนาแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

AI สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน คาดการณ์ประสิทธิภาพของระบบ และประเมินแนวโน้มการผลิตไฟฟ้าได้ แต่การออกแบบ ติดตั้ง ตรวจสอบความปลอดภัย และดำเนินโครงการจริงยังต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ

WEF ระบุว่าอาชีพที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เป็นหนึ่งในกลุ่มงานที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วในช่วงปี 2025-2030

จึงเป็นสายงานที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ตลาดแรงงานไทยกำลังต้องการคนแบบไหน? เปิดตัวเลขที่น่าสนใจจาก สอวช.

นอกจากแนวโน้มระดับโลกแล้ว สิ่งที่คนไทยควรให้ความสนใจคือความต้องการกำลังคนภายในประเทศ เพราะอาชีพที่เติบโตในต่างประเทศอาจไม่ได้มีความต้องการในประเทศไทยเท่ากันทุกสาขา

รายงาน Thailand Talent Landscape 2025-2029 ของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สอวช. ได้สำรวจความต้องการบุคลากรทักษะสูงใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย โดยรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสำรวจองค์กรธุรกิจมากกว่า 300 แห่ง

ผลการศึกษาประเมินความต้องการบุคลากรในตำแหน่งงานสำคัญตลอดช่วง 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2568-2572 ไว้ที่ประมาณ 1,087,448 ตำแหน่ง

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยยังมีความต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางในหลายอุตสาหกรรม โดยกลุ่มที่มีความต้องการสูง ได้แก่

  1. อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ ประมาณ 440,573 ตำแหน่ง
  2. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม ประมาณ 226,423 ตำแหน่ง
  3. อุตสาหกรรมดิจิทัล ประมาณ 87,568 ตำแหน่ง
  4. อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ประมาณ 77,652 ตำแหน่ง
  5. อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ประมาณ 71,207 ตำแหน่ง
  6. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประมาณ 60,004 ตำแหน่ง
  7. อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ประมาณ 54,521 ตำแหน่ง
  8. อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารและอาหารแห่งอนาคต ประมาณ 47,579 ตำแหน่ง
  9. อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ เคมีชีวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ และเศรษฐกิจสีเขียว ประมาณ 13,372 ตำแหน่ง
  10. อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ ประมาณ 8,649 ตำแหน่ง

ข้อมูลนี้มีความน่าสนใจตรงที่ความต้องการกำลังคนของประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอาชีพด้านคอมพิวเตอร์หรือ AI เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการขนส่ง วิศวกรรม การผลิต การแพทย์ อาหาร และการเกษตรด้วย

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นประมาณการความต้องการบุคลากรทักษะสูงในตำแหน่งงานสำคัญของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ไม่ใช่จำนวนตำแหน่งงานว่างที่เปิดรับสมัครทันทีทั้งหมด และไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่เรียนจบในสาขาเหล่านี้จะได้รับการจ้างงานโดยอัตโนมัติ

สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การพัฒนาความรู้และทักษะให้ตรงกับคุณสมบัติที่นายจ้างต้องการ

5 ทักษะสำคัญที่คนทำงานควรมี หากต้องการอยู่รอดในยุค AI

เมื่อเห็นแนวโน้มของอาชีพในอนาคตแล้ว อีกประเด็นหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน เพราะต่อให้เลือกอาชีพที่มีแนวโน้มเติบโต แต่หากไม่มีความสามารถที่ตลาดแรงงานต้องการ ก็อาจเสียเปรียบในการแข่งขันได้เช่นกัน

  1. ทักษะการใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล คนทำงานควรรู้จักใช้เครื่องมือ AI ให้เหมาะกับหน้าที่ สามารถตั้งคำถาม ตรวจสอบคำตอบ และนำผลลัพธ์ไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่เชื่อทุกอย่างที่ระบบสร้างขึ้นโดยไม่ตรวจสอบ

  2. ทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา การทำความเข้าใจสาเหตุของปัญหา การพิจารณาทางเลือก และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล เป็นความสามารถที่สำคัญมาก โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป

  3. ทักษะการสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานกับลูกค้า ผู้ป่วย นักเรียน หรือเพื่อนร่วมงาน การสื่อสารที่ชัดเจนและการประสานงานที่ดีช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

  4. ทักษะเฉพาะทางและประสบการณ์จริง คนทำงานควรมีความรู้ลึกในสาขาที่ตนเองรับผิดชอบ เช่น วิศวกรรม การแพทย์ การซ่อมบำรุง การเกษตร หรือการบริหารจัดการ เพราะการมีทักษะเฉพาะทางทำให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  5. ทักษะการเรียนรู้และปรับตัวตลอดชีวิต เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ความรู้ที่เคยเพียงพอในวันนี้อาจไม่เพียงพอในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การเรียนรู้เพิ่มเติม ฝึกอบรม และพัฒนาความสามารถจึงเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกวัยควรให้ความสำคัญ

รายงานของ WEF ยังประเมินว่า ทักษะของแรงงานโดยเฉลี่ยประมาณ 39% อาจเปลี่ยนแปลงหรือกลายเป็นทักษะที่ล้าสมัยในช่วงปี 2025-2030 และแรงงานประมาณ 59% จะต้องได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมหรือพัฒนาทักษะใหม่

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การเรียนรู้ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อเรียนจบหรือได้รับปริญญา แต่เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินต่อไปตลอดเส้นทางอาชีพ

บทสรุป: AI อาจเปลี่ยนโลกการทำงาน แต่คนที่พัฒนาตัวเองยังมีโอกาสเสมอ

เมื่อพิจารณาอาชีพทั้ง 10 กลุ่ม จะเห็นได้ว่าอนาคตของตลาดแรงงานไม่ได้มีเพียงสายงานเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังมีอาชีพด้านสุขภาพ การศึกษา วิศวกรรม การก่อสร้าง โลจิสติกส์ การเกษตร งานช่าง และพลังงานสะอาดที่มีความสำคัญต่อสังคม

AI อาจเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความรวดเร็ว และทำให้งานบางประเภทใช้แรงงานคนน้อยลง แต่ในอีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยีก็สร้างความต้องการทักษะใหม่และตำแหน่งงานใหม่ขึ้นมาด้วย

สิ่งที่ควรตระหนักคือ ไม่มีอาชีพใดรับประกันได้ว่าจะปลอดภัยจากการเปลี่ยนแปลงตลอดไป แม้แต่อาชีพที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูงก็อาจได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีในบางขั้นตอน

คนที่มีโอกาสปรับตัวได้ดีจึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งเทคโนโลยีที่สุดเสมอไป แต่อาจเป็นคนที่มีความรู้ในอาชีพของตนเอง เข้าใจวิธีใช้ AI อย่างถูกต้อง มีความรับผิดชอบ และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

สำหรับคนที่กำลังเลือกเรียนหรือมองหาอาชีพใหม่ การพิจารณาความถนัด ความสนใจ ค่าใช้จ่ายในการเรียน โอกาสในการทำงาน และความต้องการของตลาดแรงงานเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เพราะอาชีพที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงอาชีพที่กำลังเป็นกระแส แต่ต้องเป็นงานที่สามารถพัฒนาความสามารถและสร้างรายได้ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ท้ายที่สุด AI อาจเก่งขึ้นทุกวัน แต่อนาคตของคนทำงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสามารถแข่งขันกับ AI ได้มากที่สุดเท่านั้น หากยังขึ้นอยู่กับว่าใครจะรู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อทำงานให้ดีขึ้นและสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้มากกว่าเดิม

แหล่งที่มา

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ ถ้าชอบก็อย่าลืมกดไลน์ กดแชร์และกดติดตามด้วยนะครับเพื่อที่ท่านจะได้ไม่พลาดข่าวสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์และสาระความบันเทิง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 30 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์สาระน่ารู้ ครอบคลุมชีวิต สังคม สุขภาพ ความเชื่อ เลขเด็ด และเรื่องลี้ลับ เน้นข้อมูลน่าเชื่อถือ อ่านง่าย เข้าใจไว
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัดในไทยที่ชาวต่างชาติชอบมากที่สุด และนิยมย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณเปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?ส่องชื่อลูกครึ่งยอดฮิต! ความหมายดี เรียกง่าย เหมาะกับเด็กยุคใหม่ตามกันต่อเลข อ.น๊อตตี้ งวด 16 พฤศจิกายน 2569หนุ่ม กรรชัย จี้ถามกลางโหนกระแส! ก๊อต อธิป ยอมรับปมเงินสร้างมูลนิธิไขปริศนา! ทำไมคนไทยบางพื้นที่ยังไม่มีน้ำประปาใช้ ทั้งที่มีระบบสาธารณูปโภคแล้ว?คิมจองอึนสมัยเด็กเป็นคนอย่างไร ? เพื่อนสมัยเรียนสวิตเซอร์แลนด์เผยอีกมุม ก่อนก้าวสู่อำนาจเด็ก 10 ขวบฟ้องศาล หลังพ่อนำเงินของเขา ที่ได้รับในช่วงตรุษจีน ไปแต่งงานกับเมียใหม่สอบเข้า ม.1 โรงเรียนดัง แข่งขันแค่ไหน เปิด 7 เทคนิคเตรียมตัวที่เด็ก ป.6 ต้องรู้ฐานดวง 7 วันเกิด เปิดโพยหวยลาวงวด 2 พ.ย. 69 เลข 86 นำเด่น พร้อมชุดเลขเด็ดครบทุกแนวทางสรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันสอบเข้า ม.1 โรงเรียนดัง แข่งขันแค่ไหน เปิด 7 เทคนิคเตรียมตัวที่เด็ก ป.6 ต้องรู้หนุ่ม กรรชัย จี้ถามกลางโหนกระแส! ก๊อต อธิป ยอมรับปมเงินสร้างมูลนิธิไขปริศนา! ทำไมคนไทยบางพื้นที่ยังไม่มีน้ำประปาใช้ ทั้งที่มีระบบสาธารณูปโภคแล้ว?เลขเด็ด ปฏิทินคำชะโนด (ฉบับพิเศษ) งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 สายพญานาคส่องเลยส่องชื่อลูกครึ่งยอดฮิต! ความหมายดี เรียกง่าย เหมาะกับเด็กยุคใหม่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ย้อนวันวาน! 10 ของใช้ในอดีต เคยมีแทบทุกบ้าน วันนี้แทบหายไปฟอสซิลพืชในอำพันกะฉิ่นราว 99 ล้านปีบอกอะไรเรื่องเส้นทางสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้?สอบเข้า ม.1 โรงเรียนดัง แข่งขันแค่ไหน เปิด 7 เทคนิคเตรียมตัวที่เด็ก ป.6 ต้องรู้ไขปริศนา! ทำไมคนไทยบางพื้นที่ยังไม่มีน้ำประปาใช้ ทั้งที่มีระบบสาธารณูปโภคแล้ว?
ตั้งกระทู้ใหม่