เจาะลึกมรสุม! ทำไมภาคใต้ยังฝนถล่มหนัก ทั้งที่เข้าหน้าหนาวแล้ว
ถ้าพูดถึงเดือนพฤศจิกายน หลายคนอาจนึกถึงช่วงเวลาแห่งลมหนาว อากาศเย็นสบาย และการเริ่มต้นฤดูหนาวของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เริ่มมีอากาศเย็นลง แต่สำหรับประชาชนในภาคใต้กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะหลายจังหวัดยังต้องเผชิญกับฝนตกต่อเนื่อง และบางพื้นที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก จนต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
สิ่งที่น่าสนใจคือ เหตุใดประเทศไทยตอนบนจึงเริ่มเข้าสู่ช่วงอากาศเย็น ขณะที่ภาคใต้กลับยังมีฝนตกชุก? เรื่องนี้มีคำอธิบายทางอุตุนิยมวิทยาที่เกี่ยวข้องกับระบบมรสุม ทิศทางลม ความชื้นจากทะเล และลักษณะภูมิประเทศ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาคใต้มีฤดูกาลฝนแตกต่างจากภูมิภาคอื่น
ยิ่งไปกว่านั้น กรมอุตุนิยมวิทยายังออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ในช่วงวันที่ 7–9 พฤศจิกายน 2569 ทำให้สถานการณ์ฝนในช่วงต้นเดือนนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนไม่ควรมองข้าม
1. ทำไมเข้าสู่เดือนพฤศจิกายนแล้ว ภาคใต้ยังมีฝนตกหนัก?
คำตอบแรกอยู่ที่ลักษณะภูมิอากาศของประเทศไทย ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันทุกภูมิภาค แม้ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศเย็น แต่ภาคใต้ยังคงได้รับความชื้นจากทะเลและอิทธิพลของลมมรสุมอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกที่ติดกับอ่าวไทย ซึ่งในช่วงปลายปีมักได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกชุกต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า โดยทั่วไปฤดูฝนของประเทศไทยเริ่มประมาณกลางเดือนพฤษภาคมและสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม แต่ภาคใต้ยังคงมีฝนชุกต่อไป โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกที่มักมีฝนตกหนักถึงหนักมากจนเกิดอุทกภัยได้
ดังนั้น การเข้าสู่ฤดูหนาวจึงไม่ได้หมายความว่าฝนจะหยุดตกทั่วประเทศ เพราะแต่ละภูมิภาคได้รับอิทธิพลจากระบบลมและทะเลแตกต่างกัน
2. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ฝนเพิ่มขึ้น
หนึ่งในปัจจัยสำคัญของฝนภาคใต้ช่วงปลายปีคือมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเริ่มมีอิทธิพลต่อประเทศไทยประมาณกลางเดือนตุลาคม และโดยทั่วไปต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์
มรสุมชนิดนี้เกี่ยวข้องกับบริเวณความกดอากาศสูงทางตอนเหนือของทวีปเอเชีย โดยมักนำอากาศเย็นลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้หลายพื้นที่มีอุณหภูมิลดลง
แต่เมื่อกระแสลมพัดผ่านทะเลจีนใต้และอ่าวไทย อากาศก็สามารถรับความชื้นจากผิวน้ำทะเลเข้ามาได้ เมื่อความชื้นเคลื่อนเข้าสู่ภาคใต้และมีสภาพบรรยากาศเหมาะสม จึงเกิดการก่อตัวของเมฆฝนและฝนฟ้าคะนอง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือสามารถทำให้ภาคเหนือและภาคอีสานมีอากาศเย็นลง ขณะที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยกลับมีฝนตกชุกได้ในช่วงเวลาเดียวกัน
3. ทำไมภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยจึงมีฝนมากกว่าบางพื้นที่ในช่วงปลายปี?
หากมองแผนที่ประเทศไทยจะพบว่าภาคใต้มีทะเลขนาบอยู่ทั้งสองด้าน ได้แก่ อ่าวไทยทางฝั่งตะวันออกและทะเลอันดามันทางฝั่งตะวันตก แต่ทั้งสองฝั่งมีรูปแบบการรับลมและความชื้นแตกต่างกัน
ในช่วงที่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านอ่าวไทย กระแสลมจะนำความชื้นเข้าสู่ชายฝั่งด้านตะวันออกโดยตรง ทำให้จังหวัดต่าง ๆ เช่น สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส มีโอกาสเกิดฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนัก
ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมจึงถือเป็นช่วงสำคัญของฤดูฝนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก
ในทางกลับกัน ภาคใต้ฝั่งอันดามันมักมีฝนลดลงเมื่อมรสุมตะวันตกเฉียงใต้อ่อนกำลังลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีฝนเลย เพราะยังสามารถเกิดฝนจากกระแสลมและระบบอากาศอื่นได้
ความแตกต่างนี้ทำให้แม้จะเป็นจังหวัดในภาคใต้เหมือนกัน แต่ปริมาณฝนในแต่ละพื้นที่อาจไม่เท่ากัน และช่วงเวลาที่ฝนตกชุกก็อาจแตกต่างกันด้วย
4. ภูเขาและแนวเทือกเขา ทำไมบางจังหวัดฝนตกหนักกว่าพื้นที่ใกล้เคียง?
นอกจากลมมรสุมแล้ว ลักษณะภูมิประเทศก็มีส่วนสำคัญต่อการกระจายตัวของฝนในภาคใต้
ภาคใต้มีแนวเทือกเขาหลายแห่ง เช่น เทือกเขานครศรีธรรมราชและเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งมีส่วนกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศ
เมื่อกระแสลมที่มีความชื้นพัดเข้าปะทะภูเขา อากาศจะถูกบังคับให้ยกตัวสูงขึ้น เมื่อระดับความสูงเพิ่มขึ้น อุณหภูมิจะลดลงจนไอน้ำควบแน่นกลายเป็นเมฆและเกิดฝน กระบวนการนี้เรียกว่าฝนจากการยกตัวตามภูมิประเทศ
หากมีความชื้นในอากาศมากและสภาพบรรยากาศเอื้ออำนวย ฝนอาจตกหนักบริเวณด้านรับลมของภูเขาได้
นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่บางอำเภออาจมีฝนตกหนักมาก ขณะที่พื้นที่ใกล้เคียงกลับมีฝนเพียงเล็กน้อย การประเมินสถานการณ์จึงต้องพิจารณาเป็นรายพื้นที่ ไม่ควรเหมารวมว่าทุกจังหวัดจะได้รับผลกระทบเท่ากัน
5. หย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุมเกี่ยวข้องกับฝนหนักอย่างไร?
อีกปัจจัยที่สามารถทำให้ฝนเพิ่มขึ้นได้คือระบบความกดอากาศต่ำและร่องมรสุม
หย่อมความกดอากาศต่ำเป็นบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำกว่าพื้นที่โดยรอบ ทำให้อากาศมีแนวโน้มเคลื่อนเข้าหากันและยกตัวขึ้น หากมีความชื้นเพียงพอก็สามารถพัฒนาเป็นเมฆฝนและฝนฟ้าคะนองได้
ส่วนร่องมรสุมเป็นแนวความกดอากาศต่ำที่ทอดยาวผ่านพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งมักเป็นบริเวณที่เอื้อต่อการรวมตัวและยกตัวของอากาศ
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกครั้งที่ภาคใต้มีฝนตกหนักจะต้องเกิดจากร่องมรสุมหรือหย่อมความกดอากาศต่ำ การระบุสาเหตุที่แท้จริงต้องตรวจสอบแผนที่อากาศและประกาศพยากรณ์ในช่วงเวลานั้นประกอบกัน
6. เปิดประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนภาคใต้ฝนหนักถึงหนักมาก 7–9 พฤศจิกายน 2569
ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษในเดือนนี้คือประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 1 (284/2569) ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17.00 น. ระบุว่า ในช่วงวันที่ 7–9 พฤศจิกายน บริเวณภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
สาเหตุสำคัญตามประกาศคือ มวลอากาศเย็นหรือบริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น
เมื่อกระแสลมพัดนำความชื้นเข้าสู่ภาคใต้มากขึ้น จึงมีโอกาสเกิดฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักในหลายพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนให้ประชาชนระวังฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
นอกจากนี้ บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือจึงควรเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
7. พยากรณ์ 7 วัน ภาคใต้มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นแค่ไหน?
นอกจากประกาศเตือนภัยแล้ว ข้อมูลพยากรณ์อากาศรายภาคของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงวันที่ 1–7 พฤศจิกายน 2569 ยังแสดงให้เห็นแนวโน้มฝนที่เพิ่มขึ้นในภาคใต้
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
- วันที่ 1–3 พฤศจิกายน คาดว่ามีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40–60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- วันที่ 4–7 พฤศจิกายน คาดว่ามีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60–70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
- วันที่ 1–3 พฤศจิกายน คาดว่ามีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40–60 ของพื้นที่
- วันที่ 4–7 พฤศจิกายน คาดว่ามีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60–70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ไม่ได้หมายความว่าทุกจังหวัดจะมีฝนตกหนักในสัดส่วนเดียวกัน หรือฝนจะตกตลอดทั้งวัน
สิ่งสำคัญคือประชาชนควรติดตามประกาศฉบับล่าสุด เพราะพยากรณ์อากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์จริง
8. ฝนสะสมอันตรายกว่าที่คิด ทำไมจึงเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน?
หลายคนอาจคิดว่าฝนตกหนักเพียงวันเดียวจึงจะทำให้เกิดน้ำท่วม แต่ในความเป็นจริง ฝนที่ตกสะสมต่อเนื่องหลายวันก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน
เมื่อฝนตกลงมาซ้ำ ๆ ดินจะดูดซับน้ำจนมีความชื้นสูงขึ้น หากดินอิ่มตัว ความสามารถในการรับน้ำเพิ่มเติมจะลดลง น้ำส่วนที่เหลือจึงไหลบ่าบนผิวดินและเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ต่ำ
หากเกิดฝนตกหนักซ้ำเติมในช่วงเวลาสั้น ๆ ปริมาณน้ำอาจมากเกินกว่าระบบระบายน้ำจะรองรับได้ทัน ส่งผลให้ถนน บ้านเรือน และพื้นที่ชุมชนเกิดน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาและต้นน้ำที่มีความลาดชัน น้ำฝนอาจไหลลงสู่ลำห้วยและพื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว จนเกิดน้ำป่าไหลหลากได้
สิ่งที่น่ากังวลคือ บางชุมชนอาจไม่ได้มีฝนตกหนักในขณะนั้น แต่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ต้นน้ำได้เช่นกัน
9. น้ำท่วมฉับพลันกับน้ำป่าไหลหลาก ต่างกันอย่างไร?
น้ำท่วมฉับพลันคือสถานการณ์ที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่หนึ่ง อาจเกิดจากฝนตกหนัก น้ำระบายไม่ทัน หรือมีน้ำจากบริเวณอื่นไหลเข้ามา
ส่วนน้ำป่าไหลหลากมักเกิดในพื้นที่ภูเขาและต้นน้ำ เมื่อฝนตกหนักจนมีน้ำจำนวนมากไหลลงมาตามลำห้วยและทางน้ำอย่างรวดเร็ว กระแสน้ำอาจพัดพาดิน โคลน กิ่งไม้ และสิ่งของต่าง ๆ ลงมาด้วย
ทั้งสองเหตุการณ์มีความอันตราย โดยเฉพาะบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ใกล้ลำคลอง ลำห้วย และพื้นที่ลาดเชิงเขา
ประชาชนควรสังเกตความผิดปกติของระดับน้ำ หากพบว่าน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว น้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่น หรือมีเศษกิ่งไม้ไหลมาตามกระแสน้ำ ควรรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัยทันที
10. ฝนตกหนักกระทบเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันอย่างไร?
ฝนตกหนักในภาคใต้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเดินทาง การเกษตร ประมง และการท่องเที่ยวด้วย
ด้านการเดินทาง ฝนที่ตกต่อเนื่องทำให้ทัศนวิสัยลดลง ถนนลื่น และอาจเกิดน้ำท่วมขังในเส้นทางที่อยู่ในพื้นที่ต่ำ ผู้ขับขี่จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ด้านการเกษตร แม้ฝนจะเป็นประโยชน์ต่อพืชผลเมื่อมีปริมาณเหมาะสม แต่หากมีน้ำมากเกินไปก็อาจทำให้รากพืชขาดอากาศ พื้นที่เพาะปลูกเสียหาย และเกิดการพังทลายของหน้าดิน
สำหรับอาชีพประมงและการเดินเรือ คลื่นลมที่รุนแรงขึ้นอาจทำให้การออกเรือมีความเสี่ยงมากกว่าเดิม ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเลก็อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย
ผลกระทบเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าฝนตกหนักไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสภาพอากาศ แต่ยังเกี่ยวข้องกับรายได้และความเป็นอยู่ของประชาชนในภาคใต้โดยตรง
11. ประชาชนควรเตรียมตัวรับมือฝนหนักอย่างไร?
เมื่อมีประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ ไม่ควรรอให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นแล้วจึงเริ่มหาทางรับมือ
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำควรติดตามประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว โทรศัพท์มือถือ และแบตเตอรี่สำรองไว้ในจุดที่หยิบได้ง่าย
ควรตรวจสอบท่อระบายน้ำและทางระบายน้ำรอบบ้าน ไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำขังในบริเวณที่พักอาศัย
หากมีประกาศเตือนให้อพยพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทันที โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่ควรขับรถผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมสูงหรือมีกระแสน้ำไหลเชี่ยว เพราะอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตได้
ส่วนชาวเรือควรตรวจสอบประกาศคลื่นลมก่อนออกจากฝั่งทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตามคำเตือนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
12. สรุป ทำไมภาคใต้ยังมีฝนหนักในเดือนพฤศจิกายน?
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา จะเห็นได้ว่าการที่ภาคใต้ยังมีฝนตกหนักในเดือนพฤศจิกายนไม่ใช่เรื่องผิดฤดูกาล แต่เป็นผลจากลักษณะภูมิอากาศของภูมิภาคที่แตกต่างจากประเทศไทยตอนบน
ปัจจัยสำคัญคือมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่นำความชื้นจากอ่าวไทยเข้าสู่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ประกอบกับทิศทางลม ระบบความกดอากาศ และลักษณะภูมิประเทศที่เอื้อต่อการก่อตัวของเมฆฝน
ขณะเดียวกัน ประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนว่าในช่วงวันที่ 7–9 พฤศจิกายน 2569 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และหนักมากบางแห่ง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
สิ่งที่ประชาชนควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการรอให้ฝนหยุดตก แต่ต้องติดตามปริมาณฝนสะสม ระดับน้ำในพื้นที่ และประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เพราะภัยธรรมชาติบางอย่างอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดคิด
แม้เดือนพฤศจิกายนจะเป็นช่วงที่หลายคนเริ่มสัมผัสลมหนาว แต่สำหรับภาคใต้ยังเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังฝนอย่างจริงจัง การรู้เท่าทันสภาพอากาศและเตรียมพร้อมล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
แหล่งที่มา
- กรมอุตุนิยมวิทยา – ประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ ฉบับที่ 1 (284/2569)
- กรมอุตุนิยมวิทยา – พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569
- กรมอุตุนิยมวิทยา – พยากรณ์อากาศ 7 วัน ระหว่างวันที่ 1–7 พฤศจิกายน 2569
- กรมอุตุนิยมวิทยา – ข้อมูลฤดูกาลและลักษณะภูมิอากาศของประเทศไทย
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย – แนวทางเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยและน้ำป่าไหลหลาก
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ ถ้าชอบก็อย่าลืมกดไลน์ กดแชร์และกดติดตามด้วยนะครับเพื่อที่ท่านจะได้ไม่พลาดข่าวสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์และสาระความบันเทิง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
5 จังหวัดในไทยที่ชาวต่างชาติชอบมากที่สุด และนิยมย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณ
เปิด 5 คณะและกลุ่มสาขาที่ต้องทำงานปฏิบัติและโปรเจกต์ต่อเนื่อง
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
เจาะแนวทางเลขเด็ดปฏิทินจีน 2 ฉบับ งวดประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569
ดราม่าพูลวิลล่า ช่างเอ๋ เพจดัง CSI LA เทียบไทม์ไลน์เด็ก ยืนยันภาพเก่าปี 66
เปิดที่มา สบู่นกแก้วมีต้นกำเนิดมาจากไหน? เปิดตำนานสบู่หอมแบรนด์ดังที่อยู่คู่คนไทยกว่า 70 ปี สบู่สีเขียวกลิ่นอมตะ
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
ตามกันต่อเลข อ.น๊อตตี้ งวด 16 พฤศจิกายน 2569
คิมจองอึนสมัยเด็กเป็นคนอย่างไร ? เพื่อนสมัยเรียนสวิตเซอร์แลนด์เผยอีกมุม ก่อนก้าวสู่อำนาจ
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?
CIA ใช้ล้อจิ๋วกลิ้งบนแผนที่เพื่อวัดระยะทางจริงก่อนมี GPS ได้อย่างไร?
ดาร์โรว์ถามไบรอันว่า “คาอินได้ภรรยามาจากไหน?” คนดูหัวเราะไหม
ทำไมเวลาซื้อของลดราคา เราถึงรู้สึกเหมือน "ชนะ" ทั้งที่จ่ายเงินไปเท่าเดิม?
กเวลี(Likweli)ลิงสายพันธุ์ใหม่จากป่าคองโกริมฝีปากสีส้มโดดเด่นที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดไม้
ทำไมเวลาสะกดคำไม่มั่นใจ ถึงต้องเขียนมันลงบนกระดาษก่อน?
ทำไมเวลาดูหนังตื่นเต้น มือเราถึงเผลอจิกหมอนหรือกำมือแน่น?