หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ลานนวดข้าวปัจจุบันยังมีให้เห็นอยู่หรือเปล่า

เขียนโดย สร้อยนกเขา

 

ในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน วิถีชีวิตของคนไทยส่วนใหญ่ในชนบทผูกพันอยู่กับการทำนา เพราะข้าวเป็นอาหารหลักที่เลี้ยงชีวิตผู้คนมาแต่โบราณ บ้านเรือนของชาวนาในสมัยก่อนมักตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนา มีคอกควาย มีโรงเก็บอุปกรณ์การเกษตร และมีพื้นที่กว้างบริเวณหลังบ้านสำหรับใช้ประโยชน์ในการทำมาหากิน หนึ่งในสถานที่สำคัญของครอบครัวชาวนาในยุคนั้นก็คือสิ่งที่เรียกว่า ร้านนวดข้าว หรือบริเวณลานนวดข้าว ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับนวดข้าวหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวจากท้องนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ร้านนวดข้าวในอดีตไม่ได้เป็นร้านค้าเหมือนร้านขายของทั่วไป แต่เป็นพื้นที่สำหรับทำงานเกษตรกรรมของครอบครัวชาวนา ลักษณะโดยทั่วไปจะเป็นพื้นที่กว้างอยู่บริเวณหลังบ้านหรือใกล้กับยุ้งฉาง บางบ้านอาจอยู่ติดกับคอกควายหรือโรงเก็บฟาง เพื่อให้สะดวกต่อการนำข้าวที่เกี่ยวมาจากท้องนามานวดและจัดเก็บ พื้นที่ดังกล่าวมักไม่มีหลังคาคลุมทั้งหมด เพราะต้องอาศัยแสงแดดและลมธรรมชาติในการทำให้ข้าวแห้ง ชาวนาจึงเลือกบริเวณที่ค่อนข้างโล่ง มีพื้นที่เพียงพอสำหรับกองข้าว กองฟาง และการทำงานของคนกับสัตว์เลี้ยง

การเตรียมพื้นร้านนวดข้าวด้วยมูลควาย

สิ่งที่น่าสนใจของร้านนวดข้าวในอดีตคือการเตรียมพื้นดินให้แน่นและเรียบ โดยภูมิปัญญาของชาวนาในบางพื้นที่มีการนำมูลควายมาผสมกับดินและวัสดุธรรมชาติ เช่น ฟางหรือเศษหญ้า เพื่อใช้ฉาบหรือปรับสภาพพื้นลานให้เหมาะแก่การนวดข้าว

มูลควายที่นำมาใช้มักเป็นมูลที่แห้งหรือผ่านการหมักและผสมกับวัสดุอื่นตามวิธีที่ชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่นคุ้นเคย เมื่อผสมเข้ากับดินแล้วจะช่วยให้สามารถเกลี่ยพื้นได้สะดวก และเมื่อพื้นแห้งก็จะมีความแน่นขึ้น ทั้งนี้ วิธีการเตรียมพื้นอาจแตกต่างกันไปตามภูมิภาค สภาพดิน และภูมิปัญญาของแต่ละครอบครัว ไม่ใช่ชาวนาทุกพื้นที่จะใช้วิธีเดียวกัน

สำหรับชาวนาในสมัยก่อน ควายไม่ได้มีประโยชน์เพียงใช้ไถนาและลากเกวียนเท่านั้น แต่ยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในหลายด้าน มูลควายที่เกิดขึ้นจากการเลี้ยงดูก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะนำไปทำปุ๋ยบำรุงดิน หรือใช้เป็นส่วนผสมในการปรับพื้นลานตามวิถีของชุมชน

การเตรียมลานนวดข้าวต้องอาศัยความอดทน ชาวนาต้องเกลี่ยดินให้สม่ำเสมอ กำจัดก้อนดิน ก้อนหิน และวัชพืชที่อาจปะปนอยู่ จากนั้นจึงปล่อยให้พื้นแห้งและแข็งตัวก่อนนำข้าวมานวด หากพื้นไม่เรียบหรือมีเศษวัสดุปะปนมากเกินไป ก็อาจทำให้การเก็บเมล็ดข้าวยุ่งยากขึ้น ดังนั้น ลานนวดข้าวจึงเป็นพื้นที่ที่เจ้าของบ้านต้องดูแลอย่างดี เพราะเป็นสถานที่สำคัญในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว

ขั้นตอนการนวดข้าวหลังเกี่ยวเสร็จ

เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว ชาวนาจะลงแขกเกี่ยวข้าวหรือช่วยกันทำงานภายในครอบครัว ใช้เคียวเกี่ยวต้นข้าวที่แก่เหลืองเต็มท้องนา จากนั้นจึงรวบต้นข้าวเป็นกำ ๆ แล้วนำมารวมไว้ในบริเวณที่สะดวกต่อการขนย้าย บางแห่งใช้เกวียนหรือสัตว์เลี้ยงช่วยขนฟ่อนข้าวกลับมายังลานนวดข้าวหลังบ้าน

การนวดข้าวมีจุดประสงค์เพื่อแยกเมล็ดข้าวออกจากรวง ซึ่งในอดีตยังไม่มีเครื่องจักรทันสมัยแพร่หลายเหมือนปัจจุบัน ชาวนาจึงใช้แรงงานคนและสัตว์เป็นหลัก วิธีหนึ่งที่พบในหลายพื้นที่คือการใช้ควายเดินเหยียบย่ำบนฟ่อนข้าวที่วางเรียงอยู่บนลาน โดยควายจะเดินวนไปตามเส้นทางที่ชาวนาควบคุม ทำให้เมล็ดข้าวหลุดออกจากรวง

นอกจากการใช้ควายแล้ว บางพื้นที่ยังใช้ไม้ตีรวงข้าวหรือใช้วิธีฟาดรวงข้าวกับพื้นผิวที่เตรียมไว้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนบธรรมเนียม อุปกรณ์ และสภาพพื้นที่ของแต่ละท้องถิ่น

ระหว่างการนวดข้าว ชาวนาต้องคอยจัดฟ่อนข้าวให้กระจายอย่างเหมาะสม และตรวจดูว่าเมล็ดข้าวหลุดออกจากรวงเพียงพอแล้วหรือไม่ เมื่อเสร็จขั้นตอนการนวด ก็จะนำฟางและรวงข้าวที่เหลือออกจากบริเวณนั้น แล้วแยกเมล็ดข้าวออกจากเศษฟางและสิ่งเจือปนด้วยการฝัดหรือใช้เครื่องมือพื้นบ้าน

บางครั้งภาพของควายตัวใหญ่เดินวนอยู่กลางลาน ฝุ่นฟางลอยคลุ้งในแสงแดด และชาวนาช่วยกันเก็บรวบรวมเมล็ดข้าว เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างคน สัตว์ และผืนดินได้อย่างชัดเจน

กองฟาง สิ่งที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวแต่มีคุณค่า

เมื่อการนวดข้าวเสร็จสิ้น ฟางข้าวจะถูกนำมารวบรวมเป็นกองใหญ่บริเวณลานหรือใกล้กับโรงนา กองฟางเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไปในชนบทไทยสมัยก่อน โดยเฉพาะบ้านที่มีพื้นที่ทำการเกษตรและเลี้ยงควาย

ฟางข้าวอาจดูเหมือนเศษวัสดุที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว แต่สำหรับครอบครัวชาวนาแล้ว ฟางมีประโยชน์มากมาย สามารถนำไปใช้เป็นอาหารหยาบสำหรับควายและสัตว์เลี้ยง ใช้รองพื้นคอกสัตว์ ใช้คลุมดินเพื่อรักษาความชื้น หรือเก็บไว้ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรในช่วงเวลาต่อมา

กองฟางที่สูงใหญ่ยังเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าครอบครัวนั้นได้ผ่านฤดูเก็บเกี่ยวมาแล้วอย่างเต็มที่ หากปีใดข้าวอุดมสมบูรณ์ ลานนวดข้าวก็จะเต็มไปด้วยฟ่อนข้าว เมล็ดข้าว และกองฟางที่เกิดจากผลผลิตในท้องนา

สำหรับเด็ก ๆ ในชนบท กองฟางอาจเป็นทั้งสถานที่เล่นสนุกและส่วนหนึ่งของความทรงจำในวัยเยาว์ เด็กบางคนชอบวิ่งเล่นรอบกองฟาง บางคนช่วยพ่อแม่เก็บฟางหรือให้อาหารควาย ขณะที่ผู้ใหญ่ก็กำลังจัดการกับผลผลิตหลังฤดูเก็บเกี่ยว

แม้กิจกรรมเหล่านี้จะดูเรียบง่าย แต่ทุกขั้นตอนล้วนมีความหมาย เพราะเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามวิถีชีวิตของคนในสมัยนั้น

ร้านนวดข้าวกับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว

ร้านนวดข้าวไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ตั้งแต่พ่อแม่ออกไปเกี่ยวข้าว ลูกหลานช่วยขนฟ่อนข้าว ผู้ใหญ่ควบคุมควาย ไปจนถึงการช่วยกันเก็บเมล็ดข้าวและรวบรวมฟาง ทุกคนต่างมีหน้าที่ตามกำลังและความสามารถของตนเอง

ในบางชุมชน เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว เพื่อนบ้านจะมาช่วยกันทำงานตามประเพณีที่เรียกกันว่า การลงแขกเกี่ยวข้าวหรือการลงแขกทำนา เจ้าของนาก็จะตอบแทนน้ำใจด้วยการช่วยงานบ้านอื่นในโอกาสต่อไป ความร่วมมือเช่นนี้ช่วยลดภาระของครอบครัวชาวนา และทำให้คนในหมู่บ้านมีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน

เมื่อแดดร่มลมตก หลังจากทำงานมาทั้งวัน สมาชิกในครอบครัวอาจนั่งพักอยู่บริเวณลานนวดข้าว พูดคุยถึงผลผลิตในปีนั้น วางแผนเก็บข้าวไว้กินหรือขาย และเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกครั้งต่อไป

เสียงคนพูดคุย เสียงควายร้อง กลิ่นฟางแห้ง และภาพรวงข้าวสีทองที่วางเรียงรายอยู่บนลาน ล้วนเป็นองค์ประกอบของชีวิตชนบทในอดีต ซึ่งคนที่เคยผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมักจดจำได้อย่างไม่รู้ลืม

จากลานนวดข้าวในอดีตสู่การเกษตรในปัจจุบัน

เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีทางการเกษตรได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เครื่องนวดข้าวและรถเกี่ยวข้าวเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ชาวนาหลายพื้นที่สามารถเก็บเกี่ยวและแยกเมล็ดข้าวได้รวดเร็วกว่าเดิม จึงไม่จำเป็นต้องใช้ลานนวดข้าวหลังบ้านเหมือนในอดีตทุกครอบครัว

ร้านนวดข้าวแบบดั้งเดิมบางแห่งจึงค่อย ๆ หายไปจากหมู่บ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่เปลี่ยนจากพื้นที่เกษตรกรรมเป็นบ้านจัดสรรหรือสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ ส่วนบ้านที่ยังคงทำนาแบบดั้งเดิมหรืออนุรักษ์วิถีชีวิตเก่าแก่ก็อาจยังมีลานนวดข้าวให้เห็นอยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ทำให้คุณค่าของภูมิปัญญาชาวนาลดน้อยลง ตรงกันข้าม เรื่องราวของร้านนวดข้าวกลับเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมที่ช่วยให้คนรุ่นหลังเข้าใจว่า กว่าข้าวแต่ละเมล็ดจะมาถึงจานอาหาร ต้องผ่านความเหน็ดเหนื่อยและความรู้ที่สั่งสมกันมาหลายชั่วอายุคน

ลานนวดข้าวยังสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ทั้งดิน มูลควาย ฟางข้าว และแรงงานจากสมาชิกในครอบครัว สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนในอดีตในการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ โดยอาศัยวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

บทส่งท้าย ความทรงจำที่ไม่ควรเลือนหาย

ร้านนวดข้าวหลังบ้านอาจเป็นเพียงพื้นที่ดินกว้าง ๆ ในสายตาของคนรุ่นใหม่ แต่สำหรับผู้ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในชนบทสมัยก่อน สถานที่แห่งนี้มีความหมายมากกว่านั้น เพราะเป็นจุดหมายปลายทางของผลผลิตจากหยาดเหงื่อแรงงาน เป็นที่รวมของฟ่อนข้าว กองฟาง และเมล็ดข้าวที่หล่อเลี้ยงครอบครัวตลอดทั้งปี

พื้นลานที่ได้รับการเตรียมอย่างพิถีพิถันด้วยดินและมูลควายตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ควายที่เดินวนช่วยนวดข้าว กองฟางที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังบ้าน และสมาชิกในครอบครัวที่ช่วยกันทำงาน ล้วนเป็นภาพสะท้อนของชีวิตที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย

แม้ปัจจุบันเครื่องจักรจะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของชาวนา แต่เรื่องราวของร้านนวดข้าวก็ยังควรได้รับการบอกเล่าและเก็บรักษาไว้ เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ถึงความยากลำบาก ความขยันอดทน และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ

เพราะในอดีต ข้าวทุกเมล็ดไม่ได้เกิดขึ้นจากเครื่องจักรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากแรงงานของคน ความช่วยเหลือของสัตว์เลี้ยง และความรู้ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ร้านนวดข้าวจึงไม่ใช่แค่ลานดินหลังบ้าน หากยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชีวิตชาวนาไทยที่ควรค่าแก่การจดจำตลอดไป

ได้ครับ ผมค้นหาแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ ร้านนวดข้าวแบบโบราณ ลานนวดข้าวที่ใช้มูลควาย และวิธีนวดข้าวของชาวนาไทยในอดีต มาให้แล้วครับ สามารถนำไปใส่ท้ายบทความเรื่องร้านนวดข้าวได้เลย

แหล่งที่มาของข้อมูล

1. สารานุกรมวัฒนธรรมไทย — เรื่องการนวดข้าวและการเตรียมลานนวดข้าว

แหล่งข้อมูลนี้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเตรียมลานนวดข้าว โดยใช้ควายเดินย่ำพื้นดินให้แน่น แล้วนำมูลควายผสมน้ำมาฉาบพื้น เพื่อป้องกันเมล็ดข้าวตกลงไปในดิน นอกจากนี้ยังอธิบายวิธีใช้วัวหรือควายเหยียบฟ่อนข้าว การแยกฟาง และการรวบรวมฟางเป็นกองสำหรับเลี้ยงสัตว์

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ [สารานุกรมวัฒนธรรมไทย เรื่องการนวดข้าว](https://db.sac.or.th/thailand-cultural-encyclopedia/detail.php?id=5811&utm_source=chatgpt.com)

2. ไทยพีบีเอส — ภูมิปัญญาชาวบ้านเรื่องลานขี้ควาย

บทความนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 กล่าวถึงภูมิปัญญาการทำลานข้าวด้วยมูลควาย รวมถึงการใช้พื้นที่สำหรับวางกองข้าวที่เกี่ยวเสร็จแล้ว เพื่อรอการนวดข้าวในอดีต

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ [ไทยพีบีเอส เรื่องภูมิปัญญาลานขี้ควาย](https://www.thaipbs.or.th/news/content/309766?utm_source=chatgpt.com)

3. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน — วิธีการนวดข้าวแบบโบราณ

อธิบายวิธีนวดข้าวแบบต่าง ๆ ทั้งการใช้ไม้ตีฟ่อนข้าวและการใช้สัตว์ เช่น ควายหรือวัว เดินย่ำฟ่อนข้าวบนลานนวดที่เตรียมไว้ โดยระบุว่าลานนวดข้าวอาจใช้มูลควายผสมน้ำปรับพื้นให้เรียบ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ [สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เรื่องการนวดข้าว](https://saranukromthai.or.th/oldchild/1841?utm_source=chatgpt.com)

4. พิพิธภัณฑ์ชาวนาไทย กรมศิลปากร — เครื่องมือขนย้ายฟ่อนข้าว

แหล่งข้อมูลนี้อธิบายเกี่ยวกับเครื่องมือที่เรียกว่า “คันหลาว” ซึ่งใช้หาบฟ่อนข้าวจากท้องนาไปยังลานนวดข้าว ก่อนแยกเมล็ดออกจากรวง พร้อมกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของเครื่องมือเกษตรกรรมเมื่อมีรถเกี่ยวข้าวและเครื่องนวดข้าวเข้ามาใช้

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ [พิพิธภัณฑ์ชาวนาไทย เรื่องคันหลาว](https://www.finearts.go.th/thairicefarmersmuseum/view/47054-%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7?utm_source=chatgpt.com)

5. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลเครื่องมือพื้นบ้าน

ฐานข้อมูลนี้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือเกษตรกรรมและภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวนาไทย พร้อมระบุแหล่งอ้างอิงจากหนังสือและงานศึกษาด้านเครื่องมือพื้นบ้าน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ [ฐานข้อมูลเครื่องมือพื้นบ้าน ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร](https://traditional-objects.sac.or.th/th/equipment-detail.php?ob_id=176&utm_source=chatgpt.com)


---

ตัวอย่างการเขียนแหล่งที่มาไว้ท้ายบทความ

แหล่งข้อมูลประกอบการเรียบเรียง ได้แก่ สารานุกรมวัฒนธรรมไทย สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน กรมศิลปากร และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร รวมถึงรายงานของไทยพีบีเอสเกี่ยวกับภูมิปัญญาการทำลานข้าวด้วยมูลควาย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
สร้อยนกเขา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12 ครั้ง
เขียนโดย สร้อยนกเขา
ฉันชอบเขียนบทความต่าง ๆทั้งจดจำและเรียบเรียงมาเองตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ย้อนรอย Binance โดนแฮกครั้งใหญ่ เสียหาย 6.3 พันล้านดอลลาร์ โยงกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือเปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่5 จังหวัดในไทยที่ชาวต่างชาติชอบมากที่สุด และนิยมย้ายมาใช้ชีวิตหลังเกษียณเลขกำลังวันจันทร์ งวด 16 พ.ย. 69 เปิดเลขเด่นจากตาราง จัดเต็มชุด 2 ตัว-3 ตัว เน้นเลข 6ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด ไทยขายข้าวให้ชาติไหนมากเป็นอันดับหนึ่ง?รู้จัก “ปลาหวานโรยงา” อาหารแปรรูปยอดฮิต แท้จริงแล้วทำจากปลาอะไร?คิมจองอึนสมัยเด็กเป็นคนอย่างไร ? เพื่อนสมัยเรียนสวิตเซอร์แลนด์เผยอีกมุม ก่อนก้าวสู่อำนาจเปิด 15 ท่าบริหารร่างกายง่าย ๆ! ประโยชน์เกินคาด ทำได้ทุกวัน แต่คนส่วนใหญ่กลับมองข้ามเลขเด็ด "ปฏิทินท่านท้าวเวสสุวรรณ" งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน"เดอะ ทอยส์" เผยภาพสุดเซอร์ไพรส์! ควงแฟนสาวเข้าสู่พิธีวิวาห์..หลังคบหาดูใจกันมานานหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ย้อนรอย Binance โดนแฮกครั้งใหญ่ เสียหาย 6.3 พันล้านดอลลาร์ โยงกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ"เดอะ ทอยส์" เผยภาพสุดเซอร์ไพรส์! ควงแฟนสาวเข้าสู่พิธีวิวาห์..หลังคบหาดูใจกันมานานรู้จัก “ปลาหวานโรยงา” อาหารแปรรูปยอดฮิต แท้จริงแล้วทำจากปลาอะไร?เลขกำลังวันจันทร์ งวด 16 พ.ย. 69 เปิดเลขเด่นจากตาราง จัดเต็มชุด 2 ตัว-3 ตัว เน้นเลข 6นักวิจัยปรับตัวรับภูมิคุ้มกันพืชให้รู้จักเชื้อราโรคไหม้ได้กว้างขึ้นอย่างไร?เปิด 15 ท่าบริหารร่างกายง่าย ๆ! ประโยชน์เกินคาด ทำได้ทุกวัน แต่คนส่วนใหญ่กลับมองข้าม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
แอปสัญญาณเตือนภัยทางอากาศอาจถูกแฮ็ก! หลังมีสัญญาณเตือนภัยรังสีนิวเคลียร์ดังขึ้นอย่างกะทันหันในกรุงเคียฟ และยังมีรายงานเกี่ยวกับการโจมตีด้วยอาวุธเคมีและการปะทะกันบนท้องถนนภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ33 คนงานเหมืองชิลีติดอยู่ใต้ดิน 700 เมตร 69 วันรอดได้อย่างไรโรงควายหรือบ้านควายของชาวนาสมัยก่อน
ตั้งกระทู้ใหม่