ภาษากายบอกได้ไหมว่ามีกิ๊กในที่ทำงาน
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
เห็นเพื่อนร่วมงานสองคนยืนคุยกันใกล้ ๆ แล้วพอมีคนเดินผ่านก็ต่างคนต่างเงียบ ภาพแบบนี้อาจทำให้คนที่เห็นเริ่มสงสัย โดยเฉพาะถ้าหนึ่งในนั้นเป็นคนรักของตัวเอง แต่สิ่งที่เราเห็นเพียงไม่กี่วินาที บอกความสัมพันธ์ของคนสองคนได้มากแค่ไหน?
คำตอบคือ ไม่มีภาษากายข้อใดที่ยืนยันได้ว่าคนสองคนแอบมีความสัมพันธ์กัน แม้จะเห็นหลายพฤติกรรมพร้อมกัน ก็ยังมีคำอธิบายอื่นได้ งานทบทวนวิจัยเรื่องการจับโกหกพบว่า สัญญาณจากท่าทางที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงมีความอ่อนและไม่น่าเชื่อถือเมื่อนำไปตัดสินรายบุคคล งานนี้ศึกษาการจับโกหกโดยทั่วไป ไม่ได้ทดสอบวิธีจับกิ๊กในออฟฟิศโดยตรง
ต่อไปนี้คือ 5 พฤติกรรมที่คนมักหยิบมาเชื่อมกับความสงสัย พร้อมเหตุผลที่ควรคิดให้รอบด้านก่อนสรุป
1. ยืนใกล้หรือโน้มตัวเข้าหากัน
คนสองคนอาจยืนชิดกันเพราะกำลังดูเอกสาร ใช้พื้นที่แคบ หรือพูดคุยในที่เสียงดัง ระยะห่างยังขึ้นอยู่กับความคุ้นเคยและนิสัยส่วนตัวด้วย การยืนใกล้จึงบอกได้เพียงว่าขณะนั้นพวกเขาอยู่ใกล้กัน ไม่ได้บอกว่ามีความสัมพันธ์แบบคนรัก
2. มองหน้ากันบ่อย หรือรีบหลบสายตา
การสบตาอาจเกิดจากการตั้งใจฟัง การรอให้อีกฝ่ายตอบ หรือความสนิทในฐานะเพื่อน ส่วนการหลบตาอาจมาจากความเขิน ความเครียด หรือความไม่สบายใจที่ถูกจ้อง คนที่พูดความจริงก็หลบตาได้ และคนที่โกหกก็อาจสบตาได้เช่นกัน
3. หยุดคุยหรือเปลี่ยนท่าทีเมื่อมีคนเข้ามา
การคุยเงียบลงอาจสะดุดตา แต่หัวข้อสนทนาอาจเป็นเรื่องงานที่ยังไม่เปิดเผย ปัญหาส่วนตัว หรือเรื่องที่ไม่อยากรบกวนคนอื่น การเปลี่ยนท่าทีเพียงครั้งเดียวจึงไม่พอจะบอกว่ากำลังปิดบังความสัมพันธ์
4. หัวเราะและมีท่าทางคล้ายกัน
เพื่อนที่ทำงานด้วยกันบ่อยอาจมีมุกที่เข้าใจกัน หัวเราะพร้อมกัน หรือเผลอทำท่าคล้ายกันได้ สิ่งเหล่านี้อาจสะท้อนความคุ้นเคย แต่ไม่ได้แยกให้เห็นว่าเป็นมิตรภาพ ความสนใจเชิงชู้สาว หรือเพียงบรรยากาศที่คุยกันสบาย ๆ
5. ดูประหม่าหรือเกร็งเมื่อถูกถามถึงอีกคน
ความประหม่าอาจเกิดจากกลัวถูกเข้าใจผิด ไม่ชอบถูกซักถาม หรือรู้สึกว่ากำลังถูกกล่าวหา บทความวิชาการที่ทบทวนงานด้านนี้ชี้ว่า การหลบตาและการขยับตัวไปมาเป็นสัญญาณที่คนมักเชื่อว่าใช้จับโกหกได้ แต่ไม่ใช่ตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้
เมื่อเราเริ่มสงสัย สมองอาจจดจำเฉพาะเหตุการณ์ที่เข้ากับความคิดเดิม เช่น จำได้ทุกครั้งที่ทั้งคู่คุยกัน แต่ไม่ทันสังเกตว่าพวกเขาก็คุยกับคนอื่นในลักษณะเดียวกัน การเห็นพฤติกรรมซ้ำจึงควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นของคำถาม ไม่ใช่หลักฐานว่าคำตอบที่คิดไว้ถูกต้องแล้ว
ถ้าคนที่สงสัยคือคนรัก ควรทำอย่างไร?
ลองเลือกเวลาที่คุยกันได้โดยไม่ถูกรบกวน แล้วบอกสิ่งที่เห็นและความรู้สึกของตัวเองอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น “ช่วงนี้เราเห็นคุณสนิทกับเพื่อนร่วมงานคนนั้นมากขึ้น เรารู้สึกไม่มั่นใจ อยากคุยกันว่าความสัมพันธ์ของคุณสองคนเป็นอย่างไร” จากนั้นเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายอธิบาย และคุยกันว่าทั้งคู่มองขอบเขตความสัมพันธ์กับคนอื่นอย่างไร
ถ้าเป็นเรื่องของเพื่อนร่วมงาน ควรระวังการส่งต่อข่าวลือหรือแอบเข้าถึงข้อความส่วนตัว เพราะความเข้าใจผิดอาจกระทบทั้งชื่อเสียงและบรรยากาศการทำงาน หากมีปัญหาที่กระทบงานจริง เช่น การปฏิบัติไม่เป็นธรรม ให้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับงานผ่านช่องทางขององค์กร แทนการกล่าวหาเรื่องชีวิตส่วนตัว
ความใกล้ชิดที่เห็นอาจทำให้เกิดคำถามได้ แต่ยังใช้ตอบไม่ได้ว่ามีการนอกใจหรือไม่ การแยกสิ่งที่เห็นออกจากสิ่งที่เราคิด แล้วพูดคุยกันตรง ๆ ช่วยให้มีโอกาสเข้าใจสถานการณ์มากกว่าการตัดสินจากท่าทางเพียงอย่างเดียว
"ฟักทอง" เป็นผักหรือผลไม้? สรุปคำตอบ 2 มุมมองพร้อมประโยชน์ต่อสุขภาพ
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
เปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่ง
สรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทย
สหรัฐฯ–อิหร่านตึงเครียดหนัก อิสราเอลเตรียมแผนโจมตีเป้าหมายยุทธศาสตร์ จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง
เปิดประวัติศาสตร์ วอลนัท ถั่วโบราณ 9,000 ปี จากยาวิเศษยุคโบราณ สู่ความจริงทางการแพทย์ที่พิสูจน์แล้ว
รีวิว THE HOBBIT THE BATTLE OF THE FIVE ARMIES สงครามห้าทัพ
ฮาโลวีนนี้พาเที่ยวแพะเมืองผี ! เปิดตำนานหลุมเงินทอง รอยเท้าปริศนา กับเสาดินมหัศจรรย์แห่งเมืองแพร่
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน
ลุงแป้นเปิดโพยงวดนี้! เผยเลขเด่น พร้อมชุดสองตัว-สามตัว งวด 1 พ.ย. 69
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..ส่องเลยคนเชียงใหม่นิยมซื้อเลขอะไร?
ทำไมบางคนมองว่าคนมีคู่ดูมีเสน่ห์ขึ้น






