หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ถอดต้นทุนทิพย์ 22 ปี ออกจากราคาน้ำมันสำเร็จแล้ว

โพสท์โดย risait445

ผ่าโครงสร้าง “ต้นทุนทิพย์” 22 ปี: ตัวไหนถูกตัดทิ้ง-ตัวไหนถูกลด เงิน 2.3 แสนล้านไปอยู่ที่ใคร และบทเรียนความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจไทย

 

การลงนามคำสั่งปรับโครงสร้างราคาพลังงานโดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการรื้อสมการราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่คนไทยแบกรับมายาวนานกว่า 22 ปี

 

นี่ไม่ใช่การลดภาษีชั่วคราวหรือการนำเงินกองทุนมาอุดหนุนแบบผักชีโรยหน้า แต่คือการผ่าตัด “ต้นทุนสมมติ” หรือ “ต้นทุนทิพย์” ออกจากสูตรราคาหน้าโรงกลั่นอย่างถาวร

 

🔍 1. เจาะลึกโครงสร้างราคา: ต้นทุนส่วนไหน “ถูกตัดทิ้ง 100%” และส่วนไหน “ถูกปรับลด”?

 

ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา (นับตั้งแต่ปี 2547) โครงสร้างราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นของไทยถูกผูกไว้กับสูตร Import Parity Price หรือสมมติฐานเสมือนว่านำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์ ทั้งที่โรงกลั่นภายในประเทศสามารถกลั่นน้ำมันดิบเป็นน้ำมันสำเร็จรูปได้เองอย่างเพียงพอ

 

ในสูตรเดิมมีการบวกต้นทุนเสมือน 4 รายการเข้าไปในราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งคำสั่งใหม่ได้จำแนกการจัดการไว้อย่างชัดเจน:

 

🔹 ค่าขนส่งทางเรือ (Freight): ตัดออก 100% — ในอดีตมีการบวกค่าระวางเรือเสมือนว่าต้องจ้างเรือบรรทุกน้ำมันข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากสิงคโปร์ ทั้งที่น้ำมันกลั่นขึ้นในประเทศไทย เมื่อตัดส่วนนี้ออก จะช่วยลดต้นทุนทิพย์ลงได้ทันที

 

🔹 ค่าเบี้ยประกันภัยทางทะเล (Insurance): ตัดออก 100% — สูตรเดิมคิดค่าเบี้ยประกันความเสี่ยงจากการขนส่งทางเรือระหว่างประเทศ ซึ่งความเป็นจริงไม่มีความเสี่ยงทางทะเลระหว่างประเทศเกิดขึ้นในการกลั่นน้ำมันในประเทศ จึงถูกถอดออกทั้งหมด

 

🔹 ค่าสูญเสียระหว่างขนส่ง (Ocean Loss): ตัดออก 100% — สูตรเดิมมีการหักเผื่อกรณีน้ำมันระเหย สูญหาย หรือตกหล่นระหว่างเดินทางข้ามทะเล ซึ่งเป็นต้นทุนสมมติที่โรงกลั่นในประเทศไม่ได้เผชิญจริง ส่วนนี้จึงถูกตัดทิ้งอย่างสิ้นเชิง

 

🔹 ค่าสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง (Reserve Cost): ปรับลดลงให้ตรงกับความจริง — เดิมคิดอัตราค่าใช้จ่ายในการสำรองน้ำมันไว้สูงเกินจริง คำสั่งใหม่ได้ปรับลดส่วนนี้ลงเหลือเพียงสัดส่วนตามที่กฎหมายกำหนดให้สำรองจริง (ปรับลดลงเหลือประมาณ 2 ใน 3) เพื่อไม่ให้เป็นภาระส่วนเกินแก่ผู้บริโภค

 

ข้อมูลเชิงสถิติ: การตัดและปรับลดต้นทุนสมมติทั้ง 4 รายการนี้ ช่วยประหยัดเงินให้ระบบได้ถึงประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี (หรือวันละเกือบ 30 ล้านบาท) และเมื่อคำนวณสะสมตลอด 22 ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินที่ผู้บริโภคแบกรับไปแล้วจึงสูงกว่า 230,000 ล้านบาท

 

💰 2. เงิน 2.3 แสนล้านบาท ไหลไปอยู่ที่ใคร?

 

เงินก้อนนี้ไม่ได้หายไปในอากาศ แต่เป็นการไหลเวียนของเม็ดเงินภายใต้ "กติกาทางเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายแต่บิดเบี้ยว" (Institutionalized Inefficiency) โดยกระจายไปใน 3 ภาคส่วนหลัก:

 

🔹 กำไรส่วนเกินของกลุ่มธุรกิจพลังงานและโรงกลั่น (สัดส่วนใหญ่ที่สุด): ต้นทุนสมมติที่บวกเพิ่มเข้าไปถูกบันทึกเป็นราคาขายหน้าโรงกลั่น ส่งผลให้ค่าการกลั่น (Gross Refining Margin) และกำไรของโรงกลั่นสูงเกินต้นทุนจริง กลายเป็นผลตอบแทนทางบัญชีและเงินปันผลคืนสู่ผู้ถือหุ้นของกลุ่มทุนพลังงานขนาดใหญ่

 

🔹 รายได้รัฐบาลจาก “ภาษีซ้อนภาษี” (Tax On Phantom Cost): เมื่อราคาหน้าโรงกลั่นถูกดันให้สูงขึ้นด้วยต้นทุนทิพย์ ฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ก็ขยายใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ทุกหยดน้ำมันที่ประชาชนเติม จึงมีภาษี VAT ที่เก็บจากต้นทุนที่ไม่มีอยู่จริงไหลเข้าคลังของรัฐบาล

 

🔹 การชดเชยไขว้ในกองทุนน้ำมันฯ (Cross-Subsidization): ในยามวิกฤต กำไรส่วนเกินและโครงสร้างราคาที่ซับซ้อนนี้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือให้รัฐบาลเกลี่ยเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพื่อนำไปอุ้มเชื้อเพลิงประเภทอื่น เช่น ก๊าซหุงต้ม (LPG) ทำให้ต้นทุนที่แท้จริงของพลังงานแต่ละชนิดขาดความโปร่งใสและบิดเบือนกลไกตลาด

 

⏳ 3. ทำไมสูตรนี้จึงอยู่รอดมาได้นานถึง 22 ปี?

 

🔹 ในอดีต (ปี 2547): ประเทศไทยต้องการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระดับแสนล้านเพื่อสร้างโรงกลั่นภายในประเทศ รัฐจึงกำหนดสูตรนำเข้าเสมือนเพื่อการันตีว่าโรงกลั่นจะมีกำไรคุ้มค่าการลงทุน ไม่ขาดทุนจากการแข่งขันกับสินค้านำเข้า

 

🔹 ในปัจจุบัน: แม้โรงกลั่นจะคืนทุนและมีผลกำไรมหาศาลมานานหลายปี แต่เกิดภาวะ Policy Inertia หรือความเฉื่อยชาทางนโยบายของรัฐบาลหลายยุคที่ไม่กล้าแตะต้องผลประโยชน์ของกลุ่มทุนพลังงาน เพราะเกรงจะกระทบต่อดัชนีตลาดหุ้นและความสัมพันธ์เชิงอำนาจ

 

🎯 4. นัยเชิงยุทธศาสตร์สังคม: ก้าวต่อไปที่ต้องขับเคลื่อน

 

การลงนามตัดต้นทุนทิพย์ของ รมว.พลังงาน ในครั้งนี้ ส่งผลให้ต้นทุนหน้าโรงกลั่นลดลงทันที โดยเฉพาะกลุ่ม ดีเซล B7 ที่มีสัดส่วนการลดลงสูงสุดเพื่อช่วยเหลือภาคการผลิตและขนส่ง

 

อย่างไรก็ตาม ในมิติยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคม ยังมีโจทย์สำคัญ 3 ข้อที่ต้องผลักดันต่อ:

 

🔹 การกระจายประโยชน์สู่ผู้ใช้น้ำมันเบนซิน: แม้ดีเซลจะเป็นหัวใจของระบบโลจิสติกส์ แต่ผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ (เช่น ไรเดอร์ วินมอเตอร์ไซค์ คนทำงานหาเช้ากินค่ำ) เป็นกลุ่มที่จ่ายเงินสมทบกองทุนน้ำมันฯ ในอัตราสูงมาโดยตลอด นโยบายระยะถัดไปต้องขยายผลการลดต้นทุนสู่กลุ่มเบนซินอย่างเป็นธรรม

 

🔹 การส่งผ่านสู่ “ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค”: เมื่อต้นทุนน้ำมันดีเซลลดลง กระทรวงพาณิชย์และกลไกรัฐต้องทำงานเชิงรุก กดดันให้ค่าขนส่งและราคาสินค้าในตลาดปรับลดลงตามสัดส่วน ไม่ปล่อยให้ส่วนต่างนี้กลายเป็นกำไรส่วนเกินของผู้ผลิตสินค้า

 

🔹 การสร้างระบบตรวจสอบแบบเปิด (Open Energy Data): เงิน 2.3 แสนล้านบาทในอดีตอาจไม่สามารถเรียกคืนได้ในทางกฎหมาย แต่สิ่งสำคัญคือการสถาปนากฎหมายและกลไกกำกับดูแลด้านพลังงานที่เป็นธรรม เพื่อไม่ให้ “ต้นทุนสมมติ” รูปแบบใหม่ถูกนำกลับมาแฝงในค่าครองชีพของประชาชนได้อีก

 

การรื้อต้นทุนทิพย์ 22 ปี จึงไม่ใช่เพียงการลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม แต่คือการรื้อถอนโครงสร้างผลประโยชน์เดิม เพื่อคืนความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจให้สังคมไทยอย่างแท้จริง

 

📢 ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง:

คุณคิดว่าหลังการตัด "ต้นทุนทิพย์" ในครั้งนี้ ราคาสินค้าและค่าครองชีพในชีวิตประจำวันจะปรับลดลงตามราคาน้ำมันได้จริงหรือไม่? หรือภาครัฐควรมีมาตรการกำกับดูแลแบบใดเพิ่มเติม? ร่วมแสดงความคิดเห็นและส่งต่อบทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ร่วมกันในสังคมครับ

 

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน

นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม

29 ตุลาคม 2569

 

#ณัฏฐ์มงคลนาวิน #นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม #ต้นทุนทิพย์ #ราค

าน้ำมัน #โครงสร้างพลังงาน #เศรษฐกิจไทย #พลังงานเพื่อประชาชน

https://www.facebook.com/share/p/1DVTRPdD8k/

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/share/p/1DVTRPdD8k/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
risait445's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
โพสท์โดย risait445
Whiteflower สนใจด้านสุขภาพแนวธรรมชาติ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนเสียงครางบอกความรู้สึกของผู้หญิงได้แค่ไหนจีสปอตมีจริงไหม และความสุขทางเพศของผู้หญิงเกิดจากตรงไหนกลืนน้ำอสุจิช่วยให้หน้าใสจริงหรือรวมเลขเด็ดคนดัง 1 พฤศจิกายน 2569 มัดรวมแนวทางเจ้าพ่อเจ้าแม่สำนักดัง คัดเน้นๆ โค้งสุดท้ายก่อนหวยออกกลิ่นน้ำหอมในรถและเสื้อผ้าบอกได้ไหมว่าสามีนอกใจเทียบชัด 10 อันดับเลขขายดี 3 สำนักดัง ‘แม่จำเนียร - จำเนียรอ่อนนุช - แม่ทำเนียน’ งวด 1 พฤศจิกายน 2569สรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทยเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันเปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569มหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เสียงครางบอกความรู้สึกของผู้หญิงได้แค่ไหนเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันกลืนน้ำอสุจิช่วยให้หน้าใสจริงหรือจีสปอตมีจริงไหม และความสุขทางเพศของผู้หญิงเกิดจากตรงไหนรวมเลขเด็ดคนดัง 1 พฤศจิกายน 2569 มัดรวมแนวทางเจ้าพ่อเจ้าแม่สำนักดัง คัดเน้นๆ โค้งสุดท้ายก่อนหวยออกประเทศที่มีการเปลี่ยนชื่อใหม่ล่าสุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด การเมืองและข่าวสาร
เปิดตัวเวปคัดค้านผังเมือง กทม. ลงง่ายมาก ใครได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมร่วมกันลงชื่อคัดค้านค่ะร่วมการคัดค้านผังเมืองกทม.ใหม่ภายใน 9 พฤศจิกายนนี้ ต้องเอาแก้มลิงคืนมาก่อน กทม. จมบาดาลคน กทม. ไม่ทน เรียกร้องให้ปลดผูว่าชัชชาติ"เคน-พิศณุพงศ์" ลุยลงพื้นที่ด่วนที่บ้านคลองเสือ 5 มาตรการด่วน-ระยะยาว รับมือช้างป่า 11 ตัว บุกรุกพืชผลชาวบ้านหมูสี
ตั้งกระทู้ใหม่