ไขข้อข้องใจทาสแมว ทำไมอยู่ดี ๆ น้องแมวถึงเดินมาเอาหัวชนเรา?
ไขข้อข้องใจทาสแมว ทำไมอยู่ดี ๆ น้องแมวถึงเดินมาเอาหัวชนเรา?
เคยไหม กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์หรือทำงานอยู่ดี ๆ เจ้าเหมียวก็เดินเข้ามาหา แล้วเอาหน้าผากมาแตะมือ เอาหัวถูขา หรือเบียดแก้มกับแขนของเราเบา ๆ ก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พฤติกรรมเล็ก ๆ แบบนี้ทำให้คนเลี้ยงแมวหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า น้องกำลังอ้อน กำลังทักทาย หรือกำลังส่งข้อความอะไรบางอย่างถึงเรากันแน่?
ความจริงแล้ว การเอาหัวมาชนหรือถูไถกับคนเป็นพฤติกรรมการสื่อสารอย่างหนึ่งของแมว ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกลิ่น ความคุ้นเคย และความสัมพันธ์ระหว่างแมวกับสิ่งมีชีวิตรอบตัว และแม้จะดูเหมือนเป็นการอ้อนเพียงอย่างเดียว แต่พฤติกรรมนี้ก็มีความหมายมากกว่าที่หลายคนคิด
1. ฝากกลิ่นเพื่อสร้างความคุ้นเคย
เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งคือ แมวใช้กลิ่นเป็นเครื่องมือสื่อสาร แมวมีต่อมที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งสารสื่อกลิ่นอยู่บริเวณใบหน้า เช่น แก้ม รอบปาก คาง และบริเวณหน้าผากใกล้ใบหู เมื่อแมวเอาหน้ามาถูไถกับคนหรือสิ่งของ สารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารด้วยกลิ่นก็อาจถูกฝากไว้บนพื้นผิวนั้น
สารที่เรียกว่า “ฟีโรโมน” (Pheromones) เป็นสารเคมีที่สัตว์ใช้สื่อสารกับสัตว์ชนิดเดียวกันในบริบทต่าง ๆ ส่วนการสื่อสารด้วยกลิ่นของแมวยังประกอบด้วยสารกลิ่นชนิดอื่น ๆ ด้วย จึงไม่ใช่ว่ากลิ่นทุกชนิดที่แมวฝากไว้จะเป็นฟีโรโมนทั้งหมด
เมื่อแมวถูหน้ากับคนที่คุ้นเคย พฤติกรรมนี้อาจช่วยสร้างกลิ่นที่คุ้นเคยในสภาพแวดล้อมของมันได้ เราอาจไม่ได้กลิ่นอะไรเป็นพิเศษ แต่สำหรับแมว กลิ่นมีบทบาทสำคัญต่อการรับรู้สิ่งแวดล้อมและการทำความคุ้นเคยกับสมาชิกในกลุ่มสังคม
ดังนั้น หากเจ้าเหมียวเดินเข้ามาเอาหัวถูแขนหรือแก้มของเรา ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารด้วยกลิ่นและการสร้างความคุ้นเคย ไม่จำเป็นต้องตีความว่าเป็นการประกาศกรรมสิทธิ์เหนือมนุษย์อย่างจริงจังเสมอไป
2. สัญญาณของความคุ้นเคยและความไว้วางใจ
แมวเป็นสัตว์ที่ใช้ภาษากายสื่อสารอยู่ตลอดเวลา การเดินเข้าหาอย่างผ่อนคลายแล้วเอาหัวมาสัมผัสกับคนอาจแสดงให้เห็นว่าแมวรู้สึกคุ้นเคยและสบายใจกับบุคคลนั้น โดยเฉพาะเมื่อมีพฤติกรรมอื่นประกอบ เช่น หางตั้งขึ้น ลำตัวไม่เกร็ง หรี่ตาอย่างผ่อนคลาย หรือส่งเสียงครางเบา ๆ
นักพฤติกรรมสัตว์อธิบายว่า การเอาหัวถูไถหรือที่เรียกว่า bunting พบได้ทั้งในแมวบ้านและแมวชนิดอื่น ๆ พฤติกรรมนี้อาจมีบทบาทในการทักทาย สร้างความสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนกลิ่นระหว่างสมาชิกที่คุ้นเคยกัน
อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรสรุปว่าแมวทุกตัวจะเอาหัวมาชนเฉพาะคนที่รักหรือไว้ใจมากที่สุดเท่านั้น เพราะแมวแต่ละตัวมีบุคลิกและวิธีเข้าสังคมต่างกัน บางตัวเข้าหาคนง่าย ขณะที่บางตัวชอบอยู่ใกล้ ๆ โดยไม่ต้องสัมผัสตัวมากนัก
สิ่งที่สำคัญกว่าการมองหาท่าทางใดท่าทางหนึ่งคือการสังเกตภาษากายโดยรวม และเคารพพื้นที่ส่วนตัวของแมว หากมันเดินเข้ามาหาเองแล้วถูหัวกับเรา ก็ค่อย ๆ ตอบสนองอย่างอ่อนโยนโดยไม่บังคับให้มันอยู่ต่อ
3. ทักทายหรือเรียกร้องความสนใจ
บางครั้งการเอาหัวมาชนก็เป็นวิธีเริ่มต้นปฏิสัมพันธ์กับคน แมวอาจเดินมาหาเจ้าของหลังจากเจ้าของกลับบ้าน หรือเข้ามาถูขาขณะกำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน พฤติกรรมนี้อาจเป็นการทักทายหรือชวนให้สนใจมันมากขึ้น
หากแมวเอาหัวมาถูขณะเราเตรียมอาหาร เดินไปยังบริเวณที่เก็บขนม หรือกำลังนั่งอยู่ใกล้ของเล่น ก็อาจมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่มันต้องการในขณะนั้น เช่น อาหาร การเล่น หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าของ แต่ไม่สามารถสรุปความต้องการได้จากการชนหัวเพียงอย่างเดียว
ลองสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนและหลังพฤติกรรมนี้ หากแมวเดินมาถูขาแล้วส่งเสียงร้องซ้ำ ๆ ใกล้เวลาอาหาร ก็อาจกำลังขออาหาร หากถูมือแล้วเดินไปใกล้ของเล่น ก็อาจกำลังชวนเล่น แต่ถ้าเพียงเข้ามาถูหัวแล้วนอนลงข้าง ๆ มันก็อาจแค่ต้องการอยู่ใกล้คนที่คุ้นเคย
การเรียนรู้รูปแบบพฤติกรรมประจำตัวของแมวจึงช่วยให้เราเข้าใจสิ่งที่มันสื่อสารได้ดีกว่าการยึดคำอธิบายเพียงแบบเดียว
4. แมวบางตัวอาจทำเพื่อความรู้สึกสบายใจ
การถูหน้าและฝากกลิ่นยังเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติที่แมวใช้กับสิ่งแวดล้อมของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโซฟา ขอบประตู เฟอร์นิเจอร์ หรือบริเวณที่มันเดินผ่านเป็นประจำ
เมื่อแมวถูหน้าเข้ากับสิ่งของที่คุ้นเคย มันอาจช่วยให้บริเวณนั้นมีกลิ่นที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของตัวเอง การได้อยู่ท่ามกลางกลิ่นที่คุ้นเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับรู้สิ่งแวดล้อมของแมว และพฤติกรรมนี้มักพบในช่วงที่มันมีท่าทีผ่อนคลาย
แต่ก็ไม่ควรตีความว่าการเอาหัวมาชนทุกครั้งเป็นการปลอบประโลมตัวเองเสมอไป เพราะพฤติกรรมเดียวกันอาจทำหน้าที่หลายอย่างในเวลาเดียวกัน ทั้งการทักทาย การฝากกลิ่น และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับคน
5. ทำไมแมวแต่ละตัวถึงแสดงความรักไม่เหมือนกัน?
แมวบางตัวชอบเอาหัวมาชนมือเจ้าของทุกวัน ขณะที่บางตัวไม่ค่อยชอบสัมผัสตัว แต่กลับชอบนอนอยู่ใกล้ ๆ เดินตามไปทุกห้อง หรือส่งเสียงร้องเมื่อเห็นเจ้าของกลับบ้าน
พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้มีแบบไหนที่ใช้วัดความรักได้อย่างแน่นอน เพราะแมวแต่ละตัวมีนิสัย ประสบการณ์ในอดีต และระดับความชอบในการสัมผัสที่แตกต่างกัน แม้แต่แมวที่อยู่บ้านเดียวกันก็อาจมีวิธีแสดงความคุ้นเคยไม่เหมือนกัน
นอกจากการเอาหัวมาชนแล้ว ยังมีพฤติกรรมอื่น ๆ ที่อาจแสดงถึงความสบายใจ เช่น การนอนพักใกล้คน การถูตัวกับขา การกะพริบตาช้า ๆ ในสถานการณ์ที่ผ่อนคลาย หรือการเข้ามาอยู่ในบริเวณเดียวกันโดยไม่หลบหนี
หากแมวไม่ชอบให้จับหรือกอด ก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่ผูกพันกับเจ้าของเสมอไป การเปิดโอกาสให้แมวเลือกเข้าหาและถอยออกไปได้เองเป็นวิธีสร้างความสัมพันธ์ที่เคารพความต้องการของมันมากกว่า
6. จุดที่ต้องแยกให้ออก: เอาหัวมาชนกับกดหัวค้างไม่เหมือนกัน
แม้การเอาหัวมาชนคนเบา ๆ มักเป็นพฤติกรรมปกติ แต่มีพฤติกรรมอีกแบบที่เรียกว่า head pressing ซึ่งแตกต่างกันอย่างสำคัญ
การเอาหัวถูไถตามปกติมักเกิดขึ้นระหว่างการมีปฏิสัมพันธ์ แมวอาจเดินเข้ามา แตะหน้าผากกับมือ ถูแก้ม แล้วขยับตัวต่อไป โดยมีท่าทีผ่อนคลายและตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างตามปกติ
ในทางกลับกัน หากแมวกดศีรษะค้างกับผนัง มุมห้อง หรือสิ่งของอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีลักษณะเป็นการทักทาย และดูสับสนหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย พฤติกรรมนี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหาทางระบบประสาทหรือโรคอื่นที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจจากสัตวแพทย์
หากพบอาการดังกล่าว ควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีอาการเดินเซ สับสน เดินวน หรือการมองเห็นและการตอบสนองเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน อย่ารอให้มีอาการรุนแรงก่อนจึงค่อยขอความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ หากแมวที่เคยเข้าสังคมตามปกติเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างฉับพลัน เช่น ไม่ยอมให้เข้าใกล้ ซึมลง กินอาหารลดลง หรือมีท่าทีเจ็บปวด ก็ควรสังเกตอาการอื่นร่วมด้วยและปรึกษาสัตวแพทย์เมื่อมีข้อกังวล
แล้วเราควรทำอย่างไรเมื่อแมวเดินมาเอาหัวชน?
หากเจ้าเหมียวเดินเข้ามาหาแล้วถูหัวกับมือหรือขา เราสามารถตอบสนองด้วยการลูบเบา ๆ บริเวณแก้มหรือหัว หากแมวชอบสัมผัสบริเวณนั้น พร้อมสังเกตว่ามันยังผ่อนคลายอยู่หรือไม่ หากมันหันหน้าหนี ขยับตัวออก หรือแสดงท่าทีไม่ต้องการสัมผัส ก็ควรหยุดและให้พื้นที่กับมัน
ไม่จำเป็นต้องอุ้มหรือกอดแมวทุกครั้งที่มันเข้ามาหา บางครั้งการปล่อยให้มันเดินมาทักทายแล้วเลือกนอนข้าง ๆ ตามต้องการก็เป็นการตอบสนองที่เหมาะสมแล้ว
ท้ายที่สุด การเอาหัวมาชนเป็นพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่สะท้อนให้เห็นว่าแมวใช้กลิ่นและภาษากายในการสื่อสารกับโลกอย่างไร แม้เราไม่สามารถแปลความหมายของทุกท่าทางได้แบบคำต่อคำ แต่การสังเกตพฤติกรรมโดยรวมและทำความรู้จักนิสัยเฉพาะตัวของเจ้าเหมียว จะช่วยให้เราเข้าใจมันได้มากขึ้น
ครั้งหน้าถ้าแมวเดินเข้ามาเอาหัวถูมือ ก็ลองสังเกตดูว่าในขณะนั้นมันกำลังทำอะไร มีท่าทีอย่างไร และมีพฤติกรรมอื่นประกอบหรือไม่ เพราะบางทีสิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่แค่การที่มันเอาหัวมาชนเรา แต่เป็นวิธีที่มันค่อย ๆ สร้างความคุ้นเคยกับคนในแบบของตัวเอง
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
เลขปฏิทินหลวงปู่ศิลา งวด 1 พฤศจิกายน 69
วันสะเก็ดเงินโลก 29 ตุลาคม "สะเก็ดเงินไม่ติด ความสนิทไปต่อ" ชวนมองข้ามผิวหนัง เห็นโรคร่วมที่ต้องเฝ้าระวัง
เลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจ
สถิติหวยออก 1 พ.ย. ย้อนหลัง 10 ปี ส่องเลขมาแรง
เลขมงคล "เจ้าแม่ตะเคียนทองให้โชค" ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
5 จังหวัดไทยที่ชื่อยาว อ่านยาก และชวนให้สะกดผิด
10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน
ธนบัตรไทย 500,000 บาท ธนบัตรที่ระลึกชนิดราคาสูงที่สุดที่เคยจัดพิมพ์
ทำไมหอยนางรมสด ทานคู่กับยอดกระถิน จึงมีรสหวาน
"น้องพลอย" ซุปตาร์ดวงใหม่! แจ้งเกิดเพราะงอน..จนกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียล
ผักสวนหลังบ้านปนเปื้อนสารเคมี: เมื่อไรที่ "อย่าเก็บ" สำคัญกว่า "ล้างยังไง"
