หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

เจนเซ่น หวง VS อีลอน มัสก์

เขียนโดย machete007

โลกธุรกิจนาทีนี้ไม่มีใครจะประสบความสำเร็จและดังเท่ากับอีลอน มัสก์และเจนเซ่น หวง มาดูและเปรียบเทียบกันว่าทั้งสองคนเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

เจนเซ่น หวง เป็นผู้ก่อตั้งและสร้างบริษัท NVIDIA บริษัทผู้ผลิตชิพคอมพิวเตอร์ที่ทำให้ AI มีความฉลาด มีความสามารถสูงและสามารถทำอะไรต่าง ๆ ได้ดีมากและจะดีเหนือกว่ามนุษย์ในที่สุดในเวลาอีกไม่นาน เอ็นวิเดียจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ AI ต้องใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น บริษัทนี้จึงเติบโตและทำกำไรได้มหาศาลต่อไปอีกนาน

และนั่นทำให้หุ้น NVDA มีมูลค่าตลาดหรือ Market Cap. สูงที่สุดในโลกที่กว่า 5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงเสียยิ่งกว่า GDP ของเยอรมันที่เป็นอันดับ 3 ของโลกเสียอีก มองแบบหยาบ ๆ ถ้าบริษัทก็คล้าย ๆ ประเทศที่ผลิตสินค้าขายให้คนอื่นเอาไปใช้ เอ็นวิเดียก็เป็นประเทศที่ใหญ่กว่าและมีความสำคัญกว่าเยอรมันแล้ว

อีลอน มัสก์ เป็นผู้ประกอบการและเป็นผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัทหลายแห่งที่ผลิตสินค้าที่ “ปฎิวัติโลก” เป็นสินค้าใหม่ที่ “ไม่เคยมีใครทำมาก่อน” เช่น รถไฟฟ้าเทสลา บริษัทยิงจรวดสู่อวกาศ SpaceX ที่ส่งดาวเทียมเพื่อให้บริการโทรศัพท์มือถือจากอวกาศและอื่น ๆ รวมถึงสัญญาว่าวันหนึ่งจะขนส่งมนุษย์ไปอยู่บนดาวอังคาร เป็นต้น

และนั่นส่งผลให้หุ้นเหล่านั้นมีค่าสูงลิ่วเกือบทุกตัว และทำให้เขากลายเป็นคนที่รวยที่สุดในโลก โดยมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านเหรียญ หรือ 33 ล้านล้านบาทไทย มากกว่าเจนเซ่น หวง ที่รวยติดอันดับโลกเหมือนกันที่ประมาณ 5.7 ล้านล้านบาท

ทั้งเจนเซ่น หวง และอีลอน มัสก์ ต่างก็เรียนจบทางสายวิยาศาสตร์และน่าจะเรียนเก่งมากทั้งคู่ โดยเจนเซ่น หวง จบปริญญาโททางด้านวิศวไฟฟ้าจากแสตนฟอร์ด ส่วนอีลอน มัสก์ จบทางด้านฟิสิกส์และเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐ Pennsylvania หรือ “U of Penn” ที่โด่งดังโดยเฉพาะในสาขาทางด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน

ทั้งคู่ต่างก็เป็น “ผู้อพยพ” เข้ามาอยู่ในอเมริกา โดยที่เจนเซ่น หวงนั้น เป็นเด็กจีนจากใต้หวันที่เดิมพ่อแม่อพยพมาอยู่ในประเทศไทยก่อน แต่เนื่องจากประเทศไทยเกิด “เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516” ซึ่งเป็นการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์และ “โลกเสรี” ในประเทศไทย ครอบครัวจึงย้ายไปอยู่อเมริกา

อีลอน มัสก์เป็นคนอาฟริกาใต้ที่ “บ้านแตก” เขา “หนี” พ่อไปอยู่กับแม่ที่หย่ากันที่แคนาดาตอนเป็นวัยรุ่น และต่อมาก็ย้ายตัวเองไปเรียนและอยู่ต่อที่อเมริกา อาจจะเพื่อที่จะ “ตามความฝัน” ของตนเอง

นิสัยหรือความเชื่อของเจนเซ่น หวง นั้นน่าจะแตกต่างจากอีลอน มัสก์ มากหรือตรงกันข้ามแบบ “ตะวันออก-ตะวันตก” นั่นคือ เจนเซ่น หวงถูกเลี้ยงดูแบบจีน คือรักการศึกษาเล่าเรียน อย่างน้อยในโรงเรียน มีวินัยสูง ทำงานหนัก ทำงานได้สมบูรณ์แบบ ชีวิตไม่เคยเกเร เขาทำงานในโรงงานเดิมและบริษัทเดิมโดยเฉพาะ เอ็นวิเดีย มานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่ยังเป็นบริษัทเล็กจนเติบใหญ่กลายเป็นบริษัทที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกทางด้าน AI

อีลอน มัสก์ นั้นเป็นแบบ “เด็กฝรั่ง” ทั่วไปที่ “อยากรู้อยากเห็น” ชอบเรียนรู้แบบอิสระไม่เชื่อฟังครูและไม่ค่อยมี “วินัย” หรือไม่อยู่ใน “กรอบ” กล้าเสี่ยงกล้าลองผิดลองถูก เขาเรียนรู้วิธีเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยตนเองตั้งแต่เด็ก เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูงและมักคิดถึงการแก้ปัญหาระดับโลกและการทำอุตสาหกรรมด้วยความคิดสร้างสรรค์สูง ดังนั้น เขาจึงทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่ทั้งยากและอาศัยพลังใจและพลังกายสูงมากพร้อมกันอย่างที่คนอื่นไม่สามารถทำได้ ในบางช่วงบางเวลา เขาถึงกับต้อง “นอนที่โรงงาน” เพียงไม่กี่ชั่วโมงเพื่อเร่งงานหรือแก้ปัญหาเร่งด่วน

ความแตกต่างอีกเรื่องหนึ่งระหว่างเจนเซ่น หวง กับอีลอน มัสก์ ก็คือเรื่องของการ “กล้าเสี่ยง” ที่อีลอน มัสก์ ดูเหมือนว่าจะมีสูงกว่าเจนเซ่น หวง เพราะเขากล้าทำในสิ่งที่อาจจะมีโอกาสล้มเหลวสูง และถ้าล้มเหลวก็อาจจะทำให้เขาล้มละลายได้เลย ตัวอย่างเช่น ในช่วงหนึ่งที่เทสลายังไม่ประสบความสำเร็จนั้น เขาแทบจะต้องทุ่มเงินส่วนตัวทั้งหมดและ “จำนำ” ทุกอย่างที่มีเพื่อนำเงินมาหล่อเลี้ยงไม่ให้บริษัทล้มละลาย

โชคดี ที่เขารอดมาได้และบริษัทเริ่มประสบความสำเร็จในการผลิตและขายรถได้อย่างจริงจัง ในขณะที่เจน เซ่น หวงนั้น สิ่งที่เขาเสี่ยงนั้น ดูเหมือนจะเป็นช่วงที่ก่อตั้ง NVIDIA ในช่วงแรก ๆ เท่านั้น เพราะหลังจากนั้นธุรกิจก็ไปได้เรื่อย ๆ และบริษัทก็เติบโตไปอย่างต่อเนื่องมั่นคงแม้ว่าจะไม่ได้โตระเบิดในช่วงแรกก่อนที่กระแสของ AI จะมา

ประเด็นสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของภาพพจน์และการสื่อสารกับสาธารณชนของ “ผู้ยิ่งใหญ่” ทั้งสอง ซึ่งก็เป็นเรื่องสำคัญมากและมีผลต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของบริษัทเป็นอย่างมาก เหตุก็เพราะบริษัทสร้างและขายสินค้าหรือบริการที่เป็น “สิ่งใหม่ที่จะปฏิวัติโลก” ภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของทุกคนตั้งแต่คู่ค้า ลูกค้าซึ่งก็คือบุคคลธรรมดา และรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ จะต้องมีความรู้สึกและความคิดที่ดีต่อเจ้าของและผู้นำของบริษัท

อีลอน มัสก์ นั้น ภาพที่เป็นมาตลอดก็คือ เขาเป็น “อัจฉริยะ” ทางด้านความคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงคุณสมบัติที่จะ “ทำให้สำเร็จ” ในสิ่งที่คนทั่วไปรวมถึง “ผู้เชี่ยวชาญ” คิดว่าเป็นไปไม่ได้ ว่าที่จริงคนอื่นอาจจะไม่เคยคิดเลย เช่น การยิงจรวดแล้วเก็บตัวจรวดกลับมาใช้ใหม่แทนที่จะปล่อยมันตกทะเลไป เป็นต้น

ดังนั้น คนทั่วไปรวมถึงคนชั้นนำในวงการต่าง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงอุตสาหกรรมและธุรกิจต่างก็ “ซูฮก” หรือนับถือและเชื่อมั่นในตัวเขามาก ไม่ว่าเขาจะ “โม้” อะไรมากน้อยแค่ไหน คนก็เชื่อว่าเขาจะทำได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาสามารถดึงพลังจากสังคมมหาศาลมาช่วยทำให้งานหรือความฝันของเขาสำเร็จได้ง่ายขึ้นมาก

ตัวอย่างล่าสุดก็คือ การนำ SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จและได้รับเงินจาก IPO มากที่สุดในประวัติศาสตร์คิดเป็นเงิน 7.5 หมื่นล้านเหรียญ หรือประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท ที่จะถูกนำไปสร้างโครงการต่าง ๆ “ในฝัน” ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง ธุรกิจที่ทำอยู่ในปัจจุบัน บริษัทก็ยังแทบจะไม่มีกำไรเลย

เจนเซ่น หวงนั้น เพิ่งจะดังมาไม่นานและหลังจากอีลอน มัสก์ มาก แต่เขาก็ “สร้างตัวตน” มาตั้งแต่แรกโดยการ “สวมเสื้อหนังสีดำตัวเก่ง” ออกทุกงานจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาจจะคล้าย ๆ กับสตีฟ จ็อบส์ สมัยที่เขาเป็นผู้บริหารอยู่ที่แอปเปิลที่มักจะสวมเสื้อยืดคอเต่าสีน้ำตาลตลอดเวลา สัญลักษณ์ของเจนเซ่น หวงที่ต้องการโชว์ก็คือ เขาเป็น “วิศวกร” ที่คุมการผลิตชิพ AI ที่ยอดเยี่ยมไม่มีใครสู้ได้และทุกคนต้องการ และมันกำลังเปลี่ยนโลก ภาพของเขาจะต้องเป็นคน “ติดดิน” คลุกคลีกับชั้นกลาง ทำงานหนัก กินข้าวบ้าน และดื่มเหล้าสังสรรค์บ้างหลังเลิกงาน

ดังนั้น ภาพที่ปรากฏเวลาเจนเซ่น หวง เดินทางไปติดต่อธุรกิจต่างประเทศ เขาจะต้องชวนผู้นำของประเทศและนักธุรกิจคู่ค้าไป “หาอะไรกินในตลาด” หลังเสร็จประชุม เขาไม่ไปนั่งในห้องติดแอร์แต่มักจะนั่งหน้าร้านและสั่งอาหารรวมถึงเหล้าเบียร์ท้องถิ่นมากินแบบเดียวกับคนในประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอเซียเหล่านั้น

ภาพเจนเซ่น หวง คู่กับผู้บริหารซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทล้านล้านบาทอย่างซัมซุงกลางตลาดนัดกลางกรุงโซลนั้น ทำให้คนเกาหลีและแทบทุกประเทศในเอเชียต่างก็ “ร้องกรี๊ด” เพราะแทบจะไม่มีใครเคยเห็นว่า คนที่ยิ่งใหญ่ เป็นเจ้าของบริษัทระดับโลก และรวยขนาดนั้นจะมานั่งกินอาหารร่วมกับคนธรรมดา ๆ อย่างเรา ๆ

เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ คนคิดว่า เจนเซ่น หวง นั้น เขาก็เคยเป็นแบบเดียวกับเรา ตอนนี้เขาประสบความสำเร็จสุดยอด แต่เขาไม่ได้เปลี่ยนไป ยังเป็นพวกเราเสมอ ไม่เคยลืมตัวตนและใช้ชีวิตอย่างเดิมที่น่ายกย่อง ซึ่งสำหรับผมแล้ว นาทีนี้ เจนเซ่น หวง มีสถานะใกล้เคียงกับ อีลอน มัสก์ ในแง่ของภาพพจน์ที่ดีโดยเฉพาะสำหรับคนในเอเชียซึ่งก็เป็นตลาดสำคัญของโลกในยุค AI

ชีวิตและความสำเร็จของเจนเซ่น หวง และอีลอน มัสก์ นั้นเป็นกระจกเงาบอกผมหรือทำให้ผมคิดไปถึงประเด็นที่คนพูดและเถียงกันมากในระยะหลังนี้ว่า ระหว่างจีน กับ สหรัฐอเมริกา ใครจะ “ชนะ” ในสงครามชิงความยิ่งใหญ่ของโลก ซึ่งนั่นก็จะส่งผลต่อไปถึงประเด็นว่า เศรษฐกิจไหนจะใหญ่กว่ากันในอนาคต ซึ่งนั่นก็ไม่พ้นเรื่องของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และตลาดหุ้นของประเทศไหนจะโตกว่ากันในอีกหลายปีหรือหลายสิบปีหลังจากนี้

ผมเองก็ไม่แน่ใจ ผมรู้แต่เพียงว่า จีนนั้น เก่งทางด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรม ผลิตสินค้าได้ดีและถูกมาก อะไรที่เป็นเรื่องของการผลิต เช่น หุ่นยนต์หรือรถไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไม้สอยไฮเท็ค จีนน่าจะชนะแน่นอน ดูเจนเซ่น หวง เป็นตัวอย่าง เพราะเขาเป็นคนจีน และในเมืองจีนนั้น คนที่คล้าย ๆ เจนเซ่น หวง น่าจะมีมากมาย

ส่วนอเมริกานั้น ความแข็งแกร่งอยู่ที่การเป็นประเทศที่คนเก่ง ๆ และฉลาดมากจากทั่วโลกรวมถึงคนจีนอยากเข้าไปอยู่ จริง ๆ คนที่ไม่เก่งและไม่ฉลาดก็อยากเข้าไปอยู่ เพราะมันเป็นประเทศแห่งเสรีภาพและเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถคิดและทำตาม “ความฝัน” ของตนเองได้ และคนอย่างอีลอน มัสก์ก็คือคนหนึ่ง เช่นเดียวกับเจนเซ่น หวง ที่ได้ใช้โอกาสนั้นในอเมริกา

เราคงต้องรอดูต่อไปว่า ระหว่างประเทศที่คนเต็มไปด้วยประสิทธิภาพและสร้างผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบอย่างจีน และประเทศที่เปิดโอกาสให้คนช่างฝันทั่วโลกเข้าไปอยู่อาศัยอย่างอเมริกา ใครจะเป็นผู้ชนะในระยะยาว นาทีนี้ สหรัฐดูเหมือนว่าจะชนะ มองจากมูลค่าของตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม การที่ทรัมป์พยายาม “ปิดประเทศ” บางส่วน อาจจะทำให้อเมริกาแพ้ได้

13 มิ.ย 2569

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

เนื้อหาโดย: machete007
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
machete007's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย machete007
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: machete007
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขสนั่นเมือง งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่งบน–ล่าง เจาะชุด 2 ตัวบน–ล่าง พร้อมเลข 3 ตัวส่องแนวทางเลข "แม่น้ำหนึ่ง" วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569บิ๊กซีทยอยปิดสาขาต่างจังหวัด ไม่ใช่สัญญาณเจ๊ง แต่คือการผ่าตัดพอร์ตครั้งใหญ่ของเครือ BJCห้างที่เดินแล้วหลงทางง่ายที่สุด มีแผนผังที่ซับซ้อนที่สุดในไทยมัดรวม "เลขวันสำคัญ" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้เลขเด็ด "เสือตกถัง" สูตรลับ "อ.พล ขอนแก่น" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..ส่องด่วน ก่อนหวยหมด!ทำไมคนถึงชอบดูหนังสยองขวัญ (จิตวิทยา)108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงนิสัยการเงิน 12 ราศี เก็บเงินเก่งแบบไหน และมักรั่วตรงไหนโรงปูนแห่งแรกของประเทศไทยอยู่ที่ไหน จุดเริ่มต้นที่หลายคนอาจไม่เคยรู้เลขมือทองมาแล้ว! งวด 1 พ.ย. 69 เลขเด่นสวยสุด 1 พร้อมชุดสองหลักแถวบน–แถวล่าง 6 ชุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ห้างที่เดินแล้วหลงทางง่ายที่สุด มีแผนผังที่ซับซ้อนที่สุดในไทยนิสัยการเงิน 12 ราศี เก็บเงินเก่งแบบไหน และมักรั่วตรงไหนเปิด 5 ประเทศที่นิยมกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยมากที่สุดในโลก“AKALIKO HOTEL อกาลิโก โฮเทล” 29 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทำไมคนถึงชอบดูหนังสยองขวัญ (จิตวิทยา)
กระทู้อื่นๆในบอร์ด การเงิน
เมื่อพิษเศรษฐกิจกัดกินใจ ทำไมปัญหาเงินจึงทำร้ายใจมากกว่าที่คิดคนไทยใช้เน็ตมือถือเดือนละกี่ GB? ดูตัวเลขจาก กสทช.คนไทยใช้พร้อมเพย์วันละกี่รายการ? อ่านยอดธุรกรรมจาก ธปท.ไข่ควรล้างก่อนแช่ตู้เย็นไหม? วิธีเก็บแบบไหนปลอดภัยกว่า
ตั้งกระทู้ใหม่