หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

บางเรื่องลูกเล่าให้เพื่อนฟังได้หมด แต่ทำไมกลับไม่กล้าบอกพ่อแม่

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

 


เคยสังเกตไหมว่า ลูกบางคนเล่าเรื่องทะเลาะกับเพื่อน ความรักในโรงเรียน หรือปัญหาที่กำลังเผชิญให้เพื่อนฟังได้เป็นชั่วโมง แต่เมื่อกลับถึงบ้านและพ่อแม่ถามว่า “วันนี้มีอะไรหรือเปล่า” กลับตอบสั้น ๆ ว่า “ไม่มีอะไร”

พฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าลูกไม่รักพ่อแม่ หรือครอบครัวมีปัญหาเสมอไป บางครั้งสิ่งที่ทำให้ลูกเลือกคนฟังไม่ใช่ความสนิทเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกว่า เมื่อพูดออกไปแล้ว อีกฝ่ายจะตอบสนองอย่างไร

1. เพราะเพื่อนอาจเข้าใจเรื่องเดียวกันได้ง่ายกว่า

ในช่วงวัยเรียน ปัญหาหลายอย่างเกี่ยวข้องกับกลุ่มเพื่อน การยอมรับจากสังคม ความสัมพันธ์ และความรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น

เมื่อเล่าให้เพื่อนวัยเดียวกันฟัง ลูกอาจรู้สึกว่าไม่ต้องอธิบายบริบทมากนัก เพราะอีกฝ่ายเคยผ่านสถานการณ์คล้ายกันมาแล้ว ขณะที่การเล่าให้พ่อแม่ฟังอาจทำให้ลูกกังวลว่าจะถูกซักถามหรือได้รับคำแนะนำที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการ

งานวิจัยที่ศึกษาวัยรุ่น 1,097 คน อายุเฉลี่ย 15.12 ปี จากโรงเรียนรัฐบาล 9 แห่งในอิสตันบูล พบว่า เมื่อพิจารณาภาพรวม เพื่อนสนิทเป็นคนที่วัยรุ่นเลือกเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวด้วยบ่อยที่สุด รองลงมาคือแม่

อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเพื่อนสำคัญกว่าพ่อแม่ในทุกครอบครัว เพราะการศึกษายังพบกลุ่มวัยรุ่นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีและมีความมั่นใจในการแก้ปัญหาสูง ซึ่งมักเปิดเผยเรื่องต่าง ๆ กับแม่มากกว่าเพื่อนสนิท

2. เพราะลูกอาจกลัวปฏิกิริยาของพ่อแม่มากกว่าตัวปัญหา

ลองนึกถึงเด็กที่สอบได้คะแนนน้อยกว่าที่คาดไว้ หากเขาเชื่อว่าพ่อแม่จะรับฟังและช่วยหาทางแก้ เขาอาจกล้าเล่าความจริงตั้งแต่แรก

แต่ถ้าเขาคาดว่าจะถูกตำหนิ ถูกเปรียบเทียบกับคนอื่น หรือถูกย้ำถึงความผิดพลาดเดิม เขาอาจเลือกเงียบ แม้จะต้องรับมือกับความกังวลเพียงลำพังก็ตาม

ความกลัวลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่ทุกคนตอบสนองรุนแรง แต่อารมณ์และประสบการณ์จากการพูดคุยครั้งก่อนอาจมีผลต่อการตัดสินใจว่าจะเล่าเรื่องครั้งต่อไปหรือไม่

งานศึกษาด้านการรับฟังของพ่อแม่ที่ตีพิมพ์ในปี 2021 ทดลองกับผู้เข้าร่วมอายุ 13–16 ปี จำนวน 1,001 คน พบว่า การรับฟังที่ดีสัมพันธ์กับความตั้งใจที่จะเปิดเผยเรื่องส่วนตัวในอนาคตที่สูงขึ้น ผลนี้ชี้ให้เห็นว่าปฏิกิริยาของผู้ฟังเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม

3. เพราะลูกไม่ได้ต้องการคำตอบทันทีทุกครั้ง

เมื่อได้ยินลูกเล่าปัญหา พ่อแม่อาจรีบแนะนำวิธีแก้ เพราะต้องการปกป้องลูกจากความผิดพลาด แต่สิ่งที่ลูกต้องการในขณะนั้นอาจเป็นเพียงคนที่รับฟังและยอมรับความรู้สึกของเขาก่อน

ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกเล่าว่าทะเลาะกับเพื่อน การตอบทันทีว่า “แม่บอกแล้วว่าอย่าไปคบคนแบบนี้” อาจทำให้บทสนทนาเปลี่ยนจากการเล่าความรู้สึกเป็นการปกป้องตัวเองหรือปกป้องเพื่อน

แนวทางของ American Academy of Pediatrics แนะนำให้พ่อแม่ฟังโดยไม่รีบตัดสิน ไม่ทำให้สถานการณ์ดูเลวร้ายเกินจริง และหลีกเลี่ยงการสั่งสอนยืดยาวในช่วงที่วัยรุ่นกำลังไม่สบายใจ

การถามว่า “ตอนนี้อยากให้แม่ฟังเฉย ๆ หรืออยากช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรดี” จึงอาจช่วยให้ลูกบอกความต้องการของตัวเองได้ชัดขึ้น

4. เพราะการเติบโตทำให้ลูกต้องการพื้นที่ส่วนตัว

เมื่อโตขึ้น ลูกเริ่มมีความคิด ความสัมพันธ์ และประสบการณ์บางอย่างที่อยากจัดการด้วยตัวเอง การไม่เล่าทุกเรื่องจึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเป็นอิสระ ไม่ใช่หลักฐานว่าลูกกำลังปิดบังสิ่งไม่ดีเสมอไป

สิ่งสำคัญคือการแยกให้ออกระหว่างความเป็นส่วนตัวตามวัยกับปัญหาที่อาจกระทบความปลอดภัย เช่น การถูกกลั่นแกล้ง การถูกข่มขู่ หรือการถูกล่วงละเมิด กรณีเหล่านี้ไม่ควรปล่อยให้เด็กต้องจัดการเพียงลำพัง

พ่อแม่สามารถเคารพพื้นที่ส่วนตัวของลูกได้ พร้อมกับทำให้ลูกรู้ว่าหากเกิดเรื่องที่รับมือไม่ไหว เขาสามารถขอความช่วยเหลือได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกกล่าวโทษ

แล้วพ่อแม่ควรเริ่มต้นอย่างไร

คำตอบอาจไม่ใช่การถามลูกให้มากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ในการพูดคุย

เริ่มจากฟังให้จบก่อนถามรายละเอียด สะท้อนความรู้สึกของลูกโดยไม่รีบสรุปแทน และหากทำผิดพลาดจนลูกไม่อยากเล่า ก็ควรยอมรับและปรับวิธีสื่อสารอย่างจริงใจ

การเปิดใจไม่ได้เกิดขึ้นจากบทสนทนาครั้งเดียว แต่ค่อย ๆ สร้างจากความสม่ำเสมอที่ทำให้ลูกรู้ว่า แม้เรื่องที่เล่าจะยากหรือแตกต่างจากความคาดหวังของพ่อแม่ เขาก็ยังได้รับการรับฟังอย่างเคารพ

ท้ายที่สุด การเป็นพ่อแม่ที่ลูกไว้ใจไม่ได้หมายถึงการต้องรู้ทุกเรื่องในชีวิตลูก แต่คือการเป็นผู้ใหญ่ที่ลูกกล้าเข้าหาเมื่อมีเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือ

หากลูกไม่กล้าเล่าปัญหาให้พ่อแม่ฟัง คุณคิดว่าควรเริ่มเปลี่ยนจากการให้ลูกพูดมากขึ้น หรือจากการเปลี่ยนวิธีรับฟังของผู้ใหญ่ก่อน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 1 พฤศจิกายน 69เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569"นาคี 3" เลื่อนฉายกะทันหัน! ปมฉาก CG หน้าอกนักแสดง ต้นสังกัดจี้แก้เพราะทำให้อับอายทำงานวันหยุดไม่ใช่ได้ 2 เท่าทุกคน: 1, 2 และ 3 เท่าคิดคนละกรณีวางกล้วยข้างแอปเปิล ทำให้สุกเร็วขึ้นจริงไหม?ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งเเนวทางเลขเด่น 4 จตุรเทพ จัดให้ 1 พ.ย. 69 (อ.น๊อตตี้, ดุ่ย ภรัณฯ, อ.ไม้เอก และอ.ต้น)Galapagos Affair จากเรื่องจริง เมื่อคนกลุ่มหนึ่งต้องการสร้างอารยธรรมบนเกาะห่างไกลเปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรูจังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?สถานีอวกาศนานาชาติโคจรรอบโลกวันละราว 16 รอบ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
วางกล้วยข้างแอปเปิล ทำให้สุกเร็วขึ้นจริงไหม?ทำงานวันหยุดไม่ใช่ได้ 2 เท่าทุกคน: 1, 2 และ 3 เท่าคิดคนละกรณี"นาคี 3" เลื่อนฉายกะทันหัน! ปมฉาก CG หน้าอกนักแสดง ต้นสังกัดจี้แก้เพราะทำให้อับอายทำไมเมดูซ่าถึงมีผมเป็นงู? ตำนานฉบับโอวิดเล่าต้นเหตุไว้แบบนี้เลขธูปปู่ 348 ย้อนสถิติหวย 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 2 ตัว 3 ตัว เทียบผลย้อนหลัง 10 ปีแผ่นดินไหวขนาด 7 ขึ้นไปเกิดปีละกี่ครั้ง? ตัวเลขแต่ละปีไม่เท่ากัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
พืชดอกยุคดึกดำบรรพ์ อยู่มานาน 125 ล้านปี ตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ สู่อาหารไทยที่คุ้นเคยทำงานวันหยุดไม่ใช่ได้ 2 เท่าทุกคน: 1, 2 และ 3 เท่าคิดคนละกรณีสถานีอวกาศนานาชาติโคจรรอบโลกวันละราว 16 รอบแผ่นดินไหวขนาด 7 ขึ้นไปเกิดปีละกี่ครั้ง? ตัวเลขแต่ละปีไม่เท่ากัน
ตั้งกระทู้ใหม่