ทำไมพระพุทธรูปโบโรบูดูร์บางองค์อยู่หลังช่องตาข่ายหิน?
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ
ถ้ามองโบโรบูดูร์จากระยะไกล สิ่งที่เห็นก่อนอาจเป็นเจดีย์ใหญ่ตรงกลาง แต่เมื่อเดินขึ้นไปถึงลานวงกลมด้านบน จะพบเจดีย์หินทรงระฆังเล็ก ๆ เรียงล้อมอยู่เต็มพื้นที่ หลายองค์มีช่องโปร่งจนมองเห็นพระพุทธรูปข้างใน ภาพที่เห็นชวนให้คิดว่าพระพุทธรูปถูกซ่อนไว้หลังตะแกรง ทั้งที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของแบบแผนสถาปัตยกรรมทั้งองค์
โบโรบูดูร์ตั้งอยู่ในชวากลางของอินโดนีเซีย สร้างขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 8–9 ตัวอาคารไล่ระดับจากฐานกับระเบียงสี่เหลี่ยมขึ้นไปสู่ลานวงกลมสามชั้น แล้วจบด้วยสถูปขนาดใหญ่ตรงยอด องค์ประกอบแต่ละช่วงไม่ได้หน้าตาเหมือนกันทั้งหมด ด้านล่างมีผนังและราวระเบียง ส่วนด้านบนเปิดโล่งกว่า ผู้ชมจึงเห็นทั้งทางเดิน รูปสลัก และเจดีย์เล็กในมุมเดียวกัน
คำตอบตรง ๆ คือ เจดีย์ที่มีช่องโปร่งไม่ได้ใช้ขังรูปพระพุทธเจ้า แต่เป็นสถูปแบบโปร่งที่สร้างครอบพระพุทธรูปไว้ภายใน UNESCO ระบุว่าบนลานวงกลมมีสถูปโปร่ง 72 องค์ และแต่ละองค์มีพระพุทธรูปอยู่ข้างใน ตัวเลขนี้พูดถึงสถูปที่ล้อมลาน ไม่ใช่สถูปยอดใหญ่ตรงกลางซึ่งเป็นองค์ประกอบอีกส่วนหนึ่ง
เวลาเห็นภาพถ่ายจากพื้นด้านล่าง รูปพระพุทธเจ้าบางองค์จะโผล่ผ่านช่องหินเป็นช่วง ๆ ทำให้สถูปดูเหมือนเปลือกที่ปิดไม่สนิท แต่เมื่อเดินใกล้ขึ้นจะมองเห็นว่าเป็นโครงหินฉลุรอบองค์พระ ช่องเหล่านั้นทำให้มองเห็นประติมากรรมจากด้านนอกได้จริง อย่างไรก็ตาม เอกสาร UNESCO อธิบายรูปแบบและจำนวนของสถูป ไม่ได้ระบุเหตุผลเฉพาะว่าช่างเลือกเจาะช่องแต่ละช่องเพื่อจุดประสงค์ใด จึงไม่ควรสรุปว่าเจาะไว้เพื่อระบายอากาศ หรือเพื่อขังและปกป้องรูปพระโดยไม่มีหลักฐานรองรับ
ความต่างระหว่างด้านล่างกับด้านบนทำให้การเดินชมมีจังหวะเปลี่ยนไป ระเบียงสี่เหลี่ยมมีผนังและแผงหินที่สลักเรื่องราวไว้ ส่วนลานวงกลมมีพื้นที่เปิดและสถูปโปร่งเรียงรอบทางเดิน จากภาพแน่นไปสู่พื้นที่โล่ง ผู้ชมจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากการมองรายละเอียดใกล้ตัวไปสู่การมององค์ประกอบโดยรวม นี่เป็นสิ่งที่สังเกตได้จากรูปทรงของอาคาร ไม่จำเป็นต้องเดาว่าผู้สร้างตั้งใจให้ทุกคนรู้สึกเหมือนกัน
ในคำอธิบายมรดกโลก UNESCO เชื่อมการแบ่งชั้นของโบโรบูดูร์เข้ากับคติจักรวาลในพุทธศาสนา โดยอธิบายว่า ฐานเป็นกามธาตุ ระเบียงสี่เหลี่ยมเป็นรูปธาตุ และลานวงกลมกับสถูปใหญ่เป็นอรูปธาตุ กล่าวอย่างง่ายคือเป็นการไล่จากโลกที่ยังมีความอยาก ผ่านโลกของรูป ไปสู่ภาวะที่พ้นจากรูปธรรม คำอธิบายนี้เป็นกรอบตีความสถาปัตยกรรมที่ UNESCO บันทึกไว้ ไม่ใช่คำอธิบายจากพระสูตรตอนหนึ่งที่กล่าวถึงโบโรบูดูร์โดยตรง
เมื่อรู้กรอบดังกล่าว สถูปโปร่งทั้ง 72 องค์จึงไม่ได้เป็นของตกแต่งที่วางแยกจากอาคาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของลานวงกลมชั้นบนและภาพรวมที่ค่อย ๆ เปิดออก อย่างไรก็ดี แหล่งข้อมูลที่ใช้อธิบายโบโรบูดูร์ไม่ได้บอกว่าจำนวน 72 มีความหมายเชิงคัมภีร์หรือแทนคุณธรรมข้อใดเป็นพิเศษ การเห็นตัวเลขซ้ำในสถาปัตยกรรมจึงยังไม่พอให้ฟันธงความหมายทางศาสนา หากไม่มีหลักฐานจากเอกสารร่วมสมัยหรือประวัติศาสตร์ศิลปะมารองรับ
คำว่า “สถูป” ในที่นี้หมายถึงสิ่งก่อสร้างทรงเจดีย์ที่ล้อมรูปพระไว้ ส่วน “พระพุทธรูป” คือประติมากรรมด้านใน สองอย่างนี้เป็นคนละส่วนของโครงสร้าง การเรียกให้แยกกันช่วยให้ไม่เผลอมองช่องหินเป็นสิ่งของชิ้นเดียวกับรูปที่อยู่ข้างใน และทำให้เข้าใจประโยคของ UNESCO ที่บอกว่าแต่ละสถูปมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ได้ตรงขึ้น
อีกจุดที่ควรแยกคือสถูปขนาดใหญ่บนยอดกับสถูปโปร่งที่เรียงรอบลาน รูปกลางยอดเป็นจุดสูงสุดของผังอาคาร ขณะที่องค์เล็ก 72 องค์เป็นกลุ่มที่จัดวางบนลานวงกลม การนับทุกอย่างรวมกันเป็น “เจดีย์ 73 องค์” อาจฟังเข้าใจง่าย แต่ทำให้บทบาทและตำแหน่งต่างกันถูกกลืนไป ถ้าดูภาพรวมจากแผนผัง จะเห็นว่ามีทั้งแกนกลางและวงล้อม ไม่ใช่เจดีย์ชนิดเดียวกันตั้งซ้ำไปทั่วบริเวณ
โบโรบูดูร์ผ่านการบูรณะครั้งใหญ่โดยได้รับความช่วยเหลือจาก UNESCO ในช่วงทศวรรษ 1970 ข้อมูลนี้เตือนให้แยกสิ่งที่เห็นในอนุสรณ์สถานปัจจุบันออกจากข้อสรุปเกี่ยวกับเจตนาของช่างเมื่อกว่าพันปีก่อน การบูรณะช่วยรักษาโครงสร้างไว้ แต่ไม่ได้ทำให้เรารู้เหตุผลทุกข้อที่ใช้เลือกแบบช่องหรือจำนวนสถูป
มองภาพรวม ภาพพระพุทธรูปที่เห็นผ่านช่องตาข่ายเกิดจากการวางรูปไว้ภายในสถูปโปร่งบนลานวงกลมชั้นบน โบโรบูดูร์มีสถูปแบบนี้ 72 องค์ตามข้อมูล UNESCO แต่ไม่ควรแต่งคำอธิบายเพิ่มว่าช่องแต่ละช่องมีหน้าที่หรือเลข 72 สื่อความหมายอะไร หากหลักฐานที่มีไม่ได้ยืนยัน ครั้งหน้าเห็นพระพุทธรูปหลังช่องหิน ลองมองต่อไปอีกนิดว่าองค์เล็กเหล่านั้นอยู่ตรงไหนของผังวัด แล้วความหมายของทั้งอาคารจะเริ่มชัดขึ้น
ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
เปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์
ปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?
เลขเด็ดพลังเต่าหับ งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น พร้อมแนวทางเลขสองตัวที่น่าจับตา
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
เปิด 8 วรรณกรรมไทยที่เดินทางข้ามภาษา สู่ชั้นหนังสือในยุโรป
ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่น
เจาะโพยเจ๊เขียว งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 130 พร้อมเลข 2 ตัว 13-10-30 แยกจุดเด่นและความเชื่อมโยง
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ทำไมคนอินเดียบางพื้นที่จึงใช้มือกินอาหารแทนช้อนส้อม ?
ทำไมเทพไทร์จึงยอมเสียมือให้หมาป่าเฟนรีร์?
เปิดประวัติ 5 คนไทยผู้เคยดำรงตำแหน่งสำคัญบนเวที UN จากประธานสมัชชาโลกถึงผู้เชี่ยวชาญสิทธิมนุษยชน
ผ้าขาวผืนเดียวของพระจูฬปันถก: เรื่องเล่าสองคัมภีร์ไม่เหมือนกันตรงไหน?
แผนที่เมอร์เคเตอร์ทำกรีนแลนด์ดูใหญ่เกือบเท่าแอฟริกา ทั้งที่แอฟริกาใหญ่กว่าเกือบ 14 เท่า
กาลามสูตรถามให้ดูอะไร ก่อนรับความเชื่อมาเป็นคำตอบ?
จารึกเสาอโศกที่ลุมพินีบอกอะไร และยืนยันเรื่องประสูติได้แค่ไหน?
