หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

บันทึกโบราณพูดถึงหินชี้ตะวัน แต่ไวกิ้งใช้หาทิศจริงไหม?

เขียนโดย preechalcpd

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ

ในเรื่องเล่าไอซ์แลนด์ กษัตริย์โอลาฟมองออกไปข้างนอกในวันที่หิมะตกจนไม่เห็นท้องฟ้าใส แล้วถามคนข้างกายว่าดวงอาทิตย์อยู่ตรงไหน ชายคนนั้นตอบตำแหน่งหนึ่ง กษัตริย์จึงหยิบหินชิ้นหนึ่งขึ้นมาดู เพื่อทดสอบคำตอบนั้น

หินในเรื่องเรียกว่า “หินดวงอาทิตย์” หรือ solarsteinn ภาพจำสมัยใหม่มักพาไปไกลถึงเรือไวกิ้งที่ฝ่าทะเลเหนือด้วยคริสตัลวิเศษ เหมือนมีเครื่องมือซ่อนแสงอาทิตย์ไว้ในมือ แต่หลักฐานจริงมีช่องว่างระหว่าง “มีเรื่องเล่าถึงหิน” กับ “ลูกเรือใช้มันนำทาง” อยู่มาก

งานวิชาการชี้ว่าเรื่องของหินนี้ปรากฏในงานเขียนไอซ์แลนด์สองชิ้นจากคริสต์ศตวรรษที่ 13 โดยเรื่องหนึ่งบรรยายการยกหินขึ้นดูแสง แต่ทั้งสองชิ้นเป็นเรื่องเล่าที่มีชั้นความหมายเชิงอุปมา ไม่ใช่สมุดบันทึกการเดินเรือร่วมสมัยกับยุคไวกิ้งที่ยืนยันการใช้งานจริง จึงยังสรุปไม่ได้ว่าชาวไวกิ้งใช้ผลึกเป็นเครื่องมือนำทางจริง

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ตรวจต่อคือแนวคิดนี้ทำงานได้ตามกฎของแสงหรือไม่ ถ้าคำตอบคือเป็นไปได้ ก็ยังต้องแยกจากอีกคำถามหนึ่งว่าในอดีตมีคนใช้จริงหรือเปล่า สองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกัน แต่หลักฐานของเรื่องหนึ่งใช้แทนหลักฐานอีกเรื่องไม่ได้

กลางวัน ท้องฟ้าสีฟ้าไม่ได้สว่างเท่ากันทุกทิศ แสงอาทิตย์กระทบโมเลกุลอากาศแล้วกระเจิงออกมา บางทิศทางคลื่นแสงจะมีแนวสั่นเด่นกว่าทิศอื่น นักฟิสิกส์เรียกคุณสมบัตินี้ว่าแสงโพลาไรซ์ มนุษย์มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแนวสั่น แต่ผลึกบางชนิดตอบสนองต่อแสงแต่ละแนวไม่เท่ากัน

ผลึกแคลไซต์ใสที่เรียกว่า Iceland spar หักเหแสงออกเป็นสองภาพ เมื่อหมุนผลึก ความสว่างของภาพทั้งคู่จะเปลี่ยนตามแนวแสง นักทดลองหมุนจนภาพสว่างใกล้เคียงกัน แล้วใช้มุมนั้นประเมินแนวแสงโพลาไรซ์และคำนวณตำแหน่งดวงอาทิตย์ได้ หลักนี้ไม่ได้หมายความว่าหินส่องแสงเอง หรือมองทะลุก้อนเมฆหนาทึบได้

ในปี 2011 ทีมนักวิจัยทดลองคุณสมบัติของผลึกและรายงานว่าสามารถคำนวณตำแหน่งดวงอาทิตย์ได้คลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่องศาในเงื่อนไขที่ทดสอบ ผลดังกล่าวทำให้สมมติฐานดูมีทางเป็นไปได้ทางฟิสิกส์ แต่การทดลองในปัจจุบันตอบได้เพียงว่าเครื่องมือแบบนี้อาจทำงานได้ ไม่ได้พิสูจน์ว่าลูกเรือเมื่อพันปีก่อนพกมันขึ้นเรือ

งานทดสอบภาคสนามอีกชิ้นในปี 2013 ใช้ชุดจำลองที่มีเข็มทิศแดด ผลึกแคลไซต์สองชิ้น และไม้ช่วยอ่านเงา ชุดอุปกรณ์ช่วยหาทิศได้ดีเมื่อยังเห็นช่องฟ้าสีฟ้าอยู่บ้าง ผู้วิจัยจึงไม่ได้ยืนยันภาพที่ว่าผลึกช่วยนำทางได้แม้ท้องฟ้าปิดสนิททุกด้าน

คำว่า “เมฆบัง” จึงต้องเข้าใจอย่างระวัง เมฆบางหรือท้องฟ้าครึ้มเป็นหย่อม ๆ ยังอาจเหลือรูปแบบแสงให้วัด แต่เมื่อเมฆหนาปิดท้องฟ้าทั้งหมด แสงที่กระเจิงและสัญญาณที่ผลึกต้องอ่านก็อ่อนลง งานสอนฟิสิกส์ที่ตีพิมพ์ในปี 2026 สรุปว่าการอ่านแนวแสงมีประโยชน์กว่าในสภาพเมฆบางส่วน และทำได้ยากหรือแทบทำไม่ได้เมื่อท้องฟ้าถูกปิดหมด

แม้จะรู้ว่าดวงอาทิตย์อยู่ทางไหน หินก็ไม่ใช่เข็มทิศที่ชี้เหนือให้ทันที นักวิชาการเตือนว่าผลึกเดี่ยวบอกได้เพียงมุมของดวงอาทิตย์เมื่อเทียบกับขอบฟ้า ไม่ได้ชี้ทิศหัวเรือหรือบอกเส้นทางข้ามมหาสมุทรโดยตรง จึงต้องใช้ร่วมกับข้อมูลนำทางอื่น การยกก้อนหินขึ้นมาแล้วรู้เส้นทางไปถึงปลายทางทันทีเป็นภาพที่ง่ายกว่าการนำทางจริงมาก

นักวิชาการยังถกเถียงกันด้วยว่าในเรื่องเล่า หินนั้นเป็นแร่ชนิดใด ข้อความไม่ได้บอกสูตรแร่หรือรูปร่างชัดเจน และบัญชีทรัพย์สินของโบสถ์กับอารามในยุคกลางที่บันทึกว่ามี “หินดวงอาทิตย์” ก็ไม่ได้บอกว่ามันใช้ทำอะไร เมื่อระบุชนิดไม่ได้ ก็ยิ่งเชื่อมวัตถุในเอกสารเข้ากับผลึกแคลไซต์ที่ใช้ทดลองสมัยใหม่ไม่ได้โดยตรง

ตัวเรื่องของกษัตริย์โอลาฟยังอ่านได้อีกชั้นหนึ่ง นักวิจัยด้านวรรณคดีไอซ์แลนด์เสนอว่าฉากและวัตถุหลายอย่างในเรื่องทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา หินจึงอาจเป็นอุปกรณ์ในเนื้อเรื่องเพื่อแสดงความสามารถของตัวละคร มากกว่าจะเป็นคำอธิบายทางเทคนิคที่ผู้เขียนยืนยันจากประสบการณ์เดินเรือด้วยตนเอง

สิ่งที่ตอบได้จึงมีสองส่วน บันทึกยุคกลางพูดถึงหินที่ช่วยหาตำแหน่งดวงอาทิตย์จริง และการทดลองสมัยใหม่แสดงว่าผลึกบางชนิดอ่านแนวแสงบนท้องฟ้าได้ในเงื่อนไขเหมาะสม แต่หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันว่าชาวไวกิ้งใช้ “หินดวงอาทิตย์” นำเรือจริง เรื่องนี้จึงอยู่ตรงรอยต่อระหว่างข้อสังเกตทางฟิสิกส์กับความเป็นไปได้ทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่พิสูจน์แล้ว

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์ปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?เจาะโพยเจ๊เขียว งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 130 พร้อมเลข 2 ตัว 13-10-30 แยกจุดเด่นและความเชื่อมโยงเปิด 8 วรรณกรรมไทยที่เดินทางข้ามภาษา สู่ชั้นหนังสือในยุโรปรู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งทำไมคนอินเดียบางพื้นที่จึงใช้มือกินอาหารแทนช้อนส้อม ?เปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”เลขเด็ดพลังเต่าหับ งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น พร้อมแนวทางเลขสองตัวที่น่าจับตาช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่นเปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ
เอลโดราโดเริ่มจากพิธีทองคำ ก่อนถูกขยายเป็นเมืองในตำนานแผ่นดินไหวจนคนญี่ปุ่นวาดปลาดุกยักษ์เป็นต้นเหตุของหายเมื่อ 2,000 ปีก่อน คนโรมันเขียนฟ้องเทพีสุลิสสามคนเฝ้าประภาคารหายไป: บันทึกปี 1900 ตอบอะไรได้บ้าง
ตั้งกระทู้ใหม่