เปลี่ยนชีวิตพลิกชะตา! 6 เรื่องจริงของคนกล้าลาออกจากงานประจำ มาจับจอบสร้างอาชีพเกษตร
จากมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ประจำ สู่การเป็นเกษตรกรที่ต้องวางแผนทุกขั้นตอน เส้นทางนี้อาจดูเหมือนอิสระ แต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยความเสี่ยง ต้นทุน และความเหน็ดเหนื่อย
คนไทยหลายคนตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อดูแลครอบครัว บางคนอยากมีชีวิตที่ตรงกับความฝัน ขณะที่บางคนมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากผืนดินที่มีอยู่ เรื่องราวทั้ง 6 คนนี้แสดงให้เห็นว่า การทำเกษตรยุคใหม่ไม่ได้อาศัยแค่แรงกาย แต่ต้องมีความรู้ การตลาด และการวางแผนด้วย
🥬 1. ภาสกร สุภาษี จากวิศวกรโรงงาน สู่คนปลูกผักบนพื้นที่ 5 ไร่
ในปี 2564 นายภาสกร สุภาษี วิศวกรโรงงานวัย 30 ปี ตัดสินใจกลับบ้านในจังหวัดลำพูน เพื่อดูแลแม่ที่ป่วยติดเตียง ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เขาหันมาทำเกษตรเต็มตัว
เขาปลูกผักและข้าวบนพื้นที่ 5 ไร่ โดยเน้นผักสลัดระบบอินทรีย์ภายใต้แบรนด์ “ก่อร่างสร้างผัก” พร้อมส่งผลผลิตให้ลูกค้าประจำและผู้ซื้อทางออนไลน์
หลังเริ่มทำเกษตรเกือบ 2 ปี เขามีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 6,000–7,000 บาทต่อเดือน แม้ไม่ใช่เงินก้อนใหญ่ แต่ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้ และยังมีแผนพัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรอีกด้วย
เรื่องของภาสกรสะท้อนว่า การกลับบ้านมาทำเกษตรอาจเริ่มจากความจำเป็นในชีวิต ก่อนพัฒนาเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ได้จริง
🥭 2. ลลิดา คำวิชัย ลาสาวแบงก์ สร้างชื่อจากมะม่วงแก้วขมิ้น
ลลิดา คำวิชัย เจ้าของไร่ ณ ชายแดน เคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารในกรุงเทพฯ แต่เมื่อแม่ล้มป่วยจากการทำเกษตรที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี เธอตัดสินใจลาออก ขายคอนโดและรถ เพื่อนำเงินมาลงทุนทำสวน
เธอเริ่มปลูกมะม่วงแก้วขมิ้นจากกัมพูชาบนพื้นที่ 14 ไร่ และทดลองพัฒนาสายพันธุ์ด้วยการเสียบยอด ก่อนใช้ความรู้ด้านการตลาดและสื่อสังคมออนไลน์สร้างชื่อให้สวน
จากการขายต้นพันธุ์และขยายเครือข่ายเกษตรกร เธอพัฒนาธุรกิจจนมีเครือข่ายผู้ปลูกกว่า 120 คน ครอบคลุมพื้นที่ราว 3,000 ไร่ ตามรายงานของไทยรัฐเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566
จุดเด่นของเธอคือไม่ได้หยุดอยู่แค่การปลูกผลผลิต แต่สร้างแบรนด์และวางตลาดเอง เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกรในเครือข่าย
🌾 3. อดีตมนุษย์เงินเดือนในสุรินทร์ ปลูกพืชผสมผสาน ปลดหนี้ 1 ล้านบาท
อดีตพนักงานบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังรายหนึ่งกลับบ้านในจังหวัดสุรินทร์ แล้วพบภาระหนี้สินประมาณ 1 ล้านบาท เขาจึงหันมาปลูกพืชผสมผสานแทนการกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม
รายงานของไทยรัฐเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 ระบุว่า เขาใช้เวลาประมาณ 4 ปีในการทำเกษตรจนปลดหนี้ได้สำเร็จ
แนวทางของเขาไม่ได้ฝากความหวังไว้กับพืชชนิดเดียว แต่เลือกปลูกพืชหลายประเภทเพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้จากผลผลิตที่แตกต่างกัน
กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่า การทำเกษตรเพื่อแก้ปัญหาหนี้ต้องอาศัยทั้งการจัดการต้นทุน การเลือกพืชให้เหมาะกับพื้นที่ และความอดทนระหว่างรอผลผลิต
🌿 4. วริทธิ์พล เอี่ยมสุวรรณชัย จากงานห้างสู่สวนกุยช่าย
วริทธิ์พล เอี่ยมสุวรรณชัย หรือ “นิด” เจ้าของบ้านสวนขจรศักดิ์ เคยทำงานฝ่ายผลประโยชน์ของห้างสรรพสินค้า หลังเริ่มมีครอบครัว เขาพบว่ารายได้และเวลาที่มีให้ครอบครัวยังไม่ตอบโจทย์ชีวิต
ในปี 2559 เขาจึงลาออกมาทำสวนเกษตร โดยอาศัยพื้นฐานจากครอบครัวที่เป็นเกษตรกรอยู่แล้ว และเลือกปลูกกุยช่ายเป็นอาชีพหลัก
การเปลี่ยนงานครั้งนี้ทำให้เขาต้องเรียนรู้ทั้งการดูแลพืช การจัดการผลผลิต และการขายให้มีรายได้ต่อเนื่อง เรื่องราวของเขาได้รับการเผยแพร่ในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านเมื่อปี 2562
สวนกุยช่ายอาจดูเป็นธุรกิจเล็ก ๆ แต่หากมีตลาดรองรับและควบคุมต้นทุนได้ ก็สามารถพัฒนาเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้เช่นกัน
🎋 5. มงคล เหล่ามาลา อิ่มตัวจากงานประจำ หันมาปลูกไผ่บงหวาน
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 รายการวันใหม่วาไรตี้ของไทยพีบีเอส นำเสนอเรื่องราวของมงคล เหล่ามาลา ผู้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำหลังรู้สึกอิ่มตัวกับการทำงานและเริ่มมีสัญญาณเตือนด้านสุขภาพ
เขาหันมาปลูกไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง โดยมองการเกษตรเป็นเส้นทางอาชีพที่ต้องลงมือเรียนรู้และจัดการด้วยตัวเอง
ไผ่บงหวานเป็นพืชที่นำหน่อมาประกอบอาหารได้ การทำสวนจึงต้องคำนึงถึงทั้งการดูแลต้นไผ่ ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว และตลาดที่รับซื้อผลผลิต
เรื่องราวของมงคลสะท้อนว่า การเปลี่ยนอาชีพอาจเริ่มจากการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิต แต่การทำให้สวนอยู่ได้ในระยะยาวยังต้องอาศัยแผนธุรกิจที่เหมาะสม
🍄 6. วิวัฒน์ ศรีกระสัง อดีตคนข่าว สร้างรายได้จากมันหวานญี่ปุ่น
วิวัฒน์ ศรีกระสัง หรือ “พี่ติ๊ก” เคยทำงานในวงการสื่อ ก่อนสนใจการเกษตรจากประสบการณ์ทำข่าวและสัมภาษณ์เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ
เขาเริ่มทดลองเพาะเห็ดในพื้นที่ข้างบ้านควบคู่กับงานประจำ และใช้ทักษะด้านสื่อสารประชาสัมพันธ์จุดเด่นของผลผลิต จนมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เขามองเห็นโอกาสในอาชีพเกษตร และตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิต ก่อนขยายความสนใจไปสู่ธุรกิจมันหวานญี่ปุ่นแบบครบวงจร ซึ่งมีทั้งการผลิตและการตลาด
เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ทักษะจากงานเดิมไม่ได้สูญเปล่า คนที่เข้าใจการสื่อสารและการสร้างแบรนด์สามารถนำความรู้เหล่านั้นมาช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรได้
💡 ก่อนลาออกมาทำเกษตร ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ทั้ง 6 เรื่องมีจุดเริ่มต้นต่างกัน แต่มีบทเรียนร่วมกันที่คนกำลังคิดเปลี่ยนอาชีพควรพิจารณา
• เริ่มทดลองก่อนลาออก: หากทำได้ ควรทดลองปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ควบคู่กับงานเดิม เพื่อดูว่าตลาดมีความต้องการจริง
• เตรียมเงินสำรอง: เกษตรกรต้องรับมือกับช่วงที่ยังไม่มีผลผลิต ภัยธรรมชาติ โรคพืช และราคาตลาดที่ผันผวน
• หาตลาดก่อนลงมือ: ควรรู้ว่าจะขายให้ใคร ขายผ่านช่องทางไหน และมีต้นทุนขนส่งเท่าไร
• ใช้ความรู้จากงานเดิมให้เป็นประโยชน์: ทักษะการขาย การบริหาร การตลาดออนไลน์ และการวางแผน สามารถช่วยให้ธุรกิจเกษตรแข่งขันได้ดีขึ้น
เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาท
ผู้ประกอบการที่พักหลายแห่งในญี่ปุ่นได้ออกแถลงการณ์เตือนนักท่องเที่ยวว่า "อย่าใช้ Agoda ในการจองห้องพัก" เพื่อป้องกันปัญหาตามมา
มนุษย์เงินเดือนสะอื้น! 5 รายจ่ายลับ ๆ ที่สูบเงินในกระเป๋าไปทุกเดือน แบบแทบไม่รู้ตัว
เจาะรายได้ทหารอาชีพ ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารสัญญาบัตร มีเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการอะไรบ้าง
หมากฝรั่งติดกางเกงยีนส์ ทำไมน้ำแข็งช่วยให้แกะออกง่าย
เลข AI งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเด่น 79-97 จับคู่ 48 มีชุดไหนน่าสนใจบ้าง
เจาะลึกแนวทางเลขมงคลจากปฏิทินจีน 2 ฉบับคัดพิเศษ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
ชายวัย 49 ปี เดินทางหลายพันไมล์เพื่อตามหาความรัก แต่สุดท้ายก็พบว่าทั้งหมดเป็นภาพที่สร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
วิกฤตแรงงาน! 7 อาชีพที่กำลังขาดแคลนหนัก แต่คนกลับไม่อยากทำ
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
จังหวัดเดียวของประเทศไทย ที่ไม่มี พื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเลย
แนวทางเลขเด็ด "อ.น๊อตตี้" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..มาอย่างไว! จัดไปเน้นๆ
ประเทศที่นำเข้าไก่ไทยมากที่สุด ตลาดไหนซื้อไก่จากไทยเป็นอันดับหนึ่ง?
อำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย










