หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

การจับมือทักทายเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ? เบื้องหลังธรรมเนียมที่กลายเป็นสากล

เขียนโดย Wisdom Insight

การจับมือเป็นหนึ่งในท่าทางที่พบเห็นได้ทั่วไปในการทักทาย แสดงความยินดีหรือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการพบกันครั้งแรก การเจรจาธุรกิจ การแสดงความยินดีหลังการแข่งขันหรือการกล่าวลา ผู้คนจำนวนมากใช้การจับมือเป็นวิธีแสดงความสุภาพ และความเป็นมิตร แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมมนุษย์จึงเลือกใช้การจับมือแทนการสัมผัสส่วนอื่นของร่างกาย และธรรมเนียมนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อไร ?

แม้จะไม่มีหลักฐานที่ระบุจุดกำเนิดได้อย่างแน่นอน แต่ภาพสลัก และหลักฐานทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าการจับมือมีความเกี่ยวข้องกับความไว้วางใจ คำมั่นสัญญา และความสัมพันธ์ทางสังคมมาเป็นเวลาหลายพันปี

▪️การจับมือในโลกโบราณ

หนึ่งในหลักฐานเก่าแก่ที่มักถูกยกมาอธิบายประวัติการจับมือคือ ภาพสลักจากโลกตะวันออกใกล้โบราณ ซึ่งแสดงให้เห็นผู้ปกครองสองฝ่ายจับมือกันในบริบทของการสร้างความสัมพันธ์หรือการทำข้อตกลง

ตัวอย่างที่มักได้รับการกล่าวถึงคือ ภาพสลักจากคริสต์ศตวรรษที่ 9 ก่อนคริสตกาล ซึ่งเกี่ยวข้องกับกษัตริย์ชัลมาเนเซอร์ที่ 3 แห่งอัสซีเรีย และผู้ปกครองชาวบาบิโลเนีย หลักฐานดังกล่าวช่วยแสดงให้เห็นว่าการจับมือหรือการประสานมือเป็นท่าทางที่มีความหมายในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสำคัญในโลกโบราณ

อย่างไรก็ตาม การพบภาพคนจับมือกันไม่ได้หมายความว่าท่าทางดังกล่าวถูกใช้เป็นการทักทายทั่วไปเหมือนในปัจจุบันเสมอไป เพราะในบางบริบท การจับมืออาจหมายถึงการทำข้อตกลง การให้คำมั่นสัญญาหรือการแสดงความสัมพันธ์ทางการเมือง

ในวรรณกรรมกรีกโบราณก็มีการกล่าวถึงการจับมือในสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงการแสดงความไว้วางใจ และการให้คำมั่นสัญญา

ส่วนในสังคมโรมัน การจับมือปรากฏในงานศิลปะ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น ภาพประสานมือที่ใช้สื่อถึงมิตรภาพ ความภักดีหรือการสมรส สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการสัมผัสมือมีความหมายทางสังคมที่หลากหลายมาตั้งแต่สมัยโบราณ

▪️เหตุใดการจับมือจึงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความไว้วางใจ ?

คำอธิบายหนึ่งที่ได้รับความนิยมคือ การยื่นมือเปล่าออกไปแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ถืออาวุธอยู่ในมือนั้น จึงอาจใช้เป็นสัญญาณแสดงเจตนาที่เป็นมิตรได้ ในสังคมที่การพบปะคนแปลกหน้าอาจมีความเสี่ยง การแสดงมือให้เห็นจึงเป็นท่าทางที่สามารถสื่อความหมายได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำพูด

อย่างไรก็ตาม คำอธิบายนี้เป็นเพียงหนึ่งในทฤษฎีเกี่ยวกับต้นกำเนิดของการจับมือ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่ามนุษย์ทุกสังคมเริ่มจับมือกันด้วยเหตุผลเดียวกัน

อีกแนวคิดหนึ่งมองว่าการจับมือมีความเกี่ยวข้องกับการให้คำมั่นสัญญา เมื่อบุคคลสองคนจับมือกัน ก็อาจใช้เป็นสัญลักษณ์ว่าทั้งสองฝ่ายยอมรับข้อตกลงหรือมีเจตนาที่จะรักษาคำพูดของตนเอง

ด้วยเหตุนี้ การจับมือจึงปรากฏในบริบทของการเจรจา การทำข้อตกลง และพิธีกรรมทางสังคมบางประเภท แม้ในปัจจุบัน การจับมือหลังการตกลงทางธุรกิจหรือการแสดงความยินดีหลังการแข่งขันก็ยังสื่อถึงการยอมรับ และความเคารพซึ่งกันและกันได้

▪️จากท่าทางในพิธีกรรมสู่การทักทายทั่วไป

การจับมือมีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่การใช้เป็นธรรมเนียมทักทายในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลายในบางสังคมเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นภายหลัง

นักประวัติศาสตร์บางคนเสนอว่า กลุ่มเควกเกอร์ (Quakers) ในอังกฤษและสหรัฐอเมริกาช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีส่วนช่วยส่งเสริมการจับมือในฐานะท่าทางทักทายที่เน้นความเสมอภาค ในสังคมยุคนั้น การทักทายอาจเกี่ยวข้องกับการถอดหมวกหรือการโค้งคำนับ ซึ่งบางรูปแบบสะท้อนความแตกต่างด้านสถานะทางสังคม การจับมือแบบเรียบง่ายจึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมของสมาชิกในชุมชน

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่ากลุ่มเควกเกอร์เป็นผู้คิดค้นการจับมือขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะหลักฐานเกี่ยวกับการจับมือมีมาก่อนหน้านั้นหลายศตวรรษ สิ่งที่อาจกล่าวได้คือ พวกเขามีส่วนช่วยส่งเสริมการใช้การจับมือเป็นธรรมเนียมทางสังคมในบางบริบท

เมื่อเข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 การจับมือได้รับการกล่าวถึงในคู่มือมารยาท และธรรมเนียมทางสังคมมากขึ้น

คู่มือเหล่านี้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการยื่นมือ การจับมือให้เหมาะสม และการหลีกเลี่ยงการบีบมือแรงเกินไป แสดงให้เห็นว่าการจับมือได้พัฒนาจากท่าทางที่มีความหมายเฉพาะในบางสถานการณ์ ไปสู่ธรรมเนียมที่มีแบบแผนในชีวิตประจำวัน

▪️เหตุใดการจับมือจึงแพร่หลายไปทั่วโลก ?

การติดต่อระหว่างสังคม การค้าระหว่างประเทศ การเดินทาง และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมีส่วนทำให้ธรรมเนียมการจับมือแพร่หลายมากขึ้น ในโลกสมัยใหม่ การจับมือกลายเป็นส่วนหนึ่งของมารยาททางธุรกิจ การทูต และการพบปะอย่างเป็นทางการในหลายประเทศ

การจับมือยังมีข้อดีในแง่ที่เป็นท่าทางสั้นๆไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาเดียวกัน และสามารถสื่อถึงการทักทายหรือการแสดงความเคารพได้ในหลายสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม การจับมือไม่ได้เป็นธรรมเนียมสากลที่ทุกวัฒนธรรมใช้เหมือนกันทั้งหมด บางสังคมนิยมการไหว้ การโค้งคำนับ การประนมมือหรือการทักทายด้วยท่าทางอื่นมากกว่า

นอกจากนี้ การจับมือยังอาจแตกต่างกันตามเพศ อายุ สถานะทางสังคม ศาสนา   และสถานการณ์ที่พบปะกันในบางช่วงเวลา เช่น ระหว่างการระบาดของโรคติดต่อ ผู้คนอาจหลีกเลี่ยงการจับมือ และเลือกใช้การโบกมือหรือท่าทางอื่นแทน เพื่อช่วยลดการสัมผัสระหว่างบุคคล

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า แม้การจับมือจะเป็นธรรมเนียมที่แพร่หลาย แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงตามบริบททางสังคม และความจำเป็นในแต่ละยุคสมัยได้

▪️การจับมือในปัจจุบันยังมีความหมายอย่างไร ?

ทุกวันนี้ การจับมือยังคงเป็นท่าทางสำคัญในหลายสถานการณ์ เช่น การแนะนำตัว การสัมภาษณ์งาน การเจรจาธุรกิจ การแสดงความยินดี และการต้อนรับแขก

ในบางบริบท การจับมือที่สุภาพ และเหมาะสมอาจช่วยสร้างความประทับใจแรกพบได้ แต่ความหมายของการจับมือไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงบีบมือเพียงอย่างเดียว ยังเกี่ยวข้องกับการสบตา สีหน้า และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย ขณะเดียวกัน ผู้คนควรเคารพความสบายใจ และขอบเขตส่วนบุคคลของอีกฝ่าย หากอีกฝ่ายไม่สะดวกจับมือ การเลือกใช้วิธีทักทายอื่นก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม

ท้ายที่สุด การจับมือเป็นตัวอย่างของท่าทางธรรมดาที่มีความหมายซับซ้อนกว่าที่เห็น ตั้งแต่การสร้างความไว้วางใจ การให้คำมั่นสัญญาไปจนถึงการเป็นธรรมเนียมทักทายในสังคมสมัยใหม่

แม้เราจะยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามนุษย์คนแรกที่จับมือกันคือใคร แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า การใช้มือเพื่อสื่อสารความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และยังคงพัฒนาต่อไปตามวัฒนธรรมของแต่ละสังคม

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Wisdom Insight's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 16 ครั้ง
เขียนโดย Wisdom Insight
Wisdom Insight (นามปากกา)
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
4 นิสัยชาร์จแบตมือถือผิดๆ ที่ทำแบตพังโดยไม่รู้ตัวเลข บอล.ชุปเปอร์บอล งวด 16 ต.ค 6910 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569..รวมเลขเด็ด เลขดังที่นี่!จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเลขหางประทัด บวงสรวงละครโครตจะรัก ช่อง 3 ประจำวันที่ 16 ต.ค. 2569เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 16 ตุลาคม 2569หวยลาวเด็ดวันนี้ 13 ตุลาคม 2569 รวมเลข 2 ตัว 3 ตัว เช็กแนวทางก่อนออกรางวัลรวมเลขเด็ด 4 สำนัก งวด 16 ตุลาคม 2569 เทียบเลขเด่นบนล่าง จับตาเลข 93 และ 96รู้จัก “ซาฟฟรอน มายา สนูค” สาวไทยผงาด Miss Global 2026 โปรไฟล์ไม่ธรรมดา จบเกียรตินิยมอันดับ 1 จากอังกฤษชาวญี่ปุ่นร้อยละ 80 คัดค้านการส่งกองกำลัง ไปยังช่องแคบไต้หวันประเทศที่ยังไม่มี 7-Eleven มีที่ไหนบ้าง?จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดลึกยิ่งกว่าตึก 15 ชั้น! ดำสูบความตื่นเต้นใน "สระว่ายน้ำที่ลึกที่สุดในโลก" ข้างล่างมีเมืองร้างซ่อนอยู่!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สกุลเงินทั้งหมดในโลกวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องแรกที่วางขาย เกิดเมื่อไร ใครเป็นผู้สร้างทำไมการเป่าเทียนบนเค้กจึงกลายเป็นธรรมเนียมวันเกิด ? จากความเชื่อโบราณสู่ช่วงเวลาสำคัญของงานฉลองไปคอนเสิร์ต แต่ต้องดูผ่านมือถือคนข้างหน้า? ชวนคิดเรื่องการถ่ายคลิป
ตั้งกระทู้ใหม่